5 เหตุผลที่ บริษัทประกัน ควรทำ e-Stamp Duty

ในโลกที่ธุรกรรมต่าง ๆ กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัล บริษัทประกัน ที่มีเอกสารจำนวนมากและต้องจัดการด้านภาษีอากรอยู่ตลอด ควรให้ความสำคัญกับการปรับระบบไปสู่ e-Stamp Duty หรือการชำระอากรแสตมป์แบบอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมกับการนำ Digital Signature (ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์) มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เสริมความปลอดภัย และสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือกว่า


การพิมพ์เอกสาร ทำสำเนา ซื้อแสตมป์อากรแบบดั้งเดิม และจัดเก็บเอกสารภาษีจำนวนมหาศาลในแต่ละปี คือภาระที่สิ้นเปลืองเวลาและงบประมาณ การเปลี่ยนมาใช้ เอกสารแบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Stamp Duty ช่วยให้สามารถทำสัญญา และชำระอากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที ลดขั้นตอนการจัดส่งเอกสาร ลดเวลาจัดซื้อแสตมป์อากร ลดความผิดพลาด และทำให้การตรวจสอบย้อนหลังทำได้ง่ายขึ้น


การแปะอากรแสตมป์ด้วยมือแบบดั้งเดิม มีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดสูง และอาจมีความเสี่ยงเรื่องอากรแสตมป์ปลอม แต่ e-Stamp Duty ทำให้ข้อมูลการชำระอากรถูกบันทึกในระบบกลางของกรมสรรพากร มีความน่าเชื่อถือ ตรวจสอบได้ 100% และยังสามารถผูกกับ Digital Signature เพื่อยืนยันตัวตนผู้ลงนามและเวลาในการลงนามอย่างแม่นยำ


ภาครัฐได้ผลักดันการใช้ e-Stamp Duty และ Digital Signature ในองค์กรภาคธุรกิจ เพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่โปร่งใสและทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจประกันภัย ที่เกี่ยวข้องกับกรมธรรม์ เอกสารสัญญา และหนังสือรับรองต่าง ๆ การปฏิบัติตามแนวทางนี้จะช่วยให้บริษัทดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามข้อกำหนด และพร้อมสำหรับการตรวจสอบโดยหน่วยงานที่กำกับ


การซื้อประกันไม่ควรต้องรอหลายวัน เพราะเอกสารหายหรือล่าช้า การทำเอกสารแบบ Digital พร้อมลงนามด้วย Digital Signature และชำระอากรด้วย e-Stamp Duty ทำให้ลูกค้าสามารถรับเอกสารสำคัญได้รวดเร็ว แม้อยู่ต่างจังหวัดหรืออยู่ในช่วงนอกเวลาทำการ ถือเป็นก้าวสำคัญของการให้บริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่


เมื่อบริษัทประกันต้องขยายบริการผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ หรือการเป็นพาร์ทเนอร์กับแพลตฟอร์มต่าง ๆ การมีระบบหลังบ้านที่รองรับ e-Stamp Duty และ Digital Signature ช่วยให้สามารถส่งมอบเอกสารหรือกรมธรรม์ได้แบบ real-time รองรับการ scale up ได้ทันที ไม่ต้องเพิ่มภาระงานเอกสารให้ทีมงาน

การเปลี่ยนมาใช้ e-Stamp Duty ควบคู่กับ Digital Signature ไม่ใช่แค่เรื่องของการ “ลดต้นทุน” แต่เป็นการยกระดับทั้งระบบงาน ความน่าเชื่อถือ และประสบการณ์ของลูกค้าในยุคที่ทุกวินาทีมีค่า บริษัทประกันที่ปรับตัวก่อน ย่อมได้เปรียบทั้งในด้านประสิทธิภาพและภาพลักษณ์ที่ทันสมัยในสายตาลูกค้า


หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจทั้งระบบภาษีดิจิทัล การใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ และการวางระบบให้เชื่อมโยงกับระบบ ERP หรือ Document Management อย่างครบวงจร


I AM Consulting คือพาร์ทเนอร์ที่คุณไว้วางใจได้


ด้วยประสบการณ์ในการติดตั้งระบบ ERP ระดับโลก อย่าง SAP และเป็นผู้พัฒนาระบบ e-Tax, Digital Signature และ e-Stamp Duty ให้กับองค์กรชั้นนำมากมาย เราสามารถวางโครงสร้าง IT ให้องค์กรของคุณสอดรับกับกฎหมายไทย พร้อมให้คำปรึกษาและพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ธุรกิจประกันภัยทุกขนาด


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964
E-mail : info@iamconsulting.co.th
LINE@ : https://cutt.ly/iamline

SAP Joule คืออะไร ทำความรู้จัก AI ผู้ช่วยปฏิวัติการทำงาน

หลายคนอาจเริ่มใช้ AI เข้ามาเป็นผู้ช่วยในการทำงานบ้างแล้วไม่มากก็น้อย แต่รู้หรือไม่ว่าในปัจจุบันระบบ Cloud ERP ชั้นนำของโลกอย่าง SAP Business Suite ทั้ง Public และ Private Cloud Edition ได้ผสานเทคโนโลยี Generative AI ที่ชื่อว่า “ SAP Joule ” เข้ามาเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะในการทำงานให้ง่ายขึ้นแบบไม่น่าเชื่อเช่นเดียวกัน!

 

SAP Joule คืออะไร ?

 

คือ AI Copilot ที่ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม SAP โดยตรง ไม่ว่าจะเป็น SAP S/4HANA, SAP SuccessFactors, หรือ SAP BTP (Business Technology Platform) ที่ผู้ใช้งานสามารถสื่อสารกับ Joule ผ่านการถามง่าย ๆ เช่น “มีคำสั่งซื้อกี่รายการที่สร้างขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว?” ซึ่ง Joule จะสรุปคำตอบที่ตรงตามข้อมูลทางธุรกิจของคุณได้อย่างถูกต้อง โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเสียเวลาในการค้นหาเอกสารและสรุปผลเอง

 


 

ทำอะไรได้บ้าง ?

 

สามารถดึงข้อมูลธุรกิจจำนวนมหาศาลภายในระบบ SAP รวมถึงแหล่งข้อมูลภายนอก มาตอบคำถามหรืออธิบายปัญหาที่คุณต้องการแก้ไข ยกตัวอย่างความสามารถส่วนหนึ่ง เช่น

 

ช่วยวางแผนและวิเคราะห์

คุณสามารถถามคำถามเชิงวิเคราะห์ แล้วให้ Joule ช่วยปรับแต่งโมเดลข้อมูลด้วยการคำนวณขั้นสูง ค้นหาข้อมูลใหม่ ออกแบบภาพแสดงข้อมูล และสร้างสคริปต์เฉพาะทาง แบบอัตโนมัติเพื่อเพิ่มฟังก์ชันให้แดชบอร์ดของคุณได้

 

ช่วยทีมขายค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ใช่

เพียงป้อนข้อกำหนดต่าง ๆ ที่ได้รับจากลูกค้าเข้าไป จากนั้นให้ Joule ช่วยวิเคราะห์และสร้างรายการผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าออกมา ซึ่งจะช่วยให้ทีมขายเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมได้อย่างรวดเร็ว

 

ช่วยสร้างกลุ่มเป้าหมาย

ใช้ Joule เพื่อค้นหากลุ่มเป้าหมายได้เร็วขึ้นถึง 90% ทั้งการสร้าง customer journeys ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย รวมถึงตัวชี้วัดต่าง ๆ คุณจึงสามารถมุ่งเน้นไปที่การวางกลยุทธ์และความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น

 

ช่วยวิเคราะห์ Supply Chain และเสนอแนะแนวทางการปรับปรุง

Joule มีความสามารถวิเคราะห์การวางแผน Supply Chain โดยอ้างอิงข้อมูลจากระบบ เพื่อระบุสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความล่าช้าในกระบวนการ และเสนอแนวทางการแก้ไขที่เหมาะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ Developer

Joule มีความสามารถในการเขียนโค้ด ทดสอบ เชื่อมต่อ และจัดการแอปพลิเคชัน โดย Joule จะช่วยสร้างโค้ดและโลจิกของแอปพลิเคชัน ตามคำอธิบายที่ป้อนเข้าไป ทำให้การพัฒนาโปรแกรมเป็นเรื่องที่ง่ายและรวดเร็วขึ้นแบบพลิกฝ่ามือ

 


 

จะเห็นได้ว่าเป็นผู้ช่วยที่ทรงอานุภาพ และแน่นอนว่าการทำงานของคุณจะเปลี่ยนไป

 

✔︎ Faster work

ฉับไวทุกกระบวน ด้วยผู้ช่วย AI เพียงหนึ่งเดียวที่สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกที่ครบถ้วนและทำงานในทุกโซลูชันของ SAP

✔︎Smarter insights

ให้ข้อมูลเชิงลึกแบบ Real Time ซึ่งอ้างอิงจากข้อมูลธุรกิจของคุณเอง และเสริมด้วยบริบทเฉพาะของธุรกิจอื่นๆที่ใกล้เคียง

✔︎Better outcomes

ยกระดับผลลัพธ์ในทุกด้านของธุรกิจ ด้วยการสร้างเนื้อหาที่ปรับแต่งตามบทบาทของคุณ ไม่ว่าจะเป็นคำอธิบายงานไปจนถึงการเขียนโค้ดและอื่น ๆ

✔︎Human control

เลือกได้ว่าจะให้ AI จะทำงานเมื่อไหร่และอย่างไร มีส่วนร่วมและบทบาทมากน้อยแค่ไหน เพื่อให้คุณสามารถควบคุมอำนาจการตัดสินใจ และรักษาความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล

 

การกำเนิด “Joule” นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกของ ERP ที่จะเปลี่ยนวิถีการทำงานไปตลอดกาล

แล้วองค์กรของคุณล่ะ… เตรียมพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่การทำงานยุค AI แล้วหรือยัง?

 


 

ปรึกษาเรื่องระบบ SAP ERP กับ I AM Consulting

 

I AM Consulting คือที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้

โทรศัพท์ : 02-026-3964

E-mail : info@iamconsulting.co.th

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

 

Souce : SAP Help Portal | SAP Online Help

 

ปฏิวัติกระบวนการซ่อมบำรุงด้วย SAP Build Apps – Use Case by Mitr Phol


ในอุตสาหกรรมหรือโรงงานขนาดใหญ่ที่มีปริมาณการผลิตสูงอย่างต่อเนื่องแบบ 24×7 การดูแลรักษาเครื่องจักรให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน หรือสามารถซ่อมแก้ไขได้ทันท่วงที คือหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน  กระบวนการซ่อมบำรุงไม่ได้เป็นเพียงแค่การแก้ไขปัญหาเมื่อเครื่องจักรขัดข้อง แต่ได้พัฒนาสู่การจัดการเชิงรุก ที่ต้องอาศัยทั้งความรวดเร็ว ความแม่นยำ และข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้ 


วันนี้ I AM Consulting ได้มีโอกาสนำ “SAP Build Apps” มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการซ่อมบำรุงของ “มิตรผล” (Mitr Phol) บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำตาลรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทยและอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งสามารถตอบโจทย์ปัญหาการซ่อมบำรุงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ 
   

  • ลดปัญหาการแจ้งซ่อมล่าช้า ที่อาจส่งผลในการหยุดเดินเครื่องจักร และกระทบถึงการหยุดไลน์การผลิต รวมไปถึงการเสียโอกาสทางธุรกิจ 
  • สร้างระบบการแจ้งเตือนที่ชัดเจน สามารถระบุผู้รับผิดชอบงานซ่อมได้ทันที ลดปัญหาความล่าช้าและการขาดความต่อเนื่องของกระบวนการซ่อมบำรุง 
  • รายงานสถานการณ์ซ่อมบำรุงได้แบบ Real-Time ทำให้ผู้รับผิดชอบสามารถวางแผนและแก้ไขปัญหาอย่างแม่นยำ รวดเร็ว และเจ้าของเครื่องสามารถติดตามความคืบหน้าของงาน 
  • รวมศูนย์ข้อมูลประวัติการซ่อม ข้อมูลที่กระจัดกระจายและถูกจัดเก็บในหลายช่องทาง เสี่ยงต่อการสูญหายและยากต่อการตรวจสอบย้อนหลัง ถูกรวบรวมจัดเก็บที่ศูนย์กลาง ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในการนำมาวิเคราะห์ในการวางแผนบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance) รวมไปถึงการวางแผนจัดเตรียมอะไหล่เครื่องจักร 


SAP Build Apps คือเครื่องมือสำหรับพัฒนาแอปพลิเคชันแบบ Low-Code/No-Code บน SAP BTP ที่

  

  • ทำงานบนแพลตฟอร์ม SAP โดยตรง 

เชื่อมต่อข้อมูลกับระบบ SAP ได้ทันที ลดการทำงานซ้ำซ้อน

 

  • ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการพัฒนา 

ตอบโจทย์องค์กรที่ต้องการความเร็วในการนำโซลูชันไปใช้จริง

 

  • ออกแบบและปรับแต่ง UI (User interface) ได้ง่าย 

เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความยืดหยุ่นและประสบการณ์ใช้งานที่ดี

 

  • สามารถนำมาใช้สร้างแอปเฉพาะทางได้หลากหลาย อาทิ 
    • แอปแจ้งซ่อมเครื่องจักร 
    • แอปอนุมัติเอกสาร 
    • แอปบันทึกข้อมูลหน้างาน เป็นต้น 


มิตรผล ได้นำ SAP Build Apps มาพัฒนา Maintenance Notification Mobile Application โดยออกแบบให้ใช้งานง่าย รองรับงานภาคสนาม ใช้ได้ทั้ง iOS และ Android ไม่ว่าจะเป็น มือถือหรือแท็บเล็ต แอปพลิเคชันนี้ ช่วยปรับกระบวนการแจ้งซ่อมให้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และลดเวลาการทำงานที่ซ้ำซ้อน ด้วยการออกแบบให้ตอบโจทย์ 2 โหมดการใช้งานหลัก ได้แก่


1. Create Mode – แจ้งซ่อมใหม่ได้ในไม่กี่คลิก!  ​​​​


ไม่ว่าพนักงานจะเจอปัญหาอะไร ที่เครื่องไหน เวลาใด เพียงหยิบมือถือขึ้นมา สแกน QR Code บนเครื่องจักร ข้อมูลพื้นฐานของเครื่องจะถูกดึงขึ้นอัตโนมัติ จากนั้นถ่ายรูป ใส่รายละเอียดปัญหา และกด “แจ้งซ่อม” ข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกเข้าสู่ SAP พร้อมกับส่ง Email แจ้งเตือนผู้เกี่ยวข้องแบบ Real-Time


2. List Mode – ค้นหางานซ่อมและติดตามสถานะ  


พนักงานสามารถตรวจสอบ สถานะงานซ่อมแบบเรียลไทม์ ค้นหางานซ่อม ดูว่าตอนนี้งานถึงมือใคร ซ่อมถึงขั้นตอนไหน หรือมีข้อมูลอะไรอัปเดตบ้าง ทุกความเปลี่ยนแปลงจะมี Email แจ้งเตือนผู้เกี่ยวข้องทันที โปร่งใส ติดตามง่าย และสามารถแก้ไขได้ตามสิทธิ์ที่กำหนด

 


การพัฒนา Maintenance Notification Mobile Application ของมิตรผลครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียง “การแจ้งซ่อม” แต่คือการยกระดับสู่ กลยุทธ์เชิงรุก ที่ทำให้การซ่อมบำรุงรวดเร็วขึ้น ข้อมูลครบถ้วนและรวมศูนย์ ตรวจสอบได้แบบ Real-Time ลดเวลาหยุดเดินเครื่องจักร และช่วยให้สายการผลิตทำงานต่อเนื่องอย่างมีประสิทธิภาพ 


มิตรผล มุ่งสู่การเป็น องค์กรต้นแบบด้านเทคโนโลยีในอุตสาหกรรม FMCG ที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับทุกขั้นตอนการทำงาน SAP Build Apps เป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยเสริมพลัง แต่เบื้องหลังยังมีเทคโนโลยีอีกมากมายที่มิตรผลนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับการแข่งขัน รักษาคุณภาพการผลิต และขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน ตอกย้ำความเป็นผู้นำอุตสาหกรรม FMCG (Fast-Moving Consumer Goods) ของไทย ที่ผลิตน้ำตาลคุณภาพเพื่อคนไทยและคนทั่วโลกมาโดยตลอด 


ด้วยประสบการณ์กว่า 22 ปีของการพาร์ทเนอร์ทางกลยุทธ์ เราคือผู้นำด้านการ Implement ระบบ SAP ในประเทศไทย ที่เข้าใจทั้งระบบ SAP และกระบวนการทางธุรกิจในทุกอุตสาหกรรม เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรอง SAP Certified มากมาย พร้อมประสบการณ์จริงในการออกแบบและพัฒนาระบบที่พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยคุณออกแบบโซลูชัน SAP Build Apps ที่ตอบโจทย์ธุรกิจขององค์กรโดยเฉพาะ   


ติดต่อ I AM Consulting ได้เลย 


โทรศัพท์ : 02-026-3964    

E-mail : info@iamconsulting.co.th    

LINE@ : https://cutt.ly/iamline  

ทำไม โรงพยาบาล ถึงควรใช้ e-Receipt แทน ใบเสร็จรับเงิน แบบเดิม

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามารันทุกวงการ… รวมไปถึงวงการสาธารณสุข “โรงพยาบาล” ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่รักษาผู้ป่วยอีกต่อไป แต่ต้องเป็น “ศูนย์บริการสุขภาพที่ครบวงจร” ที่ให้บริการได้อย่าง รวดเร็ว แม่นยำ โปร่งใส และใส่ใจผู้รับบริการทุกคน นอกเหนือจากเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือความใส่ใจในการบริการที่ดี สำหรับคนไข้และครอบครัว

ทุกวันนี้ โรงพยาบาลต้องรองรับผู้มารับบริการหลายพัน หลายหมื่นรายต่อวัน นั่นหมายถึงการออก “ใบเสร็จรับเงิน” นับพันใบในแต่ละวัน สิ่งที่ตามมาคือ…

  • ต้นทุนสูง ทั้งกระดาษ หมึก และพื้นที่จัดเก็บเอกสารมหาศาล
  • เกิดความล่าช้า ในกระบวนการจ่ายเงินและออกเอกสาร
  • ความเสี่ยงในการสูญหาย ของใบเสร็จและเอกสารสำคัญ เช่น ใบรับรองแพทย์
  • ขั้นตอนยุ่งยาก ในการตรวจสอบย้อนหลัง หรือส่งเอกสารซ้ำให้ผู้ป่วย


สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาที่โรงพยาบาลเจอ แต่เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่สะสมกลายเป็น “ความเหนื่อยล้า” และกระทบต่อความพึงพอใจของคนไข้ผู้มารักษา และนั่นคือเหตุผลที่โรงพยาบาลยุคใหม่ ไม่ควรเปลี่ยนแค่เครื่องมือการรักษา แต่ควรเปลี่ยน “ระบบเบื้องหลัง” เพื่อยกระดับการบริการที่ดียิ่งขึ้น

e-Receipt ทางออกที่ตอบโจทย์ทั้ง “โรงพยาบาล” และ “คนไข้”

การเปลี่ยนมาใช้ e-Receipt หรือ “ใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์” คือการยกระดับกระบวนการทางการเงินของโรงพยาบาลด้วยข้อดีที่ครอบคลุมทั้งฝั่งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ

  • สะดวก ออกใบเสร็จผ่านระบบดิจิทัลแบบ Real-time
  • รวดเร็ว ส่งเอกสารผ่านอีเมลหรือเข้าระบบของผู้ป่วยได้ทันที
  • ประหยัด ลดต้นทุน ลดการใช้กระดาษ ลดพื้นที่จัดเก็บ
  • ปลอดภัย ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ทุกเมื่อ
  • โปร่งใส เพิ่มความมั่นใจในการตรวจสอบตามมาตรฐานของรัฐ


ไม่ว่าจะเป็นการชำระเงินผ่านมือถือ หรือรับใบเสร็จผ่านอีเมล ทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้แบบ “ไร้กระดาษ” และ “ตรวจสอบย้อนหลังได้ทันที”

โซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ภาคบริการที่ต้องการเข้าสู่ Paperless อย่างเต็มตัว ทั้งการออกใบเสร็จรับเงิน (e-Receipt) และใบกำกับภาษี (e-Tax Invoice) แบบครบวงจร โดยเฉพาะในหน่วยงานขนาดใหญ่ เช่น โรงพยาบาล และหน่วยงานด้านสาธารณสุข ที่ต้องการระบบออกใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ที

  • ได้มาตรฐานกรมสรรพากร
  • เชื่อมต่อระบบบัญชีและการเงินได้ครบวงจร
  • รองรับการออกเอกสารจำนวนมากในแต่ละวัน
  • ใช้งานง่ายทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ป่วย


แต่ความก้าวหน้าของโรงพยาบาลยุคใหม่ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ระบบ e-Receipt ในอนาคตยังมีอีกหนึ่งโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งฝั่งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ นั่นคือ “ใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์” หรือ e-Medical Certificate ที่พัฒนาให้สามารถลงนามด้วย ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature) อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และคงรูปแบบมาตรฐานเดิมของใบรับรองแพทย์ไว้ครบถ้วน  ช่วยลดขั้นตอนการจัดเก็บเอกสารกระดาษแบบเดิม เพิ่มความปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการสูญหายหรือถูกปลอมแปลง ค้นหาและเรียกดูย้อนหลังได้อย่างสะดวก รวดเร็ว สามารถนำไปใช้ในการลาป่วย ยื่นสิทธิประกันสังคม หรือประกอบการวินิจฉัยทางการแพทย์ต่อเนื่องได้ทันทีผ่านระบบออนไลน์


การเปลี่ยนมาใช้ e-Receipt และใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของ “ความทันสมัย” แต่คือ จุดเปลี่ยนสำคัญของการยกระดับบริการสาธารณสุขสู่ยุค Digital Healthcare ร่วมกับโซลูชัน EZTax by I AM Consulting ที่พร้อมเชื่อมต่อทุกระบบเอกสารสำคัญของโรงพยาบาลเข้าไว้ด้วยกันอย่างครบวงจรในยุคไร้กระดาษอย่างแท้จริง


เพราะในโลกที่ทุกวินาทีมีค่า เทคโนโลยีที่ดี…จะช่วยให้คุณใช้เวลากับ “การดูแลคน” ได้มากขึ้น


Contact Us

02-026-3964

E-mail : info@iamconsulting.co.th

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

เคล็ดลับสำหรับองค์กรขนาดกลาง สร้างนวัตกรรม เติบโตอย่างยั่งยืน

โลกที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว องค์กรขนาดกลางต่างรู้ดีว่าการเติบโตคือสิ่งจำเป็น การวิจัยโดย SAP ร่วมกับ Oxford Economics ที่สำรวจผู้บริหารกว่า 2,100 รายจาก 30 ประเทศทั่วโลก เผยให้เห็นกลยุทธ์สำคัญ โอกาส และความท้าทายที่องค์กรเหล่านี้ต้องเผชิญ พร้อมเน้นย้ำว่าการมีบุคลากรที่คล่องตัว มีทักษะ และมีแรงจูงใจ คือกุญแจสำคัญในการ สร้างนวัตกรรม

 

1. ปรับทิศทางให้แม่นยำ เพื่อการเติบโตที่มั่นคง

แม้องค์กรขนาดกลางจะให้ความสำคัญกับการเติบโตและความสามารถในการทำกำไร แต่พวกเขายังคงต้องเผชิญกับอุปสรรคทั้งภายในและภายนอก โดยประเด็นที่ผู้บริหารกังวลมากที่สุด ได้แก่:
•    57% กังวลว่าโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ไม่สามารถขยายตัวรองรับการเติบโตได้
•    41% ขาดความสามารถในการเพิ่มทักษะหรือฝึกอบรมพนักงานใหม่
•    40% เผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจในระดับมหภาค

 

2. นวัตกรรม ยังคงเป็นเป้าหมายหลัก

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ ติดอันดับหนึ่งในห้าเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ขององค์กร โดยมีแนวโน้ม ถึง 43% ที่ AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการออกแบบและเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการในอนาคต 

 

3. ขยายขีดความสามารถด้วยเทคโนโลยี

องค์กรที่วางรากฐานด้านเทคโนโลยีอย่างแข็งแรงจะสามารถขยายตัวได้ง่ายขึ้น ทั้งในเรื่องกระบวนการทำงานที่เป็นอัตโนมัติ การเสริมทักษะหรือหาคนให้ตรงกับงานที่จำเป็น และการสนับสนุนการใช้นวัตกรรมมใหม่ ๆ ส่งผลให้องค์กรที่หันมาใช้คลาวด์โซลูชัน ต่างได้รับประโยชน์อย่างชัดเจน เช่น:
•    ความคล่องตัวที่เพิ่มขึ้น
•    การปรับกระบวนการให้เหมาะสม
•    การลดต้นทุน

โดยผลการตอบแบบสอบถามยังชี้ให้เห็นว่า การเชื่อมโยงกระบวนการและข้อมูลทั่วทั้งองค์กรเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง:
•    83% สร้างโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ได้ในวงกว้าง
•    76% เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล
•    74% เพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างองค์ความรู้ใหม่เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

 

พร้อมเติบโตไปอีกขั้น ด้วย SAP Business Suite กับ I AM Consulting

 

SAP Business Suite คืออีกโซลูชันที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับองค์กรขนาดกลางที่ต้องการระบบ ERP ชั้นนำในรูปแบบ Public Cloud ที่ติดตั้งรวดเร็ว ปรับรูปแบบการใช้งานได้ง่าย และยืดหยุ่นต่อทุกการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

•    ติดตั้งและใช้งานได้รวดเร็วด้วย Best Practices ระดับโลกที่ครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม
•    รองรับการเติบโตของธุรกิจทั้งในประเทศและระดับสากล
•    สนับสนุนนวัตกรรมและการวางกลยุทธ์ด้วยข้อมูลแบบเรียลไทม์

 

ถึงเวลายกระดับธุรกิจของคุณ ให้เติบโตอย่างมั่นใจไปกับ SAP Business Suite

I AM Consulting เป็นผู้นำด้านการ Implement ระบบ SAP ในประเทศไทย พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ที่คุณไว้วางใจ ด้วยโซลูชันด้าน IT ที่ครบครัน และทีมผู้เชี่ยวชาญที่จะพาองค์กรก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างมั่นคง

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้ 
โทรศัพท์ : 02-026-3964  
E-mail : info@iamconsulting.co.th  
LINE@ : https://cutt.ly/iamline

การประยุกต์ใช้ SAP BTP กับงาน HR

เราเคยได้พูดถึง SAP BTP (SAP Business Technology Platform) ในมุมของการนำไปใช้สำหรับการพัฒนาและต่อยอดระบบต่างๆไปแล้ว แต่รู้หรือไม่ SAP BTP สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานด้าน HR เพื่อเพิ่มขีดความสามารถได้เช่นเดียวกัน วันนี้ I AM Consulting จะมาแชร์ Use Case ของการนำ SAP BTP ไปใช้ในงานด้าน HR   


ก่อนที่เราจะแชร์ Use case มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า SAP BTP จะเข้ามาช่วยในการพัฒนาประสบการณ์ของพนักงานให้ดียิ่งขึ้นได้อย่างไร? ซึ่งการประยุกต์ใช้ SAP BTP สำหรับงาน HR สามารถทำได้ ผ่าน 4 แกนหลักดังต่อไปนี้
   

  1. การรวมศูนย์ข้อมูล เชื่อมโยงข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ภายในองค์กร ให้เป็นข้อมูลชุดเดียวที่พร้อมใช้งานแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มความสามารถในการวิเคราะห์  
  2. การขยายขีดความสามารถของแอปพลิเคชัน ทั้งด้านHR และด้านธุรกิจด้วยฟังก์ชันใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของพนักงานและธุรกิจ  
  3. การทำให้กระบวนการทำงานของเป็นอัตโนมัติ เพิ่มความคล่องตัว สนับสนุนให้พนักงานสามารถโฟกัสกับงานได้มากขึ้น 
  4. ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อให้พนักงานและผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที  

 


ข้ออมูลพนักงานมักกระจายอยู่ในหลายที่หลายระบบ ทำให้การตัดสินใจเรื่องพนักงานขาดความแม่นยำ ล่าช้า และใช้เวลานาน SAP BTP จะช่วยรวบรวมข้อมูลที่กระจายอยู่ทั้งหมดนี้มาไว้ในที่เดียว และวิเคราะห์ประมวล แสดงผลเป็น Dashboard แบบ 360 องศา เช่น ผลงาน การลา การอบรม เพื่อให้หัวหน้าและ HR ใช้ในการวางแผนดูแลบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 


ใครที่เคยทำ onboarding พนักงานใหม่จะรู้ดีว่าแต่ละขั้นตอนเต็มไปด้วยรายละเอียด ทั้งการขออุปกรณ์, สร้าง user, นัดอบรม และประสานหลายฝ่าย เป็นกระบวนการที่ยุ่งยากและซับซ้อน SAP BTP ช่วยออกแบบ Workflow onboarding ให้เป็นอัตโนมัติ แต่ละฝ่ายรู้หน้าที่ของตัวเอง โดยไม่ต้องเสียเวลาตามงาน และสามารถสร้างแอป onboarding ให้พนักงานใหม่ดูข้อมูลได้ทันทีตั้งแต่วันแรก
 


ปัญหาการลาออกของคนเก่งโดยไม่รู้สาเหตุ อาจส่งผลกระทบต่อองค์กร แต่การจะระบุสาเหตุและแนวโน้มการลาออกก็เป็นเรื่องยาก SAP BTP เข้ามาช่วยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ของพนักงาน เช่น ชั่วโมงทำงาน, ผลการประเมิน และสถิติการลา เพื่อคาดการณ์ความเสี่ยงแนวโน้มการลาออกที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ถ้าสงสัยว่า BTP พยากรณ์ได้อย่างไร ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้
 

  • OT เกิน 40 ชม./เดือน 
  • ได้รับการประเมินต่ำติดต่อกัน 2 ไตรมาส 
  • ไม่ได้รับอบรมเลยใน 1 ปีที่ผ่านมา 


จากนั้นระบบจะใช้โมเดล Machine Learning เพื่อ “ทำนายว่าใครมีความเสี่ยงจะลาออก” ภายใน 6 เดือนข้างหน้า ซึ่ง HR จะสามารถมองเห็นเป็น Heatmap, Score หรือ Chart ที่เจาะไปถึงชื่อพนักงานได้เลย ช่วยให้ วางแผนดูแลกลุ่มเสี่ยงได้ก่อน ลดอัตราการลาออก และประหยัดต้นทุนในการสรรหาคนใหม่
 


คำถามเดิม ๆ อย่าง “เหลือวันลากี่วัน” “เบิกค่ารักษาพยาบาลยังไง” มักทำให้ HR ต้องตอบคำถามซ้ำ ๆ วันละหลาย ๆ รอบ ซึ่งเสียเวลาทั้งคนถามและคนตอบ ด้วยความสามารถของ SAP BTP สามารถสร้าง Chatbot ที่เชื่อมต่อกับระบบข้อมูล HR อื่น ๆ ได้ เช่น SAP SuccessFactors เพื่อให้พนักงานสอบถามข้อมูลทั่วไปได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดภาระงานของ HR และเพิ่มความพึงพอใจของพนักงาน
 


ด้วยประสบการณ์กว่า 22 ปีของการพาร์ทเนอร์ทางกลยุทธ์ ที่เข้าใจทั้งเทคโนโลยีและความต้องการขององค์กร และรางวัลการันตีอย่าง “Best BTP Partner Southeast Asia” จาก SAP ที่แสดงถึงศักยภาพและความเชี่ยวชาญในการส่งมอบโซลูชัน SAP Business Technology Platform (BTP) ได้อย่างยอดเยี่ยมทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราพร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยคุณออกแบบโซลูชัน SAP BTP ที่ตอบโจทย์ธุรกิจขององค์กรโดยเฉพาะ

  


โทรศัพท์ : 02-026-3964   

E-mail : info@iamconsulting.co.th   

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1 

กลุ่ม Automotive มั่นใจ! เลือกใช้ระบบ eTax กับ EZTax


จริงอยู่ที่ว่า…ทุกธุรกิจในไทยต่างปรับตัวเข้าสู่ระบบ eTax แต่สำหรับธุรกิจที่มีความซับซ้อนสูงอย่าง อุตสาหกรรม Automotive ที่ต้องออกใบกำกับภาษีจำนวนมากในแต่ละวัน การมีระบบ eTax จึงไม่ใช่แค่ “ใช้ได้” แต่ต้อง “ตอบโจทย์ได้จริง” และนั่นคือเหตุผลที่หลายบริษัทในกลุ่ม Automotive ไว้วางใจเลือกใช้ EZTax by I AM Consulting 


อุตสาหกรรมนี้ ส่วนใหญ่มักเป็นบริษัทข้ามชาติจากประเทศญี่ปุ่น มีแนวนโยบายที่ให้ความสำคัญกับความแม่นยำ มีมาตรฐาน และการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ระบบที่ใช้จึงต้องรองรับทั้งกฎหมายไทยและแนวทางของบริษัทแม่ในญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว 


หนึ่งในจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ I AM Consulting กลายเป็นพาร์ทเนอร์ด้าน eTax ที่กลุ่ม Automotive ไว้วางใจ คือ ความรู้ ความเข้าใจ ประสบการณ์ในอุตสาหกรรม และ Corporate Policy ของบริษัทญี่ปุ่น ด้วยความเป็นส่วนหนึ่งของ TIS INTEC Group จากญี่ปุ่น เราไม่เพียงพัฒนาระบบที่ถูกต้องตามข้อกำหนดของกรมสรรพากรเท่านั้น แต่ยังออกแบบระบบให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ใช้งานได้ราบรื่น ไม่มีสะดุด และตอบโจทย์ธุรกิจได้จริง


เรามีประสบการณ์มากมายกับลูกค้าในกลุ่ม Automotive เจ้าใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต ซัพพลายเออร์ หรือโรงงานประกอบรถยนต์ ที่ต่างเลือกใช้ระบบ EZTax และยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า “ระบบของเรามีความเสถียรและแม่นยำ” 


เรารู้ดีว่า “ความเสถียร” คือหัวใจสำคัญของระบบ ทำให้เราพัฒนา EZTax ให้มาพร้อมระบบ Intelligent Auto Health Check ที่คอยดูแลการทำงานของระบบ หากเกิดปัญหา ระบบจะสามารถตรวจจับและ recover กลับมาได้ด้วยตัวเอง ที่สำคัญ EZTax ยังเก็บข้อมูลบน AWS Cloud คลาวด์อันดับ 1 ของโลกที่มีความปลอดภัยสูงสุด เพิ่มความรวดเร็วและเสถียรภาพของระบบ


ธุรกิจ Automotive ออกใบกำกับภาษีวันละหลักพัน-หลักหมื่นใบ EZTax ถูกออกแบบให้ทำงานได้ต่อเนื่อง รองรับการเชื่อมต่อกับทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบบัญชี ระบบ  ERP ต่าง ๆ ไปจนถึงระบบอื่น ๆ อาทิเช่น Vendor Portal หรือ ระบบ Automation ต่าง ๆ เป็นต้น ได้เต็มรูปแบบ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานเชื่อมต่อกับทุกระบบได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด


เราให้บริการลูกค้าด้วยทีมที่ปรึกษาที่รู้ลึก รู้จริง เข้าใจว่าธุรกิจกลุ่มนี้ต้องการอะไร “เราทำให้ระบบเข้ากับธุรกิจ ไม่ใช่ให้ธุรกิจต้องปรับเข้าหาระบบ” สามารถตอบข้อสงสัยและแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ดูแลตั้งแต่ก่อนการติดตั้งไปจนถึงส่งมอบโครงการแล้วก็ยังดูแลต่อเนื่องไม่หายไปไหนเพราะเราเชื่อมั่นเสมอว่า ระบบที่ดีจะต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและจะอยู่คู่กับองค์กรไปอีกนาน


มาถึงวันนี้ในฐานะที่ปรึกษาด้านการวางกลยุทธ์ทางดิจิทัลแก่องค์กรต่าง ๆ ในหลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่า 20 ปี EZTax คือผู้ให้บริการระบบ e-Tax invoice & e-Receipt ที่มียอดการส่งใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ให้กรมสรรพากรมากที่สุดในประเทศไทย ด้วยยอดกว่า 1,000,000,000 ฉบับ ยิ่งตอกย้ำความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำในทุกอุตสาหกรรม 


Tel : 02-026-3964

E-mail : info@iamconsulting.co.th

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

SAP SuccessFactors Employee Central หัวใจของการบริหาร คน ในยุค AI

ในยุคที่ AI (Artificial Intelligence) เข้ามามีบทบาทในแทบทุกมิติของธุรกิจ หลายองค์กรอาจเริ่มตั้งคำถามว่า… “แล้วเรายังต้องพึ่งพา ‘คน’ อยู่หรือเปล่า?” 


แม้ว่าเทคโนโลยีจะฉลาดขึ้นทุกวัน หรือ AI กำลังเข้ามาทำหน้าที่ที่เราเคยเชื่อว่ามีแค่ “มนุษย์”เท่านั้น ที่ทำได้ แต่มีหนึ่งสิ่งที่ยังไม่มีเทคโนโลยีไหนมาแทนที่ได้ คือ “หัวใจของคน” ยังคงสำคัญที่สุดในวันที่เทคโนโลยีไปไกล องค์กรจึงต้องมีระบบที่ไม่ได้แค่จัดการงาน HR แต่ต้อง “เข้าใจและดูแลคน” อย่างที่พวกเขาสมควรจะได้รับ 

 

Employee Central Core HR ที่เข้าใจพนักงานได้มากกว่า… 


ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกันก่อนว่า Employee Central คือ “ระบบ Core HR” ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลพนักงานของทั้งองค์กร ไม่ใช่แค่เก็บประวัติพื้นฐานเท่านั้น แต่รวมไปถึง เส้นทางอาชีพ (Career Path) ทักษะ ความสามารถ และการประเมินผล ประวัติการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง แม้กระทั่งความชอบ แรงจูงใจ และความคาดหวังที่ซ่อนอยู่ เบื้องหลังข้อมูลพวกนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือเรื่องราวของ “พนักงาน” แต่ละคน ที่ช่วยให้องค์กรไม่เพียงจัดการคนได้ดีขึ้น แต่เข้าใจคนได้มากขึ้น 


 

 

จุดเด่นของ Employee Central ที่ตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่ 


Employee Central ไม่ได้ทำหน้าที่แค่จัดการงานพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังผสาน AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เช่น  พนักงานคนไหนควรได้รับโอกาสพัฒนาทักษะเพิ่มเติม ใครเหมาะกับการเลื่อนตำแหน่ง? ระบบจะแนะนำสิ่งเหล่านี้ให้ HR สามารถวางแผนและตัดสินใจ เพื่อพัฒนาบุคลากรได้ดียิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น Employee Central ยังออกแบบมาให้


ใช้งานง่าย ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหน ทุกคนสามารถใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา ที่สำคัญคือรองรับการใช้งานในทุก Device รองรับการทำงานหลายภาษา หลายประเทศ หลายโครงสร้างองค์กร ทั้งบริษัทในไทยและต่างประเทศ รวมไปถึงการขยายสาขาโดยไม่ต้องตั้งระบบใหม่ให้ยุ่งยากสามารถบริหารจัดการข้อมูลของพนักงานได้จากระบบเดียวกัน 


คำตอบในยุคที่ AI คือ  “คน” ยังคงเป็นหัวใจของความสำเร็จ และ SAP Employee Central ก็คือระบบที่รู้ว่า “หัวใจของพนักงาน” ต้องการอะไร? ทำให้องค์กรของคุณดูแลรักษาและเข้าใจพนักงานได้มากกว่า ดึงดูดคนเก่งได้ดีกว่า เพิ่มโอกาสในการแข่งขันในตลาดแรงงานยุคใหม่ 

 

ปรึกษาเรื่องระบบ SAP SuccessFactors กับ I AM Consulting     

I AM Consulting พร้อมช่วยออกแบบระบบ HR ที่เข้าใจ “หัวใจของพนักงาน” ไม่ใช่เพียงผู้พัฒนาระบบ SAP SuccessFactors แต่เรามีประสบการณ์ในการปรับกระบวนการทำงานทั้งด้าน HRM และ HRD ให้กับองค์กรชั้นนำต่าง ๆ มากมาย สามารถให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณไปสู่การทำงานแบบดิจิทัล ด้วยจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศ พร้อมสนับสนุนให้องค์กรของคุณสามารถนำเทคโนโลยีมาช่วยให้การดำเนินธุรกิจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

สนใจบริการสอบถาม-เพิ่มเติม
02-026-3964
E-mail : info@iamconsulting.co.th
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

9 คำถามเช็กให้ชัวร์ ก่อนตัดสินใจเลือก ระบบERP ใหม่

ในยุคที่ธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บทบาทของฝ่ายบัญชีและการเงินไม่ได้หยุดอยู่ที่การจัดการตัวเลขหรือทำบัญชีแบบเดิมอีกต่อไป การใช้เพียง โปรแกรมบัญชี เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับการบริหาร อาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตขององค์กร เพราะไม่สามารถตอบโจทย์งานวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกหรือสนับสนุนการวางแผนกลยุทธ์ได้อย่างเต็มที่ องค์กรจึงควรมองหาโซลูชันที่ทันสมัย เช่น ระบบ ERP ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับการทำงานของทั้งองค์กรได้อย่างแท้จริง

 

เกือบ 2 ใน 3 ของผู้นำฝ่ายการเงินกล่าวว่า โปรแกรมบัญชี หรือ ระบบ ERP ที่ใช้อยู่นั้น…

• ไม่สามารถรวมข้อมูลเพื่อทำ Report ได้

• ไม่รองรับการใช้งานบนคลาวด์

• ไม่สามารถขยายเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจได้ทันท่วงที

 

9 คำถามสำคัญที่ควรถามก่อนเลือกติดตั้งระบบ ERP ใหม่

 

SIMPLIFY WORK : ช่วยให้ “ทำงานง่ายขึ้น”

 

1 ระบบ ERP ใหม่นี้สามารถเป็นแหล่งข้อมูลทางการเงินแบบรวมศูนย์ที่เชื่อถือได้ (Single Source of Information) เพื่อช่วยแก้ปัญหาข้อมูลกระจายศูนย์ ที่แยกกันอยู่หลายที่ ยากต่อการรวบรวมเพื่อนำมาวิเคราะห์ ใช่หรือไม่?

2 ระบบสามารถให้ข้อมูลทางการเงิน ทั้งแบบเชิงลึก และเรียลไทม์ได้ไหม โดยไม่ต้องรอให้ปิดงบเสร็จก่อน?

3 ระบบสามารถบริหารกระแสเงินสดได้ดีพอที่จะสนับสนุนการเติบโตในอนาคตหรือไม่?

 

ACCELERATE GROWTH : ช่วย “ขยายธุรกิจเร็วขึ้น”

 

4 ระบบมีแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best Practices) เพื่อมาปรับใช้กับกระบวนการการเงิน กระบวนการทำงาน ทั้งแบบทั่วไปและแบบเฉพาะอุตสาหกรรมได้หรือไม่?

5 ระบบสามารถช่วยให้เข้าสู่ตลาดใหม่ได้ง่ายขึ้น รองรับกฎเกณฑ์ท้องถิ่น และธรรมเนียมปฏิบัติในแต่ละภูมิภาคได้หรือไม่?

6 ระบบสามารถบริหารจัดการ การซื้อกิจการ การแยกกิจการ และบัญชีหลายกิจการได้ง่ายหรือไม่?

 

SECURE SUCCESS : ช่วย “รองรับความสำเร็จในอนาคต”

 

7 ระบบสามารถวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินเชิงลึก และจัดทำแผนที่สามารถแชร์ให้ทุกฝ่ายในองค์กรใช้ร่วมกันได้หรือไม่?

8 ระบบสามารถขยายกระบวนการทางการเงิน ให้รองรับโครงสร้างองค์กรที่ซับซ้อนขึ้นได้หรือไม่?

9 ระบบสามารถรองรับความต้องการในอนาคตได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนแพลตฟอร์มหรือผู้ให้บริการรายใหม่ หรือไม่?

 

สรุปสั้นๆ:

หากคุณกำลังมองหา ระบบ ERP ที่ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรยุคใหม่ คุณควรมองหา…

• ระบบ ERP ที่ทำงานบนคลาวด์

• บริหารข้อมูลแบบรวมศูนย์ และสามารถดึงข้อมูลได้แบบเรียลไทม์

• รองรับ การเติบโตของธุรกิจในอนาคต

• และช่วยให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับ “กลยุทธ์” มากกว่า “งาน Routine”

 

ระบบ ERP ที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดในปัจจุบัน

 

SAP คือทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับองค์กรยุคใหม่ ด้วยระบบ ERP ที่ทำงานบนคลาวด์ และออกแบบมาเพื่อเพิ่มความคล่องตัวและความแม่นยำให้กับฝ่ายการเงิน พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ผสานด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่าง AI, Machine Learning และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง รวมถึงรองรับ Big Data และ IoT ได้อย่างครบถ้วน ช่วยให้องค์กรสามารถนำโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้ได้อย่างยืดหยุ่น และปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วและมั่นใจ

 

คิดถึง SAP คิดถึง I AM Consulting

I AM Consulting เป็นผู้นำด้านการ Implement ระบบ SAP ให้กับองค์กรชั้นนำต่างๆมากมาย เราสามารถให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยโซลูชั่นที่หลากหลายและตอบโจทย์ พร้อมกับทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่จะคอยซัพพอร์ตองค์กรของคุณตลอดการเดินทางด้านดิจิทัล

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้

โทรศัพท์ : 02-026-3964

E-mail : info@iamconsulting.co.th

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

 

Source: SAP

 

5 กลยุทธ์ใช้ AI ช่วยงาน จัดซื้อจัดจ้าง สร้างความได้เปรียบ


Deprecated: str_replace(): Passing null to parameter #1 ($search) of type array|string is deprecated in /home/iamconsulting_cp/htdocs/www.iamconsulting.co.th/wp-content/plugins/shortpixel-image-optimiser/class/Controller/Front/PictureController.php on line 241

จากเทคโนโลยีที่เคยดูไกลตัว ทุกวันนี้ AI ได้กลายมาเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการเร่งความเร็วในการดำเนินงาน เพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ หรือช่วยลดความซับซ้อนในแต่ละขั้นตอน ลองมาดู 5 แนวทางที่ AI กำลังพลิกโฉมการ จัดซื้อจัดจ้าง ให้กับธุรกิจในปัจจุบัน

 

ทำไม AI ถึงกลายเป็นเรื่องสำคัญในโลก Procurement?

 

ปี 2025 เป็นปีที่ Generative AI (GenAI) เช่น ChatGPT เป็นที่พูดถึงมาก แต่ยังมี AI แบบดั้งเดิม (Discriminative AI) ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังในการจัดซื้อจัดจ้าง ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล คาดการณ์ความต้องการ และตรวจสอบความเสี่ยง

ทั้ง GenAI และ AI ดั้งเดิม จำเป็นต้องใช้ร่วมกัน เพื่อยกระดับการทำงานในระบบจัดซื้อจัดจ้างแบบ Source-to-Pay (S2P)

 

และนี่คือ.. 5 แนวทางในการนำ AI มาใช้กับงานจัดซื้อจัดจ้างในปัจจุบัน

 

 

1. Spend Analytics (วิเคราะห์การใช้จ่าย)

  • ใช้ AI ช่วยจัดโครงสร้างข้อมูลการใช้จ่ายและซัพพลายเออร์
  • สร้างกราฟข้อมูลเพื่อเข้าใจความสัมพันธ์เชิงลึก
  • ช่วยจำแนกข้อมูลการใช้จ่ายอย่างแม่นยำ

 

2. Sourcing (กระบวนการจัดหา)

  • ใช้ AI ช่วย matching ผู้ส่งมอบที่เข้าเกณฑ์การประเมินของบริษัท
  • ช่วยคาดการณ์ความต้องการของวัตถุดิบ และเลือกราคาจากผู้ส่งมอบเหมาะสม
  • ช่วยบริหารกระบวนการคัดเลือกผู้ส่งมอบให้ถูกต้อง ไม่ซ้ำซ้อน

 

3. Supplier Management (บริหารผู้ส่งมอบ)

  • ช่วยค้นหาและแนะนำผู้ส่งมอบที่เหมาะสม
  • ช่วยจัดทำบัญชีผู้ส่งมอบพร้อม Update ข้อมูลต่างๆ
  • วิเคราะห์ความเสี่ยงของผู้ส่งมอบ
  • อ่านพฤติกรรมจากอีเมล/ข้อความ/รีวิว เพื่อเข้าใจผู้ส่งมอบในมุมมองที่ลึกขึ้น

 

4. Contract Lifecycle Management (CLM)

  • AI ช่วยอ่าน วิเคราะห์ และดึงข้อมูลสำคัญจากสัญญา
  • แนะนำข้อสัญญาที่เหมาะสมระหว่างการเจรจา
  • ตรวจจับความเสี่ยงในสัญญาเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต

 

5. Procure-to-Pay (P2P)

  • ควบคุมการจัดซื้อแบบกระจายและควบคุมค่าใช้จ่าย (Tail Spend)
  • ตรวจจับการทุจริต เช่น บิลปลอม หรือเรียกเก็บซ้ำ
  • จับคู่ใบแจ้งหนี้อัตโนมัติ ลดข้อผิดพลาด
  • ใช้ AI ช่วยบริหารส่วนลด, งบ Travel & Expenses (เดินทาง/เบี้ยเลี้ยง) ให้แม่นยำ

 

ทำไม SAP คือคำตอบ เมื่อองค์กรของคุณพร้อมเดินหน้าใช้ AI ในงานจัดซื้อจัดจ้าง?

 

SAP ไม่ได้เป็นแค่ผู้ให้บริการระบบ ERP ระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้นำด้านโซลูชั่นจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement) SAP Ariba ศูนย์รวมคู่ค้าที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในโลก ที่ผสาน AI เข้ากับการทำงานจริงอย่างเต็มรูปแบบ

พร้อมหรือยัง! ที่จะพลิกโฉมกระบวนการจัดซื้อขององค์กรด้วย SAP Ariba กับ I AM Consulting

 

ไม่ว่าคุณจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ I AM Consulting พร้อมให้คำปรึกษาที่ดีที่สุด ด้วย IT โซลูชันที่หลากหลาย พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล ติดต่อเราวันนี้ เพื่อปรับกระบวนการจัดซื้อของคุณให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้

โทรศัพท์ : 02-026-3964 

E-mail : info@iamconsulting.co.th 

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

 

Source : SAP

 

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.