บริการดูแลระบบไอที Application Management Services (AMS)…ทำไมต้อง I AM Consulting

ระบบไอทีในองค์กรนั้นเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของธุรกิจ ที่ขับเคลื่อนพาองค์กรให้ก้าวเข้าสู่การทำงานแบบ Work Smart, Work Digital รองรับการเปลี่ยนแปลงได้ทันเวลา ปัจจุบันมีการใช้ระบบต่าง ๆ ที่สามารถเข้าถึงและช่วยดึงข้อมูลมาวิเคราะห์ประเมินผลได้แบบเรียลไทม์ รวดเร็ว ปลอดภัย และสามารถทำงานเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น   


แต่การดูแลรักษาระบบให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทุกระบบมีอายุการใช้งาน และอาจจะต้องทำการปรับเปลี่ยนพัฒนาให้สอดคล้องกับกระบวนการทำงาน หรือเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างสม่ำเสมอ หากขาดการดูแลอย่างใกล้ชิด อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของทั้งระบบและประสิทธิภาพของธุรกิจในระยะยาว ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ต้องจ่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าองค์กรเลือกผู้ให้บริการด้าน Application Management Services (AMS) ที่มีความเชี่ยวชาญและความเข้าใจความต้องการของผู้ใช้งาน 

ทำไมต้องเลือก AMS กับ I AM Consulting? 


จริงอยู่ที่ว่า… ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ Application Management Services (AMS) มากมายในตลาดแต่จะมีกี่เจ้าที่เข้าใจในระบบของลูกค้าอย่างแท้จริง อย่างที่ทุกคนรู้ I AM โดดเด่นด้วยประสบการณ์ในฐานะ SAP Implementor เจ้าแรก ๆ ของไทย ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำหลากหลายอุตสาหกรรม แต่รู้หรือไม่ว่า I AM ยังเป็นบริษัทที่ปรึกษาที่สามารถรักษาลูกค้าได้อย่างเหนียวแน่นและยาวนานมากที่สุด จนได้รับรางวัลระดับภูมิภาค “SAP Outstanding Customer Journey Partner South East Asia” และนี่คือเหตุผลว่าเพราะอะไร?

 

1. I AM ดูแลอย่างใกล้ชิด เสมือนพันธมิตรที่เข้าใจ 

I AM เป็นผู้ให้บริการ AMS เพียงไม่กี่เจ้า ที่ทุ่มเทดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ซึ่งทำให้ลูกค้าหลายๆองค์กรยังคงไว้ใจเลือกอยู่กับเรา เพราะเราตระหนักเสมอว่าในทุกโครงการที่เราเป็นที่ปรึกษา เราไม่ได้ต้องการส่งมอบแค่ระบบ แต่เราต้องการเดินเคียงข้างตลอด Digital Journey ของลูกค้า จึงทำให้บริการ AMS ของเราได้รับความไว้ใจและกลายเป็น Thailand’s Most Trusted AMS Provider 

2. ทีมผู้เชี่ยวชาญที่รู้ลึก รู้จริง 

I AM มีทีมผู้เชี่ยวชาญที่คร่ำหวอดในวงการ AMS มากว่า 20 ปี ที่พร้อมให้บริการดูแลและจัดการระบบอย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น ระบบ SAP ERP ที่ครอบคลุมทุก Modules ระบบ SAP SuccessFactors ไปจนถึงส่วนต่อขยายอื่นๆทั้งที่เป็น SAP Solutions และ Non-SAP Solutions อาทิเช่น SAP Build Process Automation (SBPA), SAP Fiori, SAP Ariba, ระบบ OpenText ECM, ระบบ e-Tax Invoice and e-Receipt, ระบบลงนามดิจิทัล และโซลูชันอื่น ๆ อีกมากมาย ทำให้เราสามารถบริการลูกค้าได้ครอบคลุม สามารถช่วยตรวจสอบ วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ รวมไปถึงคาดการณ์ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้ระบบของคุณทำงานได้อย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด เสมือนระบบที่ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา 

3. Service Support เพราะธุรกิจไม่มีวันหยุด I AM ก็ไม่หยุดซัพพอร์ตเช่นกัน

เราจึงมีทีม Support ที่พร้อมดูแล เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกปัญหาจะได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วทันท่วงทีตาม SLA ที่กำหนด ลด Downtime และช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง 


นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมลูกค้าของ I AM ส่วนใหญ่ยังคงเป็นลูกค้าของเราตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน เพราะเราดูแลลูกค้าด้วยความเข้าใจในธุรกิจ และปรับบริการให้ตอบโจทย์กับความต้องการ ของแต่ละองค์กรอย่างแท้จริง  เรารู้ว่าการดูแลหลังบ้านให้มั่นคง คือรากฐานสำคัญของความสำเร็จ และพร้อมเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ระบบไอทีขององค์กรทำงานได้อย่างราบรื่น ขับเคลื่อนธุรกิจของคุณให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน 

 

เพราะ I AM ดูแลไม่เคยเปลี่ยนไป ลูกค้าเลยไม่เคยเปลี่ยนใจไปจากเรา  

I AM – The Leading AMS Service Provider in Thailand 
 

 

สนใจปรึกษา AMS กับ I AM Consulting? 

ให้เราช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของคุณให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วย IT โซลูชันที่ตอบโจทย์ทุกองค์กร 

ติดต่อเรา: 
โทรศัพท์: 02-026-3964 
E-mail: info@iamconsulting.co.th 
LINE@: http://bit.ly/3Eji6r1 

8 ความสามารถ ที่ช่วยปรับกระบวนการให้เป็นอัตโนมัติ ได้เร็ว และง่ายกว่าที่เคย! (SAP Build Process Automation)

ยุคที่ธุรกิจต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การปรับตัวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในกระบวนการทำงานจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้แก่ทั้งพนักงานและลูกค้า I AM Consulting ขอแนะนำเครื่องมือที่สามารถช่วยให้ธุรกิจของคุณ ทำระบบอัตโนมัติ ได้ง่ายกว่าที่เคย! 

 

SAP Build Process Automation เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณสามารถสร้างระบบอัตโนมัติที่ง่ายและรวดเร็ว ด้วยอินเทอร์เฟซที่ไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ด เหมาะสำหรับทั้งผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่ใช่นักพัฒนา และนักพัฒนามืออาชีพที่ต้องการเครื่องมือที่ทรงพลังในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในองค์กร 

 

จุดเด่นของ SAP Build Process Automation 

 

  1. สร้างหรือปรับกระบวนการได้ง่าย ด้วยอินเทอร์เฟซแบบกราฟิกที่ใช้งานง่าย 
  2. ออกแบบ Workflow ด้วยการลากและวาง (Drag-and-Drop) โดยไม่ต้องเขียนโค้ด 
  3. พัฒนาและจัดการตรรกะในการตัดสินใจได้รวดเร็ว ผ่านตารางการตัดสินใจในรูปแบบ Spreadsheet 
  4. จัดการงานซ้ำ ๆ ในกระบวนการที่มีอยู่ให้เป็นอัตโนมัติ ด้วย Robotic Process Automation (RPA) 
  5. ใช้ความสามารถด้าน AI ในตัว เพื่อดึงข้อมูลจากเอกสารและถ่ายโอนไปยังระบบขององค์กรได้อย่างง่ายดาย 
  6. ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจากศูนย์กลางการทำงาน และหน้ารวมงาน (Unified Launchpad และ Task Center) 
  7. เพิ่มความคล่องตัวในการทำงานร่วมกันด้วย Workflow ขั้นสูงที่นักพัฒนาและผู้ใช้งานสามารถทำงานร่วมกันผ่านเครื่องมือแบบ No-Code 
  8. มี Dashboard เพื่อติดตามและวิเคราะห์ประสิทธิภาพของกระบวนการ ได้อย่างโปร่งใสและครบถ้วน 

 

SAP Build Process Automation ไม่เพียงแค่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังช่วยให้คุณสร้างนวัตกรรมได้เร็วขึ้น โดยการนำความรู้เชิงธุรกิจมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบและพัฒนากระบวนการต่าง ๆ ภายในองค์กร ด้วยเครื่องมือที่สามารถใช้งานได้ง่ายและรองรับการปรับตัวในทุกสถานการณ์ทางธุรกิจ 

 

เปิดประตูสู่นวัตกรรมทางธุรกิจด้วย SAP ไปกับ I AM Consulting 

 

หากคุณต้องการปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับองค์กรของคุณ SAP Build Process Automation (SBPA) คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดที่คุณไม่ควรพลาด ติดต่อ I AM Consulting ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล 

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้ 
โทรศัพท์ : 02-026-3964  
E-mail : info@iamconsulting.co.th  
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1 

 

Source: SAP

SAP Build Apps คืออะไร ช่วยคุณ ทำแอป ได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องเขียนโค้ด

เมื่อพูดถึงการ ทำแอป ปัญหาที่องค์กรส่วนใหญ่พบ คือ การขาดผู้เชี่ยวชาญด้านการเขียนโปรแกรม เลยทำให้ต้องใช้เวลาและทรัพยากรสูงมาก ปัจจุบันเริ่มมีเครื่องมือหลากหลายที่จะช่วยแก้ไข pain point ตรงนี้ เช่น SAP Build Apps ที่ I AM Consulting จะนำมาให้ทำความรู้จักกัน

 

SAP Build Apps คืออะไร?


SAP Build Apps คือ เครื่องมือในการพัฒนาแอปพลิเคชันแบบ Low-Code/No-Code จาก SAP ที่ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างแอปพลิเคชันได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้เชิงลึกด้านการเขียนโค้ด ผู้ใช้งานสามารถใช้ฟังก์ชันการลากและวาง (Drag-and-Drop) ในการออกแบบและพัฒนาแอปพลิเคชันได้อย่างง่ายดาย เหมาะสำหรับทั้งนักพัฒนามืออาชีพและพนักงานทั่วไปในองค์กร

โดย SAP Build Apps นั้นเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่อยู่ใน SAP Business Technology Platform (BTP)

 

5 ฟีเจอร์หลักของ SAP Build Apps


1) สร้างแอปโดยไม่ต้องเขียนโค้ด
สร้างแอปที่ตอบโจทย์การใช้งานในองค์กรได้ง่ายและรวดเร็ว มีชุดเครื่องมือที่ปรับแต่งได้ พร้อมธีมที่ช่วยประหยัดเวลา สามารถออกแบบข้อมูลและสร้างตรรกะการทำงานโดยไม่ต้องเขียนโค้ด พร้อมรองรับการเชื่อมต่อกับ SAP และระบบอื่น ๆ 

2) การพัฒนาแบบครบวงจร (Full-stack)
–    ออกแบบแอปที่สวยงาม
มีไลบรารีขนาดใหญ่ให้เข้าไปเลือกดาวน์โหลด ซึ่งจะช่วยให้การออกแบบ App หรือ Frontend สวยงามน่าใช้งาน และประหยัดเวลา
–    การเขียนโปรแกรมแบบลากและวาง (Drag-and-drop Programming)
โปรแกรมที่ช่วยในการเชื่อมโยงโมดูลเข้าด้วยกัน เพียงแค่ลากเส้นเพื่อสร้าง Flow Logic ของแอป ก็สามารถดึงข้อมูล นำพาไปยังหน้าต่าง ๆ หรือเริ่มต้นกระบวนการต่าง ๆ บนแอปได้เลย
–    มองเห็นการเปลี่ยนแปลงทันที
สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยการดูตัวอย่างผลลัพธ์แบบเรียลไทม์ (Real-time Preview)

3) ฟังก์ชันบนคลาวด์และการจัดการข้อมูล
–    สร้าง Logic ในระบบหลังบ้าน (Backend) บนระบบคลาวด์โดยไม่ต้องเขียนโค้ด และไม่จำเป็นต้องใช้เซิร์ฟเวอร์ 
–    ออกแบบโมเดลข้อมูลอย่างง่าย ๆ โดยไม่ต้องจัดการดูแลเซิร์ฟเวอร์

4) เชื่อมต่อระบบระดับองค์กร
–    เชื่อมต่อข้อมูลจากระบบ SAP เช่น SAP S/4HANA ได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย โดยใช้ SAP Integration Suite เพื่อเชื่อมต่อกับโซลูชันธุรกิจที่ไม่ใช่ SAP ได้อย่างสะดวกสบาย
–    มีตัวช่วยในการ Integration ต่าง ๆ  สามารถเชื่อมต่อ API ได้ภายในไม่กี่นาทีด้วย REST integration wizard
–    มีการควบคุมการเข้าถึงที่ปลอดภัย โดยใช้ประโยชน์จาก SAP BTP Authentication สำหรับการเข้าสู่ระบบและการควบคุมการเข้าถึง SAP และแอปพลิเคชันอื่น ๆ 

5) การทำงานร่วมกันและการกำกับดูแล
–    การแชร์เนื้อหา สามารถสร้างและเผยแพร่ส่วนประกอบที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ในไลบรารีที่แชร์สำหรับสมาชิกในทีมและโครงการต่าง ๆ
–    ช่วยส่งเสริมความร่วมมือและนวัตกรรมโดยการนำผู้เชี่ยวชาญทางธุรกิจมาร่วมงานกับผู้นำด้านเทคโนโลยี
–    ปกป้องและทำให้การดำเนินงานง่ายขึ้นด้วยการจัดการวงจรชีวิตแบบรวมศูนย์ การตรวจสอบ และการกำกับดูแล

 

เปิดประตูสู่นวัตกรรมทางธุรกิจด้วย SAP Build Apps ไปกับ I AM Consulting

I AM Consulting คือที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

 

Source : SAP
 

ขับเคลื่อนองค์กร ด้วย SAP Cloud ALM เครื่องมือบริหาร SAP บนคลาวด์ ตอบโจทย์ทุกความท้าทาย!

ท่ามกลางยุคดิจิทัลที่ทุกองค์กรต่างหันมาปรับตัวใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในกระบวนการต่าง ๆ​ หนึ่งในความท้าทายของธุรกิจในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม คือ การบริหารจัดการระบบไอทีหรือซอฟต์แวร์ที่ยิ่งนับวันยิ่งมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ  หากไม่ได้มีการดูแลบำรุงรักษาหรือจัดการระบบซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพก็อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาภายหลังได้ 


การจัดการและดูแลระบบไอทีหรือระบบซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ในองค์กรจึงกลายเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญของทุกองค์กร คล้ายกับการดูแลเครื่องจักรในโรงงานที่ต้องการการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความซับซ้อนของกระบวนการต่าง ๆ SAP Cloud Application Lifecycle Management (ALM) หรือ SAP Cloud ALM  จึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่ช่วยให้องค์กรพร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทายในปี 2025 และในปีต่อ ๆ ไป  

 

ทำความรู้จัก SAP Cloud ALM วิศวกรดูแลระบบ SAP ส่วนตัว 

 

SAP Cloud ALM (Application Lifecycle Management) เป็นโซลูชันบนคลาวด์ที่ SAP พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยให้องค์กรจัดการระบบ SAP ได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทั้งในด้าน Implementation Operations และService ซึ่งแต่ละโซลูชันมีความสามารถและบทบาทเฉพาะที่ช่วยตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันไปในกระบวนการทำงานขององค์กร เปรียบเทียบง่าย ๆ ALM เสมือนกับ “วิศวกรดูแลระบบ SAP ส่วนตัว” ที่ช่วยดูแลทุกอย่างเกี่ยวกับระบบ SAP ตั้งแต่ การติดตั้ง ดูแล ซ่อมบำรุง และเพิ่มประสิทธิภาพ ให้การใช้งานเป็นไปอย่างราบรื่น  


ปกติแล้ว เวลาบริษัทติดตั้ง SAP บนคลาวด์ เช่น SAP S/4HANA Cloud, SAP SuccessFactors หรือ SAP BTP ก็ต้องมีระบบคอยดูแล ว่าทุกอย่างทำงานได้ดี ไม่มีปัญหา และอัปเดตให้ทันสมัยตลอดเวลาอยู่หรือไม่นั้น SAP Cloud ALM ก็เข้ามาช่วยจัดการเรื่องนี้แบบอัตโนมัติ โดยที่องค์กรไม่ต้องเสียเวลาดูแลระบบเอง ช่วยลดภาระทีม IT ไปได้อีกด้วย 

 

SAP Cloud ALM  ช่วยอะไรได้บ้าง? 

 

 

 

  • SAP Cloud ALM for Implementation ช่วยยกระดับการดำเนินโครงการ 



โซลูชันที่ออกแบบมาช่วยให้องค์กรปรับตัวเข้ากับนวัตกรรมล่าสุดในระบบ SAP ได้ง่ายและรวดเร็ว ด้วยความสามารถหลากหลายที่ออกแบบมาเพื่อซัพพอร์ตกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ เหมาะสำหรับการเริ่มต้นใช้งาน SAP โดยเน้นการซัพพอร์ตในช่วงการติดตั้งและการพัฒนาระบบ เพื่อช่วยบริหารจัดการโปรเจกต์ SAP ตั้งแต่การวางแผน/ออกแบบ การติดตั้ง ทดสอบ ไปจนถึงการนำระบบไปใช้งานจริง ทำให้เห็นความคืบหน้าของโครงการ ช่วยให้โครงการดำเนินไปอย่างราบรื่น ลดความซับซ้อนในการดำเนินโครงการ เสร็จตรงตามเวลา และยกระดับประสิทธิภาพการจัดการโครงการ SAP ขององค์กร เปรียบเทียบง่าย ๆ ก็คล้าย ๆ กับ Blueprint นั่นเอง 

 

 

  • SAP Cloud ALM for Operations ช่วยยกระดับการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง 



ในส่วน Operations จะเน้นการดูแลและจัดการระบบ SAP ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน เพื่อช่วยให้องค์กรตรวจสอบและปรับปรุงระบบ SAP ที่กำลังทำงาน เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด เพื่อป้องกันปัญหาที่ไม่คาดคิดและอาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยจะมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าให้องค์กรเตรียมพร้อมในการปรับปรุงระบบให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ถือเป็นโซลูชันที่เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการลดปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพในทุกการดำเนินงาน! 

 

 

  • SAP Cloud ALM for Service ช่วยยกระดับการบริการที่มีประสิทธิภาพ 



ส่วนสุดท้ายของโซลูชัน ALM อย่าง Service มุ่งเน้นไปที่การทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรกับ SAP ที่ช่วยให้องค์กรสามารถทำงานร่วมกับ SAP ได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การเตรียมงาน การส่งมอบ การติดตามผล ไปจนถึงการรายงานผลลัพธ์ ระบบนี้ช่วยให้บุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายสามารถทำงานร่วมกันได้ราบรื่น ด้วยการเข้าถึงข้อมูลที่โปร่งใสและสะดวกในการติดตามความคืบหน้าของงาน ทำให้ลดการเสียเวลาในการค้นหาข้อมูลต่างๆ นอกจากนี้ยังมีระบบแจ้งเตือนที่ช่วยติดตามและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นทันที เพิ่มความรวดเร็วและความมีประสิทธิภาพในการให้บริการอย่างต่อเนื่อง สามารถปรับปรุงการให้บริการ สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าผ่านการทำงานที่มีความโปร่งใสและการตอบสนองที่รวดเร็ว 


จะเห็นได้ว่า SAP Cloud ALM ทั้งสามส่วนถูกออกแบบมาเพื่อช่วยองค์กรในทุกช่วงของการใช้งาน SAP ตั้งแต่การเริ่มต้นใช้งาน ดูแลระบบที่ทำงานแล้ว ไปจนถึงการบริหารการบริการร่วมกับ SAP สามารถเลือกใช้ตามความต้องการขององค์กรได้ 

 

ความคุ้มค่าที่ SAP Cloud ALM มอบให้! 

  1. License 



รวมอยู่ใน SAP Enterprise Support และการสมัครใช้งาน ที่มาพร้อมกับการบำรุงรักษาและการดำเนินงานโดย SAP รองรับการทำงานอย่างรวดเร็วแบบไม่มีสะดุด โดยให้หน่วยความจำ 8 GB และAPI Usage 8 GB การถ่ายโอนข้อมูลออกต่อเดือน ช่วยให้ระบบเชื่อมต่อได้อย่างไร้ขีดจำกัด ทำให้คุณมั่นใจได้ว่า ระบบจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดอยู่ตลอดเวลา 

  1. Supported Solutions 



ออกแบบมาสำหรับลูกค้า Cloud และ Hybrid  รองรับทั้งโซลูชัน Cloud จาก SAP และ ABAP บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ไม่ว่าจะเป็น SAP S/4HANA SAP Business Suite หรือ SAP BW นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจสอบการทำงานของระบบ PI/PO ได้อย่างแม่นยำ ที่สำคัญยังรองรับ โซลูชันที่ไม่ใช่ SAP เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับองค์กรที่มีการใช้งานหลากหลายอีกด้วย 

  1. Delivery and Update 



ด้วยการ ส่งมอบและการอัปเดตแบบ Cloud-native ลูกค้าสามารถเข้าถึงโซลูชันได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งรับการอัปเดตทุกวัน นอกจากนี้ยังเป็น SaaS ที่ลูกค้าเป็นเจ้าของ ทำให้คุณสามารถจัดการและควบคุมทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง

 

คุ้มที่ 4 สามารถใช้งาน SAP Cloud ALM ฟรี!


โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุน SAP Enterprise Support สิทธิ์การใช้งานจะถูกรวมอยู่ในการสมัครใช้งาน SAP Cloud Service และ SAP Enterprise Support อยู่แล้ว และครอบคลุมไปถึงการสนับสนุนในโปรแกรม Product Support for Large Enterprises อีกด้วย


การขับเคลื่อนองค์กรปี 2025 หรือปีต่อ ๆ ไปนั้น องค์กรจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ดีและยืดหยุ่นพอที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น SAP Cloud ALM ไม่เพียงแต่ช่วยให้องค์กรจัดการกับความท้าทายในปัจจุบัน แต่ยังช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต SAP Cloud ALM จึงไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาหรือรับมือกับการความท้าทายระยะสั้น เท่านั้น แต่เป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล 

 

รับมือทุกความท้าทาย พร้อมคว้าโอกาสใหม่ๆ ด้วย SAP Cloud ALM กับ I AM Consulting 


I AM Consulting คือที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้ 

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้ 
โทรศัพท์ : 02-026-3964  
E-mail : info@iamconsulting.co.th  
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1   

ใหม่ เปิดตัวระบบ E-Stamp Duty อากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์

นอกเหนือจากที่เราเป็น e-Tax Service Provider อันดับ 1 ของไทยที่นำส่งใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ให้กับกรมสรรพากรไปแล้วกว่า 800,000,000 ธุรกรรม วันนี้ I AM Consulting กำลังเปิดตัวระบบใหม่อย่าง E-Stamp Duty ในชื่อ EZStamp ที่จะเข้ามาช่วยให้การชำระอากรแสตมป์และการทำธุรกรรมทางกฎหมาย ง่าย สะดวก และมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม! 

 

E-Stamp Duty คืออะไร?


อธิบายก่อนว่า อากรแสตมป์ (Stamp Duty) เป็นภาษีอีกรูปแบบหนึ่งที่รัฐจัดเก็บจากการทำตราสาร เอกสารแสดงสิทธิ์ หรือการทำสัญญาต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันเอกสารต่าง ๆ ที่กล่าวมานี้ ได้มีการพัฒนากระบวนการลงนาม ที่จากเดิมเป็นการเซ็นชื่อลงในเอกสารที่เป็นกระดาษ ปรับมาเป็นการลงนามดิจิทัล ดังนั้น E-Stamp Duty ก็คือ New Gen ของอากรแสตมป์ ที่เปลี่ยนจากการติดอากรแสตมป์บนเอกสารที่เป็นกระดาษ มาเป็นการชำระภาษีอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบออนไลน์  โดยไม่ต้องเสียเวลาไปกับอากรแสตมป์ที่เป็นกระดาษ ทำให้การทำธุรกรรมทางกฎหมายหรือการลงนามในสัญญาต่าง ๆ เป็นเรื่องง่าย รวดเร็ว และสะดวกสบาย พร้อมประหยัดเวลาในการดำเนินการ 

 

แล้ว E-Stamp Duty ใช้งานยังไง?

 

 

ขั้นตอนการใช้งานระบบ E-Stamp Duty ทำง่ายไม่ยุ่งยาก เพียง 3 ขั้นตอนเท่านั้น 

  1. ยื่นเอกสารออนไลน์ 
    ผู้ใช้งานหรือระบบส่งคำร้อง (Request) การชำระอากรทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ EZStamp 


  1. คำนวณอัตราภาษีอัตโนมัติ 
    ระบบจะช่วยคำนวณและตรวจสอบอัตราภาษีอากรที่ต้องชำระให้โดยอัตโนมัติผ่านการตรวจสอบจากระบบ EZStamp 


  2. ออกใบรับรองดิจิทัล (อ.ส.9) และใบเสร็จรับเงิน 

เมื่อผู้ใช้งานชำระภาษีเรียบร้อย ระบบจะออกใบเสร็จรับเงินและใบรับรองการชำระอากรในรูปแบบดิจิทัล (อ.ส.9)  ซึ่งสามารถใช้แนบเอกสารทางกฎหมายและเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลักฐานได้ทันที 


ธุรกิจไหนควรใช้ E-Stamp Duty บ้าง?

 

 

ระบบ E-Stamp Duty เป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ จัดการกับการชำระอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ซึ่งเหมาะกับธุรกิจหลายประเภทที่ต้องจัดการเอกสารสัญญาหรือตราสารสำคัญ เช่น ธุรกิจประกันภัยและธุรกิจปล่อยสินเชื่อ ที่ต้องการความแม่นยำในการขอชำระอากรแสตมป์และรวดเร็วในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้นั่นเอง 


นอกจากที่ระบบ E-Stamp Duty จะอำนวยความสะดวกในการขอชำระอากรแสตมป์แล้ว ธุรกิจยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเอกสารและกระบวนการชำระอากรแสตมป์ได้ด้วยการนำระบบ EZStamp ระบบ E-Stamp Duty มาใช้งานร่วมกับ iZign ระบบ Digital Signature เพื่อเพิ่มความสะดวกในการยืนยันตัวตนและความปลอดภัยในการดำเนินธุรกรรมต่าง ๆ ด้วย iZign  ลดความยุ่งยากในการใช้งาน และช่วยให้กระบวนการทั้งหมดเป็นไปอย่างราบรื่น 


สำหรับธุรกิจประกันภัย ทั้ง 2 ระบบนี้ช่วยให้การประทับตราในเอกสาร เช่น กรมธรรม์ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือประกันวินาศภัย ให้เป็นไปอย่างง่ายดายและปลอดภัย โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องส่งเอกสารสำคัญให้ลูกค้าในรูปแบบดิจิทัล ระบบจะช่วยลดขั้นตอนที่ซับซ้อนในการพิมพ์เอกสารและการจัดส่ง รวมถึงเสริมความสะดวกให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงเอกสารสำคัญได้อย่างรวดเร็ว สร้างความประทับใจและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ  


ในขณะเดียวกัน ธุรกิจปล่อยสินเชื่อก็สามารถนำระบบ E-Stamp Duty และ iZign มาใช้ในการจัดการเอกสารสำคัญ เช่น สัญญาเงินกู้ สัญญาค้ำประกัน และตราสารหนี้ เพื่อเร่งรัดกระบวนการอนุมัติสินเชื่อให้รวดเร็วขึ้น ช่วยลดระยะเวลาในการจัดเตรียมเอกสาร และลดค่าใช้จ่ายด้านการพิมพ์ การจัดเก็บ และการส่งเอกสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบยังช่วยเพิ่มความโปร่งใสและสร้างความน่าเชื่อถือในกระบวนการธุรกิจ ช่วยให้ธุรกิจทั้งสองประเภทสามารถดำเนินงานได้อย่างราบรื่น ทันสมัย และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัล

 

ตราสารอิเล็กทรอนิกส์รองรับธุรกรรมใดบ้าง?


E-Stamp Duty รองรับตราสารหลากหลายประเภท ตั้งแต่สัญญาเช่าทรัพย์สิน สัญญาจ้างทำของ หนังสือมอบอำนาจ ไปจนถึงตราสารทางการเงินอย่างตั๋วเงิน หนังสือค้ำประกัน และใบหุ้น ปัจจุบันการขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินสำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์ผ่านอินเทอร์เน็ต กรมสรรพากรเปิดให้บริการรองรับทั้งหมด 27 ตราสาร ได้แก่ 

 



(1) ตราสาร 1 เช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นหรือแพ 

(2) ตราสาร 2 โอนใบหุ้น ใบหุ้นกู้ พันธบัตรและใบรับรองหนี้ ซึ่งบริษัท สมาคม คณะบุคคล หรือองค์กรใดๆ เป็นผู้ออก 

(3) ตราสาร 3 เช่าซื้อทรัพย์สิน 

(4) ตราสาร 4 จ้างทำของ 

(5) ตราสาร 5 กู้ยืมเงินหรือการตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร 

(6) ตราสาร 6 กรมธรรม์ประกันภัย 

(7) ตราสาร 7 ใบมอบอำนาจ 

(8) ตราสาร 8 ใบมอบฉันทะสำหรับให้ลงมติประชุมของบริษัท 

(9) ตราสาร 9(1) ตั๋วแลกเงิน 

(10) ตราสาร 9(2) ตั๋วสัญญาใช้เงิน 

(11) ตราสาร 10 บิลออฟเลดิง 

(12) ตราสาร 11(1) ใบหุ้น หรือใบหุ้นกู้ หรือใบรับรองหนี้ของบริษัท สมาคม คณะบุคคล หรือองค์การใดๆ 

(13) ตราสาร 11(2) พันธบัตรของรัฐบาลใดๆ ที่ขายในประเทศไทย 

(14) ตราสาร 12 เช็ค หรือหนังสือคำสั่งใดๆ ซึ่งใช้แทนเช็ค 

(15) ตราสาร 13 ใบรับฝากเงิน 

(16) ตราสาร 14 เลตเตอร์ออฟเครดิต 

(17) ตราสาร 15 เช็คเดินทาง 

(18) ตราสาร 16 ใบรับของ 

(19) ตราสาร 17 ค้ำประกัน 

(20) ตราสาร 18 จำนำ 

(21) ตราสาร 19 ใบรับของคลังสินค้า 

(22) ตราสาร 20 คำสั่งให้ส่งมอบของ 

(23) ตราสาร 21 ตัวแทน 

(24) ตราสาร 23 คู่ฉบับหรือคู่ฉีกแห่งตราสาร 

(25) ตราสาร 27(ก) หนังสือสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วน 

(26) ตราสาร 27(ข) หนังสือสัญญาที่แก้ไขสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วน 

(27) ตราสาร 28(ค) ใบรับสำหรับการขาย ขายฝาก ให้เช่าซื้อ หรือโอนกรรมสิทธิ์ยานพาหนะ ทั้งนี้เฉพาะยานพาหนะที่ต้องมีการจดทะเบียน 

 

การเปลี่ยนมาใช้ระบบ EZStamp Duty ไม่เพียงช่วยให้การชำระอากรแสตมป์เป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วเท่านั้น แต่ยังตอบสนองความต้องการขององค์กรที่ต้องการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ สร้างความน่าเชื่อถือและรองรับมาตรฐานทางกฎหมายในยุคดิจิทัลได้อย่างเต็มที่ 

 

ระบบ EZStamp พร้อมใช้งานแล้ววันนี้ แล้วองค์กรของคุณหละ? 

พร้อมเดินหน้าสู่ก้าวใหม่ของระบบอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์รึยัง !!!! 

 

สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมล่วงหน้าได้เลย 

Tel: 02-026-3964  
E-mail: info@iamconsulting.co.th  
LINE@: http://bit.ly/3Eji6r1 
 
#ใบกำกับภาษี #etax #eTaxInvoice #eReceipt 
#EZTax #iZign #IAMConsulting  
#CreateOurExcitingFuture  

 

Clean Core แนวคิดใหม่ในยุคคลาวด์ ERP

SAP S/4HANA Cloud เป็นระบบ ERP ที่ทำงานบนคลาวด์ โดยให้ลูกค้าทุกคนใช้ซอฟต์แวร์พื้นฐานเดียวกันและรับการอัปเดตพร้อมกัน จึงทำให้ไม่สามารถปรับแต่งระบบได้เหมือนระบบ On-Premise  แบบเดิม แต่ SAP ก็ได้พัฒนาแนวทางใหม่ที่เรียกว่า ” Clean Core ” เพื่อแก้ไขปัญหานี้


Clean Core คืออะไร?


1. Core

Core หมายถึงแกนหลักของ SAP S/4HANA Cloud ที่ครอบคลุม:

  • Processes: กระบวนการต่าง ๆ ในระบบที่สนับสนุนการดำเนินงานแบบครบวงจร
  • Data: ข้อมูลในระบบ ทั้งข้อมูลการตั้งค่า ข้อมูลหลัก และข้อมูลธุรกรรม
  • Integration: การเชื่อมต่อระหว่าง SAP S/4HANA Cloud กับโซลูชันอื่น ๆ
  • Operations: กิจกรรมด้านการบำรุงรักษา เช่น การจัดการการอัปเกรด การมอนิเตอร์ และการจัดการสิทธิ์
  • Extensibility: การเพิ่มฟังก์ชันเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะขององค์กร ในกรณีที่ฟังก์ชันมาตรฐานไม่สามารถรองรับได้

2. Clean

Clean หมายถึงการรักษาระบบดั้งเดิมโดยใช้วิธีที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ระบบสอดคล้องกับมาตรฐานของคลาวด์

3. Clean Core

คือ แนวคิดและแนวทางในการทำให้ SAP S/4HANA Cloud มีความยืดหยุ่น ทันสมัย และปฏิบัติตามมาตรฐานของระบบคลาวด์ โดยเน้นที่การบูรณาการและการปรับแต่งอย่างเหมาะสม ส่งผลให้ระบบมีความเสถียร ต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO) ลดลง และง่ายต่อการบำรุงรักษา

ประโยชน์ของ Clean Core

  • อัปเกรดง่าย: การอัปเกรดเป็นไปอย่างราบรื่น
  • นวัตกรรมที่รวดเร็ว: สามารถใช้งานเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ทันที
  • เสถียรภาพของระบบ: รองรับความปลอดภัย ความต่อเนื่อง และความเสถียรของระบบ
  • ลดต้นทุนรวม (TCO): ใช้โครงสร้างพื้นฐานและใบอนุญาตอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การตรวจสอบที่สมบูรณ์แบบ: ระบบตรวจสอบได้ มีความโปร่งใสในทุกมิติ

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับ Clean Core Extensibility

  1. ไม่ปรับแต่งโค้ดหลัก หลีกเลี่ยงการแก้ไขโค้ดที่มาพร้อมกับระบบ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาในอนาคต
  2. กำจัดส่วนขยายที่ซ้ำซ้อน ตัดการปรับแต่งที่ทำซ้ำกับฟังก์ชันมาตรฐานและหลีกเลี่ยงการสร้างสำเนาโครงสร้าง
  3. ใช้ API ที่ได้รับการรับรองจาก SAP ใช้เฉพาะ API ที่ SAP อนุมัติ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถรองรับการอัปเกรดในอนาคต
  4. ใช้ความสามารถ In-App Extensibility อย่างเต็มที่ ใช้ฟังก์ชันการปรับแต่งในตัวระบบที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งาน (Key User) สามารถปรับแต่งระบบได้ง่าย
  5. สร้างแอปพลิเคชันเพิ่มเติมบน SAP Business Technology Platform ใช้บริการและความสามารถของ SAP Business Technology Platform (BTP) เพื่อพัฒนาโซลูชันที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะ
  6. ใช้ SAP Integration Suite ใช้ชุดเครื่องมือการเชื่อมต่อ (Integration) ที่ช่วยให้ระบบสามารถทำงานร่วมกับโซลูชันอื่นได้อย่างราบรื่น

หากองค์กรของคุณกำลังมองหาแนวทางปรับปรุงระบบ SAP S/4HANA Cloud ให้รองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิด Clean Core ที่ลดความซับซ้อนและเพิ่มความยืดหยุ่น ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาและโซลูชันที่เหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญได้เลย!

ปรึกษาเรื่องระบบ SAP ERP กับ I AM Consulting

I AM Consulting คือที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชันที่ตอบโจทย์

ติดต่อเรา:
โทรศัพท์: 02-026-3964
E-mail: info@iamconsulting.co.th
LINE@: http://bit.ly/3Eji6r1

Source : https://learning.sap.com/learning-journeys/practicing-clean-core-extensibility-for-sap-s-4hana-cloud/introducing-the-clean-core-approach_fcb6c662-7041-4c99-88bd-345636fae7f3

Document Wallet The Series น่าเชื่อถือ โปร่งใส ลดใช้กระดาษ

 

Document Wallet 

I AM Consulting จับมือ ETDA ผลักดัน โครงการ “Document Wallet และเอกสารรับรอง (Verifiable Credentials)” ออกมาตรฐานกลางในการทำงานร่วมกันระหว่าง Application กลไกการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร รวมถึงขั้นตอนการใช้งาน Document Wallet
.
พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
Tel : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
.
#IAMConsulting #ETDA
#DocumentWallet #Verifiable Credentials
#Papaerless #Solution
#CreateOurExcitingFuture

รู้จัก EZ Full Tax Request ระบบที่ให้ลูกค้าของคุณออก ใบกำกับภาษีเต็มรูป ด้วยตนเอง

สำหรับร้านค้าปลีก (Retail) การให้บริการที่รวดเร็วและสะดวกสบายถือเป็นหัวใจสำคัญ การออก ใบกำกับภาษีเต็มรูป (Full Tax Invoice) เป็นอีกหนึ่งบริการสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงโครงการ ช้อปดีมีคืน หรือ Easy e-Receipt ที่ลูกค้าสามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนภาษีได้ แต่การออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบเดิมอาจมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน
เพื่อช่วยให้การออกใบกำกับภาษีเต็มรูปเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว ” EZ Full Tax Request ” จึงได้ถูกพัฒนาขึ้นเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ธุรกิจในปัจจุบัน

 

EZ Full Tax Request คืออะไร?

 

EZ Full Tax Request คือระบบที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้ลูกค้าสามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดาย  โดยสแกน QR Code บนใบกำกับภาษีอย่างย่อที่ได้รับ หลังจากมีการซื้อสินค้า หรือการใช้บริการ ไม่ต้องผ่านกระบวนการซับซ้อนหรือรอให้พนักงานของบริษัทจัดการ สะดวกและลดเวลา ทั้งยังช่วยให้บริษัทมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการให้บริการ

 

จุดเด่นของ EZ Full Tax Request

 

  1. ใช้งานง่าย – ลูกค้าสามารถกรอกข้อมูลที่จำเป็นและออกใบกำกับภาษีได้ด้วยตัวเองผ่านช่องทางออนไลน์ด้วยมือถือหรือแท็บเล็ต โดยไม่ต้องมีความรู้ด้านบัญชีหรือภาษีที่ซับซ้อน
  2. ประหยัดเวลา – ลูกค้าสามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปได้ หลังจากที่ใบกำกับภาษีอย่างย่อส่งเข้ามาที่ระบบเรียบร้อย ลดเวลารอคอยในการทำธุรกรรม ซึ่งทำให้การบริการรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  3. ลดภาระงาน – ช่วยลดงานที่เกี่ยวข้องกับการออกใบกำกับภาษีสำหรับพนักงาน ทำให้พนักงานสามารถให้บริการลูกค้าในด้านอื่น ๆ ได้มากขึ้น
  4. เชื่อมต่อระบบอัตโนมัติ – EZ Full Tax Request สามารถเชื่อมต่อกับระบบ ERP และ POS ของบริษัทได้ ทำให้การจัดการข้อมูลเป็นไปอย่างราบรื่นและแม่นยำ
  5. เพิ่มประสบการณ์ลูกค้า – ลูกค้ารู้สึกถึงความสะดวกสบายและการบริการที่เป็นมิตร ซึ่งสามารถสร้างความพึงพอใจและความประทับใจได้มากขึ้น

 

ทำไมถึงควรเลือกใช้ EZ Full Tax Request?

 

ทีมงานของเรามีความเชี่ยวชาญลึกซึ้งในการพัฒนาและบริหารจัดการระบบ e-Tax ด้วยความเข้าใจรอบด้านในทั้งเทคโนโลยีและข้อกำหนดภาษี การันตีคุณภาพด้วยยอดส่งใบกำกับภาษีสู่กรมสรรพากรสูงสุดในประเทศไทย รวมกว่า 800 ล้านฉบับ+ 
เมื่อตัดสินใจใช้ระบบ e-Tax กับ EZTax พร้อมเสริมด้วย EZ Full Tax Request คุณจะได้รับโซลูชันการจัดการใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ครบวงจร ตอบโจทย์การทำงานอย่างสมบูรณ์

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ที่
Tel : 02-026-3964
E-mail : info@iamconsulting.co.th
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 
#ใบกำกับภาษี #ลดหย่อนภาษี #etax
#EasyEReceipt #eRefund 
#eTaxInvoice #eReceipt
#EZTax #EZTaxLite #IAMConsulting 
#CreateOurExcitingFuture
 

SAP Ariba ระบบเครือข่ายธุรกิจที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในโลก

ปัจจุบันการซื้อขายสินค้าออนไลน์กลายเป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว ผ่าน Marketplace แบรนด์ดังอย่าง Shopee และ Lazada ที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วสะดวกสบาย ไม่ใช่แค่ผู้บริโภคเท่านั้น สำหรับองค์กรที่ทำธุรกิจ ก็มี B2B Marketplace ที่ใหญ่ ทันสมัย และสะดวกสบายไม่แพ้กัน 


หากพูดถึง SAP ทุกคนคงนึกถึงผู้นำระบบ ERP โซลูชันที่ช่วยในการวางแผนและจัดการทรัพยากรในองค์กรกันใช่ไหม แต่รู้หรือไม่ว่า SAP ยังมี Marketplace ที่เป็นศูนย์รวมคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย!!! 

 

ทำความรู้จัก SAP Ariba ศูนย์รวมคู่ค้าที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในโลก 

SAP Ariba เรียกง่าย ๆ ก็คือ ตลาดกลางบนคลาวด์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจสมัยใหม่อย่างเต็มรูปแบบ เปรียบเสมือน B2B Marketplace ที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับการทำธุรกิจ รองรับผู้ค้าทุกขนาดด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลผู้ซื้อและผู้ขายทั่วโลกไว้ในเครือข่ายเดียวกัน สามารถซื้อขายได้ทุกที่ทุกเวลา จากอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิด (มือถือ, แท็บเลต เป็นต้น) ทำให้การจัดซื้อจัดหาสินค้าและบริการเป็นเรื่องที่ง่ายสะดวกและรวดเร็ว ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลสินค้าได้อย่างครบถ้วน สามารถติดตามสถานะคำสั่งซื้อ ตรวจสอบใบแจ้งหนี้ รวมถึงดำเนินการตามกระบวนการจัดซื้อได้อย่างอัตโนมัติ  


โดยในปัจจุบัน SAP Ariba มีผู้ใช้งานแล้วกว่า 5 ล้านราย มีเครือข่ายมากกว่า 1 ล้านบริษัท ครอบคลุมคู่ค้าถึง190 ประเทศ สกุลเงินกว่า 72 สกุล และรองรับระบบภาษีถึง 36 ประเทศ ซึ่งมีมูลค่าการออกใบสั่งซื้อมากกว่า 40 ล้านฉบับและมีการออกใบแจ้งหนี้ผ่านระบบมากกว่า 60 ล้านฉบับ รวมมีมูลค่าการซื้อขายประมาณ 460 พันล้านเหรียญสหรัฐ 

 

ประโยชน์ที่ผู้ซื้อจะได้รับจากการใช้ SAP Ariba

 

  • เข้าถึงแหล่งข้อมูลและผู้ขายที่หลากหลาย 


ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงเครือข่ายผู้ขายที่กว้างขวาง ช่วยให้ค้นหาสินค้าและบริการจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย และทำการเลือกซื้อได้ตามความต้องการอย่างสะดวกและรวดเร็ว 

  • เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดซื้อ 


ระบบอัตโนมัติของ SAP Ariba ช่วยให้การจัดซื้อเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดข้อผิดพลาดและความยุ่งยากในการจัดการคำสั่งซื้อ การจัดทำใบแจ้งหนี้ และการติดตามสถานะ ทำให้กระบวนการจัดซื้อรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น 

  • ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ไม่บานปลาย 


ด้วยเครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลและการจัดการที่มีประสิทธิภาพ SAP Ariba ช่วยให้ผู้ซื้อสามารถติดตามและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น วิเคราะห์ค่าใช้จ่ายและตัดสินใจซื้อได้อย่างครบถ้วน 

  • สร้าง Connection อย่างไร้ขีดจำกัด 


SAP Ariba ช่วยให้การสื่อสารและการทำธุรกรรมกับผู้ขายเป็นไปอย่างราบรื่น เพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินการ ช่วยให้การจัดการกับผู้ขายมีประสิทธิภาพมากขึ้น สร้างความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว

 

ประโยชน์ที่ผู้ขาย-ผู้ให้บริการจะได้รับจากการใช้ SAP Ariba

 

  • เพิ่มโอกาสในการค้นหาผู้ซื้อที่พร้อมจะซื้อ 


SAP Ariba ช่วยเชื่อมต่อผู้ขายกับผู้ซื้อที่มีความสนใจในสินค้าหรือบริการของคุณ สามารถเพิ่มโอกาสในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

  • เร่งรอบ Sales Cycle ปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว


ด้วยระบบที่มีความคล่องตัวและการทำงานแบบอัตโนมัติ SAP Ariba ช่วยให้กระบวนการขายรวดเร็วขึ้น ทำให้รอบ Sales Cycle สั้นลง และทำให้ธุรกิจสามารถปิดดีลได้อย่างรวดเร็ว 

  • รักษาความสัมพันธ์ของลูกค้าอย่างยั่งยืน 


SAP Ariba มีฟังชันก์การประเมินคู่ค้าที่โปร่งใส ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างยั่งยืน เพิ่มความพึงพอใจและความไว้วางใจจากลูกค้า ทำให้ธุรกิจสามารถตอบสนองต่อความต้องการได้อย่างตรงจุดและมีคุณภาพ 

  • วางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ 


สามารถติดตามและคาดการณ์ช่วงเวลาในการรับเงินค่าสินค้าและบริการได้อย่างแม่นยำ ซึ่งช่วยในการวางแผนการเงินและการจัดการเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพ 

 

SAP Ariba ไม่ได้แค่เพิ่มความสะดวกสบายในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างขององค์กรเท่านั้น แต่ยังช่วยให้การบริหารจัดการด้านค่าใช้จ่ายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจ ทำให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล 

 

พร้อมหรือยัง! ที่จะพลิกโฉมกระบวนการจัดซื้อขององค์กรด้วย SAP Ariba กับ I AM Consulting 

 

ไม่ว่าคุณจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ I AM Consulting พร้อมให้คำปรึกษาที่ดีที่สุด ด้วย IT โซลูชันที่หลากหลาย พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล ติดต่อเราวันนี้ เพื่อปรับกระบวนการจัดซื้อของคุณให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ  

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้ 

โทรศัพท์ : 02-026-3964  
E-mail : info@iamconsulting.co.th  
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1 

 

IT Talent Trends 2025 เจาะเทรนด์ไอที สิ่งที่ผู้สมัครต้องมี องค์กรต้องการ

เดินทางมาถึงช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2024 ทุกคนคิดว่า Skills ปีหน้าจะมีอะไรใหม่ ๆ มาให้ UP กันบ้าง? 

 

วงการไอทีได้ก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ ท่ามกลางการเติบโตของเทคโนโลยีและรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปทั่วโลก การสรรหาและบริหารคนต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไป 


หนึ่งในสายงานที่ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด คงจะเป็นสายไหนไปไม่ได้ นอกจาก สายงานด้าน IT ท่ามกลางแรงกดดันในการปรับตัว ผู้สมัครต้องเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ และพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตทางสายอาชีพ ในขณะที่องค์กรก็ต้องเข้าใจและปรับตัวให้ทันเทรนด์การทำงานใหม่ เพื่อดึงดูดและบริหารคนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การมองเห็นภาพอนาคตของวงการไอทีในปี 2025 จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายก้าวทันการเปลี่ยนแปลงและพร้อมเข้าสู่ความสำเร็จในยุคดิจิทัล 

 

เมื่อโลกดิจิทัลไม่เคยหยุดนิ่ง ผู้สมัครต้องชิงเพิ่มทักษะ! 

 

 

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทำให้การพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดของทุกสายอาชีพ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในวงการไอที หรือกำลังมองหาโอกาสในการก้าวเข้าสู่วงการนี้ การติดตามเทรนด์เทคโนโลยีที่กำลังมาแรงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ใครสามารถปรับตัวได้ก่อน เรียนรู้ได้เร็วกว่า หรือมีทักษะที่เตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงนี้ ย่อมมีโอกาสก้าวหน้าในสายอาชีพ การมีทักษะที่หลากหลายและทันสมัยจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้ตัวเองในตลาดแรงงาน ทั้งความเชี่ยวชาญทางเทคนิค (Hard Skills) และทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Soft Skills) เพื่อสร้างความโดดเด่นในโปรไฟล์และเป็นที่ต้องการขององค์กร ในโลกเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุดนิ่ง การลงทุนกับการพัฒนาตนเองจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในยุคดิจิทัล

 

  • AI และ Machine Learning (ML) ผู้นำการเปลี่ยนแปลงธุรกิจ 


หนึ่งในทักษะที่โดดเด่นที่สุดและเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในปี 2025 คือ เทคโนโลยี AI และ Machine Learning ที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกอุตสาหกรรม ไม่ได้จำกัดเพียงแค่การเขียนโค้ดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสามารถในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการแก้ปัญหาทางธุรกิจที่ซับซ้อน หลายองค์กรจึงมองหาผู้เชี่ยวชาญที่สามารถนำ AI และ ML มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน เพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า การคาดการณ์อนาคต ไปจนถึงการพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด รวมไปถึงจริยธรรมในการใช้งาน AI และ Machine Learning ด้วย 

 

  • Cybersecurity ผู้พิทักษ์ความปลอดภัยในโลกดิจิทัล 


เมื่อภัยคุกคามทางไซเบอร์เพิ่มมากขึ้น ความต้องการผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity ก็เพิ่มขึ้นตาม การป้องกันระบบและข้อมูลจากการโจมตีทางไซเบอร์เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ด้วยความหลากหลายของภัยคุกคามและการโจมตีที่มีความซับซ้อน ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity จะต้องดูแลระบบ มีความรู้ในการวิเคราะห์ความเสี่ยง สามารถใช้เครื่องมือการตรวจจับและปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ ทักษะนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ เพื่อรับมือกับการโจมตีทางไซเบอร์และปกป้องข้อมูลที่สำคัญ รวมถึงการจัดการระบบความปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าและองค์กร 

 

  • Cloud Computing รากฐานของธุรกิจดิจิทัล 


เป็นอีกหนึ่งทักษะที่มีความต้องการสูงในปี 2025 ทักษะด้านการพัฒนา Cloud-Native Applications กลายเป็นสิ่งจำเป็นในยุค Digital transformation องค์กรจํานวนมากกำลังเร่งปรับเปลี่ยนระบบไปสู่การใช้งานบนคลาวด์อย่างเต็มรูปแบบ เห็นได้จากการที่หลายๆบริษัทเริ่มเลือกใช้บริการ SaaS (Software as a service) กันมากขึ้น การมีความรู้ในระบบคลาวด์ต่างๆ เช่น AWS, Microsoft Azure และ Google Cloud Platform (GCP) ถือเป็นข้อได้เปรียบ โดยเฉพาะทักษะในการเอาชนะความท้าทายต่างๆ อย่างความปลอดภัยบนคลาวด์ การจัดการฐานข้อมูล และการพัฒนาและการดําเนินงาน 

 

  • DevOps มัคคุเทศก์แห่งการพัฒนา  


การผสานระหว่างการพัฒนาและการปฏิบัติการด้านไอทีได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาซอฟต์แวร์สมัยใหม่ ผู้เชี่ยวชาญด้าน DevOps ต้องมีความสามารถในการสร้างและจัดการระบบอัตโนมัติตั้งแต่การพัฒนาไปจนถึงการ Deploy เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาซอฟต์แวร์ ลดข้อขัดแย้งระหว่างทีมพัฒนาและทีมปฏิบัติการ ช่วยให้ซอฟต์แวร์ถูกนำส่งสู่ตลาดได้รวดเร็วขึ้น ดังนั้น Talent ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน DevOps จะต้องช่วยสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เน้นความร่วมมือและการทำงานอัตโนมัติให้องค์กรได้ดีขึ้น 

 

  • Data Engineering และ Big Data ผู้จัดการข้อมูลมหาศาล 


การใช้ข้อมูลขนาดใหญ่กลายเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจต่างๆ ทักษะความสามารถในการจัดการและจัดเก็บข้อมูลจำนวนมากเป็นความท้าทายสำคัญของทุกองค์กรอย่าง ผู้เชี่ยวชาญต้องเข้าใจกระบวนการสร้างและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลเพื่อรองรับข้อมูลที่เพิ่มขึ้น องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลต้องการมองหา Talent ที่มีทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อช่วยให้การตัดสินใจของธุรกิจแม่นยำขึ้น  

 

  • Quantum Computing อนาคตของการประมวลผล 


เป็นเทคโนโลยีการประมวลผลที่ทรงพลัง ด้วยความสามารถในการคำนวณที่เร็วกว่าคอมพิวเตอร์ปกติหลายล้านเท่า ทำให้งานที่ซับซ้อนอย่างการถอดรหัส หรือการจำลองระบบขนาดใหญ่เป็นไปได้ในเวลาที่รวดเร็ว การเข้าใจพื้นฐานของเทคโนโลยีนี้จะเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในโลกอนาคต ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ต้องเข้าใจทั้งหลักการพื้นฐานและการประยุกต์ใช้ เพื่อนำพาองค์กรก้าวสู่ยุคแห่งการประมวลผลขั้นสูง

 

  • Green IT นักสร้างสรรค์เทคโนโลยีสีเขียว 


ปัจจุบันความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกองค์กรต้องให้ความสำคัญแม้แต่บริษัทสาย Tech ก็ต้องหันมาตระหนักถึงเรื่องเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ประหยัดพลังงาน การจัดการ Data Center ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การออกแบบระบบที่ช่วยลดคาร์บอน รวมถึงการรีไซเคิลอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ทักษะนี้เป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดแรงงาน เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแล้ว ยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับโลกอีกด้วย 

 

นอกจากความเชี่ยวชาญทางเทคนิคแล้ว Soft Skills ก็เป็นทักษะสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในสายงาน IT ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารกับทีมและลูกค้า การทำงานร่วมกัน หรือการปรับตัวกับความท้าทายใหม่ ๆ การจะประสบความสำเร็จได้เริ่มจากการประเมินทักษะที่มีในปัจจุบัน ค้นหาช่องว่างที่ต้องพัฒนา และวางแผนพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องด้วย Certification ที่สอดคล้องกับเป้าหมายอาชีพ เพื่อสร้างโปรไฟล์ที่โดดเด่นและน่าเชื่อถือ 

 

การเพิ่มทักษะ (Up Skills) คือกุญแจสำคัญ!

ไม่ใช่แค่เพียงตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงาน แต่เป็นการเตรียมความพร้อมของทุกการเปลี่ยนแปลงในโลกดิจิทัล



สนใจสมัครงานกับ I AM Consulting  

02-026-3964  

E-mail: recruit@iamconsulting.co.th  

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1  


………………………………………………………..


Ref. ทักษะ IT ที่ตลาดงานต้องการในปี 2025

Master the future of work: Essential skills for tech professionals in 2025

 

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.