Clean Core แนวคิดใหม่ในยุคคลาวด์ ERP

SAP S/4HANA Cloud เป็นระบบ ERP ที่ทำงานบนคลาวด์ โดยให้ลูกค้าทุกคนใช้ซอฟต์แวร์พื้นฐานเดียวกันและรับการอัปเดตพร้อมกัน จึงทำให้ไม่สามารถปรับแต่งระบบได้เหมือนระบบ On-Premise  แบบเดิม แต่ SAP ก็ได้พัฒนาแนวทางใหม่ที่เรียกว่า ” Clean Core ” เพื่อแก้ไขปัญหานี้


Clean Core คืออะไร?


1. Core

Core หมายถึงแกนหลักของ SAP S/4HANA Cloud ที่ครอบคลุม:

  • Processes: กระบวนการต่าง ๆ ในระบบที่สนับสนุนการดำเนินงานแบบครบวงจร
  • Data: ข้อมูลในระบบ ทั้งข้อมูลการตั้งค่า ข้อมูลหลัก และข้อมูลธุรกรรม
  • Integration: การเชื่อมต่อระหว่าง SAP S/4HANA Cloud กับโซลูชันอื่น ๆ
  • Operations: กิจกรรมด้านการบำรุงรักษา เช่น การจัดการการอัปเกรด การมอนิเตอร์ และการจัดการสิทธิ์
  • Extensibility: การเพิ่มฟังก์ชันเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะขององค์กร ในกรณีที่ฟังก์ชันมาตรฐานไม่สามารถรองรับได้

2. Clean

Clean หมายถึงการรักษาระบบดั้งเดิมโดยใช้วิธีที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ระบบสอดคล้องกับมาตรฐานของคลาวด์

3. Clean Core

คือ แนวคิดและแนวทางในการทำให้ SAP S/4HANA Cloud มีความยืดหยุ่น ทันสมัย และปฏิบัติตามมาตรฐานของระบบคลาวด์ โดยเน้นที่การบูรณาการและการปรับแต่งอย่างเหมาะสม ส่งผลให้ระบบมีความเสถียร ต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO) ลดลง และง่ายต่อการบำรุงรักษา

ประโยชน์ของ Clean Core

  • อัปเกรดง่าย: การอัปเกรดเป็นไปอย่างราบรื่น
  • นวัตกรรมที่รวดเร็ว: สามารถใช้งานเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ทันที
  • เสถียรภาพของระบบ: รองรับความปลอดภัย ความต่อเนื่อง และความเสถียรของระบบ
  • ลดต้นทุนรวม (TCO): ใช้โครงสร้างพื้นฐานและใบอนุญาตอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การตรวจสอบที่สมบูรณ์แบบ: ระบบตรวจสอบได้ มีความโปร่งใสในทุกมิติ

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับ Clean Core Extensibility

  1. ไม่ปรับแต่งโค้ดหลัก หลีกเลี่ยงการแก้ไขโค้ดที่มาพร้อมกับระบบ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาในอนาคต
  2. กำจัดส่วนขยายที่ซ้ำซ้อน ตัดการปรับแต่งที่ทำซ้ำกับฟังก์ชันมาตรฐานและหลีกเลี่ยงการสร้างสำเนาโครงสร้าง
  3. ใช้ API ที่ได้รับการรับรองจาก SAP ใช้เฉพาะ API ที่ SAP อนุมัติ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถรองรับการอัปเกรดในอนาคต
  4. ใช้ความสามารถ In-App Extensibility อย่างเต็มที่ ใช้ฟังก์ชันการปรับแต่งในตัวระบบที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งาน (Key User) สามารถปรับแต่งระบบได้ง่าย
  5. สร้างแอปพลิเคชันเพิ่มเติมบน SAP Business Technology Platform ใช้บริการและความสามารถของ SAP Business Technology Platform (BTP) เพื่อพัฒนาโซลูชันที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะ
  6. ใช้ SAP Integration Suite ใช้ชุดเครื่องมือการเชื่อมต่อ (Integration) ที่ช่วยให้ระบบสามารถทำงานร่วมกับโซลูชันอื่นได้อย่างราบรื่น

หากองค์กรของคุณกำลังมองหาแนวทางปรับปรุงระบบ SAP S/4HANA Cloud ให้รองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิด Clean Core ที่ลดความซับซ้อนและเพิ่มความยืดหยุ่น ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาและโซลูชันที่เหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญได้เลย!

ปรึกษาเรื่องระบบ SAP ERP กับ I AM Consulting

I AM Consulting คือที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชันที่ตอบโจทย์

ติดต่อเรา:
โทรศัพท์: 02-026-3964
E-mail: info@iamconsulting.co.th
LINE@: http://bit.ly/3Eji6r1

Source : https://learning.sap.com/learning-journeys/practicing-clean-core-extensibility-for-sap-s-4hana-cloud/introducing-the-clean-core-approach_fcb6c662-7041-4c99-88bd-345636fae7f3

Document Wallet The Series น่าเชื่อถือ โปร่งใส ลดใช้กระดาษ

 

Document Wallet 

I AM Consulting จับมือ ETDA ผลักดัน โครงการ “Document Wallet และเอกสารรับรอง (Verifiable Credentials)” ออกมาตรฐานกลางในการทำงานร่วมกันระหว่าง Application กลไกการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร รวมถึงขั้นตอนการใช้งาน Document Wallet
.
พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
Tel : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
.
#IAMConsulting #ETDA
#DocumentWallet #Verifiable Credentials
#Papaerless #Solution
#CreateOurExcitingFuture

รู้จัก EZ Full Tax Request ระบบที่ให้ลูกค้าของคุณออก ใบกำกับภาษีเต็มรูป ด้วยตนเอง

สำหรับร้านค้าปลีก (Retail) การให้บริการที่รวดเร็วและสะดวกสบายถือเป็นหัวใจสำคัญ การออก ใบกำกับภาษีเต็มรูป (Full Tax Invoice) เป็นอีกหนึ่งบริการสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงโครงการ ช้อปดีมีคืน หรือ Easy e-Receipt ที่ลูกค้าสามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนภาษีได้ แต่การออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบเดิมอาจมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน
เพื่อช่วยให้การออกใบกำกับภาษีเต็มรูปเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว ” EZ Full Tax Request ” จึงได้ถูกพัฒนาขึ้นเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ธุรกิจในปัจจุบัน

 

EZ Full Tax Request คืออะไร?

 

EZ Full Tax Request คือระบบที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้ลูกค้าสามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดาย  โดยสแกน QR Code บนใบกำกับภาษีอย่างย่อที่ได้รับ หลังจากมีการซื้อสินค้า หรือการใช้บริการ ไม่ต้องผ่านกระบวนการซับซ้อนหรือรอให้พนักงานของบริษัทจัดการ สะดวกและลดเวลา ทั้งยังช่วยให้บริษัทมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการให้บริการ

 

จุดเด่นของ EZ Full Tax Request

 

  1. ใช้งานง่าย – ลูกค้าสามารถกรอกข้อมูลที่จำเป็นและออกใบกำกับภาษีได้ด้วยตัวเองผ่านช่องทางออนไลน์ด้วยมือถือหรือแท็บเล็ต โดยไม่ต้องมีความรู้ด้านบัญชีหรือภาษีที่ซับซ้อน
  2. ประหยัดเวลา – ลูกค้าสามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปได้ หลังจากที่ใบกำกับภาษีอย่างย่อส่งเข้ามาที่ระบบเรียบร้อย ลดเวลารอคอยในการทำธุรกรรม ซึ่งทำให้การบริการรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  3. ลดภาระงาน – ช่วยลดงานที่เกี่ยวข้องกับการออกใบกำกับภาษีสำหรับพนักงาน ทำให้พนักงานสามารถให้บริการลูกค้าในด้านอื่น ๆ ได้มากขึ้น
  4. เชื่อมต่อระบบอัตโนมัติ – EZ Full Tax Request สามารถเชื่อมต่อกับระบบ ERP และ POS ของบริษัทได้ ทำให้การจัดการข้อมูลเป็นไปอย่างราบรื่นและแม่นยำ
  5. เพิ่มประสบการณ์ลูกค้า – ลูกค้ารู้สึกถึงความสะดวกสบายและการบริการที่เป็นมิตร ซึ่งสามารถสร้างความพึงพอใจและความประทับใจได้มากขึ้น

 

ทำไมถึงควรเลือกใช้ EZ Full Tax Request?

 

ทีมงานของเรามีความเชี่ยวชาญลึกซึ้งในการพัฒนาและบริหารจัดการระบบ e-Tax ด้วยความเข้าใจรอบด้านในทั้งเทคโนโลยีและข้อกำหนดภาษี การันตีคุณภาพด้วยยอดส่งใบกำกับภาษีสู่กรมสรรพากรสูงสุดในประเทศไทย รวมกว่า 800 ล้านฉบับ+ 
เมื่อตัดสินใจใช้ระบบ e-Tax กับ EZTax พร้อมเสริมด้วย EZ Full Tax Request คุณจะได้รับโซลูชันการจัดการใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ครบวงจร ตอบโจทย์การทำงานอย่างสมบูรณ์

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ที่
Tel : 02-026-3964
E-mail : info@iamconsulting.co.th
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 
#ใบกำกับภาษี #ลดหย่อนภาษี #etax
#EasyEReceipt #eRefund 
#eTaxInvoice #eReceipt
#EZTax #EZTaxLite #IAMConsulting 
#CreateOurExcitingFuture
 

SAP Ariba ระบบเครือข่ายธุรกิจที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในโลก

ปัจจุบันการซื้อขายสินค้าออนไลน์กลายเป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว ผ่าน Marketplace แบรนด์ดังอย่าง Shopee และ Lazada ที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วสะดวกสบาย ไม่ใช่แค่ผู้บริโภคเท่านั้น สำหรับองค์กรที่ทำธุรกิจ ก็มี B2B Marketplace ที่ใหญ่ ทันสมัย และสะดวกสบายไม่แพ้กัน 


หากพูดถึง SAP ทุกคนคงนึกถึงผู้นำระบบ ERP โซลูชันที่ช่วยในการวางแผนและจัดการทรัพยากรในองค์กรกันใช่ไหม แต่รู้หรือไม่ว่า SAP ยังมี Marketplace ที่เป็นศูนย์รวมคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย!!! 

 

ทำความรู้จัก SAP Ariba ศูนย์รวมคู่ค้าที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในโลก 

SAP Ariba เรียกง่าย ๆ ก็คือ ตลาดกลางบนคลาวด์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจสมัยใหม่อย่างเต็มรูปแบบ เปรียบเสมือน B2B Marketplace ที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับการทำธุรกิจ รองรับผู้ค้าทุกขนาดด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลผู้ซื้อและผู้ขายทั่วโลกไว้ในเครือข่ายเดียวกัน สามารถซื้อขายได้ทุกที่ทุกเวลา จากอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิด (มือถือ, แท็บเลต เป็นต้น) ทำให้การจัดซื้อจัดหาสินค้าและบริการเป็นเรื่องที่ง่ายสะดวกและรวดเร็ว ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลสินค้าได้อย่างครบถ้วน สามารถติดตามสถานะคำสั่งซื้อ ตรวจสอบใบแจ้งหนี้ รวมถึงดำเนินการตามกระบวนการจัดซื้อได้อย่างอัตโนมัติ  


โดยในปัจจุบัน SAP Ariba มีผู้ใช้งานแล้วกว่า 5 ล้านราย มีเครือข่ายมากกว่า 1 ล้านบริษัท ครอบคลุมคู่ค้าถึง190 ประเทศ สกุลเงินกว่า 72 สกุล และรองรับระบบภาษีถึง 36 ประเทศ ซึ่งมีมูลค่าการออกใบสั่งซื้อมากกว่า 40 ล้านฉบับและมีการออกใบแจ้งหนี้ผ่านระบบมากกว่า 60 ล้านฉบับ รวมมีมูลค่าการซื้อขายประมาณ 460 พันล้านเหรียญสหรัฐ 

 

ประโยชน์ที่ผู้ซื้อจะได้รับจากการใช้ SAP Ariba

 

  • เข้าถึงแหล่งข้อมูลและผู้ขายที่หลากหลาย 


ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงเครือข่ายผู้ขายที่กว้างขวาง ช่วยให้ค้นหาสินค้าและบริการจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย และทำการเลือกซื้อได้ตามความต้องการอย่างสะดวกและรวดเร็ว 

  • เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดซื้อ 


ระบบอัตโนมัติของ SAP Ariba ช่วยให้การจัดซื้อเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดข้อผิดพลาดและความยุ่งยากในการจัดการคำสั่งซื้อ การจัดทำใบแจ้งหนี้ และการติดตามสถานะ ทำให้กระบวนการจัดซื้อรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น 

  • ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ไม่บานปลาย 


ด้วยเครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลและการจัดการที่มีประสิทธิภาพ SAP Ariba ช่วยให้ผู้ซื้อสามารถติดตามและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น วิเคราะห์ค่าใช้จ่ายและตัดสินใจซื้อได้อย่างครบถ้วน 

  • สร้าง Connection อย่างไร้ขีดจำกัด 


SAP Ariba ช่วยให้การสื่อสารและการทำธุรกรรมกับผู้ขายเป็นไปอย่างราบรื่น เพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินการ ช่วยให้การจัดการกับผู้ขายมีประสิทธิภาพมากขึ้น สร้างความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว

 

ประโยชน์ที่ผู้ขาย-ผู้ให้บริการจะได้รับจากการใช้ SAP Ariba

 

  • เพิ่มโอกาสในการค้นหาผู้ซื้อที่พร้อมจะซื้อ 


SAP Ariba ช่วยเชื่อมต่อผู้ขายกับผู้ซื้อที่มีความสนใจในสินค้าหรือบริการของคุณ สามารถเพิ่มโอกาสในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

  • เร่งรอบ Sales Cycle ปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว


ด้วยระบบที่มีความคล่องตัวและการทำงานแบบอัตโนมัติ SAP Ariba ช่วยให้กระบวนการขายรวดเร็วขึ้น ทำให้รอบ Sales Cycle สั้นลง และทำให้ธุรกิจสามารถปิดดีลได้อย่างรวดเร็ว 

  • รักษาความสัมพันธ์ของลูกค้าอย่างยั่งยืน 


SAP Ariba มีฟังชันก์การประเมินคู่ค้าที่โปร่งใส ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างยั่งยืน เพิ่มความพึงพอใจและความไว้วางใจจากลูกค้า ทำให้ธุรกิจสามารถตอบสนองต่อความต้องการได้อย่างตรงจุดและมีคุณภาพ 

  • วางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ 


สามารถติดตามและคาดการณ์ช่วงเวลาในการรับเงินค่าสินค้าและบริการได้อย่างแม่นยำ ซึ่งช่วยในการวางแผนการเงินและการจัดการเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพ 

 

SAP Ariba ไม่ได้แค่เพิ่มความสะดวกสบายในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างขององค์กรเท่านั้น แต่ยังช่วยให้การบริหารจัดการด้านค่าใช้จ่ายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจ ทำให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล 

 

พร้อมหรือยัง! ที่จะพลิกโฉมกระบวนการจัดซื้อขององค์กรด้วย SAP Ariba กับ I AM Consulting 

 

ไม่ว่าคุณจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ I AM Consulting พร้อมให้คำปรึกษาที่ดีที่สุด ด้วย IT โซลูชันที่หลากหลาย พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล ติดต่อเราวันนี้ เพื่อปรับกระบวนการจัดซื้อของคุณให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ  

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้ 

โทรศัพท์ : 02-026-3964  
E-mail : info@iamconsulting.co.th  
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1 

 

IT Talent Trends 2025 เจาะเทรนด์ไอที สิ่งที่ผู้สมัครต้องมี องค์กรต้องการ

เดินทางมาถึงช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2024 ทุกคนคิดว่า Skills ปีหน้าจะมีอะไรใหม่ ๆ มาให้ UP กันบ้าง? 

 

วงการไอทีได้ก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ ท่ามกลางการเติบโตของเทคโนโลยีและรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปทั่วโลก การสรรหาและบริหารคนต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไป 


หนึ่งในสายงานที่ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด คงจะเป็นสายไหนไปไม่ได้ นอกจาก สายงานด้าน IT ท่ามกลางแรงกดดันในการปรับตัว ผู้สมัครต้องเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ และพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตทางสายอาชีพ ในขณะที่องค์กรก็ต้องเข้าใจและปรับตัวให้ทันเทรนด์การทำงานใหม่ เพื่อดึงดูดและบริหารคนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การมองเห็นภาพอนาคตของวงการไอทีในปี 2025 จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายก้าวทันการเปลี่ยนแปลงและพร้อมเข้าสู่ความสำเร็จในยุคดิจิทัล 

 

เมื่อโลกดิจิทัลไม่เคยหยุดนิ่ง ผู้สมัครต้องชิงเพิ่มทักษะ! 

 

 

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทำให้การพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดของทุกสายอาชีพ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในวงการไอที หรือกำลังมองหาโอกาสในการก้าวเข้าสู่วงการนี้ การติดตามเทรนด์เทคโนโลยีที่กำลังมาแรงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ใครสามารถปรับตัวได้ก่อน เรียนรู้ได้เร็วกว่า หรือมีทักษะที่เตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงนี้ ย่อมมีโอกาสก้าวหน้าในสายอาชีพ การมีทักษะที่หลากหลายและทันสมัยจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้ตัวเองในตลาดแรงงาน ทั้งความเชี่ยวชาญทางเทคนิค (Hard Skills) และทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Soft Skills) เพื่อสร้างความโดดเด่นในโปรไฟล์และเป็นที่ต้องการขององค์กร ในโลกเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุดนิ่ง การลงทุนกับการพัฒนาตนเองจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในยุคดิจิทัล

 

  • AI และ Machine Learning (ML) ผู้นำการเปลี่ยนแปลงธุรกิจ 


หนึ่งในทักษะที่โดดเด่นที่สุดและเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในปี 2025 คือ เทคโนโลยี AI และ Machine Learning ที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกอุตสาหกรรม ไม่ได้จำกัดเพียงแค่การเขียนโค้ดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสามารถในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการแก้ปัญหาทางธุรกิจที่ซับซ้อน หลายองค์กรจึงมองหาผู้เชี่ยวชาญที่สามารถนำ AI และ ML มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน เพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า การคาดการณ์อนาคต ไปจนถึงการพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด รวมไปถึงจริยธรรมในการใช้งาน AI และ Machine Learning ด้วย 

 

  • Cybersecurity ผู้พิทักษ์ความปลอดภัยในโลกดิจิทัล 


เมื่อภัยคุกคามทางไซเบอร์เพิ่มมากขึ้น ความต้องการผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity ก็เพิ่มขึ้นตาม การป้องกันระบบและข้อมูลจากการโจมตีทางไซเบอร์เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ด้วยความหลากหลายของภัยคุกคามและการโจมตีที่มีความซับซ้อน ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity จะต้องดูแลระบบ มีความรู้ในการวิเคราะห์ความเสี่ยง สามารถใช้เครื่องมือการตรวจจับและปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ ทักษะนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ เพื่อรับมือกับการโจมตีทางไซเบอร์และปกป้องข้อมูลที่สำคัญ รวมถึงการจัดการระบบความปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าและองค์กร 

 

  • Cloud Computing รากฐานของธุรกิจดิจิทัล 


เป็นอีกหนึ่งทักษะที่มีความต้องการสูงในปี 2025 ทักษะด้านการพัฒนา Cloud-Native Applications กลายเป็นสิ่งจำเป็นในยุค Digital transformation องค์กรจํานวนมากกำลังเร่งปรับเปลี่ยนระบบไปสู่การใช้งานบนคลาวด์อย่างเต็มรูปแบบ เห็นได้จากการที่หลายๆบริษัทเริ่มเลือกใช้บริการ SaaS (Software as a service) กันมากขึ้น การมีความรู้ในระบบคลาวด์ต่างๆ เช่น AWS, Microsoft Azure และ Google Cloud Platform (GCP) ถือเป็นข้อได้เปรียบ โดยเฉพาะทักษะในการเอาชนะความท้าทายต่างๆ อย่างความปลอดภัยบนคลาวด์ การจัดการฐานข้อมูล และการพัฒนาและการดําเนินงาน 

 

  • DevOps มัคคุเทศก์แห่งการพัฒนา  


การผสานระหว่างการพัฒนาและการปฏิบัติการด้านไอทีได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาซอฟต์แวร์สมัยใหม่ ผู้เชี่ยวชาญด้าน DevOps ต้องมีความสามารถในการสร้างและจัดการระบบอัตโนมัติตั้งแต่การพัฒนาไปจนถึงการ Deploy เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาซอฟต์แวร์ ลดข้อขัดแย้งระหว่างทีมพัฒนาและทีมปฏิบัติการ ช่วยให้ซอฟต์แวร์ถูกนำส่งสู่ตลาดได้รวดเร็วขึ้น ดังนั้น Talent ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน DevOps จะต้องช่วยสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เน้นความร่วมมือและการทำงานอัตโนมัติให้องค์กรได้ดีขึ้น 

 

  • Data Engineering และ Big Data ผู้จัดการข้อมูลมหาศาล 


การใช้ข้อมูลขนาดใหญ่กลายเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจต่างๆ ทักษะความสามารถในการจัดการและจัดเก็บข้อมูลจำนวนมากเป็นความท้าทายสำคัญของทุกองค์กรอย่าง ผู้เชี่ยวชาญต้องเข้าใจกระบวนการสร้างและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลเพื่อรองรับข้อมูลที่เพิ่มขึ้น องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลต้องการมองหา Talent ที่มีทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อช่วยให้การตัดสินใจของธุรกิจแม่นยำขึ้น  

 

  • Quantum Computing อนาคตของการประมวลผล 


เป็นเทคโนโลยีการประมวลผลที่ทรงพลัง ด้วยความสามารถในการคำนวณที่เร็วกว่าคอมพิวเตอร์ปกติหลายล้านเท่า ทำให้งานที่ซับซ้อนอย่างการถอดรหัส หรือการจำลองระบบขนาดใหญ่เป็นไปได้ในเวลาที่รวดเร็ว การเข้าใจพื้นฐานของเทคโนโลยีนี้จะเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในโลกอนาคต ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ต้องเข้าใจทั้งหลักการพื้นฐานและการประยุกต์ใช้ เพื่อนำพาองค์กรก้าวสู่ยุคแห่งการประมวลผลขั้นสูง

 

  • Green IT นักสร้างสรรค์เทคโนโลยีสีเขียว 


ปัจจุบันความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกองค์กรต้องให้ความสำคัญแม้แต่บริษัทสาย Tech ก็ต้องหันมาตระหนักถึงเรื่องเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ประหยัดพลังงาน การจัดการ Data Center ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การออกแบบระบบที่ช่วยลดคาร์บอน รวมถึงการรีไซเคิลอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ทักษะนี้เป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดแรงงาน เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแล้ว ยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับโลกอีกด้วย 

 

นอกจากความเชี่ยวชาญทางเทคนิคแล้ว Soft Skills ก็เป็นทักษะสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในสายงาน IT ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารกับทีมและลูกค้า การทำงานร่วมกัน หรือการปรับตัวกับความท้าทายใหม่ ๆ การจะประสบความสำเร็จได้เริ่มจากการประเมินทักษะที่มีในปัจจุบัน ค้นหาช่องว่างที่ต้องพัฒนา และวางแผนพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องด้วย Certification ที่สอดคล้องกับเป้าหมายอาชีพ เพื่อสร้างโปรไฟล์ที่โดดเด่นและน่าเชื่อถือ 

 

การเพิ่มทักษะ (Up Skills) คือกุญแจสำคัญ!

ไม่ใช่แค่เพียงตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงาน แต่เป็นการเตรียมความพร้อมของทุกการเปลี่ยนแปลงในโลกดิจิทัล



สนใจสมัครงานกับ I AM Consulting  

02-026-3964  

E-mail: recruit@iamconsulting.co.th  

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1  


………………………………………………………..


Ref. ทักษะ IT ที่ตลาดงานต้องการในปี 2025

Master the future of work: Essential skills for tech professionals in 2025

 

ปลายปีกับ ความท้าทาย ในการ ประเมิน ผล งาน ประจำปี สู่โอกาสในการพัฒนา ด้วย SAP SuccessFactors

เหนื่อยไหม? กับการประเมินผลงานปลายปีที่… 

 

 

ข้อมูลกระจัดกระจาย มองเห็นประสิทธิภาพและการพัฒนาของทีมได้ยาก 

ไม่มีหลักฐานชัดเจน  ไม่มีความโปร่งใส ความเป็นธรรมในการประเมินลดลง 

เกณฑ์การประเมินคลุมเครือ การประเมินไม่ครอบคลุม ขาดความแม่นยำ และวัดผลไม่ได้ 

ความยุติธรรมถูกตั้งคำถาม มาตรฐานและความสมดุลระหว่างผลงานและการให้คะแนนไม่ชัดเจน 

                                                                                              

ช่วงปลายปีเป็นเวลาที่ผู้บริหารและฝ่าย HR ต้องเผชิญกับความท้าทายอีกครั้ง การประเมินผลงานประจำปี เป็นช่วงเวลาที่ทำให้หลายคนรู้สึกเหมือนกำลังถูกพิพากษาชี้ชะตาว่า เราจะได้ไปต่อ หรือพอแค่นี้ ได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง ขึ้นเงินเดือน หรือต้องเปลี่ยนเส้นทางสายอาชีพใหม่ 


หลายคนอาจมองว่านี่คือช่วงเวลาแห่งความกดดัน ทั้งพนักงานที่รอลุ้นผลการประเมิน หวั่นใจกับความยุติธรรมของการประเมินแต่ละครั้ง หรือผู้บริหารที่ต้องแบกรับความรับผิดชอบในการรวบรวมข้อมูลจำนวนมาก เพื่อตัดสินอนาคตของทีมงาน ความท้าทายไม่ได้อยู่แค่ตัวเลขผลงาน แต่รวมถึงการสื่อสารที่ต้องชัดเจน เที่ยงตรง และรักษาความสัมพันธ์อันดีในทีมอีกด้วย 


ความตึงเครียดและความกังวลในช่วงเวลานี้ เป็นเรื่องแทบจะปกติเลยก็ว่าได้ เพราะการประเมินผลงาน แบบเดิมมักเผชิญกับปัญหาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการขาดหลักฐานสนับสนุนผลงานที่ชัดเจน การลืมผลงานสำคัญในช่วงต้นปี ความไม่สอดคล้องของเกณฑ์การประเมินระหว่างแผนก หรือแม้แต่อคติที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อขวัญกำลังใจของพนักงานและประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรทั้งสิ้น ซึ่งหากรู้วิธีรับมือและใช้เครื่องมือประเมินผลงานอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งใดในองค์กร การประเมินผลงานประจำปี ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอีกต่อไป…. 

 

SAP SuccessFactors ระบบประเมินผลที่เข้าใจคนทำงานยุคใหม่!

 

  

 

ความลำเอียงโดยไม่รู้ตัวหรืออคติที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ (Unconscious Bias) เป็นความท้าทายในการบริหารคน ปัจจัยสำคัญในการสร้างทีมที่แข็งแกร่ง มาจากการตั้งเป้าหมายรายบุคคลให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร ทำให้ผลการประเมินมีความแม่นยำ เป็นกลางและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย  


หนึ่งในเครื่องมือที่หลายองค์กรชั้นนำระดับโลกเลือกใช้ อย่าง SuccessFactors จาก SAP ระบบบริหารทรัพยากรบุคคลที่ให้บริการในรูปแบบ Cloud-based application เป็นโซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การประเมินผลงานยุคใหม่ ด้วยการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งมารวมในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายของพนักงาน การพัฒนาทักษะ การปรับตัว และการมีส่วนร่วมภายในทีม ทำให้การประเมินแต่ละครั้งมีหลักฐานชัดเจน โปร่งใส เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ช่วยให้ทั้งผู้ประเมินและผู้ถูกประเมิน ลดความกังวลและสามารถสร้างบทสนทนาที่สร้างสรรค์ระหว่างกันและกันด้วยความจริงใจ 


นอกจากนี้ SAP SuccessFactors ยังช่วยให้การติดตามผลงานของพนักงานเป็นเรื่องง่าย พนักงานทุกระดับสามารถบันทึกผลงานและความสำเร็จที่เกิดขึ้นได้ทันที ไม่ต้องกังวลว่าจะลืมผลงานสำคัญในช่วงเวลาต่าง ๆ ช่วยให้การกำหนดเป้าหมายและ KPI มีความชัดเจน สอดคล้องกับทิศทางองค์กร พร้อมสนับสนุนการพัฒนาทักษะพนักงาน ด้วยการค้นหาจุดแข็งและโอกาสในการพัฒนาความรู้ความสามารถ เพื่อวางแผนการพัฒนาเฉพาะบุคคลที่เชื่อมโยงกับเส้นทางสายอาชีพ และสามารถติดตามความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่อง  


SAP SuccessFactors จึงไม่ได้เพียงแค่เพิ่มความแม่นยำในการประเมินผลงาน แต่ยังช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นภาพรวมของทีมได้ชัดเจนและครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะการระบุกลุ่มพนักงาน Top Performers และ High Potentials ที่มีความสำคัญต่อองค์กรในอนาคต ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ช่วยให้องค์กรสามารถการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่ง เกิดวัฒนธรรมการพัฒนาแบบสร้างสรรค์ สร้างแรงจูงใจ ความผูกพัน สร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีและส่งเสริมการเติบโตของทุกคน ทำให้การตัดสินใจด้านบุคลากรอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ไม่ใช่แค่ความรู้สึกส่วนตัวอีกต่อไป! 


เมื่อถึงช่วงเวลาประเมินผลงานปลายปีครั้งต่อไป ผู้ประเมินและผู้ถูกประเมินจะหมดความกังวล เพราะทุกคนในองค์กรเข้าใจว่าว่าการประเมินผลงานไม่ใช่การตัดสินผลงานในอดีตที่เกิดขึ้นเพียงปีละครั้ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาตนเองในทุก ๆ วันที่ทุกคนตั้งตารอ เมื่อมีเครื่องมือที่เหมาะสมและกระบวนการที่เป็นธรรม การประเมินผลงานจะกลายเป็นโอกาสในการเติบโตทั้งตัวพนักงานเองและองค์กรได้อีกด้วย 

 

พร้อมหรือยังที่จะเปลี่ยนการประเมินผลงานปลายปีครั้งนี้ ให้เป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับทุกคนในองค์กร? 

 

 

ปรึกษาเรื่องระบบ SAP SuccessFactors กับ I AM Consulting    

I AM Consulting ไม่ใช่เพียงผู้พัฒนาระบบ SAP SuccessFactors แต่เรามีประสบการณ์ในการปรับกระบวนการทำงานทั้งด้าน HRM และ HRD ให้กับองค์กรชั้นนำต่าง ๆ มากมาย เราสามารถให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณไปสู่การทำงานแบบดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถของพนักงานไปกับ ระบบ HR ที่ครอบคลุม ยืดหยุ่น และตอบโจทย์การใช้งาน ด้วยจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศ พร้อมสนับสนุนให้องค์กรของคุณสามารถนำเทคโนโลยีมาช่วยให้การดำเนินธุรกิจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  

  

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้  

โทรศัพท์ : 02-026-3964  

E-mail: info@iamconsulting.co.th  

LINE@: http://bit.ly/3Eji6r1 

MOVE to RISE ก้าวไปกับ Journey Map ที่ใช่ สู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล

RISE with SAP เป็นโซลูชันที่ช่วยองค์กรต่าง ๆ ในการก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล ด้วยการยกระดับระบบ ERP และปรับปรุงกระบวนการทำงานให้เหมาะสมกับอนาคต การ MOVE to RISE นั้นเกี่ยวโยงกับกระบวนการทำงานทั้งหมดในองค์กรจึงต้องมีการวางแผนอย่างละเอียดรอบคอบ I AM Consulting จะขอพูดถึง journey map ที่ชัดเจน เพื่อช่วยให้องค์กรของคุณพร้อมในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้!

Journey Map


0. Information Preparation: การเตรียมข้อมูลเบื้องต้น
ขั้นตอนแรกคือการรวบรวมข้อมูลและประเมินความพร้อมขององค์กรก่อนที่จะเริ่มการย้ายไป RISE เครื่องมือสำคัญที่สามารถช่วยในขั้นตอนนี้คือ:


•    SAP Signavio Process Insight: เครื่องมืออัตโนมัติที่ช่วยในการวิเคราะห์กระบวนการทำงานในปัจจุบันและชี้ให้เห็นปัญหาหรือโอกาสในการปรับปรุง
•    S/4HANA Readiness Check: เครื่องมือวิเคราะห์ความพร้อมของระบบที่ใช้อยู่ โดยจะช่วยให้เห็นปัญหาทางเทคนิคและการปรับปรุงที่จำเป็นก่อนการย้ายไป S/4HANA การเตรียมข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีภาพรวมที่ชัดเจนในการเริ่มต้น และช่วยลดความเสี่ยงในกระบวนการย้ายระบบ


1. Understand Business Needs: เข้าใจความต้องการของธุรกิจ
การทำความเข้าใจกับความต้องการของธุรกิจและระบบที่ใช้อยู่เป็นขั้นตอนสำคัญ ซึ่งประกอบด้วย:


•    รวบรวมปัญหาหรือข้อจำกัดในระบบปัจจุบัน เช่น ความล่าช้า, การขาดประสิทธิภาพ หรือการทำงานที่ไม่เชื่อมต่อกัน
•    การกำหนดขอบเขตของธุรกิจใหม่หรือปรับลำดับความสำคัญของธุรกิจตามกลยุทธ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
•    การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางเทคนิคปัจจุบันและแผนระยะยาว ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้สามารถระบุและจัดลำดับความสำคัญของปัญหาที่ต้องการแก้ไขได้อย่างชัดเจน


2. Solution Mapping: การจับคู่โซลูชัน
หลังจากที่เข้าใจความต้องการของธุรกิจแล้ว การกำหนดโซลูชันที่เหมาะสมกับองค์กรเป็นขั้นตอนต่อมา ซึ่งต้องทำการสรุปและจัดลำดับความสำคัญของโซลูชันที่รองรับความต้องการของธุรกิจอย่างตรงจุด ทั้งในด้านกระบวนการและโครงสร้างเทคโนโลยี การทำ Solution Mapping จะช่วยให้องค์กรสามารถเลือกฟังก์ชันหรือโมดูลต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับธุรกิจ และสามารถรองรับการขยายตัวในอนาคตได้


3. Define Implementation Approach: กำหนดแนวทางการดำเนินการ
การเลือกแนวทางการดำเนินการที่เหมาะสมในการย้ายระบบเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก โดยมีแนวทางหลัก 3 รูปแบบ:

•    New Implementation (Greenfield): การเริ่มต้นการติดตั้งระบบใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานและข้อมูลตั้งแต่ต้น ข้อมูลที่จะย้ายขึ้นสู่ระบบใหม่ จะเป็นเฉพาะข้อมูลคงค้าง (Outstanding) เท่านั้น รวมถึงสามารถใช้ Innovation ใหม่ๆจากระบบ SAP S/4HANA ได้แบบเต็มประสิทธิภาพ
•    System Conversion (Brownfield): การย้ายข้อมูลจากระบบเดิมไปสู่ SAP S/4HANA โดยตรง โดยใช้กระบวนการทำงานในรูปแบบเดียวกับระบบเดิม และสามารถใช้ Innovation ใหม่ๆจากระบบ SAP S/4HANA ได้
•    Selective Transition (Bluefield): การรวมข้อดีของทั้งสองแนวทาง โดยเลือกย้ายเฉพาะส่วนที่จำเป็นในการปรับปรุง การเลือกแนวทางที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสถานะและเป้าหมายทางธุรกิจขององค์กร รวมถึงการประเมินทรัพยากรและเวลาในการดำเนินการ


4. Finalize Your Journey: สรุปเส้นทางและเตรียมความพร้อม
ในขั้นตอนสุดท้าย การเตรียมความพร้อมและสรุปแนวทางการดำเนินการเป็นสิ่งสำคัญ โดยมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ:


•    ROI (Return on Investment): คำนวณผลตอบแทนจากการลงทุน โดยใช้สูตร ROI = ประโยชน์ทางธุรกิจ – ต้นทุนรวมของการเป็นเจ้าของ (TCO)
•    Finalize Implementation Approach and Plan: สรุปและยืนยันแนวทางการดำเนินการและแผนการย้ายระบบอย่างเป็นทางการ เพื่อให้พร้อมสำหรับการ MOVE to RISE ได้ทันที


การ MOVE to RISE ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงระบบซอฟต์แวร์ แต่มันคือการปรับเปลี่ยนกระบวนการทางธุรกิจ ปัจจุบันมีเครื่องมือใหม่ชื่อว่า SAP Signavio  ด้วยหลักการ Fast Time to Insight , Fast Time to Adapt ระบบจะช่วยดึงข้อมูลจากระบบมาวิเคราะห์กระบวนการทำงานเดิม แล้วแนะนำ Business Process ใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยลดเวลาในการวิเคราะห์ และการทำ Workshop หรือ สัมภาษณ์กระบวนการทำงานของพนักงานในองค์กร


ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ การเลือกทีมที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือนับเป็นหัวใจสำคัญ


ทีมที่ปรึกษาที่ดีจะมีความเชี่ยวชาญรอบด้าน รู้จักเครื่องมือที่ทันสมัย ช่วยวางแผนและดำเนินการให้สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจ พร้อมให้คำแนะนำและการสนับสนุนในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวิเคราะห์ การออกแบบ ไปจนถึงการติดตั้งและการดูแลหลังการย้ายระบบ


การมีทีมงานมืออาชีพที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตั้งแต่ต้นจนจบและหลังส่งมอบโครงการ ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยง แต่ยังช่วยให้ธุรกิจของคุณเปลี่ยนแปลงสู่ SAP ได้อย่างราบรื่น อุ่นใจและเกิดผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่สุด

 

ปรึกษาเรื่องระบบ SAP ERP กับ I AM Consulting 

I AM Consulting คือที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 

SBPA เปลี่ยนการทำงานของคุณให้เป็นอัตโนมัติง่ายๆ… ด้วยปลายนิ้ว

ในแต่ละวันพนักงานส่วนใหญ่ต้องเสียเวลาไปกับการทำงานที่เป็น Routine ลักษณะแบบเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทำให้พนักงานไม่สามารถให้เวลากับงานที่สำคัญกว่า และสามารถเพิ่มคุณค่าให้กับตนเองและองค์กรได้ ยิ่งไปกว่านั้นผู้บริหารอาจพลาดโอกาสในการปรับเปลี่ยน (Transform) องค์กรให้ก้าวไปข้างหน้า เพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ 

 

SBPA คืออะไร? 


SBPA หรือ SAP Build Process Automation เป็นเครื่องมือที่เกิดจากการผสานการทำงานระหว่าง RPA (Robotic Process Automation) Workflow Management และ AI (Artificial Intelligence) เข้าไว้ด้วยกัน ช่วยให้องค์กรสามารถเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้เป็นอัตโนมัติแค่ drag-and-drop โดยไม่ต้องเขียนโค้ดให้ยุ่งยาก (Low-Code / No-Code) ง่ายต่อการเรียนรู้ เหมาะกับพนักงานทุกระดับ แม้ไม่ใช่สายเทคนิคโดยตรง 

 

ก้าวข้าม RPA สู่ SBPA – จาก Robot ทำงานตามคำสั่ง สู่การรวมตัวต่อยอดกระบวนการทำงานอัจฉริยะ 

 

 


RPA (Robotic Process Automation) 


อย่างที่หลายคนรู้กันว่า RPA (Robotic Process Automation) เป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยให้องค์กรสามารถสร้างโปรแกรมหุ่นยนต์อัตโนมัติ หรือ Robot ขึ้นมาทำงานตาม Pattern ที่ถูกกำหนดไว้ สามารถเลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์ในการทำงานซ้ำๆ แบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องพึ่งพาการทำงานของมนุษย์ในงาน Routine ปริมาณมากที่มีความซ้ำซ้อน  เช่น การคัดลอกข้อมูล การป้อนข้อมูล หรือการส่งอีเมลตอบกลับลูกค้า 

Workflow management 


ผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยน ปรับแต่งและจัดการกระบวนการทำงานได้อย่างง่ายดาย ด้วยฟังก์ชัน drag-and-drop ที่ทำให้คุณสร้างแบบฟอร์มและกำหนดกระบวนการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วตามความต้องการขององค์กร ลดเวลาในการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการ มีความคล่องตัวในการทำงาน และช่วยให้พนักงานสามารถโฟกัสกับงานที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น 

Embedded AI (Artificial Intelligence) 


เข้าถึงความสามารถของเทคโนโลยี AI ได้ทั้ง Machine Learning (ML), Natural Language Processing (NLP), และ Computer Vision ที่เข้ามาช่วยให้การประมวลผลเอกสารอัจฉริยะ สามารถเรียนรู้ข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และเข้าใจภาษาของมนุษย์ได้ดียิ่งขึ้น สามารถอ่านข้อมูลจากเอกสารที่ไม่มีรูปแบบตายตัวได้ เช่น การแปลงข้อมูลจากรูปภาพ ให้กลายเป็นข้อความ (Optical Character Recognition) ช่วยให้การทำงานสะดวก รวดเร็ว พร้อมยกระดับความแม่นยำและประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูล 

 

อัปเกรดเป็น SBPA เพื่อเพิ่มความสามารถทางธุรกิจ 

  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: การนำกระบวนการอัตโนมัติเข้ามาช่วยจัดการขั้นตอนต่างๆ ทำให้งานที่เคยยุ่งยากและใช้เวลานานกลายเป็นเรื่องง่ายและมีความลื่นไหลมากขึ้น พนักงานจึงสามารถโฟกัสกับงานที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์และงานเชิงกลยุทธ์ได้ดียิ่งขึ้น 


  • ลดต้นทุน: การทำงานแบบอัตโนมัติช่วยลดเวลาการทำงานที่ไม่จำเป็น และลดต้นทุนในการใช้ทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในองค์กรลดลงอย่างเห็นได้ชัด 


  • มอบประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงานและลูกค้า: เมื่อพนักงานสามารถให้เวลากับงานที่เพิ่มคุณค่า จึงเกิดการพัฒนาตนเอง สร้างความพึงพอใจในหน้าที่การงาน ในขณะเดียวกันระบบการทำงานอัตโนมัติสามารถช่วยลดข้อผิดพลาดในขั้นตอนการทำงาน ส่งผลให้ข้อมูลต่างๆมีความถูกต้อง สามารถตอบสนองลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ  ทำให้ลูกค้าได้รับการบริการที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 


 

ปรึกษาเรื่อง RPA กับ I AM Consulting 


I AM Consulting ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่คอยซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้ 


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้ 
โทรศัพท์ : 02-026-3964  
E-mail : info@iamconsulting.co.th  
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1 
 

 

ทำไม EZTax และ EZTax Lite ต้อง on AWS Cloud

หลายคนจะรู้จัก I AM ในฐานะพาร์ทเนอร์ของ SAP ซอฟต์แวร์ ERP ชั้นนำระดับโลก เราได้รับความไว้วางใจเป็นที่ปรึกษาองค์กรมาแล้วครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจ แต่รู้หรือไม่ว่า I AM ได้พัฒนาระบบภาษีดิจิทัลของเราเองที่ชื่อ EZTax ซึ่งเราเป็น Service Provider รายแรก ๆ ของไทย นับจนถึงวันนี้ เราคือผู้ให้บริการ e-Tax อันดับ 1 ของไทยที่มียอดนำส่งใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งให้กรมสรรพากรแล้วมากกว่า 700 ล้าน ฉบับ ด้วยข้อมูลและจำนวนธุรกรรมของลูกค้าที่มีมากมายมหาศาลในแต่ละเดือน ทำให้ I AM พิถีพิถันในการเลือกผู้ให้บริการ Cloud Computing และนี่คือเหตุผลที่ทำไม EZTax ต้อง on AWS Cloud

  • โครงสร้างที่แข็งแกร่งและมั่นคง

AWS ที่มีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและมั่นคง มี Data Center อยู่ทั่วทุกมุมโลกทำให้การรับส่งข้อมูลเป็นไปอย่างลื่นไหล ระบบสามารถประมวลผลได้รวดเร็ว ไม่หน่วง และมีความเสถียรอยู่ตลอดเวลา ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างฉับไว ไม่ติดขัด

  • มีบริการที่ครอบคลุมและครบวงจร

AWS มีบริการที่หลากหลายและครอบคลุมตั้งแต่การประมวลผล การจัดเก็บข้อมูล ฐานข้อมูล ไปจนถึงเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ เช่น AI Machine Learning , IoT, Media และการพัฒนาแอพพลิเคชัน ซึ่งช่วยให้ทีมสามารถพัฒนาระบบ EZTax ได้อย่างรวดเร็วและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างทันท่วงที

  • มีความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือในระดับสูง

I AM ในฐานะผู้นำด้านที่ปรึกษาไอทีและระบบ e-Tax การรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญมากที่สุด AWS ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลมากมาย ได้แก่ PCI-DSS, HIPAA/HITECH, FedRAMP, GDPR, FIPS 140-2, และ NIST 800-171 ซึ่งช่วยให้เราสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยได้อย่างครบถ้วน


ปัจจุบัน ระบบ EZTax by I AM Consulting ได้ผลตอบรับดีมาก ยิ่งตอกย้ำความสำเร็จของการเป็นผู้นำด้านการให้บริการให้คำปรึกษาและนำส่งภาษี e-Tax ด้วยการเปิดตัวระบบ EZTax Lite เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้ประกอบการ เน้นความคุ้มค่าและการใช้งานง่าย เพื่อองค์กรขนาดกลางโดยเฉพาะ แต่ยังคงความน่าเชื่อถือและการให้บริการในการติดตั้งระบบและการบริการหลังการขายที่ดี ที่สำคัญยังเก็บข้อมูลบน AWS Cloud ที่ได้มาตรฐานสากลที่ทั่วโลกไว้วางใจอีกด้วย


หากองค์กรของคุณยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับระบบ e-Tax อย่าลังเลที่จะติดต่อเรา เพราะเราคือตัวจริงเรื่อง e-Tax ไอแอม คอนซัลติ้ง พร้อมจะเป็นพาร์ทเนอร์ที่จะร่วมเดินทางไปกับคุณตลอดการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล


EZTax อันดับ #1 ของไทย ขวัญใจทุกองค์กรชั้นนำ


สนใจติดต่อ-สอบถามได้ที่

Website : https://www.iamconsulting.co.th/product/eztaxlite

Tel : 02-026-3964

E-mail : info@iamconsulting.co.th

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

เจาะลึกพลังแห่งนวัตกรรมขององค์กรยุคใหม่ SAP Business Technology Platform (BTP)

ในยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยข้อมูลมหาศาล หากต้องการจัดการกับข้อมูลเหล่านั้นให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ถึงเวลาแล้วที่จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงาน I AM Consulting ขอเชิญชวนมาก้าวทันโลกแห่งนวัตกรรม ด้วยการเรียนรู้เทคโนโลยีล้ำสมัยที่จะพลิกโฉมการทำงานของคุณได้ในบทความนี้ SAP Business Technology Platform (BTP)

 

SAP BTP คืออะไร ?

 

SAP BTP ย่อมาจาก SAP Business Technology Platform คือ เครื่องมือที่รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว ทั้งข้อมูล การวิเคราะห์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การพัฒนาแอปพลิเคชัน ระบบอัตโนมัติ และการเชื่อมต่อระบบต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ออกแบบมาเพื่อใช้กับแอปพลิเคชัน SAP บนคลาวด์โดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจให้ทันสมัย สะดวกสบาย ใช้เวลาทำงานน้อยลงแต่ได้ประสิทธิภาพสูงขึ้น


มีบริการให้เลือกใช้งานได้หลากหลายในลักษณะ Software as a Service สามารถ Subscribe ใช้งานได้โดยง่าย ไม่จำเป็นต้องจัดหา Hardware / Server ให้ยุ่งยาก


สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ก็เหมือน add-on จาก SAP ที่ชาญฉลาดมาก ๆ ซึ่งมีหัวใจสำคัญอยู่ 4 ด้านด้วยกัน

 

1)    SAP Build Process Automation

ระบบการทำงานแบบอัตโนมัติ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า RPA (Robotic Process Automation) ซึ่งองค์กรจะสามารถจัดการงานที่มีขั้นตอนการทำงานซ้ำ ๆ โดยติดตั้งให้โรบอทมาทำงานแทนคน ตั้งกฎและเงื่อนไขเพื่อให้ระบบสามารถตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ เองได้โดยอัตโนมัติ และแสดงภาพรวมของกระบวนการทำงานทั้งหมด จนไปถึงช่วยออกแบบ Workflow ใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดซับซ้อน ลดภาระงานที่น่าเบื่อของพนักงาน ช่วยให้พนักงานมีเวลาไปพัฒนาตนเองและโฟกัสกับงานที่สร้างมูลค่าสูงได้มากขึ้น

2)    SAP Integration Suite

เครื่องมือที่ช่วยเชื่อมต่อระบบต่าง ๆ ซึ่งองค์กรจะสามารถบูรณาการ กระบวนการทำงาน การบริการ แอปพลิเคชัน และ ข้อมูลต่าง ๆ เข้าด้วยกันได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นระบบที่อยู่ภายในองค์กรหรือบนคลาวด์ โดยจะมี Pre-Build พร้อมใช้งาน หรือ หากอยากพัฒนาเพิ่มเติมก็สามารถทำได้ไม่ยาก

 

3)    SAP Analytics Cloud

โซลูชันครบวงจรสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลและการวางแผน ด้วยการดึงข้อมูลจากระบบต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากแอปพลิเคชันหลักที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ หรือข้อมูลสำคัญจากแหล่งอื่น ๆ โดยระบบสามารถวิเคราะห์ข้อมูลและสรุปออกมาเป็นรายงาน พร้อมแสดงข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ ไปจนถึงมีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและวางแผนธุรกิจเพื่ออนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

4)    SAP Build Apps

เครื่องมือที่ช่วยให้การพัฒนาแอปพลิเคชันและระบบอัตโนมัติเป็นไปอย่างรวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้น ด้วยลักษณะ Low-Code / No-Code มีเครื่องมือสำหรับการเขียนโปรแกรมแบบภาพ (Visual Programming) และส่วนประกอบแบบลากและวาง (Drag-and-Drop) ซึ่งผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่มีความรู้เรื่องโค้ดก็สามารถทำงานได้


นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนวัตกรรมที่ก้าวหน้าไปทุกวัน องค์กรต้องปรับตัวให้ทันเพื่อความอยู่รอดและเติบโต การเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็น และการนำข้อมูลอันมหาศาลออกมาใช้ประโยชน์ ต้องสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว เพราะ “Speed” คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการดำเนินธุรกิจในยุคนี้


หากคุณพร้อมที่จะยกระดับองค์กรของคุณด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยเหล่านี้ I AM Consulting พร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนคุณในทุกขั้นตอน ติดต่อเราวันนี้ เพื่อเริ่มต้นการเดินทางสู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่จะนำพาธุรกิจของคุณไปสู่ความสำเร็จในอนาคต!

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.