SAP SuccessFactors Employee Central หัวใจของการบริหาร คน ในยุค AI

ในยุคที่ AI (Artificial Intelligence) เข้ามามีบทบาทในแทบทุกมิติของธุรกิจ หลายองค์กรอาจเริ่มตั้งคำถามว่า… “แล้วเรายังต้องพึ่งพา ‘คน’ อยู่หรือเปล่า?” 


แม้ว่าเทคโนโลยีจะฉลาดขึ้นทุกวัน หรือ AI กำลังเข้ามาทำหน้าที่ที่เราเคยเชื่อว่ามีแค่ “มนุษย์”เท่านั้น ที่ทำได้ แต่มีหนึ่งสิ่งที่ยังไม่มีเทคโนโลยีไหนมาแทนที่ได้ คือ “หัวใจของคน” ยังคงสำคัญที่สุดในวันที่เทคโนโลยีไปไกล องค์กรจึงต้องมีระบบที่ไม่ได้แค่จัดการงาน HR แต่ต้อง “เข้าใจและดูแลคน” อย่างที่พวกเขาสมควรจะได้รับ 

 

Employee Central Core HR ที่เข้าใจพนักงานได้มากกว่า… 


ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกันก่อนว่า Employee Central คือ “ระบบ Core HR” ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลพนักงานของทั้งองค์กร ไม่ใช่แค่เก็บประวัติพื้นฐานเท่านั้น แต่รวมไปถึง เส้นทางอาชีพ (Career Path) ทักษะ ความสามารถ และการประเมินผล ประวัติการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง แม้กระทั่งความชอบ แรงจูงใจ และความคาดหวังที่ซ่อนอยู่ เบื้องหลังข้อมูลพวกนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือเรื่องราวของ “พนักงาน” แต่ละคน ที่ช่วยให้องค์กรไม่เพียงจัดการคนได้ดีขึ้น แต่เข้าใจคนได้มากขึ้น 


 

 

จุดเด่นของ Employee Central ที่ตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่ 


Employee Central ไม่ได้ทำหน้าที่แค่จัดการงานพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังผสาน AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เช่น  พนักงานคนไหนควรได้รับโอกาสพัฒนาทักษะเพิ่มเติม ใครเหมาะกับการเลื่อนตำแหน่ง? ระบบจะแนะนำสิ่งเหล่านี้ให้ HR สามารถวางแผนและตัดสินใจ เพื่อพัฒนาบุคลากรได้ดียิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น Employee Central ยังออกแบบมาให้


ใช้งานง่าย ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหน ทุกคนสามารถใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา ที่สำคัญคือรองรับการใช้งานในทุก Device รองรับการทำงานหลายภาษา หลายประเทศ หลายโครงสร้างองค์กร ทั้งบริษัทในไทยและต่างประเทศ รวมไปถึงการขยายสาขาโดยไม่ต้องตั้งระบบใหม่ให้ยุ่งยากสามารถบริหารจัดการข้อมูลของพนักงานได้จากระบบเดียวกัน 


คำตอบในยุคที่ AI คือ  “คน” ยังคงเป็นหัวใจของความสำเร็จ และ SAP Employee Central ก็คือระบบที่รู้ว่า “หัวใจของพนักงาน” ต้องการอะไร? ทำให้องค์กรของคุณดูแลรักษาและเข้าใจพนักงานได้มากกว่า ดึงดูดคนเก่งได้ดีกว่า เพิ่มโอกาสในการแข่งขันในตลาดแรงงานยุคใหม่ 

 

ปรึกษาเรื่องระบบ SAP SuccessFactors กับ I AM Consulting     

I AM Consulting พร้อมช่วยออกแบบระบบ HR ที่เข้าใจ “หัวใจของพนักงาน” ไม่ใช่เพียงผู้พัฒนาระบบ SAP SuccessFactors แต่เรามีประสบการณ์ในการปรับกระบวนการทำงานทั้งด้าน HRM และ HRD ให้กับองค์กรชั้นนำต่าง ๆ มากมาย สามารถให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณไปสู่การทำงานแบบดิจิทัล ด้วยจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศ พร้อมสนับสนุนให้องค์กรของคุณสามารถนำเทคโนโลยีมาช่วยให้การดำเนินธุรกิจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

สนใจบริการสอบถาม-เพิ่มเติม
02-026-3964
E-mail : info@iamconsulting.co.th
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

9 คำถามเช็กให้ชัวร์ ก่อนตัดสินใจเลือก ระบบERP ใหม่

ในยุคที่ธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บทบาทของฝ่ายบัญชีและการเงินไม่ได้หยุดอยู่ที่การจัดการตัวเลขหรือทำบัญชีแบบเดิมอีกต่อไป การใช้เพียง โปรแกรมบัญชี เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับการบริหาร อาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตขององค์กร เพราะไม่สามารถตอบโจทย์งานวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกหรือสนับสนุนการวางแผนกลยุทธ์ได้อย่างเต็มที่ องค์กรจึงควรมองหาโซลูชันที่ทันสมัย เช่น ระบบ ERP ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับการทำงานของทั้งองค์กรได้อย่างแท้จริง

 

เกือบ 2 ใน 3 ของผู้นำฝ่ายการเงินกล่าวว่า โปรแกรมบัญชี หรือ ระบบ ERP ที่ใช้อยู่นั้น…

• ไม่สามารถรวมข้อมูลเพื่อทำ Report ได้

• ไม่รองรับการใช้งานบนคลาวด์

• ไม่สามารถขยายเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจได้ทันท่วงที

 

9 คำถามสำคัญที่ควรถามก่อนเลือกติดตั้งระบบ ERP ใหม่

 

SIMPLIFY WORK : ช่วยให้ “ทำงานง่ายขึ้น”

 

1 ระบบ ERP ใหม่นี้สามารถเป็นแหล่งข้อมูลทางการเงินแบบรวมศูนย์ที่เชื่อถือได้ (Single Source of Information) เพื่อช่วยแก้ปัญหาข้อมูลกระจายศูนย์ ที่แยกกันอยู่หลายที่ ยากต่อการรวบรวมเพื่อนำมาวิเคราะห์ ใช่หรือไม่?

2 ระบบสามารถให้ข้อมูลทางการเงิน ทั้งแบบเชิงลึก และเรียลไทม์ได้ไหม โดยไม่ต้องรอให้ปิดงบเสร็จก่อน?

3 ระบบสามารถบริหารกระแสเงินสดได้ดีพอที่จะสนับสนุนการเติบโตในอนาคตหรือไม่?

 

ACCELERATE GROWTH : ช่วย “ขยายธุรกิจเร็วขึ้น”

 

4 ระบบมีแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best Practices) เพื่อมาปรับใช้กับกระบวนการการเงิน กระบวนการทำงาน ทั้งแบบทั่วไปและแบบเฉพาะอุตสาหกรรมได้หรือไม่?

5 ระบบสามารถช่วยให้เข้าสู่ตลาดใหม่ได้ง่ายขึ้น รองรับกฎเกณฑ์ท้องถิ่น และธรรมเนียมปฏิบัติในแต่ละภูมิภาคได้หรือไม่?

6 ระบบสามารถบริหารจัดการ การซื้อกิจการ การแยกกิจการ และบัญชีหลายกิจการได้ง่ายหรือไม่?

 

SECURE SUCCESS : ช่วย “รองรับความสำเร็จในอนาคต”

 

7 ระบบสามารถวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินเชิงลึก และจัดทำแผนที่สามารถแชร์ให้ทุกฝ่ายในองค์กรใช้ร่วมกันได้หรือไม่?

8 ระบบสามารถขยายกระบวนการทางการเงิน ให้รองรับโครงสร้างองค์กรที่ซับซ้อนขึ้นได้หรือไม่?

9 ระบบสามารถรองรับความต้องการในอนาคตได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนแพลตฟอร์มหรือผู้ให้บริการรายใหม่ หรือไม่?

 

สรุปสั้นๆ:

หากคุณกำลังมองหา ระบบ ERP ที่ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรยุคใหม่ คุณควรมองหา…

• ระบบ ERP ที่ทำงานบนคลาวด์

• บริหารข้อมูลแบบรวมศูนย์ และสามารถดึงข้อมูลได้แบบเรียลไทม์

• รองรับ การเติบโตของธุรกิจในอนาคต

• และช่วยให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับ “กลยุทธ์” มากกว่า “งาน Routine”

 

ระบบ ERP ที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดในปัจจุบัน

 

SAP คือทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับองค์กรยุคใหม่ ด้วยระบบ ERP ที่ทำงานบนคลาวด์ และออกแบบมาเพื่อเพิ่มความคล่องตัวและความแม่นยำให้กับฝ่ายการเงิน พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ผสานด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่าง AI, Machine Learning และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง รวมถึงรองรับ Big Data และ IoT ได้อย่างครบถ้วน ช่วยให้องค์กรสามารถนำโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้ได้อย่างยืดหยุ่น และปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วและมั่นใจ

 

คิดถึง SAP คิดถึง I AM Consulting

I AM Consulting เป็นผู้นำด้านการ Implement ระบบ SAP ให้กับองค์กรชั้นนำต่างๆมากมาย เราสามารถให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยโซลูชั่นที่หลากหลายและตอบโจทย์ พร้อมกับทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่จะคอยซัพพอร์ตองค์กรของคุณตลอดการเดินทางด้านดิจิทัล

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้

โทรศัพท์ : 02-026-3964

E-mail : info@iamconsulting.co.th

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

 

Source: SAP

 

5 กลยุทธ์ใช้ AI ช่วยงาน จัดซื้อจัดจ้าง สร้างความได้เปรียบ

จากเทคโนโลยีที่เคยดูไกลตัว ทุกวันนี้ AI ได้กลายมาเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการเร่งความเร็วในการดำเนินงาน เพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ หรือช่วยลดความซับซ้อนในแต่ละขั้นตอน ลองมาดู 5 แนวทางที่ AI กำลังพลิกโฉมการ จัดซื้อจัดจ้าง ให้กับธุรกิจในปัจจุบัน

 

ทำไม AI ถึงกลายเป็นเรื่องสำคัญในโลก Procurement?

 

ปี 2025 เป็นปีที่ Generative AI (GenAI) เช่น ChatGPT เป็นที่พูดถึงมาก แต่ยังมี AI แบบดั้งเดิม (Discriminative AI) ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังในการจัดซื้อจัดจ้าง ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล คาดการณ์ความต้องการ และตรวจสอบความเสี่ยง

ทั้ง GenAI และ AI ดั้งเดิม จำเป็นต้องใช้ร่วมกัน เพื่อยกระดับการทำงานในระบบจัดซื้อจัดจ้างแบบ Source-to-Pay (S2P)

 

และนี่คือ.. 5 แนวทางในการนำ AI มาใช้กับงานจัดซื้อจัดจ้างในปัจจุบัน

 

 

1. Spend Analytics (วิเคราะห์การใช้จ่าย)

  • ใช้ AI ช่วยจัดโครงสร้างข้อมูลการใช้จ่ายและซัพพลายเออร์
  • สร้างกราฟข้อมูลเพื่อเข้าใจความสัมพันธ์เชิงลึก
  • ช่วยจำแนกข้อมูลการใช้จ่ายอย่างแม่นยำ

 

2. Sourcing (กระบวนการจัดหา)

  • ใช้ AI ช่วย matching ผู้ส่งมอบที่เข้าเกณฑ์การประเมินของบริษัท
  • ช่วยคาดการณ์ความต้องการของวัตถุดิบ และเลือกราคาจากผู้ส่งมอบเหมาะสม
  • ช่วยบริหารกระบวนการคัดเลือกผู้ส่งมอบให้ถูกต้อง ไม่ซ้ำซ้อน

 

3. Supplier Management (บริหารผู้ส่งมอบ)

  • ช่วยค้นหาและแนะนำผู้ส่งมอบที่เหมาะสม
  • ช่วยจัดทำบัญชีผู้ส่งมอบพร้อม Update ข้อมูลต่างๆ
  • วิเคราะห์ความเสี่ยงของผู้ส่งมอบ
  • อ่านพฤติกรรมจากอีเมล/ข้อความ/รีวิว เพื่อเข้าใจผู้ส่งมอบในมุมมองที่ลึกขึ้น

 

4. Contract Lifecycle Management (CLM)

  • AI ช่วยอ่าน วิเคราะห์ และดึงข้อมูลสำคัญจากสัญญา
  • แนะนำข้อสัญญาที่เหมาะสมระหว่างการเจรจา
  • ตรวจจับความเสี่ยงในสัญญาเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต

 

5. Procure-to-Pay (P2P)

  • ควบคุมการจัดซื้อแบบกระจายและควบคุมค่าใช้จ่าย (Tail Spend)
  • ตรวจจับการทุจริต เช่น บิลปลอม หรือเรียกเก็บซ้ำ
  • จับคู่ใบแจ้งหนี้อัตโนมัติ ลดข้อผิดพลาด
  • ใช้ AI ช่วยบริหารส่วนลด, งบ Travel & Expenses (เดินทาง/เบี้ยเลี้ยง) ให้แม่นยำ

 

ทำไม SAP คือคำตอบ เมื่อองค์กรของคุณพร้อมเดินหน้าใช้ AI ในงานจัดซื้อจัดจ้าง?

 

SAP ไม่ได้เป็นแค่ผู้ให้บริการระบบ ERP ระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้นำด้านโซลูชั่นจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement) SAP Ariba ศูนย์รวมคู่ค้าที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในโลก ที่ผสาน AI เข้ากับการทำงานจริงอย่างเต็มรูปแบบ

พร้อมหรือยัง! ที่จะพลิกโฉมกระบวนการจัดซื้อขององค์กรด้วย SAP Ariba กับ I AM Consulting

 

ไม่ว่าคุณจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ I AM Consulting พร้อมให้คำปรึกษาที่ดีที่สุด ด้วย IT โซลูชันที่หลากหลาย พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล ติดต่อเราวันนี้ เพื่อปรับกระบวนการจัดซื้อของคุณให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้

โทรศัพท์ : 02-026-3964 

E-mail : info@iamconsulting.co.th 

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

 

Source : SAP

 

บริการดูแลระบบไอที Application Management Services (AMS)…ทำไมต้อง I AM Consulting

ระบบไอทีในองค์กรนั้นเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของธุรกิจ ที่ขับเคลื่อนพาองค์กรให้ก้าวเข้าสู่การทำงานแบบ Work Smart, Work Digital รองรับการเปลี่ยนแปลงได้ทันเวลา ปัจจุบันมีการใช้ระบบต่าง ๆ ที่สามารถเข้าถึงและช่วยดึงข้อมูลมาวิเคราะห์ประเมินผลได้แบบเรียลไทม์ รวดเร็ว ปลอดภัย และสามารถทำงานเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น   


แต่การดูแลรักษาระบบให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทุกระบบมีอายุการใช้งาน และอาจจะต้องทำการปรับเปลี่ยนพัฒนาให้สอดคล้องกับกระบวนการทำงาน หรือเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างสม่ำเสมอ หากขาดการดูแลอย่างใกล้ชิด อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของทั้งระบบและประสิทธิภาพของธุรกิจในระยะยาว ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ต้องจ่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าองค์กรเลือกผู้ให้บริการด้าน Application Management Services (AMS) ที่มีความเชี่ยวชาญและความเข้าใจความต้องการของผู้ใช้งาน 

ทำไมต้องเลือก AMS กับ I AM Consulting? 


จริงอยู่ที่ว่า… ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ Application Management Services (AMS) มากมายในตลาดแต่จะมีกี่เจ้าที่เข้าใจในระบบของลูกค้าอย่างแท้จริง อย่างที่ทุกคนรู้ I AM โดดเด่นด้วยประสบการณ์ในฐานะ SAP Implementor เจ้าแรก ๆ ของไทย ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำหลากหลายอุตสาหกรรม แต่รู้หรือไม่ว่า I AM ยังเป็นบริษัทที่ปรึกษาที่สามารถรักษาลูกค้าได้อย่างเหนียวแน่นและยาวนานมากที่สุด จนได้รับรางวัลระดับภูมิภาค “SAP Outstanding Customer Journey Partner South East Asia” และนี่คือเหตุผลว่าเพราะอะไร?

 

1. I AM ดูแลอย่างใกล้ชิด เสมือนพันธมิตรที่เข้าใจ 

I AM เป็นผู้ให้บริการ AMS เพียงไม่กี่เจ้า ที่ทุ่มเทดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ซึ่งทำให้ลูกค้าหลายๆองค์กรยังคงไว้ใจเลือกอยู่กับเรา เพราะเราตระหนักเสมอว่าในทุกโครงการที่เราเป็นที่ปรึกษา เราไม่ได้ต้องการส่งมอบแค่ระบบ แต่เราต้องการเดินเคียงข้างตลอด Digital Journey ของลูกค้า จึงทำให้บริการ AMS ของเราได้รับความไว้ใจและกลายเป็น Thailand’s Most Trusted AMS Provider 

2. ทีมผู้เชี่ยวชาญที่รู้ลึก รู้จริง 

I AM มีทีมผู้เชี่ยวชาญที่คร่ำหวอดในวงการ AMS มากว่า 20 ปี ที่พร้อมให้บริการดูแลและจัดการระบบอย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น ระบบ SAP ERP ที่ครอบคลุมทุก Modules ระบบ SAP SuccessFactors ไปจนถึงส่วนต่อขยายอื่นๆทั้งที่เป็น SAP Solutions และ Non-SAP Solutions อาทิเช่น SAP Build Process Automation (SBPA), SAP Fiori, SAP Ariba, ระบบ OpenText ECM, ระบบ e-Tax Invoice and e-Receipt, ระบบลงนามดิจิทัล และโซลูชันอื่น ๆ อีกมากมาย ทำให้เราสามารถบริการลูกค้าได้ครอบคลุม สามารถช่วยตรวจสอบ วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ รวมไปถึงคาดการณ์ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้ระบบของคุณทำงานได้อย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด เสมือนระบบที่ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา 

3. Service Support เพราะธุรกิจไม่มีวันหยุด I AM ก็ไม่หยุดซัพพอร์ตเช่นกัน

เราจึงมีทีม Support ที่พร้อมดูแล เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกปัญหาจะได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วทันท่วงทีตาม SLA ที่กำหนด ลด Downtime และช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง 


นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมลูกค้าของ I AM ส่วนใหญ่ยังคงเป็นลูกค้าของเราตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน เพราะเราดูแลลูกค้าด้วยความเข้าใจในธุรกิจ และปรับบริการให้ตอบโจทย์กับความต้องการ ของแต่ละองค์กรอย่างแท้จริง  เรารู้ว่าการดูแลหลังบ้านให้มั่นคง คือรากฐานสำคัญของความสำเร็จ และพร้อมเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ระบบไอทีขององค์กรทำงานได้อย่างราบรื่น ขับเคลื่อนธุรกิจของคุณให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน 

 

เพราะ I AM ดูแลไม่เคยเปลี่ยนไป ลูกค้าเลยไม่เคยเปลี่ยนใจไปจากเรา  

I AM – The Leading AMS Service Provider in Thailand 
 

 

สนใจปรึกษา AMS กับ I AM Consulting? 

ให้เราช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของคุณให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วย IT โซลูชันที่ตอบโจทย์ทุกองค์กร 

ติดต่อเรา: 
โทรศัพท์: 02-026-3964 
E-mail: info@iamconsulting.co.th 
LINE@: http://bit.ly/3Eji6r1 

8 ความสามารถ ที่ช่วยปรับกระบวนการให้เป็นอัตโนมัติ ได้เร็ว และง่ายกว่าที่เคย! (SAP Build Process Automation)

ยุคที่ธุรกิจต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การปรับตัวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในกระบวนการทำงานจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้แก่ทั้งพนักงานและลูกค้า I AM Consulting ขอแนะนำเครื่องมือที่สามารถช่วยให้ธุรกิจของคุณ ทำระบบอัตโนมัติ ได้ง่ายกว่าที่เคย! 

 

SAP Build Process Automation เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณสามารถสร้างระบบอัตโนมัติที่ง่ายและรวดเร็ว ด้วยอินเทอร์เฟซที่ไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ด เหมาะสำหรับทั้งผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่ใช่นักพัฒนา และนักพัฒนามืออาชีพที่ต้องการเครื่องมือที่ทรงพลังในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในองค์กร 

 

จุดเด่นของ SAP Build Process Automation 

 

  1. สร้างหรือปรับกระบวนการได้ง่าย ด้วยอินเทอร์เฟซแบบกราฟิกที่ใช้งานง่าย 
  2. ออกแบบ Workflow ด้วยการลากและวาง (Drag-and-Drop) โดยไม่ต้องเขียนโค้ด 
  3. พัฒนาและจัดการตรรกะในการตัดสินใจได้รวดเร็ว ผ่านตารางการตัดสินใจในรูปแบบ Spreadsheet 
  4. จัดการงานซ้ำ ๆ ในกระบวนการที่มีอยู่ให้เป็นอัตโนมัติ ด้วย Robotic Process Automation (RPA) 
  5. ใช้ความสามารถด้าน AI ในตัว เพื่อดึงข้อมูลจากเอกสารและถ่ายโอนไปยังระบบขององค์กรได้อย่างง่ายดาย 
  6. ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจากศูนย์กลางการทำงาน และหน้ารวมงาน (Unified Launchpad และ Task Center) 
  7. เพิ่มความคล่องตัวในการทำงานร่วมกันด้วย Workflow ขั้นสูงที่นักพัฒนาและผู้ใช้งานสามารถทำงานร่วมกันผ่านเครื่องมือแบบ No-Code 
  8. มี Dashboard เพื่อติดตามและวิเคราะห์ประสิทธิภาพของกระบวนการ ได้อย่างโปร่งใสและครบถ้วน 

 

SAP Build Process Automation ไม่เพียงแค่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังช่วยให้คุณสร้างนวัตกรรมได้เร็วขึ้น โดยการนำความรู้เชิงธุรกิจมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบและพัฒนากระบวนการต่าง ๆ ภายในองค์กร ด้วยเครื่องมือที่สามารถใช้งานได้ง่ายและรองรับการปรับตัวในทุกสถานการณ์ทางธุรกิจ 

 

เปิดประตูสู่นวัตกรรมทางธุรกิจด้วย SAP ไปกับ I AM Consulting 

 

หากคุณต้องการปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับองค์กรของคุณ SAP Build Process Automation (SBPA) คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดที่คุณไม่ควรพลาด ติดต่อ I AM Consulting ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล 

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้ 
โทรศัพท์ : 02-026-3964  
E-mail : info@iamconsulting.co.th  
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1 

 

Source: SAP

SAP Build Apps คืออะไร ช่วยคุณ ทำแอป ได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องเขียนโค้ด

เมื่อพูดถึงการ ทำแอป ปัญหาที่องค์กรส่วนใหญ่พบ คือ การขาดผู้เชี่ยวชาญด้านการเขียนโปรแกรม เลยทำให้ต้องใช้เวลาและทรัพยากรสูงมาก ปัจจุบันเริ่มมีเครื่องมือหลากหลายที่จะช่วยแก้ไข pain point ตรงนี้ เช่น SAP Build Apps ที่ I AM Consulting จะนำมาให้ทำความรู้จักกัน

 

SAP Build Apps คืออะไร?


SAP Build Apps คือ เครื่องมือในการพัฒนาแอปพลิเคชันแบบ Low-Code/No-Code จาก SAP ที่ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างแอปพลิเคชันได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้เชิงลึกด้านการเขียนโค้ด ผู้ใช้งานสามารถใช้ฟังก์ชันการลากและวาง (Drag-and-Drop) ในการออกแบบและพัฒนาแอปพลิเคชันได้อย่างง่ายดาย เหมาะสำหรับทั้งนักพัฒนามืออาชีพและพนักงานทั่วไปในองค์กร

โดย SAP Build Apps นั้นเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่อยู่ใน SAP Business Technology Platform (BTP)

 

5 ฟีเจอร์หลักของ SAP Build Apps


1) สร้างแอปโดยไม่ต้องเขียนโค้ด
สร้างแอปที่ตอบโจทย์การใช้งานในองค์กรได้ง่ายและรวดเร็ว มีชุดเครื่องมือที่ปรับแต่งได้ พร้อมธีมที่ช่วยประหยัดเวลา สามารถออกแบบข้อมูลและสร้างตรรกะการทำงานโดยไม่ต้องเขียนโค้ด พร้อมรองรับการเชื่อมต่อกับ SAP และระบบอื่น ๆ 

2) การพัฒนาแบบครบวงจร (Full-stack)
–    ออกแบบแอปที่สวยงาม
มีไลบรารีขนาดใหญ่ให้เข้าไปเลือกดาวน์โหลด ซึ่งจะช่วยให้การออกแบบ App หรือ Frontend สวยงามน่าใช้งาน และประหยัดเวลา
–    การเขียนโปรแกรมแบบลากและวาง (Drag-and-drop Programming)
โปรแกรมที่ช่วยในการเชื่อมโยงโมดูลเข้าด้วยกัน เพียงแค่ลากเส้นเพื่อสร้าง Flow Logic ของแอป ก็สามารถดึงข้อมูล นำพาไปยังหน้าต่าง ๆ หรือเริ่มต้นกระบวนการต่าง ๆ บนแอปได้เลย
–    มองเห็นการเปลี่ยนแปลงทันที
สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยการดูตัวอย่างผลลัพธ์แบบเรียลไทม์ (Real-time Preview)

3) ฟังก์ชันบนคลาวด์และการจัดการข้อมูล
–    สร้าง Logic ในระบบหลังบ้าน (Backend) บนระบบคลาวด์โดยไม่ต้องเขียนโค้ด และไม่จำเป็นต้องใช้เซิร์ฟเวอร์ 
–    ออกแบบโมเดลข้อมูลอย่างง่าย ๆ โดยไม่ต้องจัดการดูแลเซิร์ฟเวอร์

4) เชื่อมต่อระบบระดับองค์กร
–    เชื่อมต่อข้อมูลจากระบบ SAP เช่น SAP S/4HANA ได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย โดยใช้ SAP Integration Suite เพื่อเชื่อมต่อกับโซลูชันธุรกิจที่ไม่ใช่ SAP ได้อย่างสะดวกสบาย
–    มีตัวช่วยในการ Integration ต่าง ๆ  สามารถเชื่อมต่อ API ได้ภายในไม่กี่นาทีด้วย REST integration wizard
–    มีการควบคุมการเข้าถึงที่ปลอดภัย โดยใช้ประโยชน์จาก SAP BTP Authentication สำหรับการเข้าสู่ระบบและการควบคุมการเข้าถึง SAP และแอปพลิเคชันอื่น ๆ 

5) การทำงานร่วมกันและการกำกับดูแล
–    การแชร์เนื้อหา สามารถสร้างและเผยแพร่ส่วนประกอบที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ในไลบรารีที่แชร์สำหรับสมาชิกในทีมและโครงการต่าง ๆ
–    ช่วยส่งเสริมความร่วมมือและนวัตกรรมโดยการนำผู้เชี่ยวชาญทางธุรกิจมาร่วมงานกับผู้นำด้านเทคโนโลยี
–    ปกป้องและทำให้การดำเนินงานง่ายขึ้นด้วยการจัดการวงจรชีวิตแบบรวมศูนย์ การตรวจสอบ และการกำกับดูแล

 

เปิดประตูสู่นวัตกรรมทางธุรกิจด้วย SAP Build Apps ไปกับ I AM Consulting

I AM Consulting คือที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

 

Source : SAP
 

ขับเคลื่อนองค์กร ด้วย SAP Cloud ALM เครื่องมือบริหาร SAP บนคลาวด์ ตอบโจทย์ทุกความท้าทาย!

ท่ามกลางยุคดิจิทัลที่ทุกองค์กรต่างหันมาปรับตัวใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในกระบวนการต่าง ๆ​ หนึ่งในความท้าทายของธุรกิจในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม คือ การบริหารจัดการระบบไอทีหรือซอฟต์แวร์ที่ยิ่งนับวันยิ่งมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ  หากไม่ได้มีการดูแลบำรุงรักษาหรือจัดการระบบซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพก็อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาภายหลังได้ 


การจัดการและดูแลระบบไอทีหรือระบบซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ในองค์กรจึงกลายเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญของทุกองค์กร คล้ายกับการดูแลเครื่องจักรในโรงงานที่ต้องการการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความซับซ้อนของกระบวนการต่าง ๆ SAP Cloud Application Lifecycle Management (ALM) หรือ SAP Cloud ALM  จึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่ช่วยให้องค์กรพร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทายในปี 2025 และในปีต่อ ๆ ไป  

 

ทำความรู้จัก SAP Cloud ALM วิศวกรดูแลระบบ SAP ส่วนตัว 

 

SAP Cloud ALM (Application Lifecycle Management) เป็นโซลูชันบนคลาวด์ที่ SAP พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยให้องค์กรจัดการระบบ SAP ได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทั้งในด้าน Implementation Operations และService ซึ่งแต่ละโซลูชันมีความสามารถและบทบาทเฉพาะที่ช่วยตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันไปในกระบวนการทำงานขององค์กร เปรียบเทียบง่าย ๆ ALM เสมือนกับ “วิศวกรดูแลระบบ SAP ส่วนตัว” ที่ช่วยดูแลทุกอย่างเกี่ยวกับระบบ SAP ตั้งแต่ การติดตั้ง ดูแล ซ่อมบำรุง และเพิ่มประสิทธิภาพ ให้การใช้งานเป็นไปอย่างราบรื่น  


ปกติแล้ว เวลาบริษัทติดตั้ง SAP บนคลาวด์ เช่น SAP S/4HANA Cloud, SAP SuccessFactors หรือ SAP BTP ก็ต้องมีระบบคอยดูแล ว่าทุกอย่างทำงานได้ดี ไม่มีปัญหา และอัปเดตให้ทันสมัยตลอดเวลาอยู่หรือไม่นั้น SAP Cloud ALM ก็เข้ามาช่วยจัดการเรื่องนี้แบบอัตโนมัติ โดยที่องค์กรไม่ต้องเสียเวลาดูแลระบบเอง ช่วยลดภาระทีม IT ไปได้อีกด้วย 

 

SAP Cloud ALM  ช่วยอะไรได้บ้าง? 

 

 

 

  • SAP Cloud ALM for Implementation ช่วยยกระดับการดำเนินโครงการ 



โซลูชันที่ออกแบบมาช่วยให้องค์กรปรับตัวเข้ากับนวัตกรรมล่าสุดในระบบ SAP ได้ง่ายและรวดเร็ว ด้วยความสามารถหลากหลายที่ออกแบบมาเพื่อซัพพอร์ตกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ เหมาะสำหรับการเริ่มต้นใช้งาน SAP โดยเน้นการซัพพอร์ตในช่วงการติดตั้งและการพัฒนาระบบ เพื่อช่วยบริหารจัดการโปรเจกต์ SAP ตั้งแต่การวางแผน/ออกแบบ การติดตั้ง ทดสอบ ไปจนถึงการนำระบบไปใช้งานจริง ทำให้เห็นความคืบหน้าของโครงการ ช่วยให้โครงการดำเนินไปอย่างราบรื่น ลดความซับซ้อนในการดำเนินโครงการ เสร็จตรงตามเวลา และยกระดับประสิทธิภาพการจัดการโครงการ SAP ขององค์กร เปรียบเทียบง่าย ๆ ก็คล้าย ๆ กับ Blueprint นั่นเอง 

 

 

  • SAP Cloud ALM for Operations ช่วยยกระดับการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง 



ในส่วน Operations จะเน้นการดูแลและจัดการระบบ SAP ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน เพื่อช่วยให้องค์กรตรวจสอบและปรับปรุงระบบ SAP ที่กำลังทำงาน เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด เพื่อป้องกันปัญหาที่ไม่คาดคิดและอาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยจะมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าให้องค์กรเตรียมพร้อมในการปรับปรุงระบบให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ถือเป็นโซลูชันที่เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการลดปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพในทุกการดำเนินงาน! 

 

 

  • SAP Cloud ALM for Service ช่วยยกระดับการบริการที่มีประสิทธิภาพ 



ส่วนสุดท้ายของโซลูชัน ALM อย่าง Service มุ่งเน้นไปที่การทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรกับ SAP ที่ช่วยให้องค์กรสามารถทำงานร่วมกับ SAP ได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การเตรียมงาน การส่งมอบ การติดตามผล ไปจนถึงการรายงานผลลัพธ์ ระบบนี้ช่วยให้บุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายสามารถทำงานร่วมกันได้ราบรื่น ด้วยการเข้าถึงข้อมูลที่โปร่งใสและสะดวกในการติดตามความคืบหน้าของงาน ทำให้ลดการเสียเวลาในการค้นหาข้อมูลต่างๆ นอกจากนี้ยังมีระบบแจ้งเตือนที่ช่วยติดตามและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นทันที เพิ่มความรวดเร็วและความมีประสิทธิภาพในการให้บริการอย่างต่อเนื่อง สามารถปรับปรุงการให้บริการ สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าผ่านการทำงานที่มีความโปร่งใสและการตอบสนองที่รวดเร็ว 


จะเห็นได้ว่า SAP Cloud ALM ทั้งสามส่วนถูกออกแบบมาเพื่อช่วยองค์กรในทุกช่วงของการใช้งาน SAP ตั้งแต่การเริ่มต้นใช้งาน ดูแลระบบที่ทำงานแล้ว ไปจนถึงการบริหารการบริการร่วมกับ SAP สามารถเลือกใช้ตามความต้องการขององค์กรได้ 

 

ความคุ้มค่าที่ SAP Cloud ALM มอบให้! 

  1. License 



รวมอยู่ใน SAP Enterprise Support และการสมัครใช้งาน ที่มาพร้อมกับการบำรุงรักษาและการดำเนินงานโดย SAP รองรับการทำงานอย่างรวดเร็วแบบไม่มีสะดุด โดยให้หน่วยความจำ 8 GB และAPI Usage 8 GB การถ่ายโอนข้อมูลออกต่อเดือน ช่วยให้ระบบเชื่อมต่อได้อย่างไร้ขีดจำกัด ทำให้คุณมั่นใจได้ว่า ระบบจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดอยู่ตลอดเวลา 

  1. Supported Solutions 



ออกแบบมาสำหรับลูกค้า Cloud และ Hybrid  รองรับทั้งโซลูชัน Cloud จาก SAP และ ABAP บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ไม่ว่าจะเป็น SAP S/4HANA SAP Business Suite หรือ SAP BW นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจสอบการทำงานของระบบ PI/PO ได้อย่างแม่นยำ ที่สำคัญยังรองรับ โซลูชันที่ไม่ใช่ SAP เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับองค์กรที่มีการใช้งานหลากหลายอีกด้วย 

  1. Delivery and Update 



ด้วยการ ส่งมอบและการอัปเดตแบบ Cloud-native ลูกค้าสามารถเข้าถึงโซลูชันได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งรับการอัปเดตทุกวัน นอกจากนี้ยังเป็น SaaS ที่ลูกค้าเป็นเจ้าของ ทำให้คุณสามารถจัดการและควบคุมทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง

 

คุ้มที่ 4 สามารถใช้งาน SAP Cloud ALM ฟรี!


โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุน SAP Enterprise Support สิทธิ์การใช้งานจะถูกรวมอยู่ในการสมัครใช้งาน SAP Cloud Service และ SAP Enterprise Support อยู่แล้ว และครอบคลุมไปถึงการสนับสนุนในโปรแกรม Product Support for Large Enterprises อีกด้วย


การขับเคลื่อนองค์กรปี 2025 หรือปีต่อ ๆ ไปนั้น องค์กรจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ดีและยืดหยุ่นพอที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น SAP Cloud ALM ไม่เพียงแต่ช่วยให้องค์กรจัดการกับความท้าทายในปัจจุบัน แต่ยังช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต SAP Cloud ALM จึงไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาหรือรับมือกับการความท้าทายระยะสั้น เท่านั้น แต่เป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล 

 

รับมือทุกความท้าทาย พร้อมคว้าโอกาสใหม่ๆ ด้วย SAP Cloud ALM กับ I AM Consulting 


I AM Consulting คือที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้ 

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้ 
โทรศัพท์ : 02-026-3964  
E-mail : info@iamconsulting.co.th  
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1   

ใหม่ เปิดตัวระบบ E-Stamp Duty อากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์

นอกเหนือจากที่เราเป็น e-Tax Service Provider อันดับ 1 ของไทยที่นำส่งใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ให้กับกรมสรรพากรไปแล้วกว่า 800,000,000 ธุรกรรม วันนี้ I AM Consulting กำลังเปิดตัวระบบใหม่อย่าง E-Stamp Duty ในชื่อ EZStamp ที่จะเข้ามาช่วยให้การชำระอากรแสตมป์และการทำธุรกรรมทางกฎหมาย ง่าย สะดวก และมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม! 

 

E-Stamp Duty คืออะไร?


อธิบายก่อนว่า อากรแสตมป์ (Stamp Duty) เป็นภาษีอีกรูปแบบหนึ่งที่รัฐจัดเก็บจากการทำตราสาร เอกสารแสดงสิทธิ์ หรือการทำสัญญาต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันเอกสารต่าง ๆ ที่กล่าวมานี้ ได้มีการพัฒนากระบวนการลงนาม ที่จากเดิมเป็นการเซ็นชื่อลงในเอกสารที่เป็นกระดาษ ปรับมาเป็นการลงนามดิจิทัล ดังนั้น E-Stamp Duty ก็คือ New Gen ของอากรแสตมป์ ที่เปลี่ยนจากการติดอากรแสตมป์บนเอกสารที่เป็นกระดาษ มาเป็นการชำระภาษีอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบออนไลน์  โดยไม่ต้องเสียเวลาไปกับอากรแสตมป์ที่เป็นกระดาษ ทำให้การทำธุรกรรมทางกฎหมายหรือการลงนามในสัญญาต่าง ๆ เป็นเรื่องง่าย รวดเร็ว และสะดวกสบาย พร้อมประหยัดเวลาในการดำเนินการ 

 

แล้ว E-Stamp Duty ใช้งานยังไง?

 

 

ขั้นตอนการใช้งานระบบ E-Stamp Duty ทำง่ายไม่ยุ่งยาก เพียง 3 ขั้นตอนเท่านั้น 

  1. ยื่นเอกสารออนไลน์ 
    ผู้ใช้งานหรือระบบส่งคำร้อง (Request) การชำระอากรทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ EZStamp 


  1. คำนวณอัตราภาษีอัตโนมัติ 
    ระบบจะช่วยคำนวณและตรวจสอบอัตราภาษีอากรที่ต้องชำระให้โดยอัตโนมัติผ่านการตรวจสอบจากระบบ EZStamp 


  2. ออกใบรับรองดิจิทัล (อ.ส.9) และใบเสร็จรับเงิน 

เมื่อผู้ใช้งานชำระภาษีเรียบร้อย ระบบจะออกใบเสร็จรับเงินและใบรับรองการชำระอากรในรูปแบบดิจิทัล (อ.ส.9)  ซึ่งสามารถใช้แนบเอกสารทางกฎหมายและเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลักฐานได้ทันที 


ธุรกิจไหนควรใช้ E-Stamp Duty บ้าง?

 

 

ระบบ E-Stamp Duty เป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ จัดการกับการชำระอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ซึ่งเหมาะกับธุรกิจหลายประเภทที่ต้องจัดการเอกสารสัญญาหรือตราสารสำคัญ เช่น ธุรกิจประกันภัยและธุรกิจปล่อยสินเชื่อ ที่ต้องการความแม่นยำในการขอชำระอากรแสตมป์และรวดเร็วในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้นั่นเอง 


นอกจากที่ระบบ E-Stamp Duty จะอำนวยความสะดวกในการขอชำระอากรแสตมป์แล้ว ธุรกิจยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเอกสารและกระบวนการชำระอากรแสตมป์ได้ด้วยการนำระบบ EZStamp ระบบ E-Stamp Duty มาใช้งานร่วมกับ iZign ระบบ Digital Signature เพื่อเพิ่มความสะดวกในการยืนยันตัวตนและความปลอดภัยในการดำเนินธุรกรรมต่าง ๆ ด้วย iZign  ลดความยุ่งยากในการใช้งาน และช่วยให้กระบวนการทั้งหมดเป็นไปอย่างราบรื่น 


สำหรับธุรกิจประกันภัย ทั้ง 2 ระบบนี้ช่วยให้การประทับตราในเอกสาร เช่น กรมธรรม์ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือประกันวินาศภัย ให้เป็นไปอย่างง่ายดายและปลอดภัย โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องส่งเอกสารสำคัญให้ลูกค้าในรูปแบบดิจิทัล ระบบจะช่วยลดขั้นตอนที่ซับซ้อนในการพิมพ์เอกสารและการจัดส่ง รวมถึงเสริมความสะดวกให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงเอกสารสำคัญได้อย่างรวดเร็ว สร้างความประทับใจและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ  


ในขณะเดียวกัน ธุรกิจปล่อยสินเชื่อก็สามารถนำระบบ E-Stamp Duty และ iZign มาใช้ในการจัดการเอกสารสำคัญ เช่น สัญญาเงินกู้ สัญญาค้ำประกัน และตราสารหนี้ เพื่อเร่งรัดกระบวนการอนุมัติสินเชื่อให้รวดเร็วขึ้น ช่วยลดระยะเวลาในการจัดเตรียมเอกสาร และลดค่าใช้จ่ายด้านการพิมพ์ การจัดเก็บ และการส่งเอกสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบยังช่วยเพิ่มความโปร่งใสและสร้างความน่าเชื่อถือในกระบวนการธุรกิจ ช่วยให้ธุรกิจทั้งสองประเภทสามารถดำเนินงานได้อย่างราบรื่น ทันสมัย และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัล

 

ตราสารอิเล็กทรอนิกส์รองรับธุรกรรมใดบ้าง?


E-Stamp Duty รองรับตราสารหลากหลายประเภท ตั้งแต่สัญญาเช่าทรัพย์สิน สัญญาจ้างทำของ หนังสือมอบอำนาจ ไปจนถึงตราสารทางการเงินอย่างตั๋วเงิน หนังสือค้ำประกัน และใบหุ้น ปัจจุบันการขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินสำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์ผ่านอินเทอร์เน็ต กรมสรรพากรเปิดให้บริการรองรับทั้งหมด 27 ตราสาร ได้แก่ 

 



(1) ตราสาร 1 เช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นหรือแพ 

(2) ตราสาร 2 โอนใบหุ้น ใบหุ้นกู้ พันธบัตรและใบรับรองหนี้ ซึ่งบริษัท สมาคม คณะบุคคล หรือองค์กรใดๆ เป็นผู้ออก 

(3) ตราสาร 3 เช่าซื้อทรัพย์สิน 

(4) ตราสาร 4 จ้างทำของ 

(5) ตราสาร 5 กู้ยืมเงินหรือการตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร 

(6) ตราสาร 6 กรมธรรม์ประกันภัย 

(7) ตราสาร 7 ใบมอบอำนาจ 

(8) ตราสาร 8 ใบมอบฉันทะสำหรับให้ลงมติประชุมของบริษัท 

(9) ตราสาร 9(1) ตั๋วแลกเงิน 

(10) ตราสาร 9(2) ตั๋วสัญญาใช้เงิน 

(11) ตราสาร 10 บิลออฟเลดิง 

(12) ตราสาร 11(1) ใบหุ้น หรือใบหุ้นกู้ หรือใบรับรองหนี้ของบริษัท สมาคม คณะบุคคล หรือองค์การใดๆ 

(13) ตราสาร 11(2) พันธบัตรของรัฐบาลใดๆ ที่ขายในประเทศไทย 

(14) ตราสาร 12 เช็ค หรือหนังสือคำสั่งใดๆ ซึ่งใช้แทนเช็ค 

(15) ตราสาร 13 ใบรับฝากเงิน 

(16) ตราสาร 14 เลตเตอร์ออฟเครดิต 

(17) ตราสาร 15 เช็คเดินทาง 

(18) ตราสาร 16 ใบรับของ 

(19) ตราสาร 17 ค้ำประกัน 

(20) ตราสาร 18 จำนำ 

(21) ตราสาร 19 ใบรับของคลังสินค้า 

(22) ตราสาร 20 คำสั่งให้ส่งมอบของ 

(23) ตราสาร 21 ตัวแทน 

(24) ตราสาร 23 คู่ฉบับหรือคู่ฉีกแห่งตราสาร 

(25) ตราสาร 27(ก) หนังสือสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วน 

(26) ตราสาร 27(ข) หนังสือสัญญาที่แก้ไขสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วน 

(27) ตราสาร 28(ค) ใบรับสำหรับการขาย ขายฝาก ให้เช่าซื้อ หรือโอนกรรมสิทธิ์ยานพาหนะ ทั้งนี้เฉพาะยานพาหนะที่ต้องมีการจดทะเบียน 

 

การเปลี่ยนมาใช้ระบบ EZStamp Duty ไม่เพียงช่วยให้การชำระอากรแสตมป์เป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วเท่านั้น แต่ยังตอบสนองความต้องการขององค์กรที่ต้องการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ สร้างความน่าเชื่อถือและรองรับมาตรฐานทางกฎหมายในยุคดิจิทัลได้อย่างเต็มที่ 

 

ระบบ EZStamp พร้อมใช้งานแล้ววันนี้ แล้วองค์กรของคุณหละ? 

พร้อมเดินหน้าสู่ก้าวใหม่ของระบบอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์รึยัง !!!! 

 

สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมล่วงหน้าได้เลย 

Tel: 02-026-3964  
E-mail: info@iamconsulting.co.th  
LINE@: http://bit.ly/3Eji6r1 
 
#ใบกำกับภาษี #etax #eTaxInvoice #eReceipt 
#EZTax #iZign #IAMConsulting  
#CreateOurExcitingFuture  

 

Clean Core แนวคิดใหม่ในยุคคลาวด์ ERP

SAP S/4HANA Cloud เป็นระบบ ERP ที่ทำงานบนคลาวด์ โดยให้ลูกค้าทุกคนใช้ซอฟต์แวร์พื้นฐานเดียวกันและรับการอัปเดตพร้อมกัน จึงทำให้ไม่สามารถปรับแต่งระบบได้เหมือนระบบ On-Premise  แบบเดิม แต่ SAP ก็ได้พัฒนาแนวทางใหม่ที่เรียกว่า ” Clean Core ” เพื่อแก้ไขปัญหานี้


Clean Core คืออะไร?


1. Core

Core หมายถึงแกนหลักของ SAP S/4HANA Cloud ที่ครอบคลุม:

  • Processes: กระบวนการต่าง ๆ ในระบบที่สนับสนุนการดำเนินงานแบบครบวงจร
  • Data: ข้อมูลในระบบ ทั้งข้อมูลการตั้งค่า ข้อมูลหลัก และข้อมูลธุรกรรม
  • Integration: การเชื่อมต่อระหว่าง SAP S/4HANA Cloud กับโซลูชันอื่น ๆ
  • Operations: กิจกรรมด้านการบำรุงรักษา เช่น การจัดการการอัปเกรด การมอนิเตอร์ และการจัดการสิทธิ์
  • Extensibility: การเพิ่มฟังก์ชันเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะขององค์กร ในกรณีที่ฟังก์ชันมาตรฐานไม่สามารถรองรับได้

2. Clean

Clean หมายถึงการรักษาระบบดั้งเดิมโดยใช้วิธีที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ระบบสอดคล้องกับมาตรฐานของคลาวด์

3. Clean Core

คือ แนวคิดและแนวทางในการทำให้ SAP S/4HANA Cloud มีความยืดหยุ่น ทันสมัย และปฏิบัติตามมาตรฐานของระบบคลาวด์ โดยเน้นที่การบูรณาการและการปรับแต่งอย่างเหมาะสม ส่งผลให้ระบบมีความเสถียร ต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO) ลดลง และง่ายต่อการบำรุงรักษา

ประโยชน์ของ Clean Core

  • อัปเกรดง่าย: การอัปเกรดเป็นไปอย่างราบรื่น
  • นวัตกรรมที่รวดเร็ว: สามารถใช้งานเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ทันที
  • เสถียรภาพของระบบ: รองรับความปลอดภัย ความต่อเนื่อง และความเสถียรของระบบ
  • ลดต้นทุนรวม (TCO): ใช้โครงสร้างพื้นฐานและใบอนุญาตอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การตรวจสอบที่สมบูรณ์แบบ: ระบบตรวจสอบได้ มีความโปร่งใสในทุกมิติ

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับ Clean Core Extensibility

  1. ไม่ปรับแต่งโค้ดหลัก หลีกเลี่ยงการแก้ไขโค้ดที่มาพร้อมกับระบบ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาในอนาคต
  2. กำจัดส่วนขยายที่ซ้ำซ้อน ตัดการปรับแต่งที่ทำซ้ำกับฟังก์ชันมาตรฐานและหลีกเลี่ยงการสร้างสำเนาโครงสร้าง
  3. ใช้ API ที่ได้รับการรับรองจาก SAP ใช้เฉพาะ API ที่ SAP อนุมัติ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถรองรับการอัปเกรดในอนาคต
  4. ใช้ความสามารถ In-App Extensibility อย่างเต็มที่ ใช้ฟังก์ชันการปรับแต่งในตัวระบบที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งาน (Key User) สามารถปรับแต่งระบบได้ง่าย
  5. สร้างแอปพลิเคชันเพิ่มเติมบน SAP Business Technology Platform ใช้บริการและความสามารถของ SAP Business Technology Platform (BTP) เพื่อพัฒนาโซลูชันที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะ
  6. ใช้ SAP Integration Suite ใช้ชุดเครื่องมือการเชื่อมต่อ (Integration) ที่ช่วยให้ระบบสามารถทำงานร่วมกับโซลูชันอื่นได้อย่างราบรื่น

หากองค์กรของคุณกำลังมองหาแนวทางปรับปรุงระบบ SAP S/4HANA Cloud ให้รองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิด Clean Core ที่ลดความซับซ้อนและเพิ่มความยืดหยุ่น ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาและโซลูชันที่เหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญได้เลย!

ปรึกษาเรื่องระบบ SAP ERP กับ I AM Consulting

I AM Consulting คือที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชันที่ตอบโจทย์

ติดต่อเรา:
โทรศัพท์: 02-026-3964
E-mail: info@iamconsulting.co.th
LINE@: http://bit.ly/3Eji6r1

Source : https://learning.sap.com/learning-journeys/practicing-clean-core-extensibility-for-sap-s-4hana-cloud/introducing-the-clean-core-approach_fcb6c662-7041-4c99-88bd-345636fae7f3

Document Wallet The Series น่าเชื่อถือ โปร่งใส ลดใช้กระดาษ

 

Document Wallet 

I AM Consulting จับมือ ETDA ผลักดัน โครงการ “Document Wallet และเอกสารรับรอง (Verifiable Credentials)” ออกมาตรฐานกลางในการทำงานร่วมกันระหว่าง Application กลไกการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร รวมถึงขั้นตอนการใช้งาน Document Wallet
.
พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
Tel : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
.
#IAMConsulting #ETDA
#DocumentWallet #Verifiable Credentials
#Papaerless #Solution
#CreateOurExcitingFuture

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.