5 เหตุผลที่ บริษัทประกัน ควรทำ e-Stamp Duty

Insights 10 Oct 2025

ในโลกที่ธุรกรรมต่าง ๆ กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัล บริษัทประกัน ที่มีเอกสารจำนวนมากและต้องจัดการด้านภาษีอากรอยู่ตลอด ควรให้ความสำคัญกับการปรับระบบไปสู่ e-Stamp Duty หรือการชำระอากรแสตมป์แบบอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมกับการนำ Digital Signature (ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์) มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เสริมความปลอดภัย และสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือกว่า


การพิมพ์เอกสาร ทำสำเนา ซื้อแสตมป์อากรแบบดั้งเดิม และจัดเก็บเอกสารภาษีจำนวนมหาศาลในแต่ละปี คือภาระที่สิ้นเปลืองเวลาและงบประมาณ การเปลี่ยนมาใช้ เอกสารแบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Stamp Duty ช่วยให้สามารถทำสัญญา และชำระอากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที ลดขั้นตอนการจัดส่งเอกสาร ลดเวลาจัดซื้อแสตมป์อากร ลดความผิดพลาด และทำให้การตรวจสอบย้อนหลังทำได้ง่ายขึ้น


การแปะอากรแสตมป์ด้วยมือแบบดั้งเดิม มีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดสูง และอาจมีความเสี่ยงเรื่องอากรแสตมป์ปลอม แต่ e-Stamp Duty ทำให้ข้อมูลการชำระอากรถูกบันทึกในระบบกลางของกรมสรรพากร มีความน่าเชื่อถือ ตรวจสอบได้ 100% และยังสามารถผูกกับ Digital Signature เพื่อยืนยันตัวตนผู้ลงนามและเวลาในการลงนามอย่างแม่นยำ


ภาครัฐได้ผลักดันการใช้ e-Stamp Duty และ Digital Signature ในองค์กรภาคธุรกิจ เพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่โปร่งใสและทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจประกันภัย ที่เกี่ยวข้องกับกรมธรรม์ เอกสารสัญญา และหนังสือรับรองต่าง ๆ การปฏิบัติตามแนวทางนี้จะช่วยให้บริษัทดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามข้อกำหนด และพร้อมสำหรับการตรวจสอบโดยหน่วยงานที่กำกับ


การซื้อประกันไม่ควรต้องรอหลายวัน เพราะเอกสารหายหรือล่าช้า การทำเอกสารแบบ Digital พร้อมลงนามด้วย Digital Signature และชำระอากรด้วย e-Stamp Duty ทำให้ลูกค้าสามารถรับเอกสารสำคัญได้รวดเร็ว แม้อยู่ต่างจังหวัดหรืออยู่ในช่วงนอกเวลาทำการ ถือเป็นก้าวสำคัญของการให้บริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่


เมื่อบริษัทประกันต้องขยายบริการผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ หรือการเป็นพาร์ทเนอร์กับแพลตฟอร์มต่าง ๆ การมีระบบหลังบ้านที่รองรับ e-Stamp Duty และ Digital Signature ช่วยให้สามารถส่งมอบเอกสารหรือกรมธรรม์ได้แบบ real-time รองรับการ scale up ได้ทันที ไม่ต้องเพิ่มภาระงานเอกสารให้ทีมงาน

การเปลี่ยนมาใช้ e-Stamp Duty ควบคู่กับ Digital Signature ไม่ใช่แค่เรื่องของการ “ลดต้นทุน” แต่เป็นการยกระดับทั้งระบบงาน ความน่าเชื่อถือ และประสบการณ์ของลูกค้าในยุคที่ทุกวินาทีมีค่า บริษัทประกันที่ปรับตัวก่อน ย่อมได้เปรียบทั้งในด้านประสิทธิภาพและภาพลักษณ์ที่ทันสมัยในสายตาลูกค้า


หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจทั้งระบบภาษีดิจิทัล การใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ และการวางระบบให้เชื่อมโยงกับระบบ ERP หรือ Document Management อย่างครบวงจร


I AM Consulting คือพาร์ทเนอร์ที่คุณไว้วางใจได้


ด้วยประสบการณ์ในการติดตั้งระบบ ERP ระดับโลก อย่าง SAP และเป็นผู้พัฒนาระบบ e-Tax, Digital Signature และ e-Stamp Duty ให้กับองค์กรชั้นนำมากมาย เราสามารถวางโครงสร้าง IT ให้องค์กรของคุณสอดรับกับกฎหมายไทย พร้อมให้คำปรึกษาและพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ธุรกิจประกันภัยทุกขนาด


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964
E-mail : info@iamconsulting.co.th
LINE@ : https://cutt.ly/iamline

Suggested News

เตรียมธุรกิจให้พร้อม รับแคมเปญ ไทยเที่ยวไทย กระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ ด้วย e-Tax Invoice & e-Receipt

ท่องเที่ยวไทยคึกคัก….ธุรกิจคุณครึกครื้น   จากมาตรการลดหย่อนภาษีปี 67 ของภาครัฐที่ต้องการกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรองทั้ง 55 จังหวัด ในช่วง Low Season ระหว่างเดือนพฤษภาคม – พฤศจิกายน 2567 โดยบุคคลธรรมดา สามารถนำค่าบริการท่องเที่ยวและค่าที่พักมาหักภาษีเงินได้ไม่เกิน 15,000 บาท และสำหรับนิติบุคคล สามารถนำค่าใช้จ่ายในการจัดสัมมนาในเขตพื้นที่ท่องเที่ยวเมืองหลักมาหักได้ 1.5 เท่า และเมืองรองนำมาหักได้ถึง 2 เท่า ซึ่งมาตรการนี้ผู้ประกอบการที่จะสามารถเข้าร่วมแคมเปญได้จะต้องออกใบกำกับภาษีเต็มรูปในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ของกรมสรรพากรเท่านั้น   แล้วธุรกิจของคุณมีระบบพร้อมหรือยัง?   EZTax ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ของ I AM Consulting ที่ช่วยให้คุณออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการออกเอกสารแต่ละครั้ง พร้อมตอบรับทุกแคมเปญและโอกาสใหม่ ๆ ที่เพิ่มยอดขายได้เหนือกว่าคู่แข่งขัน   ทำไมต้อง EZTax by I AM […]

Insights

5 แนวทางการประเมิน ทดลองงาน (Probation Evaluation) ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

ประเมิน ทดลองงาน (Probation Evaluation) เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ นอกจากจะช่วยพิสูจน์ความรู้ความสามารถ หรือทักษะในการทำงานของพนักงานใหม่แล้ว ยังเป็นโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ลองสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน รวมถึงพิจารณาความเข้ากันได้กับวัฒนธรรมขององค์กร ดังนั้นการประเมินควรเป็นไปอย่างมีระบบระเบียบ เพื่อให้ผลลัพธ์นั้นมีประสิทธิภาพ เป็นประโยชน์ต่อทั้งองค์กรและพนักงานในระยะยาว แต่จะทำการประเมินอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด? วันนี้ I AM Consulting ขอยก 5 แนวทางนี้ มาให้ฝ่าย HR และ หัวหน้างานได้ลองนำไปปรับใช้กัน   1) กำหนดเกณฑ์ในการประเมินและสื่อสารกับพนักงานให้ชัดเจน   เกณฑ์การประเมินอาจแตกต่างกันออกไปตามตำแหน่งและหน้าที่ที่พนักงานใหม่ได้รับมอบหมาย ซึ่งในรายละเอียดเป็นสิ่งที่ฝ่าย HR ต้องตกลงร่วมกับหัวหน้างาน และชี้แจงให้พนักงานได้รับทราบเกณฑ์การประเมินผลที่ชัดเจน ซึ่งตัววัดที่ดี ควรทำให้องค์กรรับทราบทัศนคติในการทำงาน, การปฎิสัมพันธ์กับคนอื่น ของตัวพนักงาน แน่นอนว่าเกณฑ์ในการวัดผลงานในเนื้องานของพนักงานก็มีความสำคัญด้วยเช่นกัน   2) กำหนด milestone ในการวัดผลและติดตามเป็นระยะ   ระยะเวลาทดลองงานโดยส่วนใหญ่ จะอยู่ที่ 90-120 วัน การประเมินจะได้ผลดีหากมีการกำหนด milestone ในการวัดผลย่อยๆ ภายในระยะเวลาดังกล่าว เพื่อให้ผู้ประเมินสามารถติดตาม รับทราบความคืบหน้าของตัววัดได้เป็นระยะ และเกิดการพูดคุยสื่อสารเพื่อสร้างความคุ้นเคยให้กับพนักงานใหม่ ทำให้องค์กรได้เห็นแนวโน้มของพนักงานใหม่ได้รวดเร็ว […]

Insights
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.