5 สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมก่อนติดตั้ง ระบบ ERP ในองค์กร

การนำ ระบบ ERP เข้ามาใช้ หรือ การเปลี่ยนจากระบบเดิมมาเป็นระบบใหม่ ต่างก็ถือว่าเป็นโครงการใหญ่ เพราะเป็นการพลิกรูปแบบการทำงานในองค์กร พนักงานต้องพบกับหน้าตาของแพลตฟอร์มใหม่ อาจมีขั้นตอนการทำงาน หรือข้อกำหนดบางอย่างที่เปลี่ยนไป I AM Consulting จึงขอแนะนำ 5 สิ่งที่ควรมีการเตรียมความพร้อม ติดตั้งระบบ ERP ในบทความนี้

 

1 พูดคุยกับพนักงาน พร้อมจัดตั้งทีมงานที่รับผิดชอบ

พนักงาน คือผู้ที่จะใช้งานระบบ ERP เป็นหลัก ดังนั้นก่อนผู้บริหารจะนำระบบเข้ามาใช้ ควรพูดคุย เปิดโอกาสให้พนักงานได้ตั้งคำถาม และแสดงความคิดเห็น ตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกระบบ ERP ที่จะนำมาใช้
หลังจากนั้นควรประกาศไปยังพนักงานทุกระดับ ให้ทราบถึงข้อดี และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมจัดตั้งทีมงานที่รับผิดชอบในฝ่ายต่างๆ อย่างชัดเจน รวมทั้งเตรียมความพร้อมในเรื่องของเวลา ให้ทีมงานสามารถมีส่วนร่วมกับโครงการอย่างเต็มที่ เพื่อให้การดำเนินงานภายในองค์กร และ การประสานงานกับ Implementor เป็นไปได้อย่างราบรื่น

 

2 เลือก Implementor ที่ตอบโจทย์

แม้จะเป็น ระบบ ERP เดียวกัน แต่การทำงานของผู้พัฒนาระบบ (Implementor) แต่ละที่ก็มีความแตกต่างกัน โครงการที่มีระยะเวลาดำเนินการนาน และงบประมาณค่อนข้างสูงอย่างนี้ องค์กรควรเลือก Implementor ที่มีความเชี่ยวชาญครอบคลุมทุกด้าน ทั้งในเรื่องธุรกิจขององค์กร รายละเอียดของโครงการ จนถึงความเข้ากันได้กับวัฒนธรรมขององค์กร อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ เคล็ดลับการเลือกผู้พัฒนาระบบ

I AM Consulting เป็นผู้พัฒนาระบบให้กับ SAP เรามีประสบการณ์ และพร้อมที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการพัฒนาระบบไอทีให้กับลูกค้าทุกกลุ่มธุรกิจ

 

3 เตรียม Requirement ให้ชัดเจน

องค์กรต้องเตรียมข้อมูล Requirement ให้ชัดเจน และแจ้งจุดประสงค์ของการใช้ระบบ ERP ปัญหาที่พบเจอและต้องการแก้ไข รวมถึงกำหนดเป้าหมายขึ้นมา เพื่อให้ Implementor ทำความเข้าใจ และมองหา Solutions ที่ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด อาจต้องปรับปรุงหรือพัฒนาระบบบางอย่างในองค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่จะใช้ ซึ่ง Implementor จะช่วยไกด์ และตรวจสอบให้ก่อนขึ้นระบบจริง โดยควรเตรียมตัวอย่างเอกสาร หรือรายงานที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้ Implementor มีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น

 

4 ทดสอบระบบอย่างละเอียด

หลังจากขึ้นระบบแล้ว ก่อนจะเริ่มนำไปใช้งานจริง ทางองค์กร และ ทีม Implementor จะต้องทำการทดสอบระบบร่วมกัน เพื่อตรวจสอบว่ามีข้อผิดพลาดอะไรหรือไม่ หรือต้องการเพิ่มเติมส่วนใด โดยหยิบยกตัวอย่าง scenario ต่างๆที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมาใช้ร่วมในการทดสอบด้วย

 

5 ฝึกอบรมพนักงานทุกฝ่าย

เมื่อตรวจสอบระบบเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้ในขั้นตอนสุดท้าย คือการจัดฝึกอบรมการใช้งานให้แก่พนักงานทุกฝ่าย เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในตัวระบบ และสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่น

การเตรียมความพร้อมทั้ง 5 ส่วนข้างต้นนี้ จะช่วยให้การติดตั้งระบบ ERP ประสบผลสำเร็จ ตามระยะเวลา และงบประมาณที่องค์กรวางไว้ รวมถึงเข้ามาช่วยข้อมูลในองค์กรเป็นระเบียบและปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และ การวิเคราะห์ธุรกิจ ตามความคาดหวังอย่างแน่นอน

 

ระบบ ERP ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

 

หากพูดถึงระบบ ERP ชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงก็จะเป็น “ SAP ” เพราะ SAP ถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตซอฟต์แวร์ ERP ชั้นนำของโลก ก่อตั้งขึ้นมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1972 ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ ประเทศเยอรมนี มีพนักงานมากกว่า 105,000 คน ทั่วโลก และมีจำนวนผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก
SAP S/4 HANA เป็นระบบ ERP เวอร์ชั่นล่าสุดของ SAP ที่พัฒนามาพร้อมเทคโลโนยีอัจฉริยะ ทั้ง AI, Machine Learning การวิเคราะห์ขั้นสูง พร้อมรองรับ Big Data และ IoT ช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถนำโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ มาปรับใช้ และจัดการการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจอย่างได้อย่างรวดเร็ว

 

ปรึกษาเรื่องระบบ ERP กับ I AM Consulting 

 

I AM Consulting คือที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 

ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ช่วยเปลี่ยนฝ่ายบัญชี ให้ไม่มีเอกสารกองโต

ฝ่ายบัญชียุคใหม่คงไม่มีใครอยากทำงานกับเอกสารกระดาษกองโตอีกต่อไปแล้ว เพราะปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากมายที่สามารถเข้ามาช่วยลดขั้นตอนและความยุ่งยากต่างๆ ได้ อย่าง ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ก็เป็นหนึ่งในโซลูชั่นที่ตอบโจทย์นี้ได้มากทีเดียว

 

e-Tax Invoice & e-Receipt คืออะไร?

อธิบายให้เข้าใจได้ง่ายๆ e-Tax Invoice & e-Receipt ก็คือ ใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ และ ใบรับหรือใบเสร็จรับเงิน ที่เปลี่ยนจากรูปแบบกระดาษ มาอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์นั่นเอง ซึ่งทางกรมสรรพากรเล็งเห็นว่าเป็นวิธีการทำงานที่สะดวกมากขึ้นกับทุกฝ่าย จึงออกมาตรการที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการทั่วประเทศลงทุนทำระบบนี้ด้วย

 

ตัวอย่างปัญหาที่อาจเกิดจากการทำใบกำกับภาษีรูปแบบกระดาษ
 

 

กระบวนการจัดทำใบกำกับภาษีในรูปแบบเดิมมีหลายขั้นตอน ใช้เวลานาน มีคนหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง นักบัญชีจึงอาจพบปัญหาเหล่านี้ได้บ่อยครั้ง เช่น

1)    เอกสารสูญหาย หรือ เสียหาย
2)    ข้อมูลบนเอกสารไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง
3)    เกิดความล่าช้าในการจัดส่ง และจัดเก็บเอกสาร
4)    เอกสารที่จัดเก็บในคลังไม่เป็นระบบระเบียบทำให้ค้นหาได้ยาก
5)    ต้นทุนสูงทั้งค่าจัดทำ จัดส่ง และ ค่าเก็บรักษา
 

e-Tax Invoice & e-Receipt จะช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้นได้อย่างไรบ้าง?

 

 

ดูจากภาพเปรียบเทียบกันก็จะเห็นได้ชัดว่า การทำใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยให้ขั้นตอนในการทำงานลดลงไปมาก เปลี่ยนกระบวนการที่ต้องให้คนทำงาน มาเป็นระบบอัตโนมัติเยอะขึ้น และยังมีประโยชน์อีกมากมาย เช่น

•    ไม่จำเป็นต้องมีกระดาษเลยแม้แต่แผ่นเดียว เพราะอาศัยการส่งผ่านระบบ หรือ E-mail 
•    ช่วยลดรายจ่ายทุกทางทั้งค่าจัดทำ จัดส่ง และ ค่าเก็บรักษา
•    การจัดเก็บข้อมูลบน Cloud ช่วยให้การสืบค้นง่ายกว่าการค้นหาเอกสารจากในแฟ้ม
•    ใบกำกับภาษีมีความน่าเชื่อถือ ป้องกันการปลอมแปลงใบกำกับ
•    ผู้ได้รับเอกสาร (ผู้ซื้อ) สามารถนำเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ไปใช้ในระบบอื่นต่อได้ทันที

 

EZTax จะช่วยให้ฝ่ายบัญชีทำงานได้แบบ..อีซี่

 

ระบบของเราได้รับการรับรองมาตรฐานสากล สามารถทำงานได้ตรงตามคุณสมบัติที่กรมสรรพากรกำหนดทั้งหมด ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำเอกสาร นำส่ง ไปจนถึงการเก็บข้อมูล ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้สามารถใช้งานได้ง่ายที่สุด รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ บนมาตรฐานระดับสากล สามารถเข้ากันได้กับระบบ ERP ทุกรูปแบบ 

 

 

 

ปรึกษาเรื่องระบบ e-tax กับ I AM Consulting 

 
เรามีความมั่นใจในบริการที่ครอบคลุม พร้อมความสามารถในการแนะนำ ให้คำปรึกษาด้านบัญชี และนำเสนอโซลูชันให้กับลูกค้าได้อย่างครบวงจร (One-Stop-Service) ตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การจัดหาใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ การลงทะเบียน การตรวจประเมินเบื้องต้นเพื่อปรับกระบวนการและลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น การติดตั้งและวางระบบ ไปจนถึงการฝึกอบรมทีมงาน และมีบริการดูแลหลังจากติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เพราะระบบจะอยู่กับองค์กรไปอีกนาน จึงต้องมีทีมที่ปรึกษาที่จะช่วยดูแล ปรับปรุง พัฒนา ระบบอย่างต่อเนื่อง

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 

6 ตัวช่วย HR ค้นหา รักษา คนเก่งในองค์กร (Talent)

ทรัพยากรบุคคลเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่จะส่งเสริมให้องค์กรก้าวหน้าและประสบความสำเร็จ  ทุกองค์กรย่อมอยากให้มีบุคลากรที่มีศักยภาพสูงหรือคนเก่งในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นจากการค้นหาคนเก่งจากภายนอกหรือสร้างคนเก่งในองค์กร แต่สิ่งที่ยากกว่าการหาคนเก่ง คือการรักษาคนเหล่านั้นให้ยังคงอยุ่ในองค์กรของเรา


I AM Consulting ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการพนักงานผู้มีศักยภาพสูงเป็นอย่างยิ่ง จึงอยากแนะนำ “6 ตัวช่วย HR ค้นหา รักษา คนเก่งในองค์กร” ด้วยระบบ SAP SuccessFactors – Talent Management

1. Recruiting


ตลอดระยะเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา สงครามการแย่งคนเก่ง (Talent War) ร้อนแรงมากขึ้น เนื่องจากทุกองค์กรและธุรกิจ ต้องปรับตัวไปสู่โลกดิจิทัล ดังนั้นสิ่งที่ตลาดแรงงานต้องการคือคนที่มีทักษะ ความเชี่ยวชาญ และศักยภาพ ที่จะเข้ามาช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวและเป็นผู้นำในตลาดได้ ระบบ SAP SuccessFactors จะช่วยคุณลดระยะเวลาที่ใช้ในการสรรหาพนักงาน พร้อมเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้สมัครเพื่อช่วยให้เราดึงดูดผู้สมัครเก่งๆเหล่านั้นให้เข้ามาทำงานกับองค์กรของเรา

2. Onboarding


หลายครั้งที่องค์กรอาจจะได้คนเก่งเข้ามาในองค์กรแล้วแต่รักษาไว้ไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 2-3 เดือนแรก ซึ่งเป็นช่วงที่พนักงานใหม่ต้องปรับตัวให้เข้ากับองค์กรใหม่ ดังนั้น หากพนักงานเหล่านั้นรู้สึกโดดเดี่ยวอยู่ในองค์กรก็ไม่แปลกที่พนักงานจะลาออก ระบบ SAP SuccessFactors จะช่วยให้พนักงานเหล่านั้นรู้สึกว่าได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และช่วยให้การ onboard พนักงานใหม่มีประสิทธิภาพ

3. Performance Management


การประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างยุติธรรม ให้คะแนนตามศักยภาพและความสามารถของพนักงาน เป็นสิ่งสำคัญที่จะรักษาพนักงานให้ยังคงทำงานอยู่กับองค์กรได้สูงทีเดียว ระบบ SAP SuccessFactors ช่วยให้การกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัดผลงาน และแนวทางการประเมินผลมีความชัดเจนมากขึ้น พนักงานทราบตั้งแต่ต้นปีว่าปัจจัยอะไรบ้างที่จะถูกนำมาใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของตนเอง และระบบยังรองรับการทำ Calibration เพื่อให้แน่ใจว่าผู้บังคับบัญชาทุกคนใช้มาตรฐานเดียวกันและมีวิธีคิดในการประเมินผลการปฏิบัติงานไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันกับทุกคนในองค์กร

4. Compensation Management


การจ่ายค่าตอบแทนตามผลงาน (Pay for Performance) มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างแรงจูงใจในการทำงานของพนักงาน หากทุกคนได้ขึ้นเงินเดือนเท่าๆกัน ได้โบนัสเท่าๆกัน แรงจูงใจของพนักงานเก่งๆก็คงจะหดหายไป และส่งผลให้เกิดการลาออกเพื่อไปหาองค์กรที่สามารถให้ค่าตอบแทนได้มากกว่า
ระบบ SAP SuccessFactors จะช่วยให้การวางแผนขึ้นเงินเดือนและให้โบนัส สอดคล้องกับผลการประเมินของแต่ละบุคคล แต่ยังคงอยู่ในกรอบของงบประมาณที่ตั้งไว้ และสามารถแสดงข้อมูลต่างๆที่อาจจะมีผลกับการพิจารณาปรับค่าตอบแทนให้พนักงานได้ เช่น Compa-Ratio, Market Pay เป็นต้น 

5. Succession & Development


อีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยรักษาพนักงานไว้ คือ การที่พนักงานมองเห็นโอกาสเติบโตในองค์กร และองค์กรส่งเสริมให้พนักงานได้นำศักยภาพที่มีออกมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่  ระบบ SAP SuccessFactors ช่วยเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถเห็นสายอาชีพ (Career path) และ Competency Gap ของตนเอง เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถวางแผนการพัฒนาตนเอง (Individual Development Plan) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังรองรับการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning) และค้นหาคนเก่งในองค์กร (Talent) เพื่อเตรียมความพร้อมให้คนเหล่านั้นมีศักยภาพที่จะดำรงตำแหน่งสำคัญในอนาคตได้

6. Learning


การฝึกอบรมเป็นหนึ่งในวิธีการพัฒนาบุคลากร และสร้างคนเก่งในองค์กร จะดีแค่ไหนถ้าพนักงานสามารถค้นคว้าหาความรู้และพัฒนาตัวเองได้อย่างเต็มที่ ระบบ SAP SuccessFactors รองรับการจัดการหลักสูตรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรฝึกอบรมแบบที่เรียนในห้องเรียน เรียนออนไลน์ หรือการเชื่อมต่อกับ content provider ที่มีชื่อเสียงต่างๆ นอกจากนี้ยังรองรับการทำข้อสอบออนไลน์ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบุคลากรของเรามีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาที่เรียนอย่างแท้จริง


นอกจาก 6 ตัวช่วยที่ยกมานี้ SAP SuccessFactors ยังมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกมากมาย สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่


ปรึกษาเรื่อง ระบบ HR กับ I AM Consulting


I AM Consulting เป็นผู้พัฒนาระบบ SAP SuccessFactors เราสามารถให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณไปสู่การทำงานแบบดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถของพนักงานไปกับ ระบบ HR ที่ครอบคลุม ยืดหยุ่น และตอบโจทย์การใช้งาน ด้วยจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศ เราพร้อมสนับสนุนให้องค์กรของคุณสามารถนำเทคโนโลยีมาช่วยให้การดำเนินธุรกิจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้

โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail: info@iamconsulting.co.th 
LINE@: http://bit.ly/3Eji6r1
 

GROW with SAP คืออะไร

องค์กรขนาดกลางมักเผชิญกับความท้าทายในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากไม่มีทรัพยากรหรือโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงเท่ากับองค์กรขนาดใหญ่ แต่ยังต้องมีความคล่องตัว ตอบสนองต่อความต้องการของตลาด และเข้าถึงเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ นี่คือสิ่งที่ GROW with SAP แคมเปญใหม่จาก SAP สามารถช่วยได้ ซึ่ง I AM Consulting จะนำมาให้รู้จักกันในบทความนี้ 


GROW with SAP คือ โซลูชั่นที่จะช่วยธุรกิจขนาดกลางในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล โดยการยกระดับระบบ ERP ให้เน้นการทำงานบน Cloud Public Edition ซึ่งช่วยให้ขึ้นระบบได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ข้อมูลถูกเก็บไว้ด้วยความปลอดภัยตามมาตรฐานระดับโลก และได้ใช้งาน SAP S/4HANA ที่มี Best Practice ที่พร้อมใช้ จากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของ SAP ในหลากหลายอุตสาหกรรม 


ข้อดีของ GROW with SAP สำหรับองค์กรขนาดกลางคืออะไร ? 

 

การดำเนินงานที่คล่องตัว 


GROW with SAP นำเสนอชุดแอปพลิเคชันบน Cloud แบบบูรณาการ โดยโซลูชั่นนี้จะเป็นแบบ end-to-end ในทุกแง่มุมของธุรกิจ ตั้งแต่การจัดการทรัพยากรไปจนถึงการบริการลูกค้า ช่วยให้ผู้บริหารและพนักงานสามารถมองเห็นปัญหาและดำเนินการแก้ไขเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมได้ 

วิเคราะห์และตัดสินใจได้ดีขึ้น 


SAP S/4HANA มีอัลกอริทึมการวิเคราะห์ขั้นสูงและ Machine Learning เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ ซึ่งช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถตัดสินใจโดยใช้ฐานข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ ทำให้วิเคราะห์และตัดสินใจเพื่อขับเคลื่อนองค์กรได้ดี รวมถึงช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร 


 

ช่วยเพิ่มประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า 


ระบบมีคุณลักษณะต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ซึ่งรวมถึงการวิเคราะห์ขั้นสูงที่สามารถช่วยให้องค์กรขนาดกลางเข้าใจความต้องการและความพึงพอใจของลูกค้า จึงสามารถปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการของตนให้ตรงกับความต้องการเฉพาะของลูกค้า ความพึงพอใจ และพัฒนาไปสู่การสร้าง Brand Loyalty ได้ 

 

ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น 


GROW with SAP สามารถช่วยองค์กรขนาดกลางปรับปรุงประสิทธิภาพโดยทำให้งานประจำเป็นแบบอัตโนมัติและปรับกระบวนการทางธุรกิจให้เหมาะสม ช่วยให้บริษัทสามารถมุ่งเน้นไปที่ความคิดริเริ่มเชิงกลยุทธ์ที่สามารถขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน 

ค่าใช้จ่ายลดลง 


องค์กรขนาดกลางไม่จำเป็นต้องลงทุนในฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ราคาแพง สิ่งนี้สามารถนำไปสู่การประหยัดต้นทุนได้อย่างมาก ทั้งด้านระยะเวลาและค่าใช้จ่าย ทำให้บริษัทสามารถลงทุนในด้านอื่นๆ ของธุรกิจเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตและสร้างผลกำไร GROW with SAP มาพร้อมกับ Best Practice ที่สามารถใช้งานได้ทันที  ไม่จำเป็นต้องลองผิดลองถูกหรือลงทุนเพื่ออัปเดตความสามารถด้านเทคโนโลยีเพิ่มเติม 


ปรึกษาเรื่อง GROW with SAP กับ I AM Consulting  


I AM Consulting เป็นผู้ Implement ระบบให้กับ SAP เราสามารถให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้ 


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้ 

โทรศัพท์ : 02-026-3964  

E-mail : info@iamconsulting.co.th  

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1 


ดูหน้าเว็บไซต์ Grow with SAP เพิ่มเติม คลิกที่นี่

5 เหตุผล ทำไมต้องเลือก I AM Consulting ในการ Implement SAP

หากองค์กรของคุณกำลังต้องการ ระบบต่างๆ จาก SAP ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ชั้นนำของโลก เข้ามาช่วยจัดการข้อมูล เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และ กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับการ Implement SAP ในประเทศไทย .. เลือก I AM Consulting ดีไหม ? เรามี 5 เหตุผลประกอบการตัดสินใจมาให้ทุกท่านในบทความนี้


1)    เราทำความเข้าใจโจทย์ของลูกค้าอย่างจริงจัง

เพราะความต้องการ ข้อจำกัด ข้อบังคับ ของแต่ละองค์กรมีความแตกต่างกัน ในเฟสแรกของการทำงาน ทีมจะเข้าไปเก็บข้อมูล Business Requirement อย่างละเอียด รวมถึง สำรวจความพร้อมในองค์กร ทั้งในด้าน ฮาร์ดแวร์ และ ซอฟต์แวร์ เพื่อนำเสนอโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ที่สุด


2)    เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ที่สามารถให้คำปรึกษาลูกค้าได้ทุกขั้นตอน

ทีมงานของ I AM มีประสบการณ์ในการ Implement SAP มาหลายปี เราได้รับโอกาสทำงานในทุกอุตสาหกรรม จึงมีความรู้ความเข้าใจในลักษณะเฉพาะของแต่ละธุรกิจ สามารถให้คำปรึกษาได้ทุกขั้นตอน นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการสื่อสาร โดยเฉพาะศัพท์เฉพาะทางที่เข้าใจยาก เราจะอธิบายให้ลูกค้าสามารถเห็นภาพ และเข้าใจได้ง่ายขึ้น


3)    เราสามารถทำตามที่ได้สัญญาไว้กับลูกค้า

“When I AM Promises… I AM Delivers” คือหนึ่งในหลักการทำงานที่เรายึดถือ การอยู่เคียงข้างลูกค้า ช่วยให้การติดตั้งระบบประสบผลสำเร็จ ไปตามแผนงานและงบประมาณที่กำหนดไว้ เป็นความภาคภูมิใจของพวกเราชาว I-AMer ทุกคน


4)    เรามีบริการดูแลหลังการติดตั้งระบบ

เมื่อติดตั้งระบบแล้ว ก็จะอยู่กับองค์กรไปอีก 5 – 10 ปี I AM จึงจะเป็นทีมที่ปรึกษาที่จะช่วยดูแลหากเกิดปัญหา หรือ ข้อสงสัยระหว่างการใช้งาน คอยมอนิเตอร์หากระบบจำเป็นต้อง ปรับปรุง พัฒนา เพื่อให้ทันสมัย พร้อมรองรับเทคโนโลยีที่หลากหลายในการพัฒนาธุรกิจในอนาคต


5)    เรามีบริการที่ครอบคลุม นอกเหนือจาก SAP

นอกจาก SAP แล้ว เรายังมี IT Solutions อีกมากมายที่จะเข้ามาช่วยต่อยอดให้องค์กรของลูกค้าก้าวเข้าสู่ Digital Transformation อย่างเต็มรูปแบบ เช่น OpenText : ระบบจัดการเอกสาร Enterprise Content Management (ECM), EZTax : ระบบ e-Tax invoice & e-Receipt, ระบบ iZign : ระบบลงลายมือชื่อดิจิทัลที่เชื่อถือได้ จนไปถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Blockchain เพื่อธุรกิจเป็นต้น


นอกจากระบบที่ดีแล้ว การเลือกทีมพัฒนาให้เหมาะสมถือเป็นอีกหัวข้อที่ไม่ควรละเลย หากสนใจให้ I AM Consulting เป็นที่ปรึกษา สามารถติดต่อเราได้ในทุกๆ ช่องทาง

 

ปรึกษาเรื่อง SAP กับ I AM Consulting 


I AM Consulting คือที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 

SAP S/4HANA มีอะไรใหม่และดีกว่า เมื่อเทียบกับ SAP ECC 

ในปี 2015 SAP ได้เปิดตัว SAP S/4HANA ซึ่งเป็น ซอฟต์แวร์ ERP เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด แต่ ณ ปัจจุบัน หลายองค์กรยังคงใช้ SAP ECC อยู่ ซึ่งใกล้จะหมด Mainstream Maintenance แล้ว หากท่านกำลังเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง 2 ระบบนี้ I AM Consulting มีคำตอบให้ตามด้านล่าง


หรือ หากองค์กรยังไม่มีระบบ ERP สามารถทำความเข้าใจเพิ่มเติมได้ที่นี่ ระบบ ERP คืออะไร ทำไมทุกองค์กรต้องมี 


SAP S/4HANA แตกต่างจาก SAP ECC อย่างไร?


SAP S/4HANA ถูกพัฒนา ปรับปรุงคุณสมบัติและกระบวนการทำงานจาก SAP ECC เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ มีฟีเจอร์บางอย่างที่เปลี่ยนไป รวมถึงมีฟีเจอร์ที่เกิดขึ้นใหม่ด้วย ตามตัวอย่าง ดังนี้ 

 

CO-Profitability Analysis 

  • การวิเคราะห์ความสามารถทำกำไร หรือ Profitability Analysis (CO-PA) นั้นใน SAP ECC จะเป็นแบบ costing-based  ส่วน SAP S/4HANA จะเป็นในรูปแบบ account-based  แต่ยังสามารถเรียกใช้งานทั้งสองตัวเลือกพร้อมกันได้ 
  • การรวมระบบของ FI และ CO (SAP S/4HANA Universal Journal) 
  • ในระบบ SAP S/4HANA จะทำการรวมโครงสร้างของข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการบันทึกรายการบัญชีของระบบบัญชีการเงิน Financial Accounting (FI) และระบบบัญชีบริหาร Controlling (CO) ไว้ที่แหล่งข้อมูลชุดเดียวกันในตารางชื่อ ACDOCA หรือ Universal Journal 
  • การประมวลผลข้อมูลที่เก็บไว้ในแหล่งข้อมูลชุดเดียวกันนั้น ทำให้ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล สามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีความอัพเดตได้แบบ Real Time เพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังทำให้กระบวนการกระทบยอดข้อมูลนั้นไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป 


การเพิ่ม Material Number 

  • SAP S/4HANA ให้คุณมีตัวเลือกในการเพิ่ม Material Number จากเดิม 18 Digit เป็น 40 Digit 


พันธมิตรทางธุรกิจแบบบูรณาการ 


ใน SAP ECC ลูกค้าและผู้ขายเป็นข้อมูลที่แยกจากกัน แต่สำหรับ SAP S/4HANA จะรวมลูกค้าและผู้ขายไว้ในข้อมูลหลักแบบรวมที่เรียกว่าพันธมิตรทางธุรกิจ การรวมลูกค้ากับผู้ขายมีประโยชน์หลายประการ เช่น: 

  • คู่ค้าทางธุรกิจหนึ่งรายสามารถมีบทบาทและที่อยู่ได้หลายรายการ 
  • ข้อมูลทั่วไปจะถูกแชร์ข้ามบทบาท ซึ่งช่วยลด database footprint ได้ 
  • มีความซ้ำซ้อนน้อยลงเนื่องจากข้อมูลที่ไม่ได้ใช้จะถูกลบหลังจากระยะเวลาหนึ่ง 

MRP Live 


การประมวลผลการวางแผนระบบ MRP ใน SAP ECC ต้องรอจนถึงช่วงที่ไม่ใช่ชั่วโมงเร่งด่วนถึงจะ Run MRP (Background Job) ได้ เพื่อไม่ให้กระทบกับ Performace ของระบบได้ 


แต่ใน SAP S/4HANA สามารถประมวลผลการวางแผนระบบ MRP ได้ทันที   จะช่วยให้ได้ข้อมูลแบบ เรียลไทม์ และนำไปใช้ประโยชน์ ได้ทันที โดยไม่ต้องกังวล Performace ของระบบ 


ฟีเจอร์ใหม่ใน SAP S/4HANA

Database ของ SAP HANA 


SAP S/4HANA ทำงานบนฐานข้อมูล SAP HANA ทั้งรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่า SAP ECC เพราะ SAP S/4HANA อ่านข้อมูลจากหน่วยความจำหลักแทนฮาร์ดดิสก์ ดังนั้นจึงมีการเคลื่อนย้ายข้อมูลน้อยลง 

Advanced ATP 


SAP S/4HANA สามารถตรวจสอบความพร้อมใช้งานของผลิตภัณฑ์ การจัดสรรผลิตภัณฑ์ และสินค้าค้างส่ง และอีกมากมายด้วย ATP ขั้นสูง (aATP) 

Global Trade Services 


SAP S/4HANA มีบริการการค้าทั่วโลก (GTS) ซึ่งแทนที่ฟังก์ชันการค้าต่างประเทศใน SAP ECC โดย SAP GTS ใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อเพิ่มความเร็วของกระบวนการทำงาน ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบการห้ามส่งสินค้า การตรวจสอบใบอนุญาต และการประกาศนำเข้าและส่งออก 

SAP Fiori User Interface 


SAP S/4HANA มีอินเทอร์เฟซผู้ใช้ใหม่ ใช้งานง่าย มอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น ช่วยให้สามารถทำงานให้เสร็จเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถสร้างแอปขององค์กรแบบกำหนดเองให้สอดคล้องกับทุกๆ Devices ได้ด้วย  


Source : blog.sap-press 


SAP S/4HANA ยังมีข้อดี และฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกมากมาย หากองค์กรของท่านต้องการพูดคุยรายละเอียดอย่างเจาะลึก เพื่อหาทางเลือกที่ดีที่สุด เราพร้อมให้คำปรึกษาด้วยทีมงานที่มีคุณภาพ มอบ Service Model หรือ IAM Managed Service ที่จะมาช่วยดูแลรักษาระบบงานในปัจจุบันหรืออนาคต ให้มีความเสถียรและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยตอบโจทย์ขององค์กรอย่างแท้จริง 


ปรึกษาเรื่องระบบ ERP กับ I AM Consulting


I AM Consulting คือที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้ 


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้ 

โทรศัพท์ : 02-026-3964  

E-mail : info@iamconsulting.co.th  

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1 

รู้จัก 4 เฟสการ สร้าง BOT และ วิธีการเลือกงาน ก่อนตัดสินใจนำ RPA มาใช้ในองค์กร 

หลังจากที่ทุกท่านได้ทำความรู้จักกันไปแล้วว่า RPA คืออะไร ? วันนี้ I AM Consulting อยากจะช่วยแก้ไขปัญหาการทำงานภายในองค์กร กับ process ต่างๆ ที่เป็น non-value tasks โดย สร้าง BOT ขึ้นมาแปลงการทำงานเหล่านั้นให้เป็นระบบอัตโนมัติ ผ่านโซลูชั่นที่มีชื่อว่า iRPA 


SAP Intelligent Robotic Process Automation (SAP iRPA) เป็นซอฟต์แวร์ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพขององค์กรให้ก้าวทัน Digital Transformation เข้ามาจำลองการทำงานของมนุษย์ ให้เป็นระบบอัตโนมัติที่รวดเร็วและทันสมัย โดยเข้าถึงแอพพลิเคชั่นต่างๆ ผ่านหน้า UI หรือ API ซึ่งจะช่วยให้พนักงานมีเวลามากพอที่จะไปสร้างมูลค่าเพิ่มด้านอื่นๆ ให้กับองค์กร 


การสร้าง BOT ผ่าน iRPA โดยทีมงานของ I AM Consulting สามารถสรุปให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยแบ่งออกเป็น 4 เฟส ดังนี้ 


4 เฟสการ สร้าง BOT 

 

สร้าง BOT

 

Analyze 

ในเฟสแรกทางทีมจะเข้าไปเก็บรวบรวมความต้องการ หรือ Pain Point ต่างๆ ที่ User พบเจอจากการใช้งานอยู่ แปลงความต้องการเหล่านั้นให้ออกมาเป็น BOT Spec เพื่อให้ RPA Developer นำมาพัฒนาต่อในเฟสถัดไป 


Build 

เฟสนี้จะเป็นขั้นตอนของการเตรียมการ และ พัฒนา BOT ขึ้นมา หาก User มีข้อสงสัยหรือปัญหาอื่นๆ ระหว่างการพัฒนาก็สามารถสอบถาม แจ้งให้ทีมทราบได้เลย 

 

Test 

เมื่อพัฒนาเรียบร้อยแล้ว ก็จะนำ BOT ที่ทำสำเร็จมาทำการทดสอบกับทาง User เพื่อดูว่ามีจุดที่ต้องปรับปรุงแก้ไขหรือไม่ พร้อมจัดเตรียมเอกสารที่จำเป็นต้องใช้งาน อาทิเช่น เอกสารสำหรับการทดสอบ SIT & UAT 

 

Run 

เฟสสุดท้ายเป็นกระบวนการใช้งานจริง ซึ่ง User จะใช้งาน และมอนิเตอร์ตัวระบบ โดยมีทางทีมคอยซัพพอร์ต


ทั้ง 4 เฟสมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะขั้นตอนแรกของการวิเคราะห์งานที่จะนำมาดำเนินการ เพราะไม่ใช่ทุกงานที่จะสามารถนำมาสร้าง BOT ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากต้องการดูว่ากระบวนไหนสมควรทำการ Automate อาจพิจารณาดังนี้


วิธีการพิจารณากระบวนการที่จะสร้าง BOT 

 

  • Manual & repetitive  
    งานที่ต้องทำซ้ำแบบเดิมทุกวัน เช่น การที่เราต้องดึงข้อมูลมาทำรีพอร์ตเพื่อส่งหัวหน้า สามารถให้ BOT เข้ามาทำงานแทนตั้งแต่ในขั้นตอนที่ดึงข้อมูล การแปลงข้อมูลนั้นเป็นรีพอร์ต และส่งอีเมลหาหัวหน้าแทนได้เลย 
  • High volume  
    งานที่มีปริมาณมาก เช่น การคีย์ข้อมูลที่มีจำนวนมากและต้องใช้เวลานาน 
  • Multiple systems 
    งานที่ต้องใช้งานหลากหลายระบบ และต้องจำ Username-Password สามารถให้ BOT ช่วยจดจำ Username-Password ทั้งหมด ดึงข้อมูล ประมวลผล และแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่ต้องการได้ 

 

ปรึกษาเรื่องระบบ SAP iRPA กับ I AM Consulting  


I AM Consulting สามารถให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ระบบดิจิทัล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วย IT Solution มากมาย ที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่สามารถสนับสนุนให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้ 


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้ 

โทรศัพท์ : 02-026-3964  

E-mail : info@iamconsulting.co.th  

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1 


#IAMConsulting #SAPiRPA 
#RoboticProcessAutomation 

จาก SAP GUI สู่ SAP Fiori กับการทำงานที่สะดวกกว่าที่เคย 

รู้หรือไม่ว่าจากระบบ SAP ที่องค์กรของคุณใช้งานได้ดีอยู่แล้ว สามารถเพิ่มความพิเศษขึ้นได้อีก ตามคอนเซปต์ SAP Digital Experience Extension หรือ กระบวนการสร้างประสบการณ์ผู้ใช้งานใหม่ ซึ่งทำให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้นจากการใช้งานระบบ SAP โดยหัวข้อที่ I AM จะยกมาพูดคุยกันในวันนี้ก็คือ From SAP GUI to SAP Fiori นั่นเอง


From SAP GUI to SAP Fiori 


ในการใช้งานระบบใดๆ ก็ตาม ต้องทำงานผ่าน User Interface นับเป็นจุดเริ่มต้นประสบการณ์การใช้งานระบบเพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง SAP ก็มีการพัฒนา User Interface อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้กับลูกค้า


User Interface หลักของการทำงานบน Desktop หรือที่เราเรียกว่า SAP GUI ซึ่งถูกใช้งานมาอย่างยาวนาน แม้จะมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีเยี่ยมอยู่แล้ว แต่ต้องแลกมากับเวลาเรียนรู้ในการใช้งานระบบ และมีข้อจำกัดในการทำงานผ่าน Mobile Devices 


เพื่อเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุด SAP Fiori จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมา เพื่อทำให้การทำงานสะดวกยิ่งขึ้น และรองรับ Global Trends ที่สามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา ทุกแพลตฟอร์ม บนระบบ SAP ERP หรือ SAP S/4 HANA 


SAP Fiori คืออะไร ? 


SAP Fiori คือการนำ Business Process ของ SAP มาประกอบกับ SAP UI5 มีคุณสมบัติในการรองรับการทำงานทุกอุปกรณ์ผ่านบราวเซอร์ โดยเริ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี 2013 จนมาถึงปัจจุบันมีแอปพลิเคชันพื้นฐานที่สามารถใช้งานได้ถึง 2,000 แอปพลิเคชัน สามารถเรียกขึ้นมาใช้งานได้อย่างรวดเร็ว และมีหน้าจอที่เปรียบเสมือน Dashboard ที่สามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการขององค์กรเพื่อให้สอดคล้องกับกระบวนการการทำงานในแต่ละธุรกิจได้นั่นเอง


การดำเนินการ และ ปรับแต่ง SAP Fiori 


หากต้องการปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับความต้องการทางธุรกิจ ประสบการณ์ของ Implementor เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และ I AM Consulting ก็มีประสบการณ์ในการ Custom แอปพลิเคชันของ SAP Fiori มาอย่างยาวนาน โดยการนำ Design จาก Best Practices  มาประยุกต์ใช้เพื่อขยายขอบเขตประสบการณ์การใช้งานของ Users ให้ตรงตามความต้องการได้มากที่สุด ตัวอย่างเช่น การทำงานในปัจจุบันที่หลายองค์กรอาจต้องการให้ระบบ SAP เชื่อมต่อกับ Third Party ต่างๆ อย่างการอนุมัติงานผ่าน LINE ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน  


หากสนใจ SAP Fiori สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก 


ปรึกษาเรื่อง SAP Fiori กับ I AM Consulting


I AM Consulting คือที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้ 


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้ 
โทรศัพท์ : 02-026-3964  
E-mail : info@iamconsulting.co.th  
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1 

3 ตัวอย่างการทำ Digital Transformation ให้เกิด Sustainable Organization

องค์กรที่ยั่งยืน (Sustainable Organization) เป็นสิ่งที่กำลังอยู่ในเทรนด์ และอาจเป็นเป้าหมายหลักของหลายๆ องค์กรในปัจจุบัน หลักการสำคัญ คือ การเป็นธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ มีระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม


สรุปง่ายๆ คือ การสร้างสมดุลของ เศรษฐกิจ (Economy) สังคม (Sociality) และ สิ่งแวดล้อม (Environmental) นั่นเอง


I AM Consulting เล็งเห็นว่าการทำ Digital Transformation เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะเข้ามาช่วยสร้าง Sustainable Organization ให้เกิดขึ้นได้ ดัง 3 ตัวอย่างที่ยกมาในบทความนี้


1) ด้านเศรษฐกิจ – เพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสการทำงาน เพื่อผลประกอบการขององค์กร

กระบวนการทำงานที่ไร้ระบบระเบียบ คงยากที่ผู้บริหาร และพนักงาน จะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การนำ ระบบบริหารจัดการทรัพยากรในองค์กร หรือ ระบบ ERP  เข้ามาใช้ จะช่วยจัดการรวบรวมข้อมูลของทุกฝ่ายในองค์กรมาไว้ใน Database หลักที่เดียว มีความโปร่งใสในการดำเนินการแต่ละขั้นตอน ทำให้ผู้บริหารมองเห็นภาพรวมในธุรกิจได้ง่าย เข้าถึงข้อมูลที่อัปเดตแบบเรียลไทม์ พนักงานแต่ละฝ่ายก็สามารถทำงานเชื่อมต่อกันได้อย่าง seamless ดึงเอาข้อมูลที่ต้องการออกมาวิเคราะห์ได้อย่างฉับไว เพิ่มโอกาสเติบโตของผลประกอบการ และธุรกิจได้ในหลายแง่มุม


2) ด้านสังคม – เพิ่มศักยภาพของพนักงาน สร้างความเข้มแข็งให้ประชากรในประเทศ

พนักงานในองค์กรเป็นส่วนที่สำคัญมาก เพราะนอกจากจะช่วยขับเคลื่อนองค์กรแล้ว พวกเขายังมีหน้าที่เป็นประชากรของประเทศด้วย การมี ระบบ HR (HRM : Human Resource Management) ที่สามารถดูแลตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเป็นพนักงานใหม่ มีการตั้งเป้าหมายรายปี และการประเมินผลการปฏิบัติงานที่ดี มีระบบพิจารณาปรับขึ้นเงินเดือนที่เหมาะสม และช่วยวางแผนพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ จะทำให้พวกเขาเป็นพลเมืองที่สามารถดูแลตัวเอง และคนรอบข้างได้ อาจขยายบทบาทสู่การพัฒนาชุมชนด้านต่างๆ ต่อไป


3) ด้านสิ่งแวดล้อม – ลดการใช้ทรัพยากร พลังงานและการผลิตคาร์บอนไดออกไซด์

การผลิตต่างๆ ต่างก็ใช้วัตถุดิบของโลกใบนี้ การใช้ ระบบ e-Tax : e-Invoice & e-Receipt ลดการใช้เอกสารที่เป็นกระดาษ ด้วยการออกใบกำกับภาษีและใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการตัดต้นไม้แล้ว ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซและการใช้กระแสไฟฟ้า ในการพิมพ์และการจัดส่งเอกสารอีกด้วย


นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีอื่นๆ อาทิเช่น การทำงานด้วย ระบบอัตโนมัติ RPA (Robotic Process Automation), เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Internet of Things : IoT), ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence: AI) ที่สามารถช่วยตรวจสอบประสิทธิภาพและสมรรถนะของเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง และงานต่างๆ ให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างดี


Sustainable Organization จะเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่แค่เพียงการนำเทคโนโลยีหรือระบบต่างๆ เข้ามาใช้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดในการเริ่มต้นทำ Digital Transformation คือต้องสร้าง Mindset ของบุคคลากรให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลง และออกแบบกลยุทธให้สามารถเชื่อมต่อและต่อยอดไปยังส่วนอื่นๆ ได้ ต้องสร้าง Digital Strategy Roadmap โดยมีรากฐานระบบที่แข็งแรง (Digital Core) หากท่านกำลังมองหาพาร์ทเนอร์เข้ามาช่วยพัฒนาให้องค์กรเติบโตไปด้วยกัน I AM Consulting คือพาร์ทเนอร์ที่พร้อมอยู่เคียงข้างตลอดเส้นทางการเติบโตขององค์กรของคุณ

 

ปรึกษาหา Solutions กับ I AM Consulting


I AM Consulting เป็นที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 

ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ กับผลทางกฎหมาย

ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเรื่องการทำงานในหลายๆ ด้าน แต่บางองค์กรยังยอมเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการรับ-ส่งเอกสารแบบกระดาษ เพราะไม่มั่นใจว่าหากเกิดปัญหาต้องฟ้องร้องกันขึ้นมา เอกสารที่ถูกลงนามด้วย ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ จะใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้หรือไม่?


หากดูตามข้อกฎหมาย พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ แล้ว องค์กรสามารถมั่นใจได้เลยว่า การลงนามด้วยลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีผลทางกฎหมายเทียบเท่ากับการจรดปากกาลงนามบนกระดาษ อย่างแน่นอน
เพียงแต่จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับประเภทของลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ที่เราเลือกใช้ซึ่ง I AM Consulting จะนำมาอธิบายให้เข้าใจกันในบทความนี้


ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ คืออะไร


ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Signature ไม่ได้หมายถึง การเซ็นชื่อ อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง การอัปโหลดรูปภาพลายเซ็น, การพิมพ์ชื่อเป็นตัวอักษร, การใช้ Username-Password บนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่น, หรือแม้กระทั่งการคลิกปุ่มยอมรับ ( Submit ) ในแบบฟอร์มต่างๆ เป็นต้น


โดยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ จะต้องมี 3 องค์ประกอบนี้ 


1.    ระบุเจ้าของลายมือชื่อได้ว่าเป็นของใคร
2.    ระบุเจตนาของเจ้าของลายมือชื่อต่อข้อความที่ลงนาม
3.    ใช้วิธีการที่เชื่อถือได้


ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์แต่ละประเภท กับผลทางกฎหมาย

 

•    ประเภทที่ 1 มาตรา 9 : ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป


การลงนามอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา 9 นี้ เป็น e-Signature แบบทั่วไป ตามที่ได้นิยามไว้ข้างต้น เป็นวิธีที่เข้าใจง่าย สะดวก รวดเร็วที่สุด แต่หากเกิดข้อพิพาทขึ้น ผู้ที่ฟ้องร้องจะมีหน้าที่ในการหาวิธีการพิสูจน์ว่าการลงนามอิเล็กทรอนิกส์นั้นเป็นของจริงหรือของปลอม เช่น นาย A ยืมเงิน นาย B และได้ทำสัญญากันด้วยการเซ็นเอกสาร PDF ไว้ ต่อมานาย A ไม่ยอมจ่ายเงินคืนให้นาย B และอ้างว่าลายเซ็นที่ลงนามไว้นั้นเป็นของปลอม ในกรณีนี้ หากนาย B ในฐานะเจ้าหนี้ ฟ้องร้องนาย A ซึ่งเป็นลูกหนี้ นาย B ที่จะต้องหาวิธีมายืนยันว่าลายเซ็นของนาย A นั้นเป็นของจริง

•    ประเภทที่ 2 มาตรา 26 : ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้
•    ประเภทที่ 3 มาตรา 28 : ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ ซึ่งใช้ใบรับรองที่ออกโดยผู้ให้บริการออกใบรับรอง


สำหรับการลงนามอิเล็กทรอนิกส์ตาม มาตรา 26 และ 28 เราจะเรียกว่า Digital Signature หรือ การลงลายมือชื่อดิจิทัล ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของ e-Signature แต่มีความน่าเชื่อถือ และปลอดภัยมากกว่า เพราะจะมีกระบวนการเข้ารหัส ( Encrypt ) ซึ่งช่วยให้สามารถยืนยันตัวเจ้าของลายมือชื่อ และสอบกลับการเปลี่ยนแปลงได้ ส่งผลให้ผู้ลงนามไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบจากข้อความที่ตนเองได้แสดงเจตนาในลงลายมือดิจิทัลไว้


หากเปรียบเทียบกับตัวอย่างเดิม แต่เปลี่ยนการลงนามจาก e-Signature แบบทั่วไป (มาตรา 9) มาเป็นการลงนามแบบดิจิทัล (มาตรา 26 และ 28)  เช่น นาย A ยืมเงิน นาย B และทำสัญญากันด้วยการเซ็นเอกสารผ่านระบบ Digital Signature ไว้ แล้วนาย A ไม่ยอมจ่ายคืน โดยอ้างว่าลายเซ็นเป็นของปลอม ในกรณีนี้จะเป็นหน้าที่ของนาย A ที่จะต้องหาวิธีมายืนยันว่าการลงนามดิจิทัลที่ได้ดำเนินการไว้เป็นของปลอม


การเลือกใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงหรือผลกระทบที่อาจทำให้ลายเซ็นไม่เป็นที่ยอมรับ เอกสารขององค์กรที่มีความสำคัญ เช่น เอกสารสัญญาซื้อ-ขายระหว่างบริษัท เอกสารกู้ยืมเงิน หรือเอกสารที่มีเรื่องมูลค่าเข้ามาเกี่ยวข้อง การใช้ Digital Signature จึงเป็นทางเลือกเหมาะสมมากกว่า


ระบบ Digital Signature ของที่ไหนดี ?


หากสนใจอยากทำระบบลงนามดิจิทัล I AM Consuting มี iZign  ซึ่งเป็นระบบ 1 เดียว ที่ปลอดภัยสูงสุด สอดคล้องตามข้อกฎหมายทุกมาตรา ทั้ง มาตรา 9 26 และ 28 ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลากระบวนการลงนามต่างๆ มี log เก็บไว้ สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ลดการใช้กระดาษ และหมึกพิมพ์ ลดการใช้พื้นที่จัดเก็บเอกสาร ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดส่งเอกสาร และสามารถเชื่อมต่อกับระบบ ERP ต่างๆ ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่ออีกด้วย


ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ iZign เพิ่มเติม คลิกที่นี่


ปรึกษาเรื่องระบบ iZign Digital Signature กับ I AM Consulting


เรามีความมั่นใจในระบบที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย มีความปลอดภัยตามมาตรฐาน ด้วยการใช้เทคโนโลยี PKI ที่มีความโปร่งใส สนับสนุนการลงนามดิจิทัลทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการลงนามโดยบุคคลเดียว การลงนามร่วม และ การลงนามระหว่างบริษัท มาพร้อมบริการที่ครอบคลุม คอยดูแลในส่วนของการสร้างใบรับรอง และบริหารจัดการให้สอดคล้องตามพรบ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิส์ มีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถแนะนำ ให้คำปรึกษา รวมไปจนถึงการฝึกอบรมทีมงานของท่าน


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.