เคล็ดลับการเลือกผู้พัฒนาระบบ (Implementor) ให้ถูกใจ ฟิตกับองค์กร โครงการจบไว ได้ใจผู้บริหาร

Insights 16 Mar 2022

ความสำเร็จของการพัฒนาระบบคือการทำระบบให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กรให้มากที่สุด และปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้การพัฒนาระบบได้สำเร็จนั้น ก็คือการเลือกผู้พัฒนาระบบ หรือ Implementor ซึ่งหลายๆองค์กรมักมองข้ามข้อนี้ไป จากการวิจัยพบว่า “มากกว่า 50% ของโครงการที่ล้มเหลวในการพัฒนาระบบ เกิดจากการเลือกทีมพัฒนาที่ผิดพลาด ไม่เหมาะกับองค์กร”


การเลือกทีมพัฒนาก็เหมือนการเลือกคู่แต่งงานให้กับองค์กร คู่ที่ดีก็จะช่วยเสริมองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ง่าย ทีมทำงานสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นได้ เพราะแน่นอนว่าทุกโครงการย่อมมีอุปสรรคเกิดขึ้นระหว่างดำเนินโครงการ แต่ผู้พัฒนาระบบที่ดีจะช่วยนำพาลูกค้าให้ไปได้ตลอดลอดฝั่ง จนลูกค้าเองรู้สึกเหมือนประหนึ่งว่า ผู้พัฒนาระบบนั้นเป็นเสมือนหนึ่งพนักงานในองค์กรของตน ที่มีความเป็นน้ำหนึ่งเดียวกัน และในทางตรงกันข้าม หากเลือกคู่ที่ไม่มีความเข้าใจมากเพียงพอ ก็อาจเกิดความผิดพลาดในหลายด้าน โดยเฉพาะการพัฒนาระบบที่มีมูลค่าสูง จะส่งผลกระทบทั้งในเรื่องของงบประมาณและระยะเวลาดำเนินการ


ทั้งนี้ทีมพัฒนาที่ “ใช่” หมายความว่า ต้องเป็นผู้พัฒนาที่มีความเชี่ยวชาญครอบคลุมทุกด้าน ทั้งในเรื่องธุรกิจขององค์กร รายละเอียดของโครงการ จนถึงความเข้ากันได้กับวัฒนธรรมขององค์กร และจากประสบการณ์ของ I AM Consulting ในการเป็นที่ปรึกษามานาน เรามีเคล็ดลับที่จะช่วยให้องค์กรสามารถเลือกทีมพัฒนาที่ถูกใจ ฟิตกับองค์กร ได้ใจผู้บริหาร ทำให้โครงการจบไว มาฝากดังนี้


1.มีความชัดเจนในความต้องการขององค์กร


ไม่มีใครรู้ความต้องการ และธุรกิจขององค์กรมากกว่าตัวองค์กรเอง ดังนั้น สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มต้นหา ทีมพัฒนา ก็คือการเตรียม Business Need Requirement ให้ชัดเจน ว่าคุณต้องการอะไร และอยากให้ผลลัพธ์ออกมาอย่างไร เพื่อความกระชับรวดเร็วของการทำงาน หากองค์กรสามารถ Simplify Business Process สรุปข้อกำหนดของตัวเองให้ชัดเจนก่อน ก็จะช่วยให้ประหยัดเวลา และเป็นข้อมูลให้กับทีมพัฒนาไปศึกษาหาแนวทางมาช่วยแนะนำได้ดีขึ้น


2.ทำความเข้าใจซอฟท์แวร์


องค์กรต้องมั่นใจว่า Software Vendors ที่จะเลือกใช้นั้นเหมาะกับองค์กรของเรา มี Features / Functions ตรงตามความต้องการ สามารถประยุกต์ใช้ได้อย่างเต็มที่ในทุกๆโมดูล เพราะหากเราจะลงทุนแล้วก็ควรมั่นใจว่าจะสามารถนำไปใช้ได้อย่างคุ้มค่า และต่อยอดได้ในอนาคตหากองค์กรมีโจทย์หรือความต้องการเพิ่มเติม  จากนั้นจึงค่อยมองหาทีมพัฒนาที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับซอฟท์แวร์นั้นๆ


3.เลือกทีมพัฒนาที่มีประสบการณ์และเหมาะกับธุรกิจ


บ่อยครั้งที่องค์กรเลือกทีมพัฒนาจากชื่อเสียงซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ถูกต้องเพียงแค่ครึ่งเดียว เราควรเลือกทีมพัฒนาให้เหมาะกับตัวขององค์กร โดยพิจารณาจากประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในเรื่องของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับองค์กร เนื่องจากทีมพัฒนาที่เข้าใจธุรกิจจะสามารถนำ Best Practice มาประยุกต์ช่วยพัฒนาให้องค์กรทรานสฟอร์มได้มากกว่า


4.เลือกทีมพัฒนาที่เหมาะกับวัฒนธรรมองค์กร


ในการดำเนินโครงการ Teamwork เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะต่อให้ทีมพัฒนามีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์มากเพียงใด โครงการก็ไม่อาจสำเร็จได้หากทีมพัฒนาไม่สามารถทำงานร่วมกับคนขององค์กร เราจำต้องเลือกทีมพัฒนาที่มี “จริต” การทำงานที่ตรงกัน ถ้าองค์กรของคุณมี Best Practice  และมาตรฐานที่สูง ก็ต้องเลือกทีมพัฒนาที่มีวัฒนธรรมองค์กรที่คล้ายคลึงกัน และหากองค์กรของคุณมีความยืดหยุ่นในกระบวนการทางธุรกิจ ก็ควรหาทีมงานที่สามารถเปิดรับความยืดหยุ่นนี้ได้ บ่อยครั้งที่โครงการไม่สามารถสำเร็จลุล่วงได้ จากความไม่ลงรอยในการทำงานระหว่างองค์กร และทีมพัฒนาที่มีวัฒนธรรมการทำงานที่แตกต่างกันสุดขั้ว


5.การต่อรอง (Negotiation)


การต่อรองเป็นอีกขั้นตอนที่ไม่ควรละเลย เพราะมีความละเอียดอ่อน เป้าหมายของการต่อรอง คือช่วยให้โครงการครอบคลุม และคุ้มค่ากับการลงทุน ชึ่งไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของจำนวนงบประมาณเท่านั้น แต่ควรคำนึงถึงความคุ้มค่า อย่าลืมว่าระบบจะอยู่กับองค์กรไปอีก 5-10 ปี  ดังนั้นต้องมองให้ครบทุกมุมมอง ตั้งแต่ ค่า License ไปจนถึงการดูแลรักษาระบบ หากการต่อรองมีความไม่เป็นธรรมมากจนเกินไป อาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงของโครงการที่อาจจะล่มได้ในอนาคต บางครั้งข้อเสนอที่ดีเกินไป ก็ต้องระวังว่ามันเป็นไปได้จริงหรือไม่ “Too good to be true”


6. เพิ่มความเห็นจากมุมมองที่สาม (Third Party opinion)


หากยังไม่มั่นใจในการพิจารณา องค์กรสามารถจ้างผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เข้ามาช่วยเลือกทีมพัฒนา เพราะมุมมองของบุคคลที่สามจะช่วยให้มองเห็นได้รอบด้าน ในบางกรณีอาจจะว่าจ้างให้เข้าร่วมเป็น Project Management Office หรือ PMO ในโครงการ เพื่อให้มั่นใจว่าการพัฒนาโครงการจะประสบความสำเร็จอย่างเต็มประสิทธิภาพ


สำหรับองค์กรที่พัฒนาโครงการขนาดใหญ่ จะมีข้อกำหนดที่ชัดเจนด้านเวลาและงบประมาณ ซึ่งไม่มีช่องว่างให้เกิดข้อผิดพลาดได้ การเลือกทีมพัฒนาให้เหมาะสมถือเป็นอีกหัวข้อที่ไม่ควรละเลย เพราะการเริ่มต้นที่ดี จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต


I AM Consulting เล็งเห็นถึงความสำคัญในหัวข้อนี้เป็นอย่างยิ่ง จึงรวบรวมนำเคล็ดลับต่างๆ มาช่วยเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้กับทุกองค์กร และเราพร้อมที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการพัฒนาระบบไอทีให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  www.iamconsulting.co.th


สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

E-mail: info@iamconsulting.co.th
Facebook: https://facebook.com/IAMConsultingTH/
Phone Number: 02 690 3663

 

Suggested News

4 แนวทาง ลดใช้กระดาษ ในองค์กร (less paper)

การลดใช้กระดาษในองค์กรไม่เพียงแต่เป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงเท่านั้น แต่เป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานขององค์กรได้ด้วย ในบทความนี้ I AM จึงจะชวนไปพิจารณา 4 แนวทางสำหรับลดการใช้กระดาษในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ   1) e-Tax invoice & e-Receipt   การทำระบบ e-Tax invoice & e-Receipt ถือเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพสูง ในการลดการใช้กระดาษในกระบวนการการเงินขององค์กร ใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินที่กลายเป็นรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์จะช่วยลดความซับซ้อนในการจัดทำเอกสาร และนำส่งสรรพากร แถมยังง่ายต่อการเก็บรักษา และสืบค้นข้อมูลย้อนหลัง ปี 2566 ที่ผ่านมา อาจเป็นก้าวแรกของหลาย ๆ องค์กรในการเริ่มนำระบบ e-Tax invoice และ e-Receipt เข้ามาใช้ ด้วยแรงกระตุ้นจากโครงการ Easy e-Receipt ของรัฐบาล หากองค์กรของคุณพลาดโอกาสนี้ไป ยังสามารถเตรียมพร้อมไว้สำหรับโครงการในปีต่อไปได้ นอกจากนี้ยังสามารถนำค่าใช้จ่ายในการทำระบบมาลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า อีกด้วย   2) Digital Signature   ระบบลงลายมือชื่อดิจิทัล ปัจจุบันถือเป็นวิธีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการทำสัญญาและเอกสารต่าง […]

Insights

3 ตัวอย่างการทำ Digital Transformation ให้เกิด Sustainable Organization

องค์กรที่ยั่งยืน (Sustainable Organization) เป็นสิ่งที่กำลังอยู่ในเทรนด์ และอาจเป็นเป้าหมายหลักของหลายๆ องค์กรในปัจจุบัน หลักการสำคัญ คือ การเป็นธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ มีระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สรุปง่ายๆ คือ การสร้างสมดุลของ เศรษฐกิจ (Economy) สังคม (Sociality) และ สิ่งแวดล้อม (Environmental) นั่นเอง I AM Consulting เล็งเห็นว่าการทำ Digital Transformation เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะเข้ามาช่วยสร้าง Sustainable Organization ให้เกิดขึ้นได้ ดัง 3 ตัวอย่างที่ยกมาในบทความนี้ 1) ด้านเศรษฐกิจ – เพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสการทำงาน เพื่อผลประกอบการขององค์กร กระบวนการทำงานที่ไร้ระบบระเบียบ คงยากที่ผู้บริหาร และพนักงาน จะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การนำ ระบบบริหารจัดการทรัพยากรในองค์กร หรือ ระบบ ERP  เข้ามาใช้ จะช่วยจัดการรวบรวมข้อมูลของทุกฝ่ายในองค์กรมาไว้ใน Database หลักที่เดียว มีความโปร่งใสในการดำเนินการแต่ละขั้นตอน ทำให้ผู้บริหารมองเห็นภาพรวมในธุรกิจได้ง่าย […]

Insights
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.