ส. ขอนแก่น ร่วมกับ I AM Consulting พลิกโฉมการทำงาน สู่ RISE with SAP ตอกย้ำการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอาหารไทยในเวทีโลก

Digital Transformation : RISE with SAP


นายจรัญพจน์ รุจิราโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ส. ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในยุคที่ทุกองค์กรต่างมุ่งเน้นการทำ Digital Transformation เป็นลำดับแรก ระบบ ERP เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังขององค์กรที่มีความสำคัญ  เพราะเป็นพื้นฐานในการต่อยอดไปสู่ระบบอื่นๆ


ทาง ส. ขอนแก่น จึงได้เลือกใช้ระบบ ERP เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดอย่าง RISE with SAP ซึ่งเป็นโปรแกรมที่มีมาตรฐานระดับโลก บวกกับความพร้อมของทีมปฏิบัติการภายในองค์กร และทีมที่ปรึกษาซึ่งมีความเชี่ยวชาญอย่าง I AM Consulting โดยเชื่อว่า 3 สิ่งนี้จะเป็นองค์ประกอบที่ทำให้การ Implement โครงการประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน


พร้อมกันนี้ นายกริช วิโรจน์สายลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท I AM Consulting จำกัด นำทีมที่ปรึกษาเข้าร่วมประชุมและอธิบายแผนงาน เผยว่า มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์กับ ส. ขอนแก่น โดยทีมจะช่วยสร้างรากฐานให้แข็งแรง และต่อยอดไปด้วยกัน พร้อมให้คำสัญญาว่าจะดำเนินโครงการนี้ให้ประสบผลสำเร็จ ตามแผนงานและงบประมาณที่กำหนดไว้


เกือบ 40 ปีที่ ส. ขอนแก่น อยู่คู่คนไทย การร่วมมือกันในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการทำงานภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ มีเทคโนโลยีใหม่ที่รองรับการเปลี่ยนแปลง และการขยายงานของบริษัททั้งในประเทศ และตลาดต่างประเทศ สามารถส่งมอบอาหารไทยคุณภาพ อร่อย สะอาด สะดวก และคุ้มค่า สู่เวทีอาหารระดับสากล


สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
Tel. 02-026-3964
E-mail : info@iamconsulting.co.th
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1


#IAMConsulting #สขอนแก่น
#CreateOurExcitingFuture
#ToBeABrightlyMoverInDigitalSociety
#IAMDX #DigitalTransformation
#WhenIAMpromisesIAMdelivers
 

AAF International (Thailand) Co., Ltd. : SAP S/4HANA Project Go-Live

AAF International (Thailand) Co., Ltd. ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายแผ่นกรองอากาศและระบบกรองอากาศที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เลือกใช้ SAP S/4 HANA ระบบ ERP ชั้นนำระดับโลก เข้ามาปรับกระบวนการทำงาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้องค์กรก้าวไปได้ไกล เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน


I AM Consulting ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณที่ AAF ได้ให้ความไว้วางใจ ให้เราอยู่เคียงข้างในก้าวสำคัญขององค์กรในการพัฒนาด้าน Digital Transformation ทั้งนี้โครงการได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2565 และได้มีการ Go-Live ใช้งานระบบจริงในวันที่ 3 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา


ความสำเร็จของโครงการเป็นไปตามแผนงานและงบประมาณที่วางไว้ ซึ่งเป็นผลลัพธ์ของการทำงานร่วมกันอย่างแข็งขันของทั้งทีม AAF และทีมที่ปรึกษา และในวันนี้แม้โครงการจะ Go-Live แล้ว แต่ทีมที่ปรึกษาของ I AM ก็จะยังช่วยดูแล ปรับปรุง พัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น เต็มประสิทธิภาพ ตามคำสัญญาที่เราให้ไว้ “When I AM Promises… I AM Delivers”


สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
Tel. 02-026-3964
E-mail : info@iamconsulting.co.th
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1


#IAMConsulting #AAF #AAFThailand
#CreateOurExcitingFuture
#ToBeABrightlyMoverInDigitalSociety
#IAMDX #DigitalTransformation
#WhenIAMpromisesIAMdelivers
 

5 ข้อดี ที่จะมี SAP S4 HANA On-Cloud เป็น Digital Core ขององค์กร

จะมี Digital Core ขององค์กร ทั้งที ต้องเลือกระบบ ERP ที่ดีที่สุด! SAP S/4 HANA ON CLOUD จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เรียกได้ว่าน่าสนใจมากๆ เพราะนอกจากจะเป็นซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ล่าสุดแล้ว ยังมีข้อดีอีกมากมาย ซึ่ง I AM Consulting รวบรวมไว้ให้ในบทความนี้แล้ว


รู้จัก SAP S/4 HANA On-Cloud กันก่อน


SAP S/4HANA  คือ ระบบ ERP ของ SAP หนึ่งในผู้ผลิตซอฟต์แวร์ ERP ชั้นนำ ถูกพัฒนามาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะมากมาย ทำให้ปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก โดย SAP SAP S/4HANA On-Cloud จะสามาถแบ่งได้อีก 2 รูปแบบ คือ Private และ Public ( สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : ระบบ SAP On-Cloud Private VS Public แบบไหนที่ใช่สำหรับองค์กร )


ข้อดี SAP S/4 HANA On-Cloud

 

1 ผู้บริหารและพนักงานทั่วไปใช้งานระบบได้ง่าย


แม้จะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้าน IT ก็สามารถใช้งาน SAP S/4 HANA ON CLOUD ได้ไม่ยาก เพราะถูกออกแบบหน้าตาระบบโดยการใช้ SAP Fiori ที่คำนึงถึง UX/UI ( User Experience / User Interface ) เป็นสำคัญ ทำให้ลดความซับซ้อน ใช้งานง่ายขึ้น และปรับแต่งให้เข้ากับรูปแบบธุรกิจต่างๆ ได้ 

 

2 เข้าถึงและวิเคราะห์ข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น


SAP S/4 HANA ใช้การทำงานบนฐานข้อมูลใหม่อย่าง In-Memory Database ทำให้มีศักยภาพในการอ่านและประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว มาพร้อมความสะดวกสบาย รองรับการใช้งานได้ทุก Devices ทั้งคอมพิวเตอร์ แท็ปเล็ต มือถือ ทำให้องค์กรสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกได้แบบเรียลไทม์

 

3 ได้ใช้งานเทคโนโลยีใหม่อยู่เสมอ


SAP S/4 HANA On-Cloud ถือเป็นระบบ ERP ทำงานบน Cloud ดีที่สุดในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะในตัว ทั้งเทคโนโลยี AI และ Machine Learning นอกจากนี้ยังมีการพัฒนา Version ใหม่อยู่เสมอเพื่อรองรับฟังก์ชั่นการใช้งานใหม่ๆ องค์กรจะได้ใช้งานเทคโนโลยีใหม่ซึ่งช่วยสร้างข้อได้เปรียบในเชิงธุรกิจ


•     ผู้ใช้งาน Private Cloud สามารถตัดสินใจ Upgrade version ได้ด้วยตัวเอง
•    ผู้ใช้งาน Public Cloud จะมีการ Upgrade Automation ในทุกไตรมาส โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

4 ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายบานปลาย


ช่วยลดต้นทุนโดยรวม เช่น การดูแลรักษาระบบ server  โดย SAP จะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลทั้งการดำเนินการ บำรุงรักษา ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ รวมไปถึงมี การคำนวณ user license (Full Usage Equivalent-FUE) ด้วยหลักการที่มีความยืดหยุ่นขึ้น อ้างอิงการคิดจำนวน User ID ตามประเภทการใช้งาน  ทำให้องค์กรสามารถปรับเพิ่มหรือลดจำนวนผู้ใช้งานตามประเภทการใช้งานโดยมีจำนวน FUE เท่าเดิม สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น 

 

5 ช่วยให้องค์กรเป็นระบบ และมีความน่าเชื่อถือ


ข้อมูลถูกรวบรวมไว้ที่เดียวไม่กระจัดกระจาย สามารถกำหนดสิทธิ์ผู้เข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้ กระบวนการทำงานทุกฝ่ายมีมาตรฐาน มีการบันทึกประวัติการทำงาน ป้องกันการทุจริต ตรวจสอบได้อย่างชัดเจน และป้องกันความคลาดเคลื่อนจากข้อมูลที่ไม่ตรงกัน สร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าหรือผู้ลงทุน


ทุกวินาทีในโลกธุรกิจคือการแข่งขัน การเลือก Digital Core ที่ทรงประสิทธิภาพ จะช่วยเร่งให้องค์กรสามารถขับเคลื่อนนำหน้าคู่แข่งไปได้อย่างรวดเร็ว และ I AM Consulting พร้อมเคียงข้างให้คำปรึกษา และช่วยนำเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับองค์กรของคุณ


ปรึกษาเรื่อง SAP On-Cloud กับ I AM Consulting 


I AM Consulting เป็นผู้ Implement ระบบให้กับ SAP เราสามารถให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

4 สัญญาณเตือนว่าต้องเปลี่ยนระบบ HR มาใช้ SAP SuccessFactors

เพราะพนักงานคือ ฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กร ระบบ HR ที่มีมาตรฐาน จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม I AM Consulting ขอชวนมาพิจารณา 4 สัญญาณเตือน หากคุณกำลังเจอปัญหาเหล่านี้อยู่  ระบบ HR เดิมอาจไม่สามารถรองรับการเติบโตขององค์กร และถึงเวลาที่ต้องทำ HR Digital Transformation ได้แล้วล่ะ!


สัญญาณเตือนที่ 1 การทำงานส่วนต่างๆ ไม่เชื่อมโยงกัน


นอกจากจะต้องหาคนเข้ามาทำงานในองค์กรแล้ว ฝ่าย HR ยังต้องดูแล บริหารจัดการกับข้อมูลต่างๆ ทั้งเอกสารประวัติพนักงาน สิทธิ์สวัสดิการของพนักงาน การลงเวลาทำงาน และประมวลผลเงินเดือน เป็นต้น หากระบบของท่านไม่เชื่อมโยงกัน นั่นมีโอกาสที่ข้อมูลที่แต่ละส่วนงานนำไปใช้อาจไม่ถูกต้องได้


SAP SuccessFactors จะเข้ามาช่วยให้การทำงานภายในองค์กรของท่านคล่องตัวมากขึ้น เนื่องจากทำงานอยู่บนระบบเดียวกันแบบครบวงจร ตั้งแต่การสรรหาพนักงานใหม่ การพัฒนาบุคลากร การประเมินผล การปรับขึ้นเงินเดือน ไปจนถึง การประมวลเงินเดือน ซึ่งจะช่วยให้การจัดการข้อมูลและการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ต่อสามารถทำได้ง่ายขึ้น เนื่องจากข้อมูลทุกอย่างอยู่ภายใต้ระบบเดียวกัน ไม่ต้องข้ามระบบไปมาให้ยุ่งยากและเสียเวลา


สัญญาณเตือนที่ 2 ระบบที่ใช้งานอยู่ไม่มี self service


ในยุคที่การเข้าถึงเทคโนโลยีและดิจิทัล ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หากพนักงานยังไม่สามารถดูแลหรือตรวจสอบข้อมูลต่างๆได้ด้วยตนเอง นอกจาก workload ของงานจะมาตกอยู่กับ HR แล้ว พนักงานอาจจะรู้สึกยุ่งยากกับการต้องรอเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตนเองต้องการ ดังนั้นการมีระบบที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย (User Friendly) และพนักงานสามารถเข้าไปจัดการข้อมูลบางส่วนได้ด้วยตนเอง เช่น การแก้ไขข้อมูลส่วนตัวของตนเอง ขอลา เบิกสวัสดิการ ดูสลิปเงินเดือน เป็นต้น จะช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลของพนักงานทำได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องคอยให้ HR จัดการข้อมูลทุกอย่างให้ และปัญหาคอขวดที่ HR จะหมดไป


สัญญาณเตือนที่ 3 ระบบไม่รองรับการทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) 


หลังวิกฤติ Covid-19 หลายองค์กรปรับนโยบายการทำงานในรูปแบบ Hybrid หรือ Work from Anywhere มากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าการปรับตัวให้ตามเทรนด์นี้ ย่อมต้องมีการเตรียมความพร้อมที่ดี หากใช้งาน SAP SuccessFactors ฝ่าย HR และพนักงาน จะมีระบบที่สามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา รองรับการทำงานได้จากทุกอุปกรณ์ ทั้งคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และโทรศัพท์มือถือ ช่วยให้คุณเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลา การเข้าออฟฟิศเพื่อมาทำงานจึงไม่จำเป็นอีกต่อไป 


สัญญาณเตือนที่ 4 ระบบ HR ที่ใช้อยู่ล้าสมัย และไม่สามารถปรับให้ทันสมัยตามการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกดิจิทัล


หากระบบ HR ที่ท่านใช้งานอยู่ไม่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อีกไม่นาน งาน HR จะถึงทางตัน และเกิดผลกระทบกับองค์กรได้ จากการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกดิจิทัล ตัวช่วยที่จะทำให้ปัญหานี้หมดไป ก็คือ  SAP SuccessFactors เพราะองค์กรจะได้ใช้ระบบที่มีความทันสมัยอยู่เสมอ เนื่องจาก SAP SuccessFactors จะมี Release ใหม่ทุกครึ่งปี เพื่อพัฒนาระบบให้เป็นไปตาม HR Trend และมี Feature/Function เพิ่มเติมที่น่าสนใจอยู่ตลอดเวลา โดยผู้ใช้งานไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 


SAP SuccessFactors ถือเป็น Global Software ที่ได้รับมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยในระดับโลก มีผู้ใช้งานในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ การลงทุนเป็นในรูปแบบ Subscription Model ไม่ต้องลงทุน Infrastructure หรือ Hardware ให้ยุ่งยาก มาพร้อมกับบริการที่ครอบคลุมทุกกระบวนการ จึงช่วยให้การทำงานของฝ่าย HR สะดวกสบายขึ้น และเพิ่มโอกาสให้องค์กรของคุณได้อีกหลายด้าน 


ปรึกษาเรื่อง ระบบ HR กับ I AM Consulting 


I AM Consulting เป็นผู้พัฒนาระบบ SAP SuccessFactors เราสามารถให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถของพนักงานไปกับ ระบบ HR Solutions ที่ครอบคลุม ยืดหยุ่น ตอบโจทย์การใช้งาน ด้วยจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศ เราพร้อมสนับสนุนให้องค์กรของคุณสามารถนำเทคโนโลยีมาช่วยให้การดำเนินธุรกิจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

ระบบ SAP On-Cloud Private VS Public แบบไหนที่ใช่สำหรับองค์กร

ระบบการทำงาน การจัดเก็บ และการประมวลผลข้อมูลเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ในสมัยก่อนองค์กรส่วนใหญ่มักจะใช้ ระบบ Server ของตัวเอง (On-Premise) แต่เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบที่สูงมาก ประกอบกับมีเทคโนโลยี Cloud เข้ามา ปัจจุบันหลายองค์กรจึงหันมาใช้ ระบบ On-Cloud แทน บทความนี้ I AM จึงขอพาไปดูความแตกต่าง ระหว่าง SAP On-Cloud รูปแบบต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางให้คุณได้ตัดสินใจเลือกรูปแบบที่ตอบโจทย์สำหรับองค์กร


SAP On-Cloud คืออะไร


SAP On-Cloud คือ ระบบ ERP ทำงานบน Cloud ดีที่สุดในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะในตัว ทั้งเทคโนโลยี AI และ Machine Learning พร้อมปรับรูปแบบการเก็บข้อมูลใหม่ให้สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว


SAP On-Cloud นั้น SAP มีการให้บริการที่ควบรวมส่วนของ Infrastructure และ License การใช้ Software ในรูปแบบ Subscription รายปีในสัญญาเดียวอีกด้วย โดยจะมี 2 รูปแบบ คือ Private Edition และ Public Edition


ความแตกต่างระหว่าง Private กับ Public

SAP On-Cloud

Private Edition

ข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บไว้บนระบบคลาวด์ขององค์กรเพียงผู้เดียว มีความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยสูงมาก  สามารถดูแล หรือแก้ไขปรับแต่งระบบของตนเองได้ตามความต้องการ มีความยืดหยุ่นสูง แต่จะใช้เวลาดำเนินการขึ้นระบบที่นาน และค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าแบบ Public

Public Edition

ข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บไว้บนระบบคลาวด์ ร่วมกับบริษัทอื่นๆ (แต่ไม่สามารถเข้าสู่ระบบข้อมูลของบริษัทอื่นๆ ได้) ยังคงมีความเป็นส่วนตัวและปลอดภัย เหมาะสำหรับองค์กรที่สามารถใช้ระบบดั้งเดิมของ SAP โดยไม่ต้องการปรับแต่งระบบมากนัก ใช้เวลาขึ้นระบบได้ค่อนข้างเร็วกว่ารูปแบบอื่น และมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าแบบ Private


หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ


•    On-Premise = การซื้อรถส่วนตัว ค่าใช้จ่ายสูงที่สุด สามารถปรับแต่งรถได้ตามใจ ขับเอง ดูแลรักษาเอง
•    Private = การเดินทางโดย grab มีฟังก์ชันบางอย่างที่ยังเลือกได้ (grab car, grab taxi, grab bike) มีคนขับรถให้ ไม่ต้องดูแลรักษา
•    Public = การเดินทางโดยรถเมล์ ใช้งานร่วมกับผู้อื่น ค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด 


การเลือก SAP On-Cloud รูปแบบที่เหมาะสม จะช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ก็มีหลายสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ ซึ่ง I AM Consulting พร้อมให้คำปรึกษา และช่วยนำเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับคุณ


ปรึกษาเรื่องระบบ ERP กับ I AM Consulting


I AM Consulting คือที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

ทำความรู้จัก 6 รูปแบบ สำหรับการ ประเมินผลงาน พนักงาน ในองค์กรยุคใหม่

ถึงช่วง ประเมินผลงาน พนักงาน ทีไร หากทุกคนในองค์กรรู้สึกปวดหัว คิดว่ารูปแบบที่ใช้อยู่มีปัญหา ทำไปก็เสียเวลา หรือไม่สามารถสะท้อนผลลัพธ์ได้จริง ก็คงหนีไม่พ้นหน้าที่ของฝ่าย HR ที่ต้องทบทวน Concept การประเมินรูปแบบเดิม หรือลองดู Concept รูปแบบประเมินผลอื่นๆ มาลองปรับเปลี่ยนกันแล้ว! I AM ขอสรุปให้ว่า ปัจจุบันมีรูปแบบอะไรบ้างที่ได้รับความนิยม มองหารูปแบบที่เหมาะสมกับองค์กรของคุณได้เลย


Key Performance Indicator (KPI)

KPI คือ ดัชนีชี้วัดความสำเร็จ ถ่ายทอดเป้าหมายขององค์กรในลักษณะ top down วัดคุณค่าที่ประเมินผลออกมาเป็นตัวเลข/จำนวน/ปริมาณได้ชัดเจนและแสดงให้เห็นว่าพนักงานคนนั้นมีศักยภาพ หรือประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้หรือไม่ ซึ่งเป็นรูปแบบที่องค์กรส่วนใหญ่ของไทยใช้ในการประเมินผลงาน


Objective and Key Result (OKR)

OKR คือ วิธีการตั้งเป้าหมายเพื่อวัดผลความสำเร็จ เน้นการกำหนดเป้าใหญ่ขององค์กร และให้พนักงานมีส่วนร่วมในการตั้งเป้าหมายที่สอดคล้องกับเป้าหมายใหญ่ขององค์กรขึ้นไป โดยกำหนด objective หรือวัตถุประสงค์ที่เราต้องการทำให้สำเร็จ และ การกำหนด key result หรือผลลัพธ์ที่จะวัดเพื่อให้รู้ว่า เราบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้


Competency

Competency คือ การประเมินความรู้ ทักษะ ความสามารถ พฤติกรรมการทํางานของบุคคล รวมทั้งคุณลักษณะที่แสดงออกและเปรียบเทียบกับระดับสมรรถนะที่คาดหวังในตําแหน่งงานนั้นๆ เพื่อกําหนดวิธีการพัฒนาทรัพยากรบุคคล โดยแบ่งออกได้ เป็น  ประเภทหลักๆ ได้แก่

  1. Core Competency คือ สมรรถนะความสามารถหลักที่พนักงานทุกคน ทุกระดับในองค์กรจะต้องมีร่วมกัน
  2. Functional Competency คือ สมรรถนะความสามารถของหน่วยงาน แตกต่างกันตามขอบเขตของหน่วยงาน
  3. Leadership หรือ Managerial Competency คือ สมรรถนะความสามารถของของพนักงานในระดับหัวหน้างานและผู้บริหาร


Task Achievement

Task Achievement คือ การให้พนักงานประเมินผลงานหน้าที่ตามตำแหน่งงานที่ได้รับมอบหมาย และมีความรับผิดชอบโดยตรง ว่ามี Performance หรือผลลัพธ์เป็นอย่างไร ซึ่งวัดจาก คุณภาพ ความสมบูรณ์ของงาน และการส่งงานได้ทันตามกำหนดเวลา โดยทุกๆ งานอาจกำหนดให้มีการแนบบันทึกหลักฐานการทำงาน เพื่อเป็นหลักฐานในการประเมิน


360 Degree Feedback

การประเมินผลแบบ 360 องศา  คือ การใช้การประเมินจากหัวหน้างาน, การประเมินจากเพื่อนร่วมงาน, การประเมินจากลูกน้องใต้บังคับบัญชา, การประเมินจากผู้ที่เกี่ยวข้อง, การประเมินจากฝ่ายบุคคล, หรือแม้แต่กระทั่งการประเมินผลตัวเอง ทุกผลประเมินจากทุกมิติจะถูกนำมารวมกันเพื่อเป็นผลประเมินสุดท้ายอีกครั้ง


Rubric

Rubric คือ เกณฑ์การให้คะแนนแบบผสมผสานรูปแบบใหม่ที่เริ่มนำมาใช้ในประเทศไทย เป้าหมายจะถูกตั้งโดยองค์กร มาพร้อมกับ SET LIST ของงานและคะแนนในแต่ละส่วน แต่ให้พนักงานเป็นผู้เลือก สิ่งที่ต้องการจะทำจาก LIST นั้นๆ เพื่อวางแผนสะสมคะแนนให้ถึงเป้าหมายด้วยตัวเอง และสามารถสะสมคะแนนเกินกว่าเป้าหมายได้


รูปแบบทั้ง 6 ที่ยกมาข้างต้น มีข้อดี ข้อจำกัด ที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัวว่าแบบใดดีที่สุด ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมขององค์กร ประเภทธุรกิจ และไม่จำเป็นต้องเลือกใช้เพียงอย่างเดียว อาจมีการผสมผสาน และประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมได้


นอกจากเรื่องของรูปแบบที่ต้องให้ความสำคัญ “เครื่องมือ” ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สามารถช่วยให้การทำงานประเมินผลเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นสำหรับทุกฝ่าย การใช้ spreadsheet แบบเดิมๆ รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ผลได้ยาก ปัจจุบันจึงมีเทคโลโนยีใหม่ๆ มากมาย ที่ถูกพัฒนามาอย่างครอบคลุมและยืดหยุ่น รองรับแผนการพัฒนารายบุคคล ตอบโจทย์ทุกองค์กร เช่น ระบบ IPOP PMS จาก I AM Consulting


3 เหตุผลหลัก ที่ควรให้ IPOP PMS ช่วยในการทำประเมินผลงาน


•    มีระบบจัดการ Goal และ KPI ระดับรายบุคคล ทีม แผนก หรือทั้งองค์กร และการกำหนด Competency ให้แก่พนักงานตามระดับงาน (Proficiency Level) และพฤติกรรมการแสดงออก (Behavior) ได้ และยังสามารถประยุกต์ใช้กับรูปแบบ OKR หรือ Task Achievement
•    รองรับครบทุกกิจกรรมการประเมินผล ทั้งการตั้งเป้าหมาย การบันทึกความคืบหน้า การประเมินประจำปี ครึ่งปี ประเมิน Probation และบันทึกแผนพัฒนารายบุคคล การนำผลลัพธ์มาจัดทำ Bell Curve รวมไปถึงการวิเคราะห์ผลลัพธ์ด้วย Report and Dashboard
•    มีฟีเจอร์ Achievement ส่งเสริมให้พนักงานจัดเก็บผลงานและทำเป้าหมายให้สำเร็จ เชื่อมต่อกันทั้ง KPI และ Competency ทั้งระบบ


IPOP ไม่ได้ทำได้เพียงจัดการ ระบบ ประเมินผล พนักงาน เท่านั้น แต่สามารถดูแลองค์กรครบครัน ทั้งเรื่องการจัดการทรัพยากรบุคคล (HRM) และการพัฒนาบุคลากร (HRD) รวมไปถึงการเพิ่มปฏิสัมพันธ์ (Engagement) ของคนในองค์กรมากขึ้นด้วย


หากองค์กรของคุณกำลังมองหาระบบบริหารจัดการพนักงานที่ตอบโจทย์ที่สุด ในรูปแบบของ Cloud Solutions สามารถพูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้


โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

ระบบ HR มีอะไรบ้าง รู้จัก SuccessFactors ระบบที่องค์กรชั้นนำเลือกใช้

ภารกิจอันยิ่งใหญ่ของแผนกทรัพยากรบุคคล (Human Resource) ในยุคที่ทุกองค์กรต่างต้องการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้พนักงาน (Employee Experience) และเฟ้นหาพนักงานที่มีศักยภาพสูง (Talent People) เข้ามาเติมเต็มในส่วนงานต่างๆ รวมไปถึงการบริหารจัดการกับข้อมูลหลังบ้าน ทั้งเอกสารประวัติพนักงาน (Personal Record)  ข้อมูลสิทธิ์สวัสดิการของพนักงาน (Benefit Information) หรือ การประมวลผลเงินเดือน (Payroll) หากต้องเสียเวลาไปกับการจัดการข้อมูลที่ไม่เป็นระเบียบ หรือทำงานซ้ำๆ กันไปในแต่ละวัน คงไม่ดีแน่! I AM Consulting จึงขอยกตัวอย่าง ระบบ HR ที่จะมาช่วยให้การทำงานราบรื่นมากยิ่งขึ้น พร้อมกับพาไปรู้จัก SAP SuccessFactors ซึ่งเป็นเครื่องมือ HR Solutions ยอดนิยมขององค์กรชั้นนำทั่วโลก


ระบบ HR มีอะไรบ้าง ?


ระบบงาน HR สามารถแบ่งได้เป็นหลายระบบงานย่อย แต่ละองค์กรอาจจะมีกระบวนการทำงาน บทบาทหน้าที่ และผู้รับผิดชอบของแต่ละระบบงานไม่เหมือนกัน การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานและ HR ได้เป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น


•    ระบบบริหารจัดการโครงสร้างองค์กรและข้อมูลส่วนบุคคล (Organization and Personnel Management)
ระบบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการข้อมูลโครงสร้างองค์กร ข้อมูลตำแหน่งงาน และข้อมูลของพนักงาน ตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงาน จนวันสุดท้ายที่ออกจากองค์กร ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริหารสามารถวางแผนอัตรากำลังในหน่วยงานของตนเองได้ สามารถบันทึกประวัติการทำงานและโอนย้ายพนักงานได้ในระบบ โดยมีผู้อนุมัติตามขั้นตอนและเงื่อนไขที่กำหนด พนักงานสามารถเข้าถึงและปรับปรุงข้อมูลต่างๆได้ด้วยตนเอง สามารถออกหนังสือรับรองการทำงานได้จากระบบ


•    ระบบสวัสดิการ (Benefit Management)
ระบบที่สามารถกำหนดสิทธิ์สวัสดิการให้กับพนักงานตามเงื่อนไขของบริษัท ทำให้พนักงานสามารถเข้าถึงข้อมูลและเห็นข้อมูลสวัสดิการของตนเองได้จากในระบบ รองรับการเบิกสวัสดิการและตรวจสอบยอดคงเหลือตามสิทธิ์ของพนักงานแต่ละคนได้ รวมทั้งรองรับการใช้งานผ่านทาง Mobile Device ด้วย 


•    ระบบบริหารจัดการเวลา (Time Management)
ระบบที่ช่วยจัดการสิทธิ์การลาของพนักงานตามเงื่อนไข ทำให้พนักงานสามารถขออนุมัติการลาและตรวจสอบสิทธิ์วันลาคงเหลือจากในระบบได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกเวลาการเข้า-ออกงานได้ ทำให้สามารถประมวลผลการขาดงาน การมาสาย หรือการทำงานล่วงเวลาได้อัตโนมัติ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเชื่อมต่อไปยังระบบบริหารจัดการเงินเดือนต่อไป


•    ระบบบริหารจัดการเงินเดือน (Payroll Management)
ระบบที่ช่วยจัดการประมวลผลเงินเดือนของพนักงาน รองรับเรื่องของรายงานเกี่ยวกับกรมสรรพากร เช่น รายงานภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1) หรือ หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) โดยพนักงานสามารถเรียกดูข้อมูลหรือดาวน์โหลด Pay Slip ได้ด้วยตนเองแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วยลดการใช้กระดาษในองค์กรได้อย่างดี


•    ระบบสรรหาและคัดเลือก (Recruiting Management)
ระบบที่ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการขออนุมัติเพื่อเปิดสรรหาพนักงาน ประกาศรับสมัครงาน การสมัครงานออนไลน์ การจัดเก็บฐานข้อมูลของผู้สมัครและการจัดการข้อมูลการสัมภาษณ์ผู้สมัคร ไปจนถึงการขออนุมัติจ้างงาน การมีระบบจะช่วยลดเวลาที่ Recruiter ต้องใช้ในการสรรหาพนักงานเข้ามาในองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ทุกบริษัทต่างก็ต้องการแย่งชิงผู้สมัครที่มีความสามารถโดดเด่น


ยกมาเพียงแค่นี้ก็เห็นชัดแล้วว่าระบบงานย่อยก็มีรายละเอียดค่อนข้างมาก คิดภาพว่าหากระบบเหล่านี้แยกกันไปแต่ละส่วน หรือไม่มีระบบอัตโนมัติใดๆ ต้องใช้  Manual Work ทั้งหมด ฝ่าย HR จะต้องยุ่งเหยิง เสียเวลาขนาดไหน? หลายๆ องค์กร โดยเฉพาะองค์กรชั้นนำ จึงต้องมองหาเครื่องมือเข้ามาจัดการงานเหล่านี้ได้แบบครบวงจร โดย SAP SuccessFactors คือหนึ่งในระบบที่ได้รับความนิยมสูงมาก เป็นระบบที่ได้รับการไว้วางใจ ให้เข้ามาช่วยกระบวนการและบริหารจัดการด้าน HR อย่างเต็มรูปแบบ


SAP SuccessFactors คืออะไร ?

ระบบ HR


SAP SuccessFactors เป็นระบบบริหารทรัพยากรบุคคลที่ให้บริการในรูปแบบ cloud-based application ซึ่งเป็นผู้นำ (Leader) ในการจัดลำดับโปรแกรมของ Gartner Quadrant และได้รับมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยในระดับโลก
มีผู้ใช้งานทั่วโลกในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ ให้บริการครอบคลุมทุกกระบวนการของการบริหารทรัพยากรบุคคล


•    Core HR: การจัดการโครงสร้างองค์กร (Organization Management) การเก็บข้อมูลประวัติของบุคลากร (Personnel Administration) การบริหารสวัสดิการ (Benefits Management) การบริหารจัดการเวลา (Time Management) และการประมวลผลเงินเดือน (Payroll)


•    Talent Management: การสรรหาและคัดเลือก (Recruiting) การเตรียมความพร้อมให้พนักงานใหม่ (Onboarding) การบริหารจัดการการเรียนรู้ (Learning) การประเมินผลการปฏิบัติงาน (Performance & Goals) การบริหารค่าตอบแทน (Compensation) และการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งและแผนพัฒนาพนักงาน (Succession & Development)


นอกจากนี้ ระบบยังรองรับการใช้งานผ่าน mobile application ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลและใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา ได้ใช้งาน Feature/Function ใหม่ๆ ที่ทาง SAP จะมีการพัฒนาปรับปรุงเพิ่มทุกครึ่งปีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม  สามารถเชื่อมต่อกับระบบงานอื่นๆ ได้ไม่ว่าจะเป็น SAP Product หรือไม่ก็ตาม และรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคตได้อย่างง่ายดาย


ปรึกษาเรื่อง ระบบ HR กับ I AM Consulting


I AM Consulting เป็นผู้พัฒนาระบบให้กับ SAP SuccessFactors เราสามารถให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถของพนักงานไปกับ ระบบ HR Solutions ที่ครอบคลุม ยืดหยุ่น ตอบโจทย์การใช้งาน ด้วยจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศ เราพร้อมสนับสนุนให้องค์กรของคุณสามารถนำเทคโนโลยีมาช่วยให้การดำเนินธุรกิจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 

5 เหตุผลที่ควรเลือกใช้ SAP S4HANA

เทคโนโลยีในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทุกธุรกิจต้องเตรียมความพร้อม เสริมความแข็งแกร่ง เพื่อก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล และการเตรียมระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (ระบบ ERP) ให้พร้อมก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ I AM จึงอยากพาทุกท่านมาทำความรู้จัก SAP S/4HANA ว่าระบบนี้คืออะไร มีจุดเด่นอย่างไรที่ควรเลือกใช้ ตามไปดูกันได้ในบทความนี้เลย


SAP S/4HANA คืออะไร ?


SAP S/4HANA  คือ ระบบ ERP เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ของ SAP หนึ่งในผู้ผลิตซอฟต์แวร์ ERP ชั้นนำของโลก มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะในตัว ทั้งเทคโนโลยี AI และ Machine Learning พร้อมปรับรูปแบบการเก็บข้อมูลใหม่ให้สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว สามารถเชื่อมต่อกระบวนการทำงานทั้งหมดในองค์กร เช่น ระบบ HR, ระบบงานขาย, ระบบบัญชี, ระบบบริหารจัดการสินค้า หรือระบบผลิต


จุดเด่นของ SAP S/4 HANA แบ่งออกให้เข้าใจง่ายๆ ตาม 5 ข้อ ดังนี้


5 เหตุผลที่ควรเลือกใช้ SAP S4/HANA


1.    ได้ใช้เทคโนโลยีอัปเดตที่ทันสมัยที่สุด
เป็นระบบเวอร์ชั่นล่าสุด ถูกออกแบบให้ก้าวข้ามข้อจำกัดจากรุ่นก่อน ๆ ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน รองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง IoT และ AI นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กร เพราะเชื่อถือได้ และมีความปลอดภัยสูง การันตีด้วยจำนวนผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก


2.    ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
การสื่อสารภายในองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยป้องกันความคลาดเคลื่อนจากข้อมูลที่ไม่ตรงกัน ลดความซ้ำซ้อน ลดข้อผิดพลาดในการทำงาน


3.    เข้าถึงข้อมูลได้แบบเรียลไทม์
ทั้งผู้บริหารและพนักงานสามารถทำงานได้จากทุกที่ สะดวกสบาย เข้าถึงงานจากทั้งในและนอกองค์กร ได้ทุกเวลา จากทุกที่ และทุกอุปกรณ์ ผ่านแดชบอร์ดที่ทันสมัยและเข้าใจง่าย


4.    วิเคราะห์ข้อมูลแบบเชิงลึกได้
ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน สามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ในเชิงลึกได้อย่างมั่นใจ แก้ไขปัญหาและพัฒนางานในองค์กรได้มากขึ้น สร้างข้อได้เปรียบทางเทคโนโลยี


5.    เพิ่มความคล่องตัว
กระบวนการทำงานสอดคล้องกัน เชื่อมต่อระบบกันทั้งหมด และขยายไปสู่โซลูชันอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย ธุรกิจจะรองรับการเปลี่ยนแปลงและพร้อมเติบโตได้ตลอดเวลา


หากองค์กรของคุณยังไม่มีระบบ ERP มารองรับ หรือ กำลังใช้ SAP ECC6.0 ที่มีประกาศออกมาแล้วว่ากำลังจะหมด Mainstream Maintenance และยังมีข้อสงสัยว่า SAP S/4HANA  เหมาะสมกับองค์กรหรือไม่? I AM Consulting พร้อมให้คำปรึกษา และช่วยนำเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับคุณ


ปรึกษาเรื่องระบบ ERP กับ I AM Consulting 


I AM Consulting คือที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 

ระบบ ERP คืออะไร ทำไมทุกองค์กรต้องมี

เมื่อธุรกิจดำเนินไปได้สักพัก จนเริ่มรู้สึกว่าการทำงานผ่าน Excel นั้นยุ่งยาก ไม่เพียงพอรองรับข้อมูลทั้งหลายอีกต่อไป เจ้าของธุรกิจ หรือ พนักงานที่ต้องการให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น อาจต้องหันมาให้ความสนใจกับ “ระบบ” หากกำลังศึกษาข้อมูลของ ระบบ ERP แต่ยังไม่ค่อยมั่นใจว่าจะเหมาะกับองค์กรเราหรือไม่ บทความนี้จะมีคำตอบให้ครับ


ระบบ ERP คืออะไร ?


Enterprise Resource Planning หรือ ระบบ ERP คือ ระบบที่เข้ามาช่วยจัดการรวบรวมข้อมูลของทุกฝ่ายในองค์กรมาไว้ใน Database หลักที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายขาย, ฝ่ายบัญชี, ฝ่ายบริหารจัดการสินค้า หรือฝ่ายการผลิต ทำให้ผู้บริหารมองเห็นภาพรวมในธุรกิจได้ง่าย เข้าถึงข้อมูลที่อัปเดตแบบเรียลไทม์ พนักงานแต่ละฝ่ายก็สามารถทำงานเชื่อมต่อกันได้อย่าง seamless ดึงเอาข้อมูลที่ต้องการออกมาทำงานได้ทันที สะดวก รวดเร็ว

รูปแบบ Infrastructure ของ ERP

รูปแบบที่ 1 : On-Premise


ข้อมูลทั้งหมดจะถูกติดตั้งไว้บนเซิร์ฟเวอร์ขององค์กรเอง องค์กรจะเป็นเจ้าของระบบทั้งหมด ต้องมีพื้นที่และเจ้าหน้าที่ด้าน IT คอยดูแลระบบ ผู้ใช้งานจะเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ในเซิร์ฟเวอร์ได้ก็ต่อเมื่ออยู่ภายในองค์กรเท่านั้น เหมาะสำหรับองค์กรที่มีกระบวนการทำงานซับซ้อน ต้องการควบคุมดูแลฮาร์ดแวร์ของตนเอง เพื่อความปลอดภัย และง่ายต่อการปรับแต่งระบบ

รูปแบบที่ 2 : On-Cloud


ข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บไว้บนระบบคลาวด์ของผู้ให้บริการ โดยทั่วไปจะมีค่าใช้จ่ายในการดูแลเซิร์ฟเวอร์แบบ Subscription รายปี สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา แต่ก็มีความปลอดภัยตามมาตรฐานโลก เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบ และต้องการเข้าถึงข้อมูลส่วนกลางได้อย่างรวดเร็ว


ในรูปแบบ On Cloud นั้น SAP มีการให้บริการที่ควบรวมส่วนของ Infrastructure และ License การใช้ Software ในรูปแบบ Subscription รายปีในสัญญาเดียวอีกด้วย โดยแบ่งออกเป็น Private และ Public ได้อีก ซึ่งทาง I AM จะนำมาเล่าให้ฟังเพิ่มเติมกันในบทความ ระบบ SAP On-Cloud Private VS Public แบบไหนที่ใช่สำหรับองค์กร


4 ข้อดี ทำไมองค์กรต้องมีระบบ ERP

1. ข้อมูลในองค์กรเป็นระเบียบและปลอดภัย
ข้อมูลถูกรวบรวมไว้ที่เดียวไม่กระจัดกระจาย ผู้บริหารสามารถเรียกดูได้แบบเรียลไทม์ และกำหนดสิทธิ์ผู้เข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้ มีการบันทึกประวัติการทำงาน ป้องกันการทุจริต ระบบมีความปลอดภัยและรัดกุม


2. สามารถเชื่อมต่อระบบอัจฉริยะอื่นๆ เพื่อวิเคราะห์ธุรกิจได้ง่ายขึ้น
สามารถเชื่อมต่อเครื่องมือ หรือ เทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อีกมากมาย เพื่อกำหนดมุมมองการวิเคราะห์ในเชิงลึกได้ สร้างข้อได้เปรียบทางเทคโนโลยี ปูทางสู่การเป็นผู้นำทางธรุกิจ


3. สร้างความน่าเชื่อถือให้กับองค์กร
การมีระบบ ERP จะช่วยให้กระบวนการทำงานทุกฝ่ายมีมาตรฐาน ตรวจสอบได้อย่างชัดเจน และป้องกันความคลาดเคลื่อนจากข้อมูลที่ไม่ตรงกัน สร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าหรือผู้ลงทุน


4. พนักงานทำงานสะดวกมากขึ้น
สะดวกสบาย เพราะสามารถเข้าถึงงานจากทั้งในและนอกองค์กร ได้ทุกเวลา จากทุกที่ ทุกอุปกรณ์ และยังช่วยลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน ทำให้เหลือเวลาสำหรับพัฒนาศักยภาพพนักงานเอง และหาโอกาสใหม่ๆ ให้องค์กรไปด้วย


ระบบ ERP ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน


หากพูดถึงระบบ ERP ชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงก็จะเป็น “ SAP ” เพราะ SAP ถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตซอฟต์แวร์ ERP ชั้นนำของโลก ก่อตั้งขึ้นมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1972 ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ ประเทศเยอรมนี มีพนักงานมากกว่า 105,000 คน ทั่วโลก และมีจำนวนผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก


SAP S/4 HANA เป็นระบบ ERP เวอร์ชั่นล่าสุดของ SAP ที่พัฒนามาพร้อมเทคโลโนยีอัจฉริยะ ทั้ง AI, Machine Learning การวิเคราะห์ขั้นสูง พร้อมรองรับ Big Data และ IoT ช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถนำโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ มาปรับใช้ และจัดการการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจอย่างได้อย่างรวดเร็ว


ปรึกษาเรื่องระบบ ERP กับ I AM Consulting


I AM Consulting เป็นผู้ Implement ระบบให้กับ SAP เราสามารถให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

Thailand Post – HRIS Project Kick off

Thailand Post – HRIS Project Kick off


บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ในฐานะศูนย์กลางธุรกิจไปรษณีย์และบริการ Logistics ของประเทศ นอกจากการพัฒนาคุณภาพในการบริการแล้ว ยังได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลด้วย เพราะศักยภาพของบุคลากรถือเป็นฟันเฟืองสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จ


I AM Consulting มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำ HR Digital Transformation ของไปรษณีย์ไทยครั้งนี้


สำหรับโครงการ Thailand Post – HRIS บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ได้เลือกใช้ระบบ SAP SuccessFactors ซึ่งเป็นระบบจัดการทรัพยากรบุคคลบนคลาวด์แพลตฟอร์มชั้นนำของโลก ที่มีความทันสมัย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูง สนับสนุนทุกกระบวนการของการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล ตั้งแต่การสรรหา/คัดเลือกพนักงานเข้ามาในองค์กร จนถึงพัฒนาพนักงานให้เติบโตขึ้นในสายอาชีพที่ต้องการ ซึ่งจะช่วยให้ทำงานภายในองค์กรเป็นระบบ และคล่องตัวมากขึ้น


8 ธันวาคม 2565 คุณพิษณุ วานิชผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานสนับสนุนประสิทธิภาพองค์กร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ให้เกียรติเป็นประธานเปิดประชุมโครงการ และต้อนรับ Mr. Atul Tuli กรรมการผู้จัดการ SAP Indochina พร้อมกันนี้ คุณศรีรัตน์ ชูโชติถาวร กรรมการ บริษัท I AM Consulting ได้นำทีมที่ปรึกษาเข้าร่วมประชุมและอธิบายแผนงาน พร้อมให้คำมั่นแก่ทีมงานที่จะเดินเคียงข้าง นำโครงการให้สำเร็จตามเป้าหมาย และระยะเวลาที่กำหนดไว้ได้อย่างแน่นอน


สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 
Tel : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1


#IAMConsulting #ThaiPost #ไปรษณีย์ไทย
#SAP #SuccessFactors
#IAMDX #DigitalTransformation
#CreateOurExcitingFuture
#WhenIAMPromisesIAMDelivers

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.