ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ช่วยเปลี่ยนฝ่ายบัญชี ให้ไม่มีเอกสารกองโต

ฝ่ายบัญชียุคใหม่คงไม่มีใครอยากทำงานกับเอกสารกระดาษกองโตอีกต่อไปแล้ว เพราะปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากมายที่สามารถเข้ามาช่วยลดขั้นตอนและความยุ่งยากต่างๆ ได้ อย่าง ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ก็เป็นหนึ่งในโซลูชั่นที่ตอบโจทย์นี้ได้มากทีเดียว

 

e-Tax Invoice & e-Receipt คืออะไร?

อธิบายให้เข้าใจได้ง่ายๆ e-Tax Invoice & e-Receipt ก็คือ ใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ และ ใบรับหรือใบเสร็จรับเงิน ที่เปลี่ยนจากรูปแบบกระดาษ มาอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์นั่นเอง ซึ่งทางกรมสรรพากรเล็งเห็นว่าเป็นวิธีการทำงานที่สะดวกมากขึ้นกับทุกฝ่าย จึงออกมาตรการที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการทั่วประเทศลงทุนทำระบบนี้ด้วย

 

ตัวอย่างปัญหาที่อาจเกิดจากการทำใบกำกับภาษีรูปแบบกระดาษ
 

 

กระบวนการจัดทำใบกำกับภาษีในรูปแบบเดิมมีหลายขั้นตอน ใช้เวลานาน มีคนหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง นักบัญชีจึงอาจพบปัญหาเหล่านี้ได้บ่อยครั้ง เช่น

1)    เอกสารสูญหาย หรือ เสียหาย
2)    ข้อมูลบนเอกสารไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง
3)    เกิดความล่าช้าในการจัดส่ง และจัดเก็บเอกสาร
4)    เอกสารที่จัดเก็บในคลังไม่เป็นระบบระเบียบทำให้ค้นหาได้ยาก
5)    ต้นทุนสูงทั้งค่าจัดทำ จัดส่ง และ ค่าเก็บรักษา
 

e-Tax Invoice & e-Receipt จะช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้นได้อย่างไรบ้าง?

 

 

ดูจากภาพเปรียบเทียบกันก็จะเห็นได้ชัดว่า การทำใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยให้ขั้นตอนในการทำงานลดลงไปมาก เปลี่ยนกระบวนการที่ต้องให้คนทำงาน มาเป็นระบบอัตโนมัติเยอะขึ้น และยังมีประโยชน์อีกมากมาย เช่น

•    ไม่จำเป็นต้องมีกระดาษเลยแม้แต่แผ่นเดียว เพราะอาศัยการส่งผ่านระบบ หรือ E-mail 
•    ช่วยลดรายจ่ายทุกทางทั้งค่าจัดทำ จัดส่ง และ ค่าเก็บรักษา
•    การจัดเก็บข้อมูลบน Cloud ช่วยให้การสืบค้นง่ายกว่าการค้นหาเอกสารจากในแฟ้ม
•    ใบกำกับภาษีมีความน่าเชื่อถือ ป้องกันการปลอมแปลงใบกำกับ
•    ผู้ได้รับเอกสาร (ผู้ซื้อ) สามารถนำเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ไปใช้ในระบบอื่นต่อได้ทันที

 

EZTax จะช่วยให้ฝ่ายบัญชีทำงานได้แบบ..อีซี่

 

ระบบของเราได้รับการรับรองมาตรฐานสากล สามารถทำงานได้ตรงตามคุณสมบัติที่กรมสรรพากรกำหนดทั้งหมด ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำเอกสาร นำส่ง ไปจนถึงการเก็บข้อมูล ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้สามารถใช้งานได้ง่ายที่สุด รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ บนมาตรฐานระดับสากล สามารถเข้ากันได้กับระบบ ERP ทุกรูปแบบ 

 

 

 

ปรึกษาเรื่องระบบ e-tax กับ I AM Consulting 

 
เรามีความมั่นใจในบริการที่ครอบคลุม พร้อมความสามารถในการแนะนำ ให้คำปรึกษาด้านบัญชี และนำเสนอโซลูชันให้กับลูกค้าได้อย่างครบวงจร (One-Stop-Service) ตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การจัดหาใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ การลงทะเบียน การตรวจประเมินเบื้องต้นเพื่อปรับกระบวนการและลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น การติดตั้งและวางระบบ ไปจนถึงการฝึกอบรมทีมงาน และมีบริการดูแลหลังจากติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เพราะระบบจะอยู่กับองค์กรไปอีกนาน จึงต้องมีทีมที่ปรึกษาที่จะช่วยดูแล ปรับปรุง พัฒนา ระบบอย่างต่อเนื่อง

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 

Canon Marketing – EZTax Project Kickoff

EZTax Project Kickoff

 

บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ไว้วางใจให้ I AM Consulting เข้ามาช่วยพัฒนาระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) และใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) เปลี่ยนการทำงานทางบัญชีและภาษี ให้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น!

 

EZTax ระบบใบกำกับภาษี และใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ ที่พัฒนาขึ้นโดย I AM Consulting ออกแบบมาเพื่อช่วยในการจัดทำ นำส่ง และเก็บข้อมูลด้านภาษีให้สะดวก รวดเร็ว ทำงานได้ตรงตามคุณสมบัติที่กรมสรรพากรกำหนดทั้งหมด และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มความโปร่งใส ลดความซับซ้อนในกระบวนการทางบัญชีและภาษี การันตีโดยบริษัทชั้นนำและผู้ใช้งานมากมายในทุกอุตสาหกรรม โดยมีจำนวนการนำส่ง e-Tax Invoice ไปแล้วมากกว่า 400 ล้านฉบับ

 

นอกเหนือจากการช่วยให้ระบบภาษีเป็นเรื่องง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นแล้ว EZTax จาก I AM Consulting ยังมุ่งมั่นที่จะส่งมอบบริการที่ดีที่สุด ด้วยการให้คำปรึกษาในการประเมินกระบวนการ การให้คำแนะนำ และเสนอแนวทางที่ดีที่สุดในการวางระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ของลูกค้า เพื่อให้มั่นใจว่าระบบสามารถเชื่อมต่อกับการทำงานอื่นๆ ที่ใช้อยู่แบบ Seamless Integration พร้อมบริการหลังการขายที่ให้ลูกค้าอุ่นใจ เพราะเราตระหนักเสมอว่า ระบบที่ดีจะยังอยู่กับลูกค้าต่อไป

 

หากองค์กรใดกำลังมองหาระบบ e-Tax

สามารถพูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้

Tel : 02-026-3964

E-mail : info@iamconsulting.co.th

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

 

#ใบกำกับภาษี #ลดหย่อนภาษี #etax

#eTaxInvoice #Cloud #POS #eReceipt

#EZTax #iZign #IAMConsulting

#CreateOurExcitingFuture

ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ กับผลทางกฎหมาย

ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเรื่องการทำงานในหลายๆ ด้าน แต่บางองค์กรยังยอมเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการรับ-ส่งเอกสารแบบกระดาษ เพราะไม่มั่นใจว่าหากเกิดปัญหาต้องฟ้องร้องกันขึ้นมา เอกสารที่ถูกลงนามด้วย ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ จะใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้หรือไม่?


หากดูตามข้อกฎหมาย พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ แล้ว องค์กรสามารถมั่นใจได้เลยว่า การลงนามด้วยลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีผลทางกฎหมายเทียบเท่ากับการจรดปากกาลงนามบนกระดาษ อย่างแน่นอน
เพียงแต่จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับประเภทของลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ที่เราเลือกใช้ซึ่ง I AM Consulting จะนำมาอธิบายให้เข้าใจกันในบทความนี้


ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ คืออะไร


ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Signature ไม่ได้หมายถึง การเซ็นชื่อ อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง การอัปโหลดรูปภาพลายเซ็น, การพิมพ์ชื่อเป็นตัวอักษร, การใช้ Username-Password บนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่น, หรือแม้กระทั่งการคลิกปุ่มยอมรับ ( Submit ) ในแบบฟอร์มต่างๆ เป็นต้น


โดยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ จะต้องมี 3 องค์ประกอบนี้ 


1.    ระบุเจ้าของลายมือชื่อได้ว่าเป็นของใคร
2.    ระบุเจตนาของเจ้าของลายมือชื่อต่อข้อความที่ลงนาม
3.    ใช้วิธีการที่เชื่อถือได้


ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์แต่ละประเภท กับผลทางกฎหมาย

 

•    ประเภทที่ 1 มาตรา 9 : ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป


การลงนามอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา 9 นี้ เป็น e-Signature แบบทั่วไป ตามที่ได้นิยามไว้ข้างต้น เป็นวิธีที่เข้าใจง่าย สะดวก รวดเร็วที่สุด แต่หากเกิดข้อพิพาทขึ้น ผู้ที่ฟ้องร้องจะมีหน้าที่ในการหาวิธีการพิสูจน์ว่าการลงนามอิเล็กทรอนิกส์นั้นเป็นของจริงหรือของปลอม เช่น นาย A ยืมเงิน นาย B และได้ทำสัญญากันด้วยการเซ็นเอกสาร PDF ไว้ ต่อมานาย A ไม่ยอมจ่ายเงินคืนให้นาย B และอ้างว่าลายเซ็นที่ลงนามไว้นั้นเป็นของปลอม ในกรณีนี้ หากนาย B ในฐานะเจ้าหนี้ ฟ้องร้องนาย A ซึ่งเป็นลูกหนี้ นาย B ที่จะต้องหาวิธีมายืนยันว่าลายเซ็นของนาย A นั้นเป็นของจริง

•    ประเภทที่ 2 มาตรา 26 : ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้
•    ประเภทที่ 3 มาตรา 28 : ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ ซึ่งใช้ใบรับรองที่ออกโดยผู้ให้บริการออกใบรับรอง


สำหรับการลงนามอิเล็กทรอนิกส์ตาม มาตรา 26 และ 28 เราจะเรียกว่า Digital Signature หรือ การลงลายมือชื่อดิจิทัล ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของ e-Signature แต่มีความน่าเชื่อถือ และปลอดภัยมากกว่า เพราะจะมีกระบวนการเข้ารหัส ( Encrypt ) ซึ่งช่วยให้สามารถยืนยันตัวเจ้าของลายมือชื่อ และสอบกลับการเปลี่ยนแปลงได้ ส่งผลให้ผู้ลงนามไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบจากข้อความที่ตนเองได้แสดงเจตนาในลงลายมือดิจิทัลไว้


หากเปรียบเทียบกับตัวอย่างเดิม แต่เปลี่ยนการลงนามจาก e-Signature แบบทั่วไป (มาตรา 9) มาเป็นการลงนามแบบดิจิทัล (มาตรา 26 และ 28)  เช่น นาย A ยืมเงิน นาย B และทำสัญญากันด้วยการเซ็นเอกสารผ่านระบบ Digital Signature ไว้ แล้วนาย A ไม่ยอมจ่ายคืน โดยอ้างว่าลายเซ็นเป็นของปลอม ในกรณีนี้จะเป็นหน้าที่ของนาย A ที่จะต้องหาวิธีมายืนยันว่าการลงนามดิจิทัลที่ได้ดำเนินการไว้เป็นของปลอม


การเลือกใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงหรือผลกระทบที่อาจทำให้ลายเซ็นไม่เป็นที่ยอมรับ เอกสารขององค์กรที่มีความสำคัญ เช่น เอกสารสัญญาซื้อ-ขายระหว่างบริษัท เอกสารกู้ยืมเงิน หรือเอกสารที่มีเรื่องมูลค่าเข้ามาเกี่ยวข้อง การใช้ Digital Signature จึงเป็นทางเลือกเหมาะสมมากกว่า


ระบบ Digital Signature ของที่ไหนดี ?


หากสนใจอยากทำระบบลงนามดิจิทัล I AM Consuting มี iZign  ซึ่งเป็นระบบ 1 เดียว ที่ปลอดภัยสูงสุด สอดคล้องตามข้อกฎหมายทุกมาตรา ทั้ง มาตรา 9 26 และ 28 ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลากระบวนการลงนามต่างๆ มี log เก็บไว้ สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ลดการใช้กระดาษ และหมึกพิมพ์ ลดการใช้พื้นที่จัดเก็บเอกสาร ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดส่งเอกสาร และสามารถเชื่อมต่อกับระบบ ERP ต่างๆ ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่ออีกด้วย


ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ iZign เพิ่มเติม คลิกที่นี่


ปรึกษาเรื่องระบบ iZign Digital Signature กับ I AM Consulting


เรามีความมั่นใจในระบบที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย มีความปลอดภัยตามมาตรฐาน ด้วยการใช้เทคโนโลยี PKI ที่มีความโปร่งใส สนับสนุนการลงนามดิจิทัลทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการลงนามโดยบุคคลเดียว การลงนามร่วม และ การลงนามระหว่างบริษัท มาพร้อมบริการที่ครอบคลุม คอยดูแลในส่วนของการสร้างใบรับรอง และบริหารจัดการให้สอดคล้องตามพรบ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิส์ มีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถแนะนำ ให้คำปรึกษา รวมไปจนถึงการฝึกอบรมทีมงานของท่าน


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 

5 ข้อดีของการทำ ECM  ( Enterprise Content Management ) ในองค์กร

องค์กรที่ทำงานไปสักระยะมักจะค้นพบว่ามีเอกสารจำนวนมากที่ต้องจัดเก็บ ยิ่งเป็นข้อมูลในรูปแบบกระดาษ ยิ่งต้องใช้เวลานานในการค้นหา และมีความเสี่ยงสูงต่อการสูญหาย รวมไปถึงมีเอกสารที่เกิดขึ้นจากระบบการทำงานต่างๆหลายระบบ ทำให้การเข้าถึงเอกสาร, การเรียกเอกสารออกมาใช้งาน และการเชื่อมต่อการทำงานข้ามแพลตฟอร์ม เกิดการติดขัด กระทบกับกระบวนการทำงานทุกภาคส่วนขององค์กร I AM Consulting จึงขอแนะนำการทำ ECM ที่สามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ECM  หรือ Enterprise Content Management คือ ระบบการจัดการและเก็บรักษาข้อมูลในองค์กร โดยอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้มีประสิทธิภาพ และ ประสิทธิผลมากกว่าเดิม เช่น

  • การจัดการไฟล์และบันทึก
  • การแคปเจอร์และสแกน
  • การแชร์ข้อมูลในหน่วยงานหรือภายนอก
  • การจัดการข้อมูลเว็บไซต์

ข้อดีของการทำ ECM

1) เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว

การทำ ECM จะเป็นการนำเอาเอกสารทั้งหมดเก็บไว้ที่ศูนย์กลาง ทำให้สามารถค้นหาข้อมูลเอกสารได้ง่าย และเชื่อมโยงไปสู่เอกสารที่เกี่ยวข้องได้ ทุกหน่วยงานในองค์กรสามารถเข้าถึงเอกสารได้ ทำให้ระบบการทำงาน เกิดความคล่องตัว ไม่ต้องเสียเวลาในการค้นหาเอกสารจากแฟ้มอีกต่อไป

 

2) เพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูล

จัดเก็บข้อมูลบนระบบที่มีมาตรฐานและความปลอดภัยสูง ไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลจะสูญหาย และองค์กรยังสามารถกำหนดสิทธิในการเข้าถึงเอกสารได้ ทำให้สามารถเก็บรักษาเอกสารที่เป็นความลับได้ด้วย

 

3) พนักงานทำงานได้มีประสิทธิภาพ

พนักงานสามารถเรียกดูข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว ลดข้อผิดพลาด และ ภาระหน้าที่การทำงานที่ซ้ำซ้อน อีกทั้งยังสามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา เนื่องจากมีระบบรองรับการทำงานบนอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งมือถือ แท็บเล็ต อำนวยความสะดวกในการใช้งาน

 

4) ลดค่าใช้จ่ายในการเก็บเอกสาร

หากองค์กรมีเอกสารเป็นจำนวนมาก จะมีค่าใช้จ่ายด้านพื้นที่จัดเก็บค่อนข้างสูง การทำ ECM จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บเอกสาร ทำให้สามารถนำต้นทุนไปพัฒนาองค์กรในด้านอื่นๆ ได้

 

5) ช่วยให้องค์กรก้าวสู่การเป็น Paperless & Digital Organization

การทำ ECM สามารถ Integrate กับระบบใหม่ๆ ได้อย่างสะดวก เทคโนโลยีเข้ามาจะช่วย ปรับปรุงแก้ไขปัญหาการจัดการเอกสารแบบเดิมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นองค์กรไร้กระดาษ และ Digital Transformation ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 

 

ใช้ระบบอะไรในการทำ ECM ?


I AM Consulting เป็นพาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการของ OpenText เครื่องมือที่จะช่วยบูรณาการซอฟท์แวร์เอนเทอร์ไพรส์จากหลากหลายผู้ให้บริการ ไม่ว่าจะเป็น SAP S/4HANA , Oracle, Salesforce , Microsoft Office 365  หรือ ซอฟท์แวร์อื่นๆ ให้สามารถทำงานร่วมกับระบบจัดการข้อมูลได้อย่างแนบเนียนและมีประสิทธิภาพ (Seamless Integration)


ปรึกษาเรื่อง ECM กับ I AM Consulting 


เราคือที่ปรึกษาและผู้พัฒนาระบบ Enterprise Content Management มาอย่างยาวนาน สามารถเข้ามาช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายพร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 

e-Tax service provider คืออะไร

การสัมมนาในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นพิเศษโดยจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมเพียงบริษัทละ 2 ท่าน


บทความนี้ I AM Consulting ในฐานะผู้พัฒนาระบบ EZTax จะขอพาไปทำความรู้จักกับ e-Tax Service Provider ซึ่งเป็นรูปแบบการนำส่งข้อมูลใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ผู้ซื้อสินค้า ผู้รับบริการ และ กรมสรรพากรที่ได้รับความนิยม เพราะผู้ประกอบการไม่ต้องการลงทุนหรือพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์หรือซอฟต์แวร์ด้วยตนเอง


e-Tax Service Provider คืออะไร

e-Tax Service Provider คือ ผู้ให้บริการนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวกับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ แทนผู้ประกอบการ ด้วยระบบรับส่งข้อมูลที่เชื่อมต่อกับระบบข้อมูลของกรมสรรพากร ที่มีมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัย


แต่ในปัจจุบันนอกจากการนำส่งแล้ว e-Tax Service Provider บางแห่งก็สามารถให้คำปรึกษา พร้อมจัดทำ และ เก็บรักษา เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ และพนักงานได้ด้วย


e-Tax service provider ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

ต้องมีคุณสมบัติตามแนบท้ายประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 15) เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทำ ส่งมอบ และเก็บรักษาใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้


1) เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งมีฐานะเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/ 1(5) แห่งประมวลรัษฎากร โดยมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท

2) ต้องไม่มีประวัติการออกใบกำกับภาษีหรือใช้ใบกำกับภาษีปลอมหรือใบกำกับภาษีที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีอากร

3) กรรมการหรือผู้มีอำนาจจัดการ ไม่มีลักษณะต้องห้าม เช่น ถูกพิทักษ์ทรัพย์, (เคย) ล้มละลาย และยังไม่พ้น 2 ปี นับแต่ยกเลิก หรือปลดจากการล้มละลาย หรือเคยได้รับโทษจำคุกในคดีอาญาซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุด

4) ต้องมีประสบการณ์หรือมีขีดความสามารถในการให้บริการระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการรับส่งข้อมูล หรือเป็นผู้ให้บริการระบบคอมพิวเตอร์ในการรับส่งข้อมูล

5) ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ และได้แจ้งเวียนชื่อแล้วหรือไม่เป็นผู้ได้รับผลของการสั่งให้นิติบุคคลหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ทิ้งงานตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

6) มีระบบสารสนเทศที่มีความมั่นคงปลอดภัยและมีความน่าเชื่อถือตามข้อเสนอแนะมาตรฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่จำเป็นต่อธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศสำหรับผู้ให้บริการจัดทำ ส่งมอบและเก็บรักษาข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (INFORMATION SECURITY FOR DATA MESSAGE GENERATION, TRANSFER AND STORAGE SERVICE PROVIDERS) (ขมธอ. 21-2562) ลงวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2562 และมีหลักฐานผ่านการรับรองระบบสารสนเทศจากหน่วยงานรับรองตามที่กรมสรรพากรกำหนด

7) ต้องเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติให้เป็นผู้ออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และผู้ออกใบรับอิเล็กทรอนิกส์ และได้จัดทำและนำส่งข้อมูลใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เป็นปกติธุระทางธุรกิจ


อ่านโดยละเอียด คลิกที่นี่


3 วิธีพิจารณา ก่อนเลือก e-Tax Service Provider

1 ดูใบรับรอง


หาก e-Tax Service Provider เจ้านั้นผ่านการรับรองจากกรมสรรพากรเรียบร้อยแล้วจะต้องมี ETDA certified service provider เพื่อยืนยัน และ อาจมี ISO/IEC 27001 certified มาประกอบ เพื่อแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานและความปลอดภัย ใบรับรองจะมีหน้าตาตามภาพตัวอย่างด้านล่างนี้



2 ดูระบบและการให้บริการ


เลือกระบบที่สามารถรองรับธุรกรรมในจำนวนที่เพียงพอต่อความต้องการขององค์กรได้ หากมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถในการให้คำปรึกษาตั้งแต่กระบวนการแรก ไปจนถึงหลังติดตั้ง ก็จะช่วยให้การทำงานเป็นไปได้ตามแผนการและเป้าหมายที่วางไว้

3 ดูความน่าเชื่อถือจากผู้ใช้งานจริง


เลือก e-Tax Service Provider ที่มีประสบการณ์ เช่น ระบบ EZTax ที่ปัจจุบันมีพาร์ทเนอร์ใช้งานอยู่มากมายทุกอุตสาหกรรม และจัดทำ e-Tax Invoice/e-Receipt ไปมากกว่า 400 ล้านฉบับ


ปรึกษาเรื่องระบบ e-Tax กับ I AM Consulting 


เรามีความมั่นใจในบริการที่ครอบคลุม พร้อมความสามารถในการแนะนำ ให้คำปรึกษาด้านบัญชี และนำเสนอโซลูชันให้กับลูกค้าได้อย่างครบวงจร ( One-Stop-Service ) ตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การจัดหาใบรับรองอีเล็กทรอนิกส์ การลงทะเบียน การตรวจประเมินเบื้องต้นเพื่อปรับกระบวนการและลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น การติดตั้งและวางระบบ ไปจนถึงการฝึกอบรมทีมงาน และมีบริการดูแลหลังจากติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เพราะระบบจะอยู่กับองค์กรไปอีกนาน จึงต้องมีทีมที่ปรึกษาที่จะช่วยดูแล ปรับปรุง พัฒนา ระบบอย่างต่อเนื่อง


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 

นำองค์กรยุคใหม่มุ่งสู่การเป็น Paperless Organization

The Sustainable Impact of The Paperless Organization


I AM Consulting บริษัทที่ปรึกษาด้าน Digital Transformation จัดงาน Make The Sustainable Impact of The Paperless Organization with EZTax & iZign นำเสนอ 2 โซลูชัน ที่จะเข้ามาช่วยลดการใช้กระดาษในองค์กร


โดยภายในงาน คุณจิตริน วิโรจน์สายลี ผู้ช่วยรองประธานกรรมการ และ Team Lead ระบบงานภาษีและเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ บริษัท ไอแอม คอนซัลติ้ง จำกัด ได้มาสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ อย่างครบถ้วนทุกขั้นตอน


พร้อมกันนี้ ยังได้รับเกียรติจาก คุณชูเกียรติ สุขสว่าง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) มาช่วยแชร์ประสบการณ์ และกรณีศึกษา ในการบริหารโครงการให้ประสบผลสำเร็จ ตั้งแต่การเฟ้นหา Service Provider การติดตั้ง ไปจนถึงการใช้งานระบบ EZTax ให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด


นอกจากนี้ ในส่วนของการลงนามดิจิทัล ก็ได้คุณชยภัสสร์ อัศววิมลนันท์ ผู้จัดการและ Team Lead ระบบงานเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ บริษัท ไอแอม คอนซัลติ้ง จำกัด มาอธิบายความแตกต่างและวิธีการเลือกใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์แต่ละประเภท พร้อมจัด Workshop ให้ผู้ที่เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์จริง ด้วยการทดลองใช้ระบบ iZign แพลตฟอร์มลงนามดิจิทัลที่ปลอดภัยและโปร่งใสที่สุด ผ่านโทรศัพท์มือถือของตนเองอีกด้วย


ผู้เข้าร่วมงานทุกท่านได้รับความรู้ไปอย่างเต็มอิ่ม และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสัมมนาในครั้งนี้จะมีประโยชน์ต่อทุกท่านในการตัดสินใจดำเนินโครงการด้านดิจิทัลเพื่อพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต


หากองค์กรใดกำลังมองหาระบบ e-Tax หรือ Digital Signature
สามารถพูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
Tel. 02-026-3964
E-mail : info@iamconsulting.co.th
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1


#ใบกำกับภาษี #ลดหย่อนภาษี #etax
#eTaxInvoice #Cloud #POS #eReceipt
#EZTax #iZign #IAMConsulting
#CreateOurExcitingFuture

ลงทุนระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt หักรายจ่ายได้ 2 เท่า

บริษัทใดยังไม่ได้ทำระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ รอช้าไม่ได้แล้ว!!!


มติ ครม. วันที่ 24 มกราคม 2566 เห็นชอบ ขยายเวลาให้บริษัทที่ลงทุนระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt สามารถหักรายจ่ายลงทุนและใช้บริการระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้ 2 เท่า ต่อไปอีก 3 ปี ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2568


ทำ e-Tax วันนี้ นอกจากช่วยลดต้นทุนค่ากระดาษ ค่าพิมพ์ ค่าขนส่ง ค่าจัดเก็บเอกสาร และประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วนแล้ว ยังมีมาตรการจากภาครัฐที่มาช่วยส่งเสริม เพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน สำหรับผู้ประกอบการที่ลงทุนระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt สามารถหักรายจ่ายลงทุนและใช้บริการระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้ 2 เท่า !


EZTax by I AM Consulting ช่วยให้การจัดทำ นำส่ง และเก็บข้อมูลของท่านเป็นเรื่องง่ายขึ้น สะดวก รวดเร็ว ทำงานได้ตรงตามคุณสมบัติที่กรมสรรพากรกำหนดทั้งหมด การันตีโดยพาร์ทเนอร์มากมายในทุกอุตสาหกรรม และจำนวนจัดทำ e-Tax Invoice/e-Receipt ที่มีไปมากกว่า 400 ล้านฉบับ


เราสามารถให้คำปรึกษา และนำเสนอโซลูชันให้กับลูกค้าได้อย่างครบวงจร (One-Stop-Service) ตั้งแต่ต้นจนจบ ที่สำคัญท่านสามารถอุ่นใจได้ว่าตลอดระยะเวลาที่ใช้งาน จะมีทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุง พัฒนาระบบ อย่างต่อเนื่อง


สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 
Tel : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1


#ใบกำกับภาษี #ลดหย่อนภาษี #etax 
#eTaxInvoice #Cloud #POS #eReceipt 
#EZTax #IAMConsulting 
 #CreateOurExcitingFuture 

บริษัทอยากทำ ระบบ e-tax invoice หรือ e-receipt เริ่มยังไงดี

ในยุคที่เทคโนโลยีช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการขับเคลื่อนธุรกิจ และ ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม การจัดทำและนำส่งข้อมูลใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ( e-tax invoice & e-receipt ) ที่ตอบโจทย์ทั้ง 2 ข้อ จึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลของไทย พยายามส่งเสริม และผลักดันออกมาเป็นนโนบายต่างๆ เช่น มาตรการ ช้อปดีมีคืน 2566 ที่ผู้ซื้อสินค้าจะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีมากกว่า หลายองค์กรจึงต้องเร่งมือ เตรียมพร้อม ระบบ e-tax ไว้ตอบรับกับนโยบายปีต่อๆ ไป หากยังมีข้อสงสัยว่าควรเริ่มต้นอย่างไร? ในบทความนี้ I AM Consulting จะพาไปหาคำตอบกัน


e-tax Invoice และ e-Receipt คืออะไร ?


ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-tax invoice คือ ใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้และใบลดหนี้ ส่วน ใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-receipt) คือ ใบรับหรือใบเสร็จรับเงิน ซึ่งต่างจากรูปแบบกระดาษปกติ ตรงที่ได้มีการจัดทำเอกสารเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์  XML File, PDF File) และลงลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) ก่อนส่งมอบให้ผู้ซื้อสินค้าหรือบริการ และกรมสรรพากร


อยากทำระบบ e-tax เริ่มต้นอย่างไร ?


เพื่อตอบรับนโยบาย Thailand 4.0 กรมสรรพากรได้พัฒนาระบบบริการ e-tax invoice / e-receipt ขึ้น และมีนโยบายส่งเสริมเรื่องนี้ต่อเนื่องมาหลายปี  หากผู้ประกอบการอยากเริ่มต้นทำระบบในปีนี้ สามารถศึกษาขั้นตอนตามด้านล่าง หรือ ติดต่อ I AM Consulting เพื่อรับคำปรึกษาและให้ความช่วยเหลือได้ตั้งแต่ขั้นตอนแรก


1)    ประเมินความพร้อมในองค์กร
ผู้ใช้งานต้องปรับปรุงหรือพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ เตรียมความพร้อมด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ใช้องค์กรให้สามารถรองรับการจัดทำ ส่งมอบ และจัดเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้


2)    จัดหาใบรับรองอีเล็กทรอนิกส์
เพื่อให้ผู้ใช้งานเกิดความเชื่อมั่นในการรับและส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างกัน ผู้ประกอบการจึงต้องจัดหาใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้สร้างลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) ที่ออกจากผู้ให้บริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Certification Authority: CA) ที่มีความน่าเชื่อถือ 


3)    ยื่นคำขอ 
ยื่นคำขอเป็นผู้ประกอบการจัดทำใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ โดยการลงทะเบียนและตรวจสอบลายมือชื่อดิจิทัล โดยเข้าไปที่เว็บไซต์กรมสรรพากร https://etax.rd.go.th ดาวน์โหลดโปรแกรม Ultimate Sign & Viewer มาติดตั้ง และ ลงทะเบียน บ.อ.01 ผ่านโปรแกรม


4)    จัดทำและนำส่ง
จัดทำใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ส่งมอบแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการการเป็นไปตามข้อตกลงทางการค้าระหว่างกัน แต่สำหรับการนำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรนั้นเป็นไปตามมาตรฐาน ขมธอ.3-2560 สามารถนำส่งข้อมูลได้ 3 ช่องทาง ได้แก่ Upload , Host to Host และผู้ให้บริการนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Service Provider) สามารถเลือกช่องทางนำส่งข้อมูลที่เหมาะสมกับสภาพของกิจการได้เลย


5)    เก็บรักษา
ผู้จัดทำใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ต้องจัดเก็บรักษาข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้ถูกต้องปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด


ทำความรู้จัก EZTax


EZTax by I AM Consulting คือ เครื่องมือที่จะช่วยในขั้นตอนการจัดทำเอกสาร นำส่ง และเก็บข้อมูล ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้สามารถใช้งานได้ง่ายที่สุด รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ บนมาตรฐานระดับสากล สามารถเข้ากันได้กับระบบ ERP ทุกรูปแบบ ที่สำคัญที่สุด คือ สามารถทำงานได้ตรงตามคุณสมบัติที่กรมสรรพากรกำหนดทั้งหมด

e-tax


เราเป็นระบบ e-tax รายแรกๆ ของประเทศไทย โดยในปัจจุบันมีพาร์ทเนอร์ที่ใช้งาน EZTax อยู่มากมายทุกอุตสาหกรรม และจัดทำ e-Tax Invoice/e-Receipt ไปมากกว่า 400 ล้านฉบับ ซึ่งนอกจากจะเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสให้องค์กรแล้ว ยังช่วยลดการใช้กระดาษ ลดภาระในการจัดส่งเอกสาร รวมถึงการจัดเก็บหลักฐานต่างๆ อีกด้วย


ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ EZTax เพิ่มเติม คลิกที่นี่


ปรึกษาเรื่องระบบ e-tax กับ I AM Consulting


เรามีความมั่นใจในบริการที่ครอบคลุม พร้อมความสามารถในการแนะนำ ให้คำปรึกษาด้านบัญชี และนำเสนอโซลูชันให้กับลูกค้าได้อย่างครบวงจร (One-Stop-Service) ตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การจัดหาใบรับรองอีเล็กทรอนิกส์ การลงทะเบียน การตรวจประเมินเบื้องต้นเพื่อปรับกระบวนการและลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น การติดตั้งและวางระบบ ไปจนถึงการฝึกอบรมทีมงาน และมีบริการดูแลหลังจากติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เพราะระบบจะอยู่กับองค์กรไปอีกนาน จึงต้องมีทีมที่ปรึกษาที่จะช่วยดูแล ปรับปรุง พัฒนา ระบบอย่างต่อเนื่อง


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

EZtax – ช้อปดีมีคืน 2566

ช้อปดีมีคืน 2566 ลดหย่อนภาษี


นับเป็นข่าวดีทั้งกับนักช้อปและผู้ประกอบการ .. ครม.อนุมัติ #ช้อปดีมีคืน 2566 แล้ว


ให้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 40,000 บาท !! เฉพาะร้านที่ออกใบกำกับภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้เท่านั้น


(หากเป็นใบกำกับภาษีแบบกระดาษปกติจะลดหย่อนได้เพียง 30,000 บาท)


พาร์ทเนอร์ของ I AM ที่ใช้ระบบ EZtax เช่น Jaymart, บุญถาวร และ COTTO ก็สามารถออกใบกำกับแบบอิเล็กทรอนิกส์ให้กับลูกค้าได้นะครับ รอซื้อสินค้ากันในช่วง 1 ม.ค. – 15 ก.พ. 2566 กันได้เลย


การรักษ์โลก รักษาสิ่งแวดล้อม และ Paperless ยังเป็นสิ่งที่ทั่วโลกและไทยให้ความสำคัญ เห็นได้จากการที่ภาครัฐมีนโยบายในเรื่องนี้ต่อเนื่องมาหลายปี ดังนั้นการทำ E-TAX จึงเป็นเทรนด์ใหม่ที่ผู้ประกอบการต้องใส่ใจและปรับตัว


หากคุณกำลังตามหาระบบ E-TAX ที่รองรับองค์กรขนาดใหญ่ I AM Consulting ในฐานะผู้ให้บริการระบบ EZtax สามารถให้คำปรึกษา และนำเสนอโซลูชันให้กับลูกค้าได้อย่างครบวงจร (One-Stop-Service) ตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การจัดหาใบรับรองอีเล็กทรอนิกส์ การลงทะเบียน การตรวจประเมินเบื้องต้นเพื่อปรับกระบวนการและลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น จนถึงการติดตั้งและวางระบบ และฝึกอบรมทีมงาน


สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
Tel : 02-026-3964
E-mail : info@iamconsulting.co.th
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1


#ใบกำกับภาษี #ลดหย่อนภาษี #ช้อปดีมีคืน #etax


#eTaxInvoice #Cloud #POS #eReceipt #eWithholdingTax #EZTaxbyIAMConsulting #IAMConsulting #CreateOurExcitingFuture

 

 

BUU-ERP & iZign GoLive! Burapha University

BUU-ERP & iZign GoLive!


ความสำเร็จโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศด้านการคลังและต่อยอดระบบลงนามดิจิทัล มหาวิทยาลัยบูรพา


นับเป็นความสำเร็จและอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาด้าน Digital Transformation ของมหาวิทยาลัยบูรพา (BUU) ขุมปัญญาตะวันออก ในการนำระบบ SAP S/4HANA เข้ามาพัฒนาระบบสารสนเทศด้านการคลังพร้อมกับต่อยอดการทำงานด้วย “iZign” เพื่อส่งเสริมระบบลงนามดิจิทัลเดิมของ BUU ที่พัฒนาขึ้นเองโดยสำนักคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นสำหรับการลงนามเอกสารที่ต้องส่งออกไปภายนอก


นอกเหนือจากระบบ ERP ระดับโลกอย่าง SAP S/4HANA ที่ทาง BUU เลือกใช้เป็นพื้นฐานในการทำ Digital Transformation แล้ว ทาง BUU เองก็มีบุคลากรที่มีความสามารถในการพัฒนาระบบต่างๆ เพื่อตอบโจทย์การทำงาน รวมถึงระบบลงนามดิจิทัลของ BUU ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเพื่อลงนามเอกสารต่างๆ ภายในองค์กร โดยในโครงการนี้ทาง I AM Consulting ได้นำ “iZign” ซึ่งเป็นระบบลงนามดิจิทัลที่มีความปลอดภัยสูงสุดเข้าไปเสริมกับระบบลงนามดิจิทัลเดิมของ BUU เพื่อให้สามารถใช้ลงนามเอกสารที่จะส่งออกภายนอกได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น โดยสอดคล้องกับ พ.ร.บ. ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มาตรา 28 ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากโครงการแสดงให้เห็นว่า SAP S/4HANA และระบบลงนามดิจิทัลของ BUU และ iZign ทั้งหมดสามารถทำงานเชื่อมต่อกันได้อย่างไร้รอยต่อ (Seamless Integration) ส่งเสริมให้บุคลากรสามารถทำงานได้อย่างแม่นยำ เรียลไทม์ และเต็มประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน และงานกระดาษ (Paperwork) ต่างๆ ทำให้บุคลากรสามารถโฟกัสในงานที่ก่อให้เกิดมูลค่า (Values) ได้ นอกจากนี้ยังส่งผลดีด้านสิ่งแวดล้อมทั้งลดการใช้กระดาษ หมึกพิมพ์ เชื้อเพลิงในการส่งเอกสาร สถานที่จัดเก็บ และอื่นๆอีกมากมาย


มหาวิทยาลัยบูรพา (BUU) เลือกใช้ SAP S/4HANA และ iZign มาเป็นพื้นฐาน ก่อนต่อยอดการใช้นวัตกรรมอื่นๆอีกมากมาย เพื่อการพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนและปรับสู่การเป็น Digital University


I AM Consulting ในฐานะที่ปรึกษาโครงการขอแสดงความยินดีกับ BUU ในความสำเร็จครั้งนี้ และขอบคุณที่ได้ให้ความไว้วางใจแก่เราในฐานะ Partner ของมหาวิทยาลัยที่จะช่วย Transform องค์กรสู่ Digital University เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนตามคำขวัญของมหาวิทยาลัย “ขุมปัญญาตะวันออก (Wisdom of the East)”


สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SAP S/4HANA และระบบลงนามดิจิทัล iZign หรือ Solutions อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบบริหารงานบุคคล ระบบภาษีดิจิทัล ระบบจัดการเอกสาร ระบบการทำงานอัตโนมัติโดยหุ่นยนต์ เครือข่ายบล็อกเชน และการทำ Digital Transformation แก่องค์กร สามารถติดตามเว็บไซต์และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่


Website: https://www.iamconsulting.co.th/
Email: info@iamconsulting.co.th
Tel: 02 026 3964


#IAmConsulting #BUU #SAP #S4HANA
#iZign #DigitalSignature
#DigitalTransformation #IAMDX
#CreateOurExcitingFuture
#WisdomOfTheEast

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.