โครงการ e-Refund ลดหย่อนภาษีสูงสุด 50,000 บาท กับร้านค้าที่มีระบบ e-Tax เท่านั้น

e-Refund : e-Tax Invoice & e-Receipt 

 

รัฐบาล “เศรษฐา” เดินหน้า 2 โครงการใหม่ หากไม่สามารถเข้าร่วม โครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต Digital Wallet ได้ ก็ยังสามารถรับสิทธิ์ใน โครงการ e-Refund ได้ I AM Consulting สรุปประเด็นสำคัญไว้ให้แล้ว สามารถดูรายละเอียดได้ตามด้านล่างนี้

 

 

หลักเกณฑ์ของผู้ได้รับสิทธิโครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท จต้องเป็นประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไป และมีเงินเดือนต่ำกว่า 70,000 บาท หรือมีเงินในบัญชีรวมกันน้อยกว่า 500,000 บาท คิดเป็นจำนวนประชากรผู้ได้รับจำนวน 50,000,000 คน เท่านั้น

 

 

ทั้งนี้ผู้ที่เข้าร่วมโครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต Digital Wallet ไม่ได้นั้น นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า รัฐบาลจะออกโครงการ e-Refund ให้คนไทยสามารถลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการซื้อสินค้าและบริการ แทน

สำหรับโครงการ e-Refund มีเงื่อนไข รายละเอียดสรุปได้ดังนี้

  • ผู้เข้าร่วมโครงการต้องไม่ได้เข้าร่วมโครงการรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท
  • สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการซื้อสินค้าและบริการมูลค่าไม่เกิน 50,000 บาท
  • ต้องซื้อสินค้าจากร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษี และเฉพาะที่ออกใบกำกับภาษีในรูปแบบ electronics เท่านั้น
  • โครงการ e-Refund เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 เป็นต้นไป

 

*** UPDATE : โครงการ e-Refund เปลี่ยนชื่อเป็น Easy E-Receipt พร้อมเงื่อนไขเพิ่มเติม อ่านต่อ คลิก

 

 

สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่อยากพลาดโอกาสในการเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ สามารถติดต่อ IAM Consulting เพื่อให้เราดำเนินการติดตั้งระบบ EZTax ได้เลย

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.iamconsulting.co.th/product/eztax

สามารถพูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
TEL : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1 

#ใบกำกับภาษี #ลดหย่อนภาษี #etax #eRefund
#eTaxInvoice #Cloud #POS #eReceipt 
#EZTax #iZign #IAMConsulting 
#CreateOurExcitingFuture

 

ช้อปดีมีคืน 2569 จะมีไหม กับสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องเตรียมไว้เพื่อไม่ให้พลาดโอกาส

*ข้อมูลโครงการของปีล่าสุด* ณ วันที่ 24 ธันวาคม 2567


เงื่อนไขมาตรการ Easy e-Receipt 2.0 มาแล้ว !!! อ่านต่อที่นี่เลย >> คลิก


โครงการ ช้อปดีมีคืน คืออะไร ?


โครงการ ช้อปดีมีคืน คือ มาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ สำหรับบุคคลที่เสียภาษีเงินได้ ด้วยการนำค่าซื้อสินค้าและบริการมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามจำนวนที่จ่ายจริง โดยมาตรการนี้มีมาต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2563 จนปัจจุบัน


ในปี 2566 เริ่มมีสิทธิพิเศษสำหรับร้านที่ออกใบกำกับภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ คือ ลูกค้าจะสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 40,000 บาท เฉพาะร้านที่ออกใบกำกับภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้เท่านั้น (หากเป็นใบกำกับภาษีแบบกระดาษปกติจะลดหย่อนได้เพียง 30,000 บาท)


และ ในปีล่าสุด (2568) มีการเปลี่ยนชื่อโครงการเป็น Easy E-Receipt ซึ่งลูกค้าสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 50,000 บาท เฉพาะสินค้า-บริการ จากร้านที่ออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้เท่านั้น (ร้านค้าที่ไม่มีระบบ e-Tax จะไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้)


ทำให้ผู้ซื้อเลือกที่จะซื้อกับร้านค้าที่มีระบบ e-tax มากกว่า จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ผู้ประกอบการควรเตรียมระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ไว้ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสอีกครั้ง


โครงการ ช้อปดีมีคืน 2569 จะมีหรือไม่ ?


แม้จะยังตอบแน่ชัดไม่ได้ว่า โครงการ ช้อปดีมีคืน 2569 จะมีหรือไม่ เพราะปกติภาครัฐจะประกาศโครงการออกมาช่วงปลายปี แต่ที่เรามั่นใจและเห็นได้ชัดเจน คือ ภาครัฐมีการผลักดันให้ผู้ประกอบการนำธุรกิจเข้าสู่โลกยุคดิจิทัล ดังที่เห็นได้จากนโยบายส่งเสริมการลงทุนทำระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ที่สามารถนำ รายจ่ายที่ใช้ในการลงทุนระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ไปหักภาษีได้ถึง 2 เท่า 


รีบทำระบบ EZTax ตอนนี้ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาส

EZTax ให้คุณได้เหนือกว่าแบบ ไร้ขีดจำกัด

EZTax by I AM Consulting



EZTax by I AM Consulting ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ที่ครอบคลุมทุกกระบวนการจัดทำเอกสาร การตรวจสอบ การนำส่ง และการจัดเก็บข้อมูล ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้สามารถใช้งานได้ง่ายที่สุด รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ บนมาตรฐานระดับสากล สามารถเชื่อมต่อได้ทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็น ระบบ ERP โปรแกรมบัญชี รวมไปถึง Vendor Portal ต่าง ๆ ที่สำคัญที่สุด สามารถทำงานได้ตรงตามคุณสมบัติที่กรมสรรพากรกำหนดทั้งหมด


เพราะเราคือผู้ให้บริการระดับสูงรับรองโดย ETDA รับรองมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลด้วย ISO/IEC 27001 และ เป็นผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่ได้ตราสัญลักษณ์ dSURE จาก depa

Consult with I AM Consulting



ปรึกษาเรื่องระบบ E-TAX กับ I AM Consulting


องค์กรชั้นนำมั่นใจ EZTax การันตีด้วยจำนวนการส่งมอบใบกำกับภาษีให้กับกรมสรรพากรมากที่สุดในประเทศไทยมาแล้วกว่า 700+ ล้านฉบับ 
เราเป็นมากกว่าแค่ผู้ติดตั้งระบบ แต่เราเป็นที่ปรึกษาที่เข้าใจธุรกิจของลูกค้าอย่างตรงจุด พร้อมนำเสนอโซลูชันได้อย่างครบวงจร (One-Stop-Service) ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ การลงทะเบียน การตรวจประเมินเบื้องต้นเพื่อปรับกระบวนการและลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น การติดตั้งและวางระบบ ไปจนถึงการฝึกอบรมทีมงาน และมีบริการดูแลหลังจากติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เพราะเราเข้าใจว่าระบบจะอยู่กับองค์กรไปอีกนาน เราจึงมุ่งมั่นที่จะมีทีมที่ปรึกษาที่คอยดูแล ปรับปรุง และพัฒนาระบบให้ตอบโจทย์ธุรกิจของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจของคุณจะสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพในระยะยาว


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964
E-mail : info@iamconsulting.co.th
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ช่วยเปลี่ยนฝ่ายบัญชี ให้ไม่มีเอกสารกองโต

ฝ่ายบัญชียุคใหม่คงไม่มีใครอยากทำงานกับเอกสารกระดาษกองโตอีกต่อไปแล้ว เพราะปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากมายที่สามารถเข้ามาช่วยลดขั้นตอนและความยุ่งยากต่างๆ ได้ อย่าง ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ก็เป็นหนึ่งในโซลูชั่นที่ตอบโจทย์นี้ได้มากทีเดียว

 

e-Tax Invoice & e-Receipt คืออะไร?

อธิบายให้เข้าใจได้ง่ายๆ e-Tax Invoice & e-Receipt ก็คือ ใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ และ ใบรับหรือใบเสร็จรับเงิน ที่เปลี่ยนจากรูปแบบกระดาษ มาอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์นั่นเอง ซึ่งทางกรมสรรพากรเล็งเห็นว่าเป็นวิธีการทำงานที่สะดวกมากขึ้นกับทุกฝ่าย จึงออกมาตรการที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการทั่วประเทศลงทุนทำระบบนี้ด้วย

 

ตัวอย่างปัญหาที่อาจเกิดจากการทำใบกำกับภาษีรูปแบบกระดาษ
 

 

กระบวนการจัดทำใบกำกับภาษีในรูปแบบเดิมมีหลายขั้นตอน ใช้เวลานาน มีคนหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง นักบัญชีจึงอาจพบปัญหาเหล่านี้ได้บ่อยครั้ง เช่น

1)    เอกสารสูญหาย หรือ เสียหาย
2)    ข้อมูลบนเอกสารไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง
3)    เกิดความล่าช้าในการจัดส่ง และจัดเก็บเอกสาร
4)    เอกสารที่จัดเก็บในคลังไม่เป็นระบบระเบียบทำให้ค้นหาได้ยาก
5)    ต้นทุนสูงทั้งค่าจัดทำ จัดส่ง และ ค่าเก็บรักษา
 

e-Tax Invoice & e-Receipt จะช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้นได้อย่างไรบ้าง?

 

 

ดูจากภาพเปรียบเทียบกันก็จะเห็นได้ชัดว่า การทำใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยให้ขั้นตอนในการทำงานลดลงไปมาก เปลี่ยนกระบวนการที่ต้องให้คนทำงาน มาเป็นระบบอัตโนมัติเยอะขึ้น และยังมีประโยชน์อีกมากมาย เช่น

•    ไม่จำเป็นต้องมีกระดาษเลยแม้แต่แผ่นเดียว เพราะอาศัยการส่งผ่านระบบ หรือ E-mail 
•    ช่วยลดรายจ่ายทุกทางทั้งค่าจัดทำ จัดส่ง และ ค่าเก็บรักษา
•    การจัดเก็บข้อมูลบน Cloud ช่วยให้การสืบค้นง่ายกว่าการค้นหาเอกสารจากในแฟ้ม
•    ใบกำกับภาษีมีความน่าเชื่อถือ ป้องกันการปลอมแปลงใบกำกับ
•    ผู้ได้รับเอกสาร (ผู้ซื้อ) สามารถนำเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ไปใช้ในระบบอื่นต่อได้ทันที

 

EZTax จะช่วยให้ฝ่ายบัญชีทำงานได้แบบ..อีซี่

 

ระบบของเราได้รับการรับรองมาตรฐานสากล สามารถทำงานได้ตรงตามคุณสมบัติที่กรมสรรพากรกำหนดทั้งหมด ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำเอกสาร นำส่ง ไปจนถึงการเก็บข้อมูล ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้สามารถใช้งานได้ง่ายที่สุด รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ บนมาตรฐานระดับสากล สามารถเข้ากันได้กับระบบ ERP ทุกรูปแบบ 

 

 

 

ปรึกษาเรื่องระบบ e-tax กับ I AM Consulting 

 
เรามีความมั่นใจในบริการที่ครอบคลุม พร้อมความสามารถในการแนะนำ ให้คำปรึกษาด้านบัญชี และนำเสนอโซลูชันให้กับลูกค้าได้อย่างครบวงจร (One-Stop-Service) ตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การจัดหาใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ การลงทะเบียน การตรวจประเมินเบื้องต้นเพื่อปรับกระบวนการและลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น การติดตั้งและวางระบบ ไปจนถึงการฝึกอบรมทีมงาน และมีบริการดูแลหลังจากติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เพราะระบบจะอยู่กับองค์กรไปอีกนาน จึงต้องมีทีมที่ปรึกษาที่จะช่วยดูแล ปรับปรุง พัฒนา ระบบอย่างต่อเนื่อง

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 

Canon Marketing – EZTax Project Kickoff

EZTax Project Kickoff

 

บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ไว้วางใจให้ I AM Consulting เข้ามาช่วยพัฒนาระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) และใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) เปลี่ยนการทำงานทางบัญชีและภาษี ให้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น!

 

EZTax ระบบใบกำกับภาษี และใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ ที่พัฒนาขึ้นโดย I AM Consulting ออกแบบมาเพื่อช่วยในการจัดทำ นำส่ง และเก็บข้อมูลด้านภาษีให้สะดวก รวดเร็ว ทำงานได้ตรงตามคุณสมบัติที่กรมสรรพากรกำหนดทั้งหมด และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มความโปร่งใส ลดความซับซ้อนในกระบวนการทางบัญชีและภาษี การันตีโดยบริษัทชั้นนำและผู้ใช้งานมากมายในทุกอุตสาหกรรม โดยมีจำนวนการนำส่ง e-Tax Invoice ไปแล้วมากกว่า 400 ล้านฉบับ

 

นอกเหนือจากการช่วยให้ระบบภาษีเป็นเรื่องง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นแล้ว EZTax จาก I AM Consulting ยังมุ่งมั่นที่จะส่งมอบบริการที่ดีที่สุด ด้วยการให้คำปรึกษาในการประเมินกระบวนการ การให้คำแนะนำ และเสนอแนวทางที่ดีที่สุดในการวางระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ของลูกค้า เพื่อให้มั่นใจว่าระบบสามารถเชื่อมต่อกับการทำงานอื่นๆ ที่ใช้อยู่แบบ Seamless Integration พร้อมบริการหลังการขายที่ให้ลูกค้าอุ่นใจ เพราะเราตระหนักเสมอว่า ระบบที่ดีจะยังอยู่กับลูกค้าต่อไป

 

หากองค์กรใดกำลังมองหาระบบ e-Tax

สามารถพูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้

Tel : 02-026-3964

E-mail : info@iamconsulting.co.th

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

 

#ใบกำกับภาษี #ลดหย่อนภาษี #etax

#eTaxInvoice #Cloud #POS #eReceipt

#EZTax #iZign #IAMConsulting

#CreateOurExcitingFuture

ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ กับผลทางกฎหมาย

ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเรื่องการทำงานในหลายๆ ด้าน แต่บางองค์กรยังยอมเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการรับ-ส่งเอกสารแบบกระดาษ เพราะไม่มั่นใจว่าหากเกิดปัญหาต้องฟ้องร้องกันขึ้นมา เอกสารที่ถูกลงนามด้วย ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ จะใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้หรือไม่?


หากดูตามข้อกฎหมาย พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ แล้ว องค์กรสามารถมั่นใจได้เลยว่า การลงนามด้วยลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีผลทางกฎหมายเทียบเท่ากับการจรดปากกาลงนามบนกระดาษ อย่างแน่นอน
เพียงแต่จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับประเภทของลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ที่เราเลือกใช้ซึ่ง I AM Consulting จะนำมาอธิบายให้เข้าใจกันในบทความนี้


ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ คืออะไร


ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Signature ไม่ได้หมายถึง การเซ็นชื่อ อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง การอัปโหลดรูปภาพลายเซ็น, การพิมพ์ชื่อเป็นตัวอักษร, การใช้ Username-Password บนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่น, หรือแม้กระทั่งการคลิกปุ่มยอมรับ ( Submit ) ในแบบฟอร์มต่างๆ เป็นต้น


โดยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ จะต้องมี 3 องค์ประกอบนี้ 


1.    ระบุเจ้าของลายมือชื่อได้ว่าเป็นของใคร
2.    ระบุเจตนาของเจ้าของลายมือชื่อต่อข้อความที่ลงนาม
3.    ใช้วิธีการที่เชื่อถือได้


ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์แต่ละประเภท กับผลทางกฎหมาย

 

•    ประเภทที่ 1 มาตรา 9 : ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป


การลงนามอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา 9 นี้ เป็น e-Signature แบบทั่วไป ตามที่ได้นิยามไว้ข้างต้น เป็นวิธีที่เข้าใจง่าย สะดวก รวดเร็วที่สุด แต่หากเกิดข้อพิพาทขึ้น ผู้ที่ฟ้องร้องจะมีหน้าที่ในการหาวิธีการพิสูจน์ว่าการลงนามอิเล็กทรอนิกส์นั้นเป็นของจริงหรือของปลอม เช่น นาย A ยืมเงิน นาย B และได้ทำสัญญากันด้วยการเซ็นเอกสาร PDF ไว้ ต่อมานาย A ไม่ยอมจ่ายเงินคืนให้นาย B และอ้างว่าลายเซ็นที่ลงนามไว้นั้นเป็นของปลอม ในกรณีนี้ หากนาย B ในฐานะเจ้าหนี้ ฟ้องร้องนาย A ซึ่งเป็นลูกหนี้ นาย B ที่จะต้องหาวิธีมายืนยันว่าลายเซ็นของนาย A นั้นเป็นของจริง

•    ประเภทที่ 2 มาตรา 26 : ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้
•    ประเภทที่ 3 มาตรา 28 : ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ ซึ่งใช้ใบรับรองที่ออกโดยผู้ให้บริการออกใบรับรอง


สำหรับการลงนามอิเล็กทรอนิกส์ตาม มาตรา 26 และ 28 เราจะเรียกว่า Digital Signature หรือ การลงลายมือชื่อดิจิทัล ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของ e-Signature แต่มีความน่าเชื่อถือ และปลอดภัยมากกว่า เพราะจะมีกระบวนการเข้ารหัส ( Encrypt ) ซึ่งช่วยให้สามารถยืนยันตัวเจ้าของลายมือชื่อ และสอบกลับการเปลี่ยนแปลงได้ ส่งผลให้ผู้ลงนามไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบจากข้อความที่ตนเองได้แสดงเจตนาในลงลายมือดิจิทัลไว้


หากเปรียบเทียบกับตัวอย่างเดิม แต่เปลี่ยนการลงนามจาก e-Signature แบบทั่วไป (มาตรา 9) มาเป็นการลงนามแบบดิจิทัล (มาตรา 26 และ 28)  เช่น นาย A ยืมเงิน นาย B และทำสัญญากันด้วยการเซ็นเอกสารผ่านระบบ Digital Signature ไว้ แล้วนาย A ไม่ยอมจ่ายคืน โดยอ้างว่าลายเซ็นเป็นของปลอม ในกรณีนี้จะเป็นหน้าที่ของนาย A ที่จะต้องหาวิธีมายืนยันว่าการลงนามดิจิทัลที่ได้ดำเนินการไว้เป็นของปลอม


การเลือกใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงหรือผลกระทบที่อาจทำให้ลายเซ็นไม่เป็นที่ยอมรับ เอกสารขององค์กรที่มีความสำคัญ เช่น เอกสารสัญญาซื้อ-ขายระหว่างบริษัท เอกสารกู้ยืมเงิน หรือเอกสารที่มีเรื่องมูลค่าเข้ามาเกี่ยวข้อง การใช้ Digital Signature จึงเป็นทางเลือกเหมาะสมมากกว่า


ระบบ Digital Signature ของที่ไหนดี ?


หากสนใจอยากทำระบบลงนามดิจิทัล I AM Consuting มี iZign  ซึ่งเป็นระบบ 1 เดียว ที่ปลอดภัยสูงสุด สอดคล้องตามข้อกฎหมายทุกมาตรา ทั้ง มาตรา 9 26 และ 28 ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลากระบวนการลงนามต่างๆ มี log เก็บไว้ สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ลดการใช้กระดาษ และหมึกพิมพ์ ลดการใช้พื้นที่จัดเก็บเอกสาร ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดส่งเอกสาร และสามารถเชื่อมต่อกับระบบ ERP ต่างๆ ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่ออีกด้วย


ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ iZign เพิ่มเติม คลิกที่นี่


ปรึกษาเรื่องระบบ iZign Digital Signature กับ I AM Consulting


เรามีความมั่นใจในระบบที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย มีความปลอดภัยตามมาตรฐาน ด้วยการใช้เทคโนโลยี PKI ที่มีความโปร่งใส สนับสนุนการลงนามดิจิทัลทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการลงนามโดยบุคคลเดียว การลงนามร่วม และ การลงนามระหว่างบริษัท มาพร้อมบริการที่ครอบคลุม คอยดูแลในส่วนของการสร้างใบรับรอง และบริหารจัดการให้สอดคล้องตามพรบ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิส์ มีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถแนะนำ ให้คำปรึกษา รวมไปจนถึงการฝึกอบรมทีมงานของท่าน


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 

5 ข้อดีของการทำ ECM  ( Enterprise Content Management ) ในองค์กร

องค์กรที่ทำงานไปสักระยะมักจะค้นพบว่ามีเอกสารจำนวนมากที่ต้องจัดเก็บ ยิ่งเป็นข้อมูลในรูปแบบกระดาษ ยิ่งต้องใช้เวลานานในการค้นหา และมีความเสี่ยงสูงต่อการสูญหาย รวมไปถึงมีเอกสารที่เกิดขึ้นจากระบบการทำงานต่างๆหลายระบบ ทำให้การเข้าถึงเอกสาร, การเรียกเอกสารออกมาใช้งาน และการเชื่อมต่อการทำงานข้ามแพลตฟอร์ม เกิดการติดขัด กระทบกับกระบวนการทำงานทุกภาคส่วนขององค์กร I AM Consulting จึงขอแนะนำการทำ ECM ที่สามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ECM  หรือ Enterprise Content Management คือ ระบบการจัดการและเก็บรักษาข้อมูลในองค์กร โดยอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้มีประสิทธิภาพ และ ประสิทธิผลมากกว่าเดิม เช่น

  • การจัดการไฟล์และบันทึก
  • การแคปเจอร์และสแกน
  • การแชร์ข้อมูลในหน่วยงานหรือภายนอก
  • การจัดการข้อมูลเว็บไซต์

ข้อดีของการทำ ECM

1) เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว

การทำ ECM จะเป็นการนำเอาเอกสารทั้งหมดเก็บไว้ที่ศูนย์กลาง ทำให้สามารถค้นหาข้อมูลเอกสารได้ง่าย และเชื่อมโยงไปสู่เอกสารที่เกี่ยวข้องได้ ทุกหน่วยงานในองค์กรสามารถเข้าถึงเอกสารได้ ทำให้ระบบการทำงาน เกิดความคล่องตัว ไม่ต้องเสียเวลาในการค้นหาเอกสารจากแฟ้มอีกต่อไป

 

2) เพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูล

จัดเก็บข้อมูลบนระบบที่มีมาตรฐานและความปลอดภัยสูง ไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลจะสูญหาย และองค์กรยังสามารถกำหนดสิทธิในการเข้าถึงเอกสารได้ ทำให้สามารถเก็บรักษาเอกสารที่เป็นความลับได้ด้วย

 

3) พนักงานทำงานได้มีประสิทธิภาพ

พนักงานสามารถเรียกดูข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว ลดข้อผิดพลาด และ ภาระหน้าที่การทำงานที่ซ้ำซ้อน อีกทั้งยังสามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา เนื่องจากมีระบบรองรับการทำงานบนอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งมือถือ แท็บเล็ต อำนวยความสะดวกในการใช้งาน

 

4) ลดค่าใช้จ่ายในการเก็บเอกสาร

หากองค์กรมีเอกสารเป็นจำนวนมาก จะมีค่าใช้จ่ายด้านพื้นที่จัดเก็บค่อนข้างสูง การทำ ECM จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บเอกสาร ทำให้สามารถนำต้นทุนไปพัฒนาองค์กรในด้านอื่นๆ ได้

 

5) ช่วยให้องค์กรก้าวสู่การเป็น Paperless & Digital Organization

การทำ ECM สามารถ Integrate กับระบบใหม่ๆ ได้อย่างสะดวก เทคโนโลยีเข้ามาจะช่วย ปรับปรุงแก้ไขปัญหาการจัดการเอกสารแบบเดิมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นองค์กรไร้กระดาษ และ Digital Transformation ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 

 

ใช้ระบบอะไรในการทำ ECM ?


I AM Consulting เป็นพาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการของ OpenText เครื่องมือที่จะช่วยบูรณาการซอฟท์แวร์เอนเทอร์ไพรส์จากหลากหลายผู้ให้บริการ ไม่ว่าจะเป็น SAP S/4HANA , Oracle, Salesforce , Microsoft Office 365  หรือ ซอฟท์แวร์อื่นๆ ให้สามารถทำงานร่วมกับระบบจัดการข้อมูลได้อย่างแนบเนียนและมีประสิทธิภาพ (Seamless Integration)


ปรึกษาเรื่อง ECM กับ I AM Consulting 


เราคือที่ปรึกษาและผู้พัฒนาระบบ Enterprise Content Management มาอย่างยาวนาน สามารถเข้ามาช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายพร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 

e-Tax service provider คืออะไร

การสัมมนาในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นพิเศษโดยจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมเพียงบริษัทละ 2 ท่าน


บทความนี้ I AM Consulting ในฐานะผู้พัฒนาระบบ EZTax จะขอพาไปทำความรู้จักกับ e-Tax Service Provider ซึ่งเป็นรูปแบบการนำส่งข้อมูลใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ผู้ซื้อสินค้า ผู้รับบริการ และ กรมสรรพากรที่ได้รับความนิยม เพราะผู้ประกอบการไม่ต้องการลงทุนหรือพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์หรือซอฟต์แวร์ด้วยตนเอง


e-Tax Service Provider คืออะไร

e-Tax Service Provider คือ ผู้ให้บริการนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวกับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ แทนผู้ประกอบการ ด้วยระบบรับส่งข้อมูลที่เชื่อมต่อกับระบบข้อมูลของกรมสรรพากร ที่มีมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัย


แต่ในปัจจุบันนอกจากการนำส่งแล้ว e-Tax Service Provider บางแห่งก็สามารถให้คำปรึกษา พร้อมจัดทำ และ เก็บรักษา เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ และพนักงานได้ด้วย


e-Tax service provider ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

ต้องมีคุณสมบัติตามแนบท้ายประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 15) เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทำ ส่งมอบ และเก็บรักษาใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้


1) เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งมีฐานะเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/ 1(5) แห่งประมวลรัษฎากร โดยมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท

2) ต้องไม่มีประวัติการออกใบกำกับภาษีหรือใช้ใบกำกับภาษีปลอมหรือใบกำกับภาษีที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีอากร

3) กรรมการหรือผู้มีอำนาจจัดการ ไม่มีลักษณะต้องห้าม เช่น ถูกพิทักษ์ทรัพย์, (เคย) ล้มละลาย และยังไม่พ้น 2 ปี นับแต่ยกเลิก หรือปลดจากการล้มละลาย หรือเคยได้รับโทษจำคุกในคดีอาญาซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุด

4) ต้องมีประสบการณ์หรือมีขีดความสามารถในการให้บริการระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการรับส่งข้อมูล หรือเป็นผู้ให้บริการระบบคอมพิวเตอร์ในการรับส่งข้อมูล

5) ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ และได้แจ้งเวียนชื่อแล้วหรือไม่เป็นผู้ได้รับผลของการสั่งให้นิติบุคคลหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ทิ้งงานตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

6) มีระบบสารสนเทศที่มีความมั่นคงปลอดภัยและมีความน่าเชื่อถือตามข้อเสนอแนะมาตรฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่จำเป็นต่อธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศสำหรับผู้ให้บริการจัดทำ ส่งมอบและเก็บรักษาข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (INFORMATION SECURITY FOR DATA MESSAGE GENERATION, TRANSFER AND STORAGE SERVICE PROVIDERS) (ขมธอ. 21-2562) ลงวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2562 และมีหลักฐานผ่านการรับรองระบบสารสนเทศจากหน่วยงานรับรองตามที่กรมสรรพากรกำหนด

7) ต้องเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติให้เป็นผู้ออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และผู้ออกใบรับอิเล็กทรอนิกส์ และได้จัดทำและนำส่งข้อมูลใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เป็นปกติธุระทางธุรกิจ


อ่านโดยละเอียด คลิกที่นี่


3 วิธีพิจารณา ก่อนเลือก e-Tax Service Provider

1 ดูใบรับรอง


หาก e-Tax Service Provider เจ้านั้นผ่านการรับรองจากกรมสรรพากรเรียบร้อยแล้วจะต้องมี ETDA certified service provider เพื่อยืนยัน และ อาจมี ISO/IEC 27001 certified มาประกอบ เพื่อแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานและความปลอดภัย ใบรับรองจะมีหน้าตาตามภาพตัวอย่างด้านล่างนี้



2 ดูระบบและการให้บริการ


เลือกระบบที่สามารถรองรับธุรกรรมในจำนวนที่เพียงพอต่อความต้องการขององค์กรได้ หากมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถในการให้คำปรึกษาตั้งแต่กระบวนการแรก ไปจนถึงหลังติดตั้ง ก็จะช่วยให้การทำงานเป็นไปได้ตามแผนการและเป้าหมายที่วางไว้

3 ดูความน่าเชื่อถือจากผู้ใช้งานจริง


เลือก e-Tax Service Provider ที่มีประสบการณ์ เช่น ระบบ EZTax ที่ปัจจุบันมีพาร์ทเนอร์ใช้งานอยู่มากมายทุกอุตสาหกรรม และจัดทำ e-Tax Invoice/e-Receipt ไปมากกว่า 400 ล้านฉบับ


ปรึกษาเรื่องระบบ e-Tax กับ I AM Consulting 


เรามีความมั่นใจในบริการที่ครอบคลุม พร้อมความสามารถในการแนะนำ ให้คำปรึกษาด้านบัญชี และนำเสนอโซลูชันให้กับลูกค้าได้อย่างครบวงจร ( One-Stop-Service ) ตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การจัดหาใบรับรองอีเล็กทรอนิกส์ การลงทะเบียน การตรวจประเมินเบื้องต้นเพื่อปรับกระบวนการและลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น การติดตั้งและวางระบบ ไปจนถึงการฝึกอบรมทีมงาน และมีบริการดูแลหลังจากติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เพราะระบบจะอยู่กับองค์กรไปอีกนาน จึงต้องมีทีมที่ปรึกษาที่จะช่วยดูแล ปรับปรุง พัฒนา ระบบอย่างต่อเนื่อง


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 

นำองค์กรยุคใหม่มุ่งสู่การเป็น Paperless Organization

The Sustainable Impact of The Paperless Organization


I AM Consulting บริษัทที่ปรึกษาด้าน Digital Transformation จัดงาน Make The Sustainable Impact of The Paperless Organization with EZTax & iZign นำเสนอ 2 โซลูชัน ที่จะเข้ามาช่วยลดการใช้กระดาษในองค์กร


โดยภายในงาน คุณจิตริน วิโรจน์สายลี ผู้ช่วยรองประธานกรรมการ และ Team Lead ระบบงานภาษีและเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ บริษัท ไอแอม คอนซัลติ้ง จำกัด ได้มาสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ อย่างครบถ้วนทุกขั้นตอน


พร้อมกันนี้ ยังได้รับเกียรติจาก คุณชูเกียรติ สุขสว่าง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) มาช่วยแชร์ประสบการณ์ และกรณีศึกษา ในการบริหารโครงการให้ประสบผลสำเร็จ ตั้งแต่การเฟ้นหา Service Provider การติดตั้ง ไปจนถึงการใช้งานระบบ EZTax ให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด


นอกจากนี้ ในส่วนของการลงนามดิจิทัล ก็ได้คุณชยภัสสร์ อัศววิมลนันท์ ผู้จัดการและ Team Lead ระบบงานเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ บริษัท ไอแอม คอนซัลติ้ง จำกัด มาอธิบายความแตกต่างและวิธีการเลือกใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์แต่ละประเภท พร้อมจัด Workshop ให้ผู้ที่เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์จริง ด้วยการทดลองใช้ระบบ iZign แพลตฟอร์มลงนามดิจิทัลที่ปลอดภัยและโปร่งใสที่สุด ผ่านโทรศัพท์มือถือของตนเองอีกด้วย


ผู้เข้าร่วมงานทุกท่านได้รับความรู้ไปอย่างเต็มอิ่ม และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสัมมนาในครั้งนี้จะมีประโยชน์ต่อทุกท่านในการตัดสินใจดำเนินโครงการด้านดิจิทัลเพื่อพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต


หากองค์กรใดกำลังมองหาระบบ e-Tax หรือ Digital Signature
สามารถพูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
Tel. 02-026-3964
E-mail : info@iamconsulting.co.th
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1


#ใบกำกับภาษี #ลดหย่อนภาษี #etax
#eTaxInvoice #Cloud #POS #eReceipt
#EZTax #iZign #IAMConsulting
#CreateOurExcitingFuture

Paperless Organization เริ่มต้นทรานสฟอร์มองค์กรของคุณสู่ดิจิทัลด้วยการจัดการเอกสารอัจฉริยะ

ในปัจจุบันคนไทยใช้กระดาษเฉลี่ยปีละเกือบ 4 ล้านตัน หรือ คนละประมาณ 60 กิโลกรัมต่อปี ซึ่งหมายถึงการตัดต้นไม้กว่า 66 ล้านต้นต่อปี หรือคิดง่ายๆ คือทุกนาที จะมีต้นไม้ 126 ต้นถูกโค่นลง กระดาษเก่า 1 ตัน สามารถทดแทนการตัดต้นไม้เพื่อนำมาผลิตกระดาษได้ถึง 15 ต้น แค่เราช่วยกันใช้กระดาษทั้ง 2 หน้า ก็จะช่วยรักษาชีวิตต้นไม้ได้ถึง 1.3 ล้านต้นต่อปี และหากองค์กรต่างๆช่วยกันผลักดันระบบการทำงานที่ไม่ต้องใช้กระดาษเลยหรือใช้น้อยที่สุด (Paperless Organization) เราจะช่วยรักษาต้นไม้ให้อยู่กับโลกของเราได้มากขนาดไหน


ในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทุกองค์กรต่างตระหนักถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในมุมของธุรกิจ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ผู้ที่เกี่ยวข้องต่างๆ และสิ่งแวดล้อม ในการเร่งปรับองค์กรสู่ดิจิทัลนั้น (Digital Transformation) หนึ่งในยุทธศาสตร์พื้นฐานที่ทุกองค์กรนำมาใช้ปูพื้นเพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กร และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานของพนักงานก็คือการลดการใช้กระดาษนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าเราจะสามารถลดการใช้กระดาษได้ องค์กรก็ต้องมีระบบการทำงานที่ไม่ต้องพึ่งพากระดาษ ระบบที่สามารถจัดเก็บเอกสารในรูปแบบดิจิทัล สามารถเรียกออกมาดูได้ง่าย รวมไปถึงการนำไปใช้ต่อ ไม่ว่าจะเป็นการทบทวน อนุมัติ รวมไปถึงการนำมาวิเคราะห์ผล ที่จะต้องสามารถทำงานได้คล่องตัว ซึ่งระบบที่กล่าวมานี้ก็คือระบบ Enterprise Content Management หรือที่เราเรียกกันย่อๆ ว่า “ECM” นั่นเอง


Digitization องค์กรด้วยระบบ ECM


Enterprise Content Management หรือ ECM   เป็นเครื่องมือที่ใช้จัดการกับเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ ทั้งการจัดทำ จัดการและจัดเก็บรักษาข้อมูลขององค์กร เป็นเครื่องมือจัดเก็บในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ไร้กระดาษ แต่มีประสิทธิภาพมากกว่าระบบการจัดการออฟฟิศแบบเดิมที่ใช้ระบบเอกสารกระดาษเป็นหลัก ถือเป็นก้าวแรกสำหรับการเข้าสู่ Digital Transformation อย่างเต็มตัว


I AM Consulting ในฐานะผู้ให้คำปรึกษาและพัฒนาระบบ Enterprise Content Management มายาวนานกว่า 16 ปี เรามองเห็นว่า องค์กรจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการข้อมูลใหม่ เพราะข้อมูลเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของการนำไปต่อยอด องค์กรต้องสามารถนำเอามาใช้งานเพื่อสร้างคุณค่าลูกค้าและความได้เปรียบทางธุรกิจแก่ตนเองได้ ที่ผ่านมาหลายองค์กรนำเอาระบบ ECM พื้นฐานมาใช้จัดการข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลง เนื่องการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของข้อมูลดิจิทัล ทำให้ความต้องมองหาฟีเจอร์ใหม่ๆ ตลอดเวลาเพื่อมาพัฒนาในด้านการบริหารงานหลังบ้าน การบริการลูกค้า รวมถึงจัดการความเสี่ยงต่างๆ


แพลตฟอร์ม OpenText™ Extended ECM เป็นเครื่องมือที่ช่วยบูรณาการซอฟท์แวร์เอนเทอร์ไพรส์ ซึ่งสามารถรองรับข้อมูลจากทุกแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็น SAP S/4HANA , Oracle, Salesforce , Microsoft Office 365  หรือ ซอฟท์แวร์อื่นๆ ให้สามารถทำงานร่วมกับระบบจัดการข้อมูลได้อย่างไร้รอยต่อและมีประสิทธิภาพ (Seamless Integration) ซึ่งมีฟีเจอร์การทำงานที่ครอบคลุมดังนี้


Integrations to Enterprise Applications


เชื่อมต่อกับซอฟท์แวร์เอนเทอร์ไพรส์ หรือระบบ ERP ต่างๆ เช่น SAP S/4HANA และ Oracle E-Business Suite ระบบ HR อย่าง SAP SuccessFactors ระบบ CRM เช่น Salesforce หรือโปรแกรมการจัดการการทำงาน เช่น MS Office 365, Sharepoint และ MS Teams


Intuitive User Experience


การออกแบบประสบการณ์ของผู้ใช้งาน หรือการออกแบบ UX (User Experience) ให้ตอบสนองกับผู้ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ผู้ใช้งานเข้าถึงเนื้อหาข้อมูลที่จำเป็น ผ่าน Smart View รวมทั้งสามารถทำงานได้ง่ายๆ จาก Web browser และ Mobile devices สนับสนุนวิถีการทำงาน Work From Anywhere


Connected Workspaces


ซอฟท์แวร์ ECM ซึ่งพัฒนาโดยมี Workspace Templates ที่ออกแบบมาให้สอดคล้องไปกับกระบวนการทางธุรกิจ โดยฟีเจอร์นี้สามารถเชื่อมต่อกับข้อมูลจากระบบงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล ลูกค้า สินค้า พนักงาน คำสั่งซื้อ ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน หรือ กิจกรรมทางธุรกิจอื่นๆ  ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกเชื่อมต่อมายังระบบจัดการเอกสารโดยอัตโนมัติเมื่อมีการทำรายการจากระบบต้นทาง


Automated Classification & Metadata Management


การจัดประเภทเอกสารอัตโนมัติ และการจัดการรายละเอียดข้อมูล ด้วยการทำงานแบบ Intelligent Automation ที่ช่วยจัดการไฟล์เอกสารและกระบวนการทางธุรกิจให้เป็นไปโดยอัตโนมัติ ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดในกระบวนการทำงานที่เป็น Manual


Core Share


สามารถแชร์ข้อมูลออกไปสู่หน่วยงานหรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานได้


Core Signature


การลงนามเอกสารแบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งในรูปแบบ Electronic และ Digital Signature


ฟีเจอร์ที่กล่าวมาจะช่วยให้เกิดการทำงานในรูปแบบใหม่ กระชับขั้นตอนการทำงานให้เป็นแบบอัตโนมัติ  ลดความยุ่งยากในการใช้งานด้วยอินเทอร์เฟสที่ออกแบบมาให้ผู้ใช้งานสามารถเห็นมุมมองแบบ 360 องศา ช่วยให้เห็นข้อมูลที่มีโครงสร้างและไม่มีโครงสร้างได้ในหน้าจอเดียว ไม่ต้องสลับหน้าจอโปรแกรมไปมา สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ต่อยอดได้อย่างมีประสิทธิภาพ


อีกทั้งยังมี Workspace ที่ช่วยเชื่อมต่อพื้นที่การทำงานให้ถึงกัน  ทำให้ทุกคนสามารถทำงานร่วมกันในโลกเสมือนได้อย่างราบรื่น ไม่ติดขัด และเห็นกระบวนการทำงานร่วมกัน เป็นภาพเดียวกันทั้งหมด  ที่สำคัญมีความปลอดภัยสูง ด้วยระบบจัดเก็บข้อมูลที่รองรับการทำงานทั้งรูปแบบคลาวด์ หรือ On-Premise ตอบสนองรูปแบบการทำงานในปัจจุบันบนอุปกรณ์มือถือช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม


สุดท้ายต้องอย่าลืมว่าการเลือกระบบมาใช้ในองค์กรนั้น ระบบจะยังอยู่กับเราไปอีกนาน ดังนั้นต้องไม่ลืมเลือกระบบที่มีผู้ดูแลอยู่ในประเทศไทย เมื่อมีปัญหาสามารถติดต่อได้ง่าย มีทีมเข้ามาช่วยแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที สำหรับองค์กรและธุรกิจที่สนใจ แพลตฟอร์ม OpenText™ Extended ECM สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมมาได้ที่ www.iamconsulting.co.th/product/opentext หรือ info@iamconsulting.co.th

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.