5 ข้อดีของการทำ ECM  ( Enterprise Content Management ) ในองค์กร

องค์กรที่ทำงานไปสักระยะมักจะค้นพบว่ามีเอกสารจำนวนมากที่ต้องจัดเก็บ ยิ่งเป็นข้อมูลในรูปแบบกระดาษ ยิ่งต้องใช้เวลานานในการค้นหา และมีความเสี่ยงสูงต่อการสูญหาย รวมไปถึงมีเอกสารที่เกิดขึ้นจากระบบการทำงานต่างๆหลายระบบ ทำให้การเข้าถึงเอกสาร, การเรียกเอกสารออกมาใช้งาน และการเชื่อมต่อการทำงานข้ามแพลตฟอร์ม เกิดการติดขัด กระทบกับกระบวนการทำงานทุกภาคส่วนขององค์กร I AM Consulting จึงขอแนะนำการทำ ECM ที่สามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ECM  หรือ Enterprise Content Management คือ ระบบการจัดการและเก็บรักษาข้อมูลในองค์กร โดยอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้มีประสิทธิภาพ และ ประสิทธิผลมากกว่าเดิม เช่น

  • การจัดการไฟล์และบันทึก
  • การแคปเจอร์และสแกน
  • การแชร์ข้อมูลในหน่วยงานหรือภายนอก
  • การจัดการข้อมูลเว็บไซต์

ข้อดีของการทำ ECM

1) เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว

การทำ ECM จะเป็นการนำเอาเอกสารทั้งหมดเก็บไว้ที่ศูนย์กลาง ทำให้สามารถค้นหาข้อมูลเอกสารได้ง่าย และเชื่อมโยงไปสู่เอกสารที่เกี่ยวข้องได้ ทุกหน่วยงานในองค์กรสามารถเข้าถึงเอกสารได้ ทำให้ระบบการทำงาน เกิดความคล่องตัว ไม่ต้องเสียเวลาในการค้นหาเอกสารจากแฟ้มอีกต่อไป

 

2) เพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูล

จัดเก็บข้อมูลบนระบบที่มีมาตรฐานและความปลอดภัยสูง ไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลจะสูญหาย และองค์กรยังสามารถกำหนดสิทธิในการเข้าถึงเอกสารได้ ทำให้สามารถเก็บรักษาเอกสารที่เป็นความลับได้ด้วย

 

3) พนักงานทำงานได้มีประสิทธิภาพ

พนักงานสามารถเรียกดูข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว ลดข้อผิดพลาด และ ภาระหน้าที่การทำงานที่ซ้ำซ้อน อีกทั้งยังสามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา เนื่องจากมีระบบรองรับการทำงานบนอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งมือถือ แท็บเล็ต อำนวยความสะดวกในการใช้งาน

 

4) ลดค่าใช้จ่ายในการเก็บเอกสาร

หากองค์กรมีเอกสารเป็นจำนวนมาก จะมีค่าใช้จ่ายด้านพื้นที่จัดเก็บค่อนข้างสูง การทำ ECM จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บเอกสาร ทำให้สามารถนำต้นทุนไปพัฒนาองค์กรในด้านอื่นๆ ได้

 

5) ช่วยให้องค์กรก้าวสู่การเป็น Paperless & Digital Organization

การทำ ECM สามารถ Integrate กับระบบใหม่ๆ ได้อย่างสะดวก เทคโนโลยีเข้ามาจะช่วย ปรับปรุงแก้ไขปัญหาการจัดการเอกสารแบบเดิมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นองค์กรไร้กระดาษ และ Digital Transformation ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 

 

ใช้ระบบอะไรในการทำ ECM ?


I AM Consulting เป็นพาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการของ OpenText เครื่องมือที่จะช่วยบูรณาการซอฟท์แวร์เอนเทอร์ไพรส์จากหลากหลายผู้ให้บริการ ไม่ว่าจะเป็น SAP S/4HANA , Oracle, Salesforce , Microsoft Office 365  หรือ ซอฟท์แวร์อื่นๆ ให้สามารถทำงานร่วมกับระบบจัดการข้อมูลได้อย่างแนบเนียนและมีประสิทธิภาพ (Seamless Integration)


ปรึกษาเรื่อง ECM กับ I AM Consulting 


เราคือที่ปรึกษาและผู้พัฒนาระบบ Enterprise Content Management มาอย่างยาวนาน สามารถเข้ามาช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายพร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 

e-Tax service provider คืออะไร

การสัมมนาในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นพิเศษโดยจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมเพียงบริษัทละ 2 ท่าน


บทความนี้ I AM Consulting ในฐานะผู้พัฒนาระบบ EZTax จะขอพาไปทำความรู้จักกับ e-Tax Service Provider ซึ่งเป็นรูปแบบการนำส่งข้อมูลใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ผู้ซื้อสินค้า ผู้รับบริการ และ กรมสรรพากรที่ได้รับความนิยม เพราะผู้ประกอบการไม่ต้องการลงทุนหรือพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์หรือซอฟต์แวร์ด้วยตนเอง


e-Tax Service Provider คืออะไร

e-Tax Service Provider คือ ผู้ให้บริการนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวกับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ แทนผู้ประกอบการ ด้วยระบบรับส่งข้อมูลที่เชื่อมต่อกับระบบข้อมูลของกรมสรรพากร ที่มีมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัย


แต่ในปัจจุบันนอกจากการนำส่งแล้ว e-Tax Service Provider บางแห่งก็สามารถให้คำปรึกษา พร้อมจัดทำ และ เก็บรักษา เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ และพนักงานได้ด้วย


e-Tax service provider ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

ต้องมีคุณสมบัติตามแนบท้ายประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 15) เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทำ ส่งมอบ และเก็บรักษาใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้


1) เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งมีฐานะเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/ 1(5) แห่งประมวลรัษฎากร โดยมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท

2) ต้องไม่มีประวัติการออกใบกำกับภาษีหรือใช้ใบกำกับภาษีปลอมหรือใบกำกับภาษีที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีอากร

3) กรรมการหรือผู้มีอำนาจจัดการ ไม่มีลักษณะต้องห้าม เช่น ถูกพิทักษ์ทรัพย์, (เคย) ล้มละลาย และยังไม่พ้น 2 ปี นับแต่ยกเลิก หรือปลดจากการล้มละลาย หรือเคยได้รับโทษจำคุกในคดีอาญาซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุด

4) ต้องมีประสบการณ์หรือมีขีดความสามารถในการให้บริการระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการรับส่งข้อมูล หรือเป็นผู้ให้บริการระบบคอมพิวเตอร์ในการรับส่งข้อมูล

5) ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ และได้แจ้งเวียนชื่อแล้วหรือไม่เป็นผู้ได้รับผลของการสั่งให้นิติบุคคลหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ทิ้งงานตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

6) มีระบบสารสนเทศที่มีความมั่นคงปลอดภัยและมีความน่าเชื่อถือตามข้อเสนอแนะมาตรฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่จำเป็นต่อธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศสำหรับผู้ให้บริการจัดทำ ส่งมอบและเก็บรักษาข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (INFORMATION SECURITY FOR DATA MESSAGE GENERATION, TRANSFER AND STORAGE SERVICE PROVIDERS) (ขมธอ. 21-2562) ลงวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2562 และมีหลักฐานผ่านการรับรองระบบสารสนเทศจากหน่วยงานรับรองตามที่กรมสรรพากรกำหนด

7) ต้องเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติให้เป็นผู้ออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และผู้ออกใบรับอิเล็กทรอนิกส์ และได้จัดทำและนำส่งข้อมูลใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เป็นปกติธุระทางธุรกิจ


อ่านโดยละเอียด คลิกที่นี่


3 วิธีพิจารณา ก่อนเลือก e-Tax Service Provider

1 ดูใบรับรอง


หาก e-Tax Service Provider เจ้านั้นผ่านการรับรองจากกรมสรรพากรเรียบร้อยแล้วจะต้องมี ETDA certified service provider เพื่อยืนยัน และ อาจมี ISO/IEC 27001 certified มาประกอบ เพื่อแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานและความปลอดภัย ใบรับรองจะมีหน้าตาตามภาพตัวอย่างด้านล่างนี้



2 ดูระบบและการให้บริการ


เลือกระบบที่สามารถรองรับธุรกรรมในจำนวนที่เพียงพอต่อความต้องการขององค์กรได้ หากมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถในการให้คำปรึกษาตั้งแต่กระบวนการแรก ไปจนถึงหลังติดตั้ง ก็จะช่วยให้การทำงานเป็นไปได้ตามแผนการและเป้าหมายที่วางไว้

3 ดูความน่าเชื่อถือจากผู้ใช้งานจริง


เลือก e-Tax Service Provider ที่มีประสบการณ์ เช่น ระบบ EZTax ที่ปัจจุบันมีพาร์ทเนอร์ใช้งานอยู่มากมายทุกอุตสาหกรรม และจัดทำ e-Tax Invoice/e-Receipt ไปมากกว่า 400 ล้านฉบับ


ปรึกษาเรื่องระบบ e-Tax กับ I AM Consulting 


เรามีความมั่นใจในบริการที่ครอบคลุม พร้อมความสามารถในการแนะนำ ให้คำปรึกษาด้านบัญชี และนำเสนอโซลูชันให้กับลูกค้าได้อย่างครบวงจร ( One-Stop-Service ) ตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การจัดหาใบรับรองอีเล็กทรอนิกส์ การลงทะเบียน การตรวจประเมินเบื้องต้นเพื่อปรับกระบวนการและลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น การติดตั้งและวางระบบ ไปจนถึงการฝึกอบรมทีมงาน และมีบริการดูแลหลังจากติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เพราะระบบจะอยู่กับองค์กรไปอีกนาน จึงต้องมีทีมที่ปรึกษาที่จะช่วยดูแล ปรับปรุง พัฒนา ระบบอย่างต่อเนื่อง


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 

นำองค์กรยุคใหม่มุ่งสู่การเป็น Paperless Organization

The Sustainable Impact of The Paperless Organization


I AM Consulting บริษัทที่ปรึกษาด้าน Digital Transformation จัดงาน Make The Sustainable Impact of The Paperless Organization with EZTax & iZign นำเสนอ 2 โซลูชัน ที่จะเข้ามาช่วยลดการใช้กระดาษในองค์กร


โดยภายในงาน คุณจิตริน วิโรจน์สายลี ผู้ช่วยรองประธานกรรมการ และ Team Lead ระบบงานภาษีและเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ บริษัท ไอแอม คอนซัลติ้ง จำกัด ได้มาสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ อย่างครบถ้วนทุกขั้นตอน


พร้อมกันนี้ ยังได้รับเกียรติจาก คุณชูเกียรติ สุขสว่าง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) มาช่วยแชร์ประสบการณ์ และกรณีศึกษา ในการบริหารโครงการให้ประสบผลสำเร็จ ตั้งแต่การเฟ้นหา Service Provider การติดตั้ง ไปจนถึงการใช้งานระบบ EZTax ให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด


นอกจากนี้ ในส่วนของการลงนามดิจิทัล ก็ได้คุณชยภัสสร์ อัศววิมลนันท์ ผู้จัดการและ Team Lead ระบบงานเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ บริษัท ไอแอม คอนซัลติ้ง จำกัด มาอธิบายความแตกต่างและวิธีการเลือกใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์แต่ละประเภท พร้อมจัด Workshop ให้ผู้ที่เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์จริง ด้วยการทดลองใช้ระบบ iZign แพลตฟอร์มลงนามดิจิทัลที่ปลอดภัยและโปร่งใสที่สุด ผ่านโทรศัพท์มือถือของตนเองอีกด้วย


ผู้เข้าร่วมงานทุกท่านได้รับความรู้ไปอย่างเต็มอิ่ม และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสัมมนาในครั้งนี้จะมีประโยชน์ต่อทุกท่านในการตัดสินใจดำเนินโครงการด้านดิจิทัลเพื่อพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต


หากองค์กรใดกำลังมองหาระบบ e-Tax หรือ Digital Signature
สามารถพูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
Tel. 02-026-3964
E-mail : info@iamconsulting.co.th
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1


#ใบกำกับภาษี #ลดหย่อนภาษี #etax
#eTaxInvoice #Cloud #POS #eReceipt
#EZTax #iZign #IAMConsulting
#CreateOurExcitingFuture

ลงทุนระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt หักรายจ่ายได้ 2 เท่า

บริษัทใดยังไม่ได้ทำระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ รอช้าไม่ได้แล้ว!!!


มติ ครม. วันที่ 24 มกราคม 2566 เห็นชอบ ขยายเวลาให้บริษัทที่ลงทุนระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt สามารถหักรายจ่ายลงทุนและใช้บริการระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้ 2 เท่า ต่อไปอีก 3 ปี ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2568


ทำ e-Tax วันนี้ นอกจากช่วยลดต้นทุนค่ากระดาษ ค่าพิมพ์ ค่าขนส่ง ค่าจัดเก็บเอกสาร และประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วนแล้ว ยังมีมาตรการจากภาครัฐที่มาช่วยส่งเสริม เพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน สำหรับผู้ประกอบการที่ลงทุนระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt สามารถหักรายจ่ายลงทุนและใช้บริการระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้ 2 เท่า !


EZTax by I AM Consulting ช่วยให้การจัดทำ นำส่ง และเก็บข้อมูลของท่านเป็นเรื่องง่ายขึ้น สะดวก รวดเร็ว ทำงานได้ตรงตามคุณสมบัติที่กรมสรรพากรกำหนดทั้งหมด การันตีโดยพาร์ทเนอร์มากมายในทุกอุตสาหกรรม และจำนวนจัดทำ e-Tax Invoice/e-Receipt ที่มีไปมากกว่า 400 ล้านฉบับ


เราสามารถให้คำปรึกษา และนำเสนอโซลูชันให้กับลูกค้าได้อย่างครบวงจร (One-Stop-Service) ตั้งแต่ต้นจนจบ ที่สำคัญท่านสามารถอุ่นใจได้ว่าตลอดระยะเวลาที่ใช้งาน จะมีทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุง พัฒนาระบบ อย่างต่อเนื่อง


สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 
Tel : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1


#ใบกำกับภาษี #ลดหย่อนภาษี #etax 
#eTaxInvoice #Cloud #POS #eReceipt 
#EZTax #IAMConsulting 
 #CreateOurExcitingFuture 

บริษัทอยากทำ ระบบ e-tax invoice หรือ e-receipt เริ่มยังไงดี

ในยุคที่เทคโนโลยีช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการขับเคลื่อนธุรกิจ และ ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม การจัดทำและนำส่งข้อมูลใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ( e-tax invoice & e-receipt ) ที่ตอบโจทย์ทั้ง 2 ข้อ จึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลของไทย พยายามส่งเสริม และผลักดันออกมาเป็นนโนบายต่างๆ เช่น มาตรการ ช้อปดีมีคืน 2566 ที่ผู้ซื้อสินค้าจะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีมากกว่า หลายองค์กรจึงต้องเร่งมือ เตรียมพร้อม ระบบ e-tax ไว้ตอบรับกับนโยบายปีต่อๆ ไป หากยังมีข้อสงสัยว่าควรเริ่มต้นอย่างไร? ในบทความนี้ I AM Consulting จะพาไปหาคำตอบกัน


e-tax Invoice และ e-Receipt คืออะไร ?


ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-tax invoice คือ ใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้และใบลดหนี้ ส่วน ใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-receipt) คือ ใบรับหรือใบเสร็จรับเงิน ซึ่งต่างจากรูปแบบกระดาษปกติ ตรงที่ได้มีการจัดทำเอกสารเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์  XML File, PDF File) และลงลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) ก่อนส่งมอบให้ผู้ซื้อสินค้าหรือบริการ และกรมสรรพากร


อยากทำระบบ e-tax เริ่มต้นอย่างไร ?


เพื่อตอบรับนโยบาย Thailand 4.0 กรมสรรพากรได้พัฒนาระบบบริการ e-tax invoice / e-receipt ขึ้น และมีนโยบายส่งเสริมเรื่องนี้ต่อเนื่องมาหลายปี  หากผู้ประกอบการอยากเริ่มต้นทำระบบในปีนี้ สามารถศึกษาขั้นตอนตามด้านล่าง หรือ ติดต่อ I AM Consulting เพื่อรับคำปรึกษาและให้ความช่วยเหลือได้ตั้งแต่ขั้นตอนแรก


1)    ประเมินความพร้อมในองค์กร
ผู้ใช้งานต้องปรับปรุงหรือพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ เตรียมความพร้อมด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ใช้องค์กรให้สามารถรองรับการจัดทำ ส่งมอบ และจัดเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้


2)    จัดหาใบรับรองอีเล็กทรอนิกส์
เพื่อให้ผู้ใช้งานเกิดความเชื่อมั่นในการรับและส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างกัน ผู้ประกอบการจึงต้องจัดหาใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้สร้างลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) ที่ออกจากผู้ให้บริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Certification Authority: CA) ที่มีความน่าเชื่อถือ 


3)    ยื่นคำขอ 
ยื่นคำขอเป็นผู้ประกอบการจัดทำใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ โดยการลงทะเบียนและตรวจสอบลายมือชื่อดิจิทัล โดยเข้าไปที่เว็บไซต์กรมสรรพากร https://etax.rd.go.th ดาวน์โหลดโปรแกรม Ultimate Sign & Viewer มาติดตั้ง และ ลงทะเบียน บ.อ.01 ผ่านโปรแกรม


4)    จัดทำและนำส่ง
จัดทำใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ส่งมอบแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการการเป็นไปตามข้อตกลงทางการค้าระหว่างกัน แต่สำหรับการนำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรนั้นเป็นไปตามมาตรฐาน ขมธอ.3-2560 สามารถนำส่งข้อมูลได้ 3 ช่องทาง ได้แก่ Upload , Host to Host และผู้ให้บริการนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Service Provider) สามารถเลือกช่องทางนำส่งข้อมูลที่เหมาะสมกับสภาพของกิจการได้เลย


5)    เก็บรักษา
ผู้จัดทำใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ต้องจัดเก็บรักษาข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้ถูกต้องปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด


ทำความรู้จัก EZTax


EZTax by I AM Consulting คือ เครื่องมือที่จะช่วยในขั้นตอนการจัดทำเอกสาร นำส่ง และเก็บข้อมูล ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้สามารถใช้งานได้ง่ายที่สุด รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ บนมาตรฐานระดับสากล สามารถเข้ากันได้กับระบบ ERP ทุกรูปแบบ ที่สำคัญที่สุด คือ สามารถทำงานได้ตรงตามคุณสมบัติที่กรมสรรพากรกำหนดทั้งหมด

e-tax


เราเป็นระบบ e-tax รายแรกๆ ของประเทศไทย โดยในปัจจุบันมีพาร์ทเนอร์ที่ใช้งาน EZTax อยู่มากมายทุกอุตสาหกรรม และจัดทำ e-Tax Invoice/e-Receipt ไปมากกว่า 400 ล้านฉบับ ซึ่งนอกจากจะเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสให้องค์กรแล้ว ยังช่วยลดการใช้กระดาษ ลดภาระในการจัดส่งเอกสาร รวมถึงการจัดเก็บหลักฐานต่างๆ อีกด้วย


ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ EZTax เพิ่มเติม คลิกที่นี่


ปรึกษาเรื่องระบบ e-tax กับ I AM Consulting


เรามีความมั่นใจในบริการที่ครอบคลุม พร้อมความสามารถในการแนะนำ ให้คำปรึกษาด้านบัญชี และนำเสนอโซลูชันให้กับลูกค้าได้อย่างครบวงจร (One-Stop-Service) ตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การจัดหาใบรับรองอีเล็กทรอนิกส์ การลงทะเบียน การตรวจประเมินเบื้องต้นเพื่อปรับกระบวนการและลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น การติดตั้งและวางระบบ ไปจนถึงการฝึกอบรมทีมงาน และมีบริการดูแลหลังจากติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เพราะระบบจะอยู่กับองค์กรไปอีกนาน จึงต้องมีทีมที่ปรึกษาที่จะช่วยดูแล ปรับปรุง พัฒนา ระบบอย่างต่อเนื่อง


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

EZtax – ช้อปดีมีคืน 2566

ช้อปดีมีคืน 2566 ลดหย่อนภาษี


นับเป็นข่าวดีทั้งกับนักช้อปและผู้ประกอบการ .. ครม.อนุมัติ #ช้อปดีมีคืน 2566 แล้ว


ให้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 40,000 บาท !! เฉพาะร้านที่ออกใบกำกับภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้เท่านั้น


(หากเป็นใบกำกับภาษีแบบกระดาษปกติจะลดหย่อนได้เพียง 30,000 บาท)


พาร์ทเนอร์ของ I AM ที่ใช้ระบบ EZtax เช่น Jaymart, บุญถาวร และ COTTO ก็สามารถออกใบกำกับแบบอิเล็กทรอนิกส์ให้กับลูกค้าได้นะครับ รอซื้อสินค้ากันในช่วง 1 ม.ค. – 15 ก.พ. 2566 กันได้เลย


การรักษ์โลก รักษาสิ่งแวดล้อม และ Paperless ยังเป็นสิ่งที่ทั่วโลกและไทยให้ความสำคัญ เห็นได้จากการที่ภาครัฐมีนโยบายในเรื่องนี้ต่อเนื่องมาหลายปี ดังนั้นการทำ E-TAX จึงเป็นเทรนด์ใหม่ที่ผู้ประกอบการต้องใส่ใจและปรับตัว


หากคุณกำลังตามหาระบบ E-TAX ที่รองรับองค์กรขนาดใหญ่ I AM Consulting ในฐานะผู้ให้บริการระบบ EZtax สามารถให้คำปรึกษา และนำเสนอโซลูชันให้กับลูกค้าได้อย่างครบวงจร (One-Stop-Service) ตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การจัดหาใบรับรองอีเล็กทรอนิกส์ การลงทะเบียน การตรวจประเมินเบื้องต้นเพื่อปรับกระบวนการและลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น จนถึงการติดตั้งและวางระบบ และฝึกอบรมทีมงาน


สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
Tel : 02-026-3964
E-mail : info@iamconsulting.co.th
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1


#ใบกำกับภาษี #ลดหย่อนภาษี #ช้อปดีมีคืน #etax


#eTaxInvoice #Cloud #POS #eReceipt #eWithholdingTax #EZTaxbyIAMConsulting #IAMConsulting #CreateOurExcitingFuture

 

 

BUU-ERP & iZign GoLive! Burapha University

BUU-ERP & iZign GoLive!


ความสำเร็จโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศด้านการคลังและต่อยอดระบบลงนามดิจิทัล มหาวิทยาลัยบูรพา


นับเป็นความสำเร็จและอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาด้าน Digital Transformation ของมหาวิทยาลัยบูรพา (BUU) ขุมปัญญาตะวันออก ในการนำระบบ SAP S/4HANA เข้ามาพัฒนาระบบสารสนเทศด้านการคลังพร้อมกับต่อยอดการทำงานด้วย “iZign” เพื่อส่งเสริมระบบลงนามดิจิทัลเดิมของ BUU ที่พัฒนาขึ้นเองโดยสำนักคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นสำหรับการลงนามเอกสารที่ต้องส่งออกไปภายนอก


นอกเหนือจากระบบ ERP ระดับโลกอย่าง SAP S/4HANA ที่ทาง BUU เลือกใช้เป็นพื้นฐานในการทำ Digital Transformation แล้ว ทาง BUU เองก็มีบุคลากรที่มีความสามารถในการพัฒนาระบบต่างๆ เพื่อตอบโจทย์การทำงาน รวมถึงระบบลงนามดิจิทัลของ BUU ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเพื่อลงนามเอกสารต่างๆ ภายในองค์กร โดยในโครงการนี้ทาง I AM Consulting ได้นำ “iZign” ซึ่งเป็นระบบลงนามดิจิทัลที่มีความปลอดภัยสูงสุดเข้าไปเสริมกับระบบลงนามดิจิทัลเดิมของ BUU เพื่อให้สามารถใช้ลงนามเอกสารที่จะส่งออกภายนอกได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น โดยสอดคล้องกับ พ.ร.บ. ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มาตรา 28 ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากโครงการแสดงให้เห็นว่า SAP S/4HANA และระบบลงนามดิจิทัลของ BUU และ iZign ทั้งหมดสามารถทำงานเชื่อมต่อกันได้อย่างไร้รอยต่อ (Seamless Integration) ส่งเสริมให้บุคลากรสามารถทำงานได้อย่างแม่นยำ เรียลไทม์ และเต็มประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน และงานกระดาษ (Paperwork) ต่างๆ ทำให้บุคลากรสามารถโฟกัสในงานที่ก่อให้เกิดมูลค่า (Values) ได้ นอกจากนี้ยังส่งผลดีด้านสิ่งแวดล้อมทั้งลดการใช้กระดาษ หมึกพิมพ์ เชื้อเพลิงในการส่งเอกสาร สถานที่จัดเก็บ และอื่นๆอีกมากมาย


มหาวิทยาลัยบูรพา (BUU) เลือกใช้ SAP S/4HANA และ iZign มาเป็นพื้นฐาน ก่อนต่อยอดการใช้นวัตกรรมอื่นๆอีกมากมาย เพื่อการพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนและปรับสู่การเป็น Digital University


I AM Consulting ในฐานะที่ปรึกษาโครงการขอแสดงความยินดีกับ BUU ในความสำเร็จครั้งนี้ และขอบคุณที่ได้ให้ความไว้วางใจแก่เราในฐานะ Partner ของมหาวิทยาลัยที่จะช่วย Transform องค์กรสู่ Digital University เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนตามคำขวัญของมหาวิทยาลัย “ขุมปัญญาตะวันออก (Wisdom of the East)”


สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SAP S/4HANA และระบบลงนามดิจิทัล iZign หรือ Solutions อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบบริหารงานบุคคล ระบบภาษีดิจิทัล ระบบจัดการเอกสาร ระบบการทำงานอัตโนมัติโดยหุ่นยนต์ เครือข่ายบล็อกเชน และการทำ Digital Transformation แก่องค์กร สามารถติดตามเว็บไซต์และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่


Website: https://www.iamconsulting.co.th/
Email: info@iamconsulting.co.th
Tel: 02 026 3964


#IAmConsulting #BUU #SAP #S4HANA
#iZign #DigitalSignature
#DigitalTransformation #IAMDX
#CreateOurExcitingFuture
#WisdomOfTheEast

ลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) วิถีใหม่ของการลงนามเอกสาร ที่สะดวกและปลอดภัยกว่าที่คุณคิด

การลงนามเอกสารนั้น หากพิจารณาดูแล้ว จะพบว่ามีความซ้ำซ้อนและต้นทุนแฝงอยู่มากมาย หากลองจินตนาการดูง่ายๆ เราจะเห็นว่าตั้งแต่เอกสารถูกจัดเตรียม จนถึงการลงนามเสร็จสิ้น เราต้องใช้ทรัพยากรอะไรบ้าง ตั้งแต่กระดาษ หมึกพิมพ์ แฟ้มและซองเอกสาร ยิ่งถ้าเอกสารต้องลงนามโดยบุคคลภายนอก ก็จะมีค่าส่งเอกสาร ค่าเดินทาง รวมถึงค่าเสียเวลาและโอกาสทางธุรกิจที่สูญเสียไปในการรอคอย นี่ยังไม่รวมถึงการจัดเก็บเอกสารที่ลงนามและการค้นหาที่ควรเรียกออกมาดูได้ง่าย หรือแม้กระทั่งกระบวนการลงนามแบบดั่งเดิมที่อาจจะมีการสัมผัสและเกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19


ในปัจจุบันเราจึงเห็นว่าหลายๆ องค์กรเริ่มเปลี่ยนระบบการลงนามมาเป็นแบบดิจิทัลกันมากขึ้น ซึ่งหลายคนอาจมีข้อสงสัยว่าการลงนามดิจิทัลนั้นมีกี่ประเภท แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร และมีผลรับรองทางกฎหมายหรือไม่ วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกัน


ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Signature หรือ e-Signature)


e-Signature คือ ชุดข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ตัวเลข ตัวอักษร สัญลักษณ์ เสียง ที่ใช้ระบุตัวเจ้าของลายมือชื่อที่เกี่ยวข้องกับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document) เพื่อแสดงว่า บุคคลดังกล่าวยอมรับข้อความในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์รองรับการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ให้มีผลทางกฎหมายเช่นเดียวกับการลงลายมือชื่อบนเอกสารกระดาษ

ตัวอย่างของรูปแบบลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์

  • การพิมพ์ชื่อไว้ท้ายเนื้อหาของอีเมล
  • การสแกนภาพของลายมือชื่อที่เขียนด้วยมือและแนบไปกับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
  • การใช้สไตลัส (stylus) เขียนลายมือชื่อด้วยมือลงบนหน้าจอและบันทึกไว้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
  • การคลิกปุ่มแสดงการยอมรับหรือตกลง
  • การทำเครื่องหมายในช่องแสดงการยอมรับ
  • การใช้ลายมือชื่อดิจิทัล

 
ลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature)


Digital Signature คือ ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์รูปแบบหนึ่ง ที่ได้จากกระบวนการเข้ารหัสลับของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งช่วยให้สามารถ ยืนยันตัวเจ้าของและสามารถตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของข้อความและลายมือชื่อได้ หรือหากจะพูดให้เข้าใจง่ายก็คือ ถ้าต้องการความมั่นคงปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบได้ว่าใครเป็นผู้ลงนาม และตรวจสอบได้ว่ามีการแก้ไขเอกสารหลังลงนามหรือไม่ ก็ควรเลือกใช้การลงนามแบบดิจิทัล


ประเภทของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์


ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์สามารถแบ่งออกได้ 3 ประเภทด้วยกัน ตามเกณฑ์การรองรับของกฎหมาย


มาตรา 9 – ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์แบบทั่วไป
อาทิเช่น email, Pin Code, Token ซึ่งหากพิจารณาดู จะเห็นว่าใช้งานง่าย สะดวกรวดเร็ว และสามารถ “ยอมรับได้” ในทางกฎหมาย แต่หากมีกรณีพิพาท การพิสูจน์จะเป็นไปได้ยาก และต้องดูเจตนาประกอบกับวิธีการ เช่น รหัสผ่านอีเมล เป็นต้น


มาตรา 26 – ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้
คือการลงนามดิจิทัลที่มีระบบป้องกันการปลอมแปลงลายเซ็น ป้องกันการแก้ไขเนื้อหาเอกสาร สามารถตรวจสอบได้ด้วยกระบวนการเข้ารหัสตามมาตรฐานสากล ซึ่งเมื่อเกิดกรณีพิพาทก็จะสามารถพิสูจน์ได้ง่ายกว่าลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์แบบทั่วไป


มาตรา 28 – ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้และผ่านการรับรอง
คือการลงนามดิจิทัลที่มีระบบป้องกันการปลอมแปลงลายเซ็น ป้องกันการแก้ไขเนื้อหาเอกสาร สามารถตรวจสอบได้ด้วยกระบวนการเข้ารหัสตามมาตรฐานสากล และ รับรองโดย Certificate Authority (CA) ที่ออกโดยผู้ให้บริการซึ่งผ่านการรับรอง หรือหากอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็เหมือนมาตรา 26 แต่เพิ่มเรื่องของการรับรองโดย CA


จะเลือกใช้แบบไหนดี ระหว่าง e-Signature กับ Digital Signature?


ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ และลายมือชื่อดิจิทัล มีความแตกต่างกันตรงระบบการรักษาความปลอดภัย การป้องกันการปลอมแปลงและแก้ไข ดังนั้นผู้ใช้งานควรเลือกใช้งานโดยพิจารณาตามวัตถุประสงค์ของเอกสารและความเสี่ยงของการนำไปใช้  หากต้องการความมั่นคง ปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ เช่น สัญญาทางการค้าที่มีมูลค่าสูงๆ ข้อตกลงทางธุรกิจที่มีความสำคัญ  ก็ควรเลือกใช้ลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) เนื่องจากจะได้สามารถตรวจสอบได้ว่าใครเป็นคนลงนาม มีการแก้ไขเอกสารหลังลงนามหรือไม่ จะได้ช่วยยกระดับความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจต่อทั้งผู้ลงนามทั้งสองฝ่ายและองค์กรเอง


ประโยชน์จากการใช้งานลายมือชื่อดิจิทัล


1. ลดค่าใช้จ่ายขององค์กร
การลงนามเอกสารผ่านลายมือชื่อดิจิทัลจะช่วยลดค่าใช้จ่าย เช่น  ต้นทุนกระดาษ ต้นทุนเวลา ต้นทุนการพิมพ์ พื้นที่จัดเก็บ ค่าส่งเอกสาร ฯลฯ


2. ความสะดวกสบาย
ผู้ใช้งานสามารถสร้างและลงนามเอกสารได้อย่างสะดวกสบายผ่านแพลตฟอร์ม สามารถทำงานได้ทั้งบนโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ จากทุกที่


3. รับรองและมีผลทางกฎหมาย
สอดคล้องตามมาตรฐานแนวทางการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ และมีผลรับรองทางกฎหมาย


4. เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ระบบลงนามดิจิทัล ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะลดการตัดต้นไม้เพื่อนำมาทำกระดาษ หรือลดการเดินทาง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ช่วยบรรเทาปัญหาโลกร้อน จนไปถึงลดการสัมผัสซึ่งเป็นความเสี่ยงในการติดเชื้อต่างๆ


5. มีความปลอดภัยขั้นสูงสุด
มีระบบพิสูจน์ตัวตนและล็อคอุปกรณ์ในการลงนามดิจิทัล เอกสารและการลงนามได้รับการเข้ารหัสด้วยเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานกุญแจสาธารณะ Public Key Infrastructure (PKI) สามารถตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของลายมือชื่อ และข้อความอิเล็กทรอนิกส์ได้

 

iZign by I AM Consulting ระบบลงนามดิจิทัล ที่มีความปลอดภัย รองรับและสอดคล้องตามข้อกฎหมายทั้งมาตรา 9 26 และ 28


สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
E-mail: info@iamconsulting.co.th
Facebook: https://facebook.com/IAMConsultingTH/
Phone Number: 02 690 3663
 

Paperless Organization เริ่มต้นทรานสฟอร์มองค์กรของคุณสู่ดิจิทัลด้วยการจัดการเอกสารอัจฉริยะ

ในปัจจุบันคนไทยใช้กระดาษเฉลี่ยปีละเกือบ 4 ล้านตัน หรือ คนละประมาณ 60 กิโลกรัมต่อปี ซึ่งหมายถึงการตัดต้นไม้กว่า 66 ล้านต้นต่อปี หรือคิดง่ายๆ คือทุกนาที จะมีต้นไม้ 126 ต้นถูกโค่นลง กระดาษเก่า 1 ตัน สามารถทดแทนการตัดต้นไม้เพื่อนำมาผลิตกระดาษได้ถึง 15 ต้น แค่เราช่วยกันใช้กระดาษทั้ง 2 หน้า ก็จะช่วยรักษาชีวิตต้นไม้ได้ถึง 1.3 ล้านต้นต่อปี และหากองค์กรต่างๆช่วยกันผลักดันระบบการทำงานที่ไม่ต้องใช้กระดาษเลยหรือใช้น้อยที่สุด (Paperless Organization) เราจะช่วยรักษาต้นไม้ให้อยู่กับโลกของเราได้มากขนาดไหน


ในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทุกองค์กรต่างตระหนักถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในมุมของธุรกิจ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ผู้ที่เกี่ยวข้องต่างๆ และสิ่งแวดล้อม ในการเร่งปรับองค์กรสู่ดิจิทัลนั้น (Digital Transformation) หนึ่งในยุทธศาสตร์พื้นฐานที่ทุกองค์กรนำมาใช้ปูพื้นเพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กร และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานของพนักงานก็คือการลดการใช้กระดาษนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าเราจะสามารถลดการใช้กระดาษได้ องค์กรก็ต้องมีระบบการทำงานที่ไม่ต้องพึ่งพากระดาษ ระบบที่สามารถจัดเก็บเอกสารในรูปแบบดิจิทัล สามารถเรียกออกมาดูได้ง่าย รวมไปถึงการนำไปใช้ต่อ ไม่ว่าจะเป็นการทบทวน อนุมัติ รวมไปถึงการนำมาวิเคราะห์ผล ที่จะต้องสามารถทำงานได้คล่องตัว ซึ่งระบบที่กล่าวมานี้ก็คือระบบ Enterprise Content Management หรือที่เราเรียกกันย่อๆ ว่า “ECM” นั่นเอง


Digitization องค์กรด้วยระบบ ECM


Enterprise Content Management หรือ ECM   เป็นเครื่องมือที่ใช้จัดการกับเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ ทั้งการจัดทำ จัดการและจัดเก็บรักษาข้อมูลขององค์กร เป็นเครื่องมือจัดเก็บในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ไร้กระดาษ แต่มีประสิทธิภาพมากกว่าระบบการจัดการออฟฟิศแบบเดิมที่ใช้ระบบเอกสารกระดาษเป็นหลัก ถือเป็นก้าวแรกสำหรับการเข้าสู่ Digital Transformation อย่างเต็มตัว


I AM Consulting ในฐานะผู้ให้คำปรึกษาและพัฒนาระบบ Enterprise Content Management มายาวนานกว่า 16 ปี เรามองเห็นว่า องค์กรจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการข้อมูลใหม่ เพราะข้อมูลเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของการนำไปต่อยอด องค์กรต้องสามารถนำเอามาใช้งานเพื่อสร้างคุณค่าลูกค้าและความได้เปรียบทางธุรกิจแก่ตนเองได้ ที่ผ่านมาหลายองค์กรนำเอาระบบ ECM พื้นฐานมาใช้จัดการข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลง เนื่องการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของข้อมูลดิจิทัล ทำให้ความต้องมองหาฟีเจอร์ใหม่ๆ ตลอดเวลาเพื่อมาพัฒนาในด้านการบริหารงานหลังบ้าน การบริการลูกค้า รวมถึงจัดการความเสี่ยงต่างๆ


แพลตฟอร์ม OpenText™ Extended ECM เป็นเครื่องมือที่ช่วยบูรณาการซอฟท์แวร์เอนเทอร์ไพรส์ ซึ่งสามารถรองรับข้อมูลจากทุกแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็น SAP S/4HANA , Oracle, Salesforce , Microsoft Office 365  หรือ ซอฟท์แวร์อื่นๆ ให้สามารถทำงานร่วมกับระบบจัดการข้อมูลได้อย่างไร้รอยต่อและมีประสิทธิภาพ (Seamless Integration) ซึ่งมีฟีเจอร์การทำงานที่ครอบคลุมดังนี้


Integrations to Enterprise Applications


เชื่อมต่อกับซอฟท์แวร์เอนเทอร์ไพรส์ หรือระบบ ERP ต่างๆ เช่น SAP S/4HANA และ Oracle E-Business Suite ระบบ HR อย่าง SAP SuccessFactors ระบบ CRM เช่น Salesforce หรือโปรแกรมการจัดการการทำงาน เช่น MS Office 365, Sharepoint และ MS Teams


Intuitive User Experience


การออกแบบประสบการณ์ของผู้ใช้งาน หรือการออกแบบ UX (User Experience) ให้ตอบสนองกับผู้ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ผู้ใช้งานเข้าถึงเนื้อหาข้อมูลที่จำเป็น ผ่าน Smart View รวมทั้งสามารถทำงานได้ง่ายๆ จาก Web browser และ Mobile devices สนับสนุนวิถีการทำงาน Work From Anywhere


Connected Workspaces


ซอฟท์แวร์ ECM ซึ่งพัฒนาโดยมี Workspace Templates ที่ออกแบบมาให้สอดคล้องไปกับกระบวนการทางธุรกิจ โดยฟีเจอร์นี้สามารถเชื่อมต่อกับข้อมูลจากระบบงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล ลูกค้า สินค้า พนักงาน คำสั่งซื้อ ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน หรือ กิจกรรมทางธุรกิจอื่นๆ  ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกเชื่อมต่อมายังระบบจัดการเอกสารโดยอัตโนมัติเมื่อมีการทำรายการจากระบบต้นทาง


Automated Classification & Metadata Management


การจัดประเภทเอกสารอัตโนมัติ และการจัดการรายละเอียดข้อมูล ด้วยการทำงานแบบ Intelligent Automation ที่ช่วยจัดการไฟล์เอกสารและกระบวนการทางธุรกิจให้เป็นไปโดยอัตโนมัติ ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดในกระบวนการทำงานที่เป็น Manual


Core Share


สามารถแชร์ข้อมูลออกไปสู่หน่วยงานหรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานได้


Core Signature


การลงนามเอกสารแบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งในรูปแบบ Electronic และ Digital Signature


ฟีเจอร์ที่กล่าวมาจะช่วยให้เกิดการทำงานในรูปแบบใหม่ กระชับขั้นตอนการทำงานให้เป็นแบบอัตโนมัติ  ลดความยุ่งยากในการใช้งานด้วยอินเทอร์เฟสที่ออกแบบมาให้ผู้ใช้งานสามารถเห็นมุมมองแบบ 360 องศา ช่วยให้เห็นข้อมูลที่มีโครงสร้างและไม่มีโครงสร้างได้ในหน้าจอเดียว ไม่ต้องสลับหน้าจอโปรแกรมไปมา สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ต่อยอดได้อย่างมีประสิทธิภาพ


อีกทั้งยังมี Workspace ที่ช่วยเชื่อมต่อพื้นที่การทำงานให้ถึงกัน  ทำให้ทุกคนสามารถทำงานร่วมกันในโลกเสมือนได้อย่างราบรื่น ไม่ติดขัด และเห็นกระบวนการทำงานร่วมกัน เป็นภาพเดียวกันทั้งหมด  ที่สำคัญมีความปลอดภัยสูง ด้วยระบบจัดเก็บข้อมูลที่รองรับการทำงานทั้งรูปแบบคลาวด์ หรือ On-Premise ตอบสนองรูปแบบการทำงานในปัจจุบันบนอุปกรณ์มือถือช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม


สุดท้ายต้องอย่าลืมว่าการเลือกระบบมาใช้ในองค์กรนั้น ระบบจะยังอยู่กับเราไปอีกนาน ดังนั้นต้องไม่ลืมเลือกระบบที่มีผู้ดูแลอยู่ในประเทศไทย เมื่อมีปัญหาสามารถติดต่อได้ง่าย มีทีมเข้ามาช่วยแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที สำหรับองค์กรและธุรกิจที่สนใจ แพลตฟอร์ม OpenText™ Extended ECM สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมมาได้ที่ www.iamconsulting.co.th/product/opentext หรือ info@iamconsulting.co.th

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.