SAP Datasphere คืออะไร? เปลี่ยนข้อมูลให้พร้อมสำหรับ AI อัปเดตล่าสุด

ทุกองค์กรมีข้อมูล แต่การตัดสินใจยังไม่ง่าย อาจเพราะขาดตัวช่วยดี ๆ อย่าง SAP Datasphere

ลองนึกภาพว่า CEO ขอรายงานยอดขายล่าสุดของบริษัท.. ฝ่ายขายส่งตัวเลขมาแบบหนึ่ง ฝ่ายการเงินได้อีกตัวเลขหนึ่ง ขณะที่ทีมการตลาดกลับใช้ Dashboard ที่แสดงผลไม่ตรงกัน ทั้งที่ข้อมูลทั้งหมดมาจากองค์กรเดียวกัน

สถานการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดจากระบบรายงานทำงานผิดพลาด แต่เกิดจากข้อมูลที่กระจายอยู่ในหลายแหล่ง ทั้ง SAP ERP, CRM, Data Warehouse หรือ Cloud Platform ต่าง ๆ แต่ละระบบมีโครงสร้างและนิยามข้อมูลไม่เหมือนกัน ทำให้เมื่อนำข้อมูลมารวมกัน ความหมายทางธุรกิจ (Business Context) ที่ควรติดมากับข้อมูลกลับสูญหายไป

ยิ่งองค์กรเริ่มนำ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล ความท้าทายนี้ก็ยิ่งชัดเจนขึ้น เพราะ AI จะให้ผลลัพธ์ที่ดีได้ก็ต่อเมื่อข้อมูลมีคุณภาพ เชื่อมโยงกัน และมีบริบทที่ถูกต้อง

นี่คือเหตุผลที่ SAP พัฒนา SAP Datasphere ขึ้นมา เพื่อช่วยให้องค์กรเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกแหล่ง พร้อมรักษาความหมายทางธุรกิจของข้อมูลไว้ตั้งแต่ต้นทาง จนสามารถนำไปใช้กับ Analytics และ AI ได้อย่างมั่นใจ


SAP Datasphere คืออะไร

SAP Datasphere คือ แพลตฟอร์มจัดการข้อมูลบนคลาวด์ที่ช่วยเชื่อมโยงและเปิดใช้งานข้อมูลจากทั้งระบบ SAP และ Non-SAP พร้อมเป็นรากฐานของ Business Data Fabric แนวคิดที่ทำให้ข้อมูลจากหลายระบบสามารถทำงานร่วมกันได้โดยไม่ต้องย้ายข้อมูลทั้งหมดมาไว้ที่เดียว อีกทั้งยังคง Business Context หรือความหมายทางธุรกิจของข้อมูลไว้ ทำให้องค์กรเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ และพร้อมนำไปใช้ในการวิเคราะห์ ตัดสินใจ และต่อยอดด้วย AI


Datasphere ทำงานอย่างไร

แทนที่จะย้ายข้อมูลทุกอย่างเข้ามาเก็บไว้ในแพลตฟอร์มเดียว Datasphere เปิดโอกาสให้องค์กรเลือกเชื่อมต่อข้อมูลด้วยวิธีที่เหมาะสมกับแต่ละระบบ ทั้งการเชื่อมโยงข้อมูลแบบ Virtual การทำ Replication หรือการแปลงข้อมูลก่อนนำไปใช้งาน

เมื่อข้อมูลถูกเชื่อมต่อเข้ามาแล้ว ระบบจะช่วยจัดการ Metadata และ Business Semantics ทำให้ผู้ใช้งานมองเห็นความสัมพันธ์ของข้อมูลในมุมมองทางธุรกิจ มากกว่าการเห็นเพียงตารางข้อมูลหรือชื่อคอลัมน์

จากนั้นข้อมูลสามารถถูกนำไปแบ่งปันระหว่างหน่วยงาน หรือส่งต่อไปยังเครื่องมือวิเคราะห์ เช่น SAP Analytics Cloud รวมถึงแอปพลิเคชันและบริการ AI ได้โดยยังคงใช้ข้อมูลชุดเดียวกันเป็นพื้นฐาน


AI จะเก่งแค่ไหน ขึ้นอยู่กับข้อมูล

SAP ไม่ได้มอง AI เป็นเพียงเครื่องมือปลายทาง แต่เริ่มต้นจากการสร้างรากฐานของข้อมูลให้แข็งแรงก่อน และ Datasphere คือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของแนวทางนี้

เมื่อข้อมูลมีโครงสร้างที่ชัดเจน เชื่อมโยงกัน และยังคง Business Context เอาไว้ AI ก็สามารถทำความเข้าใจข้อมูลได้ใกล้เคียงกับที่คนในองค์กรเข้าใจ ส่งผลให้การวิเคราะห์และคำแนะนำมีความแม่นยำมากขึ้น

หนึ่งในความสามารถที่น่าสนใจคือ AI-Assisted Search ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาข้อมูลด้วยภาษาธรรมชาติ แทนการค้นหาด้วยชื่อ Dataset หรือโครงสร้างฐานข้อมูล

ตัวอย่างเช่น หากทีมการตลาดต้องการดูยอดขายสินค้ากลุ่ม Healthcare ในประเทศไทย เพียงพิมพ์คำค้นในลักษณะเดียวกับการค้นหาทั่วไป ระบบจะใช้ AI ช่วยตีความความต้องการ พร้อมแนะนำ Data Products หรือชุดข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ทำให้ผู้ใช้งานเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น แม้จะไม่ได้มีความรู้ด้าน Data Engineering ก็ตาม

เมื่อทำงานร่วมกับ SAP Business AI Platform ทั้งหมด ( SAP BTP, SAP Business Data Cloud และ SAP Business AI ) ความสามารถเหล่านี้ยังช่วยให้องค์กรนำข้อมูลไปต่อยอดสู่การวิเคราะห์ การสร้าง Insight และการตัดสินใจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น


ตัวอย่างการใช้งานจริง

I AM Consulting ในฐานะที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ดิจิทัล ได้นำ Datasphere มาประยุกต์ใช้กับองค์กรชั้นนำด้านอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งในประเทศไทย เพื่อยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลและการวิเคราะห์เชิงธุรกิจ โดยเชื่อมโยงข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง ทั้งระบบ SAP และ Non-SAP เข้าสู่ศูนย์กลางเดียวกัน พร้อมนำมาวิเคราะห์และจัดทำ Dashboard ด้านรายได้สำหรับผู้บริหาร

จากเดิมที่กระบวนการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำ Dashboard ต้องใช้เวลาหลายวัน ปัจจุบันข้อมูลจากทุกระบบสามารถเชื่อมโยงและทำงานร่วมกันภายใต้ Business Context เดียวกัน ช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลมีความรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้ทีมผู้บริหารสามารถติดตามข้อมูลและรายงานด้านรายได้แบบ Real-time เพื่อประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจได้ทันที


SAP Datasphere เหมาะกับใคร

Datasphere เหมาะกับองค์กรที่มีข้อมูลกระจายอยู่หลายระบบ และต้องการสร้างมาตรฐานในการบริหารข้อมูลเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะองค์กรที่ใช้งาน SAP S/4HANA, SAP BW หรือมีทั้งระบบ SAP และ Non-SAP ทำงานร่วมกัน

นอกจากนี้ ยังเหมาะกับองค์กรที่กำลังลงทุนด้าน Analytics, Data Governance หรือ AI เพราะช่วยวางรากฐานของข้อมูลให้พร้อมสำหรับการใช้งานในระยะยาว ลดความซับซ้อนในการเชื่อมโยงข้อมูล และเพิ่มความมั่นใจว่าทุกฝ่ายกำลังใช้ข้อมูลที่ถูกต้องชุดเดียวกัน


สรุป

ในยุคที่ข้อมูลกลายเป็นหัวใจของการดำเนินธุรกิจ การมีข้อมูลจำนวนมากเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากข้อมูลเหล่านั้นยังขาดความเชื่อมโยงและความหมายทางธุรกิจ

Datasphere จึงไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มสำหรับจัดเก็บหรือเชื่อมต่อข้อมูล แต่เป็นรากฐานของ Business Data Fabric ที่ช่วยให้องค์กรบริหารข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ พร้อมรักษา Business Context และต่อยอดสู่ Analytics, Data Governance และ AI ได้อย่างมั่นใจ

เมื่อทุกคนในองค์กรเข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกัน และ AI ทำงานบนข้อมูลที่มีคุณภาพ การตัดสินใจก็จะรวดเร็ว แม่นยำ และสร้างคุณค่าทางธุรกิจได้อย่างแท้จริง

ช่องทางรายละเอียด
📱 Phone+662-026-3964
📧 Emailinfo@iamconsulting.co.th
🌐 Websitewww.iamconsulting.co.th

SAP Business AI Platform คืออะไร? แพลตฟอร์ม AI รุ่นใหม่ล่าสุด

AI กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ แต่ข้อมูลทางธุรกิจมักกระจายอยู่ในหลายระบบ มีขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อน และต้องคำนึงถึงความปลอดภัย การกำกับดูแล และความถูกต้องของข้อมูลเสมอ นี่คือเหตุผลที่ SAP Business AI Platform ถูกพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น

SAP Business AI Platform คืออะไร

SAP Business AI Platform คือ แพลตฟอร์ม AI รุ่นใหม่ของ SAP ที่รวมความสามารถของ SAP BTP (Business Technology Platform) , SAP Business Data Cloud และ SAP Business AI เข้าไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อให้องค์กรสามารถพัฒนา เชื่อมต่อ ขยาย และกำกับดูแลการใช้งาน AI ได้อย่างครบวงจร

แพลตฟอร์มนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้สร้าง AI เพียงอย่างเดียว แต่ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างระบบที่ AI เข้าใจบริบทธุรกิจ (Business Context) ทำงานร่วมกับข้อมูลจริง และสามารถเชื่อมต่อทั้งระบบ SAP และ Non-SAP ได้อย่างปลอดภัย

ทำไมองค์กรจึงต้องมี AI Platform สำหรับธุรกิจ

หลายองค์กรเริ่มนำ Generative AI มาใช้งาน แต่กลับพบข้อจำกัด เช่น

  • AI ไม่เข้าใจข้อมูลภายในองค์กร
  • ข้อมูลอยู่หลายระบบและเชื่อมต่อกันยาก
  • ไม่มีการกำกับดูแลด้านความปลอดภัย
  • ผลลัพธ์ของ AI ไม่สามารถตรวจสอบหรืออ้างอิงได้

Business AI Platform จึงเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ ด้วยการทำให้ AI สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจบริบทธุรกิจ และทำงานภายใต้กฎเกณฑ์ด้าน Security และ Governance ขององค์กร

3 เสาหลักของ Business AI Platform

1. Build

ช่วยให้นักพัฒนาและผู้ใช้งานสามารถสร้าง AI Agent, Workflow และ Business Application ได้ภายในสภาพแวดล้อมเดียว

หัวใจสำคัญคือ Joule Studio ซึ่งเป็น AI-first Development Environment รองรับทั้ง Low-code, No-code และ Pro-code พร้อมเชื่อมต่อกับ SAP Integration Suite เพื่อให้ AI ทำงานร่วมกับระบบ SAP และ Non-SAP ได้อย่างราบรื่น

2. Contextualize & Reason

สิ่งที่ทำให้ Business AI Platform แตกต่างจาก AI ทั่วไป คือการทำให้ AI เข้าใจ “บริบทธุรกิจ”

แพลตฟอร์มใช้ SAP Business Data Cloud ในการเชื่อมโยงข้อมูลจากทั่วทั้งองค์กร พร้อมรักษาความสัมพันธ์ของข้อมูล ลูกค้า ซัพพลายเออร์ กระบวนการทำงาน และกฎระเบียบต่าง ๆ ทำให้ AI วิเคราะห์และตัดสินใจได้แม่นยำกว่าการอาศัยข้อมูลแบบแยกส่วน

3. Govern

การนำ AI มาใช้ในองค์กรต้องมีการกำกับดูแลที่ชัดเจน Business AI Platform มีเครื่องมือสำหรับบริหารจัดการ AI Agent ตลอดวงจรการทำงาน ตั้งแต่การกำหนดสิทธิ์ การควบคุมนโยบาย ความปลอดภัย การเชื่อมต่อ API ไปจนถึงการติดตามผลลัพธ์ของ AI เพื่อให้ทุกการใช้งานเป็นไปตามมาตรฐานขององค์กร

ตัวอย่างการใช้งาน

องค์กรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย เช่น

  • สร้าง AI Agent สำหรับตอบคำถามด้านการเงินหรือจัดซื้อ
  • วิเคราะห์ข้อมูลยอดขายแบบเรียลไทม์
  • สร้าง Workflow อัตโนมัติระหว่างหลายระบบ
  • ช่วยคาดการณ์ความต้องการสินค้าและวางแผน Supply Chain
  • พัฒนา Business Application ที่มี AI เป็นผู้ช่วยในการทำงาน

เหมาะกับใคร

แพลตฟอร์มนี้เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการใช้งาน AI ในระดับ Enterprise โดยเฉพาะองค์กรที่มีข้อมูลจำนวนมาก ใช้งานทั้งระบบ SAP และ Non-SAP หรือต้องการสร้าง AI Agent ที่สามารถทำงานร่วมกับกระบวนการธุรกิจจริงได้อย่างปลอดภัยและมีการกำกับดูแล

สรุป

นี่คือแพลตฟอร์ม AI สำหรับองค์กรที่รวมการพัฒนา AI การเชื่อมต่อข้อมูล การสร้าง Business Context และการกำกับดูแลไว้ในที่เดียว ช่วยให้องค์กรสามารถสร้าง AI Agent และแอปพลิเคชันอัจฉริยะที่ทำงานบนข้อมูลธุรกิจจริง พร้อมเชื่อมต่อทั้ง SAP และ Non-SAP ได้อย่างปลอดภัย รองรับการขยายระบบในอนาคต และเป็นรากฐานสำคัญของการก้าวสู่ Autonomous Enterprise อย่างเต็มรูปแบบ

Source: SAP

Autonomous Enterprise คืออะไร? เมื่อ AI ถูกใช้ขับเคลื่อนธุรกิจ

โลกธุรกิจกำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ที่ AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยงาน แต่กลายเป็น “กำลังหลัก” ในการขับเคลื่อนองค์กรแบบ End-to-End และแนวคิดนี้ถูกเรียกว่า “Autonomous Enterprise”


ด้านผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง SAP ก็ได้ประกาศใช้แนวคิดนี้ไว้ภายในงาน SAP Sapphire 2026 เช่นกัน

I AM Consulting จึงขอพาไปสำรวจว่าระบบ ERP แห่งอนาคตนี้ จะมีหน้าตาและบทบาทต่อธุรกิจของคุณอย่างไร


Autonomous Enterprise คืออะไร?

Autonomous Enterprise คืออนาคตของธุรกิจ ที่มนุษย์ทำหน้าที่กำหนดทิศทาง ขณะที่ AI เป็นผู้ลงมือดำเนินการ โดยมีระบบกำกับดูแลควบคุมในทุกขั้นตอน

🔹Move work up the value chain

เริ่มต้นจาก “ผลลัพธ์” แทนที่จะยึดติดกับ “กระบวนการ” ด้วยการทำงานร่วมกับ AI เพื่อลดงานซ้ำ ๆ และเปิดโอกาสให้มนุษย์ใช้วิจารณญาณในจุดที่สร้างคุณค่าได้สูงที่สุด

🔹Run it all in real time

เปลี่ยนจากการรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ไปสู่การลงมือทำในสิ่งที่ควรเกิดขึ้นต่อไป ด้วยระบบ AI แบบรวมศูนย์ ที่เข้าใจทั้งกระบวนการทำงานและบริบทของแต่ละอุตสาหกรรม พร้อมปรับตัวได้แบบเรียลไทม์

🔹Build with total control

พัฒนา ใช้งาน จัดการ AI Agents และแอปพลิเคชันต่าง ๆ บนพื้นฐานที่มีระบบกำกับดูแลในตัว ทั้งด้านความปลอดภัย ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการควบคุมแบบ End-to-End


3 หัวใจสำคัญของ Autonomous Enterprise


💎 Joule Work

Workspace อัจฉริยะที่ทำงานตามเป้าหมายของผู้ใช้ โดยสามารถแสดงข้อมูลเชิงลึกที่เหมาะสม ช่วยทำงาน Routine แบบอัตโนมัติ และประสานการทำงานของ AI Agents ทั่วทั้งองค์กร

💎 Joule Assistants

AI Assistant ที่เข้าใจทั้งบริบทของกระบวนการทำงานและบทบาทของผู้ใช้งาน ทำงานเสมือนเพื่อนร่วมทีม คอยประสาน AI Agents และทำงานร่วมกับมนุษย์

💎 Joule Agents

AI Agents ที่เข้าถึงผ่าน Joule Assistants ออกแบบมาเพื่อดำเนินงานเฉพาะด้านที่มีหลายขั้นตอนอย่างแม่นยำ ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจและเพิ่มความรวดเร็วให้กับเวิร์กโฟลว์ทางธุรกิจ

ชุดโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งให้ Agents และ AI Assistants ทำงานด้านกระบวนการต่าง ๆ ขณะที่มนุษย์ทำหน้าที่กำกับทิศทางและประสิทธิภาพการดำเนินงาน

Financial Management
ยกระดับงานการเงินให้ทำงานได้อัตโนมัติมากยิ่งขึ้น ด้วย AI ที่ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนทางการเงิน การปิดงบ ไปจนถึง Treasury และ Compliance

Spend Management
ควบคุมการใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วย AI ที่พร้อมปรับปรุงงานด้าน Sourcing, Procurement, Contract Management และการชำระเงินให้คล่องตัวและต่อเนื่องกว่าเดิม

Supply Chain Management
ขับเคลื่อนซัพพลายเชนได้อย่างราบรื่น ด้วย AI ที่เพิ่มประสิทธิภาพตั้งแต่การวางแผน การผลิต โลจิสติกส์ ไปจนถึงการบริหารสินค้าคงคลังแบบต่อเนื่อง

Human Capital Management
สร้างองค์กรที่พร้อมสำหรับอนาคต ด้วย AI ที่ช่วยพัฒนากระบวนการสรรหา การพัฒนาทักษะ และการวางแผนกำลังคนอย่างต่อเนื่อง

Customer Experience
มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้าในทุกจุดสัมผัส ด้วย AI ที่ช่วยยกระดับการตลาด Commerce การขาย และงานบริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

Industry
เปิดใช้งานกระบวนการแบบ Autonomous ด้วย AI ที่สามารถดำเนินงานแบบ End-to-End ครอบคลุมในอุตสาหกรรมที่สำคัญต่อธุรกิจ

แพลตฟอร์มสำหรับสร้าง ปรับบริบท วิเคราะห์เหตุผล และกำกับดูแล AI Agents โดยผสานทั้งความเข้าใจเชิงลึกด้าน Business Process ข้อมูลแบบรวมศูนย์ และโมเดล AI ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจโดยเฉพาะ


Build

สร้าง AI Agents แอปพลิเคชัน และเวิร์กโฟลว์ที่ทำงานบนบริบททางธุรกิจจริง สามารถ Deploy ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่เพิ่มภาระด้าน Operations และเชื่อมต่อเข้ากับระบบต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย

Contextualise and Reason

เสริมให้ AI เข้าใจธุรกิจของคุณอย่างรอบด้าน ทั้งบริบทของข้อมูล ความรู้ด้านกระบวนการทำงาน และ Business Logic ที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ

Govern

ควบคุมทุกโครงการด้าน AI ให้มีความปลอดภัย สอดคล้องตาม Compliance และเชื่อมโยงกับเป้าหมายทางธุรกิจอยู่เสมอ ผ่านศูนย์กลางการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์



จากแนวคิด SAP Intelligent Enterprise ที่นำ AI เข้ามาช่วยให้องค์กรทำงานได้ฉลาดขึ้น วันนี้ SAP กำลังก้าวไปอีกขั้น สู่ “SAP Autonomous Enterprise”

ERP ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และสามารถช่วยลงมือ Execute กระบวนการต่าง ๆ โดยอัตโนมัติ ภายใต้การกำกับดูแลของมนุษย์

นี่จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มความสามารถของ AI แต่คือการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานขององค์กรครั้งใหญ่ ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการไปจนถึงระดับกลยุทธ์

เตรียมองค์กรให้พร้อมสู่อนาคตไปกับ I AM Consulting ทีมที่ปรึกษาชั้นนำของไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่พร้อมช่วยขับเคลื่อนองค์กรของคุณสู่การเติบโตในยุค AI

ช่องทางรายละเอียด
📱 Phone+662-026-3964
📧 Emailinfo@iamconsulting.co.th
🌐 Websitewww.iamconsulting.co.th

สรุป 4 เรื่องสำคัญจาก SAP SAPPHIRE 2026

SAP Sapphire 2026 คืออีเวนต์ใหญ่ประจำปีของ SAP ที่ใช้เปิดตัวเทคโนโลยี กลยุทธ์ และนวัตกรรมใหม่ ๆ ด้าน ERP, AI, Cloud และ Business Transformation สำหรับลูกค้าองค์กรทั่วโลก

ซึ่งวันที่ 12 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา ในงาน SAP Sapphire ณ เมืองออร์แลนโด สหรัฐอเมริกา ได้เปิดตัวทิศทางใหม่ของ SAP ที่อาจเปลี่ยนภาพ ERP ที่คุ้นเคยไปตลอดกาล และ I AM Consulting สรุป 4 เรื่องสำคัญจากงานนี้มาให้แล้ว!


SAP ประกาศชัดเจนว่า Joule ซึ่งเดิมทำหน้าที่เป็น “copilot” หรือตัวช่วยตอบคำถาม จะก้าวขึ้นมาเป็น Autonomous Agent ที่สามารถรัน business process ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ


1) SAP Business AI Platform : การรวม 3 แพลตฟอร์มเป็นหนึ่งเดียว สร้างรากฐานใหม่ของ Autonomous Enterprise

SAP ประกาศควบรวม BTP (Business Technology Platform), Business Data Cloud (BDC) และ Business AI เข้าเป็นแพลตฟอร์มเดียว เรียกว่า SAP Business AI Platform

สิ่งที่น่าสนใจคือสิ่งที่เรียกว่า SAP Knowledge Graph

การสร้าง “แผนที่” ของ business entity, process และความสัมพันธ์ทั้งหมดใน SAP landscape ของลูกค้า ทำให้ AI agent ไม่ได้ทำงานกับข้อมูลดิบ แต่เข้าใจบริบทว่าข้อมูลนั้นหมายความว่าอะไรในแง่ธุรกิจ

พร้อมกันนี้ SAP ยังเปิดตัว Joule Studio

เครื่องมือสำหรับสร้าง AI Agent บนระบบ SAP รองรับทั้งแบบ no-code สำหรับทีม Business และ pro-code สำหรับนักพัฒนา


2) SAP Autonomous Suite : AI ที่รัน Business Process จบได้เองตั้งแต่ต้น

50+ Joule Assistants ใน 5 สายงานหลัก

SAP เปิดตัว Joule Assistants มากกว่า 50 ตัว ครอบคลุมทุกส่วนงานหลักขององค์กร ได้แก่ Finance, Supply Chain, Procurement, Human Capital Management และ Customer Experience โดยแต่ละ Assistant จะประสาน agent ย่อยกว่า 200 ตัวเพื่อทำงานจนครบทุกขั้นตอน

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ Autonomous Close Assistant ที่ออกแบบมาสำหรับทีมบัญชีโดยเฉพาะ กระบวนการปิดบัญชีที่ปกติใช้เวลาหลายสัปดาห์จะถูกย่อให้สั้นลงเหลือเพียงไม่กี่วัน โดย AI จะทำงานครบวงจรตั้งแต่บันทึก journal entries, reconciliation, แก้ไข error จนถึงปิดบัญชี โดยไม่ต้องรอให้คน มานั่งทำทุกขั้นตอน

Industry AI — AI เฉพาะอุตสาหกรรม 7 กลุ่ม

SAP เปิดตัว Industry AI ขยายความสามารถไปยังอุตสาหกรรมเฉพาะทาง 7 กลุ่ม ซึ่งฝัง process logic, data model และข้อกำหนดด้านกฎระเบียบเฉพาะอุตสาหกรรมเข้าไปใน AI agent โดยตรง ตัวอย่างที่ SAP นำเสนอในงานคือการทำงานร่วมกับ RWE บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่จากยุโรป ในการลดเวลาการหยุดทำงานที่ไม่ได้วางแผนของกังหันลมนอกชายฝั่ง ด้วย Autonomous Asset Management ที่ให้ AI วิเคราะห์ข้อมูลจากอุบัติการณ์ในอดีตและสร้าง work order พร้อม solution ที่พิสูจน์แล้วจากสถานที่อื่น ๆ โดยอัตโนมัติ


3) Joule Work — UX ใหม่ที่เปลี่ยนวิธีทำงานกับ SAP

SAP เปิดตัว Joule Work ซึ่งเป็นการออกแบบ UX ใหม่ทั้งหมด แทนที่ผู้ใช้จะต้องนำทางผ่านหลาย application และกรอกข้อมูลในหลายหน้าจอ ผู้ใช้จะบอก “ผลลัพธ์ที่ต้องการ” กับ Joule แล้ว Joule จะจัดการเลือก workflow, ข้อมูล และ agent ที่เหมาะสมให้เองทั้งหมด

Joule Work จะทำงานแบบ proactive สามารถนำเสนอ insight ที่เกี่ยวข้องและทำงาน routine ในเบื้องหลัง โดยรองรับทั้ง desktop, mobile และ voice ทั้งบนระบบ SAP และ non-SAP


4) STRATEGIC PARTNERSHIPS : Anthropic (Claude) เป็น AI Foundation Model อย่างเป็นทางการ

SAP เลือก Anthropic ให้ Claude เป็น foundation model สำหรับ Joule Agent ครอบคลุม HR, Procurement และ Supply Chain ซึ่งถือเป็น partnership ที่สำคัญที่สุดในงาน

พันธมิตรด้าน Platform และ Suite

นอกจาก Anthropic ยังมีพันธมิตรด้านแพลตฟอร์มอีกหลายราย ได้แก่

– Amazon Web Services สำหรับ zero-copy data integration ระหว่าง SAP Business Data Cloud กับ Amazon Athena

– Google Cloud และ Microsoft สำหรับ bidirectional agent interoperability

– Mistral AI และ Cohere สำหรับ sovereign model options บน SAP infrastructure

– n8n สำหรับ visual AI workflow orchestration ภายใน Joule Studio

– NVIDIA ที่ดูแล secure runtime ของ Joule Studio

– Parloa ที่นำ AI agent เข้าสู่ SAP Service Cloud


องค์กรไทยควรเตรียมตัวอย่างไร?

สำหรับองค์กรที่ยังใช้ SAP ECC

SAP ไม่ได้ปิดกั้น ECC และ S/4HANA on-premise ออกจาก AI ทั้งหมด แต่การเข้าถึงจะเป็นแบบจำกัดและต้องยืนยันแผนการย้ายสู่ Cloud ERP ก่อน

สำหรับองค์กรที่ใช้ RISE with SAP หรือ SAP GROW

ระบบพร้อมแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการวางแผน AI Activation Roadmap ว่าจะเริ่ม deploy Joule Assistants ใน process ไหนก่อน โดยควรเลือก use case ที่ให้ ROI ชัดเจนและวัดผลได้ เช่น Financial Close หรือ Procurement Automation


SAP กำลังเปลี่ยนนิยาม ERP ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 50 ปี

SAP Sapphire 2026 ไม่ใช่แค่การประกาศ feature ใหม่ประจำปี แต่เป็นการประกาศทิศทางว่า ERP ยุคหน้าคือระบบที่รัน business process ได้จริงโดยไม่ต้องให้มนุษย์ควบคุมทุกขั้นตอน หากอยากรู้ว่าองค์กรของคุณพร้อมรับ SAP AI แค่ไหน และควรเริ่มจากตรงไหน? ทีมผู้เชี่ยวชาญของ I AM Consulting ทีมที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมให้คำปรึกษา

ช่องทางรายละเอียด
📱 Phone+662-026-3964
📧 Emailinfo@iamconsulting.co.th
🌐 Websitewww.iamconsulting.co.th

SUPALAI – SAP Analytics Cloud & SAP Datasphere Project Go-Live

Supalai ผู้นำอสังหาฯ และผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมริมทางรถไฟฟ้ารายแรกของไทย เดินหน้าเริ่มต้นใช้งานระบบ SAP Analytics Cloud และ SAP Datasphere อย่างเป็นทางการ

หลังจากประสบความสำเร็จในการใช้งาน SAP RISE (SAP S/4HANA Cloud Private Edition) ศุภาลัยได้ยกระดับ ศูนย์กลางข้อมูลขององค์กร พร้อม Real-time Analytics และ Intelligent Dashboard ที่ช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นภาพรวมธุรกิจได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว

อีกหนึ่งก้าวสำคัญของการผสาน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เข้ากับพลังของ Data และ AI เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารธุรกิจ และขับเคลื่อนองค์กรสู่การตัดสินใจที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น พร้อมส่งต่อคุณค่าของ “บ้านที่คิดจากชีวิตจริง” ให้ตอบโจทย์ผู้คนในทุกมิติของการอยู่อาศัย

ติดต่อ-สอบถาม I AM Consulting

☎️ 02-026-3964

💌 E-mail : info@iamconsulting.co.th

💚 LINE@ : https://cutt.ly/iamline

#IAMConsulting#SAP#SAC

#Empowerthenext#Supalai

#WhenIAMpromisesIAMdelivers

AI จะดีได้ ถ้า Data ดี สร้างฐานข้อมูลคุณภาพด้วย SAP Datasphere และ SAP Analytics Cloud

SAP Datasphere ช่วยรวบรวมและจัดการข้อมูลจากหลายแหล่ง เมื่อผสานการทำงานของ SAP Analytics Cloud (SAC) ที่วิเคราะห์ วางแผน และพยากรณ์ข้อมูลบนคลาวด์ จะช่วยให้องค์กรตัดสินใจทางธุรกิจได้แม่นยำและรวดเร็ว ซึ่งทั้ง 2 เครื่องมือนี้ สามารถใช้ร่วมกันอย่างครบวงจรได้ บน SAP Business Data Cloud


นาทีนี้ไม่มีองค์กรใดที่สามารถละเลยเรื่องของ AI ได้ นับเป็นเทคโนโลยีที่มาเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนธุรกิจ ทุกคนต่างคาดหวังกับผลลัพท์อันน่าทึ่ง แต่สิ่งที่มักถูกมองข้ามไป คือ คุณภาพของข้อมูล (Data Quality) เพราะ AI จะดีได้ ก็ต่อเมื่อข้อมูลที่ป้อนเข้าไป ดีพอ และนั่นคือที่มาของ 2 เครื่องมือสำคัญ SAP Analytics Cloud (SAC) และ SAP Datasphere จาก SAP


SAP Datasphere คืออะไร ?


คือ เครื่องมือที่ช่วย “เชื่อมต่อ” ข้อมูล ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลทุกคนสามารถ เข้าถึง จัดการ และใช้งาน ข้อมูลทางธุรกิจจากหลายแหล่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในยุคที่ข้อมูลอยู่อยู่คนละระบบและกระจัดกระจาย ทั้ง On-Premises และ On Cloud


เรียกได้ว่าเป็น SAP Data Warehouse Cloud เจเนอเรชันใหม่ ที่ถูกพัฒนาบน SAP Business Technology Platform (BTP) มีความสามารถในการรักษาความปลอดภัยระดับองค์กรที่แข็งแกร่ง ทั้งความปลอดภัยของฐานข้อมูล การเข้ารหัส และการกำกับดูแล


ความสามารถของ SAP Datasphere

  • การรวมข้อมูล (Data Integration)
  • การจัดระเบียบข้อมูล (Data Cataloguing)
  • การสร้างแบบจำลองเชิงความหมาย (Semantic Modelling)
  • การจัดเก็บข้อมูลเชิงวิเคราะห์ (Data Warehousing)
  • การจำลองข้อมูลเสมือนจริง (Data Virtualization)


แต่การจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น องค์กรจำเป็นต้องนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์และต่อยอดเชิงกลยุทธ์ จึงจะสามารถสร้างคุณค่าและประโยชน์สูงสุดจากข้อมูลได้อย่างแท้จริง และ SAP Analytics Cloud คือคำตอบ


SAP Analytics Cloud คืออะไร ?

คือ โซลูชันที่รวมความสามารถด้านการวิเคราะห์ขั้นสูง (Advanced Analytics) และการวางแผนทางธุรกิจ (Planning) เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถปลดล็อกศักยภาพสูงสุดจากการลงทุนทำระบบและข้อมูลที่มี


สิ่งที่ทำให้ SAP Analytics Cloud แตกต่างจากโซลูชันวิเคราะห์ข้อมูลบนคลาวด์อื่น ๆ ?

1. ผสานกับ AI ที่เชื่อถือได้

ใช้ Generative AI เพื่อช่วยทำรายงานอัตโนมัติ ค้นหา Insight เชิงลึก และสนับสนุนการสร้างรวมถึงพัฒนาแผนธุรกิจ ผ่าน Joule Copilot สามารถค้นหา Insight เข้าถึงคำตอบที่ถูกต้องและรวดเร็วจากข้อมูลได้ทันที เพียงตั้งคำถามด้วยภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

2. มีฟีเจอร์ด้าน Business Intelligence

ส่งมอบแดชบอร์ดและรายงานได้อย่างรวดเร็ว ด้วย Business Content ที่พร้อมใช้งาน เช่น KPI, โมเดล และ Data Flow ที่ออกแบบมาเฉพาะตามอุตสาหกรรมหรือสายงาน ตั้งแต่การบริหารค่าใช้จ่ายไปจนถึงการจัดการทรัพยากรบุคคล

3. สร้างการวิเคราะห์ขั้นสูง (Advanced Analytics) ได้ครบวงจร

ลดกำแพงการทำงานแบบไซโลระหว่างฝ่ายวางแผน ด้วยเครื่องมือเดียวที่ครอบคลุมการเตรียมข้อมูล การสร้างโมเดล การวางแผน และการวิเคราะห์ พร้อมการเชื่อมต่อกับ SAP Datasphere สร้างข้อมูลเชิงลึกอัตโนมัติ พร้อมรองรับการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ด้วยประสิทธิภาพสูง

องค์กรของคุณพร้อมแล้วหรือยังที่จะพัฒนา “คุณภาพของข้อมูล” เพื่อ “นำข้อมูลไปใช้ให้เกิดคุณค่าเชิงธุรกิจ”




FAQ คำถามถามบ่อย


Q: SAP Datasphere กับ SAP Analytics Cloud ยังมีให้ใช้งานอยู่ไหม?

A: ปัจจุบัน SAP นำเสนอเป็น Single Solution ที่บริหารจัดการเรื่องเกี่ยวกับข้อมูลทั้งหมดใน SAP ในชื่อว่า SAP Business Data Cloud


Q: SAP Business Data Cloud คืออะไร?

A: SAP Business Data Cloud คือ โซลูชัน Software as a Service (SaaS) แบบ fully managed ที่ช่วยรวมศูนย์และกำกับดูแลข้อมูลทั้งหมดจากระบบ SAP พร้อมเชื่อมต่อกับข้อมูลจาก third-party ได้อย่างไร้รอยต่อ

โดยรวมความสามารถอันแข็งแกร่งของ SAP Datasphere และ SAP Analytics Cloud เข้าไว้ด้วยกัน รวมถึงความสามารถในการเชื่อมต่อกับ AI ต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Data Bricks, Snow Flake สามารถเชื่อมและปรับข้อมูลทั้งหมดให้สอดคล้องกัน เพื่อรองรับการวางแผนและการวิเคราะห์เชิงลึก เช่น การวางแผนทางการเงิน การวางแผนกำลังคน และอื่น ๆ


Q: SAP Analytics Cloud แตกต่างจากโซลูชัน Cloud Analytics อื่นยังไง?

A:

  • ทำได้ทั้งวิเคราะห์ และ วางแผน ในโซลูชันเดียว
  • มี best-practice จากทุกอุตสาหกรรม จึงมีแพทเทิร์นสำเร็จรูปมากกว่า 100 แพ็กเกจ
  • มีเทคโนโลยีขั้นสูง สามารถสร้าง insight ได้อัตโนมัติ หรือ พัฒนา analytics apps เฉพาะทางได้รวดเร็ว
  • มีฟังก์ชั่นการทำ Enterprise Planning ที่จะช่วยให้การวางแผนในองกรณ์มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะสามารถใช้งานข้อมูลจากระบบ SAP ได้อย่าง Seamless


Q: SAP Analytics Cloud เชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลข้างนอกได้ไหม?

A: เชื่อมต่อผ่าน Datasphere ซึ่งรองรับได้ทั้ง on-premises และ on-cloud ทั้งของ SAP เอง รวมถึง Consolidation, SQL, OData, Google BigQuery และอื่น ๆ อีกมากมาย



I AM Consulting พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ที่ช่วยองค์กรวางรากฐานด้าน Data & Analytics อย่างครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างข้อมูล การเชื่อมต่อระบบ SAP และ Non-SAP ไปจนถึงการนำ AI และ Analytics มาใช้งานจริงให้ตอบโจทย์ธุรกิจ


เพราะการตัดสินใจที่ดี เริ่มต้นจากข้อมูลที่ถูกต้อง
และข้อมูลที่ถูกต้อง ต้องถูกออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจธุรกิจอย่างแท้จริง


ติดต่อ-สอบถาม I AM Consulting

เบอร์ : 02-026-3964
E-mail : info@iamconsulting.co.th
LINE@ : https://cutt.ly/iamline

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.