SAP Sapphire 2026 คืออีเวนต์ใหญ่ประจำปีของ SAP ที่ใช้เปิดตัวเทคโนโลยี กลยุทธ์ และนวัตกรรมใหม่ ๆ ด้าน ERP, AI, Cloud และ Business Transformation สำหรับลูกค้าองค์กรทั่วโลก
ซึ่งวันที่ 12 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา ในงาน SAP Sapphire ณ เมืองออร์แลนโด สหรัฐอเมริกา ได้เปิดตัวทิศทางใหม่ของ SAP ที่อาจเปลี่ยนภาพ ERP ที่คุ้นเคยไปตลอดกาล และ I AM Consulting สรุป 4 เรื่องสำคัญจากงานนี้มาให้แล้ว!

SAP ประกาศชัดเจนว่า Joule ซึ่งเดิมทำหน้าที่เป็น “copilot” หรือตัวช่วยตอบคำถาม จะก้าวขึ้นมาเป็น Autonomous Agent ที่สามารถรัน business process ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ
1) SAP Business AI Platform : การรวม 3 แพลตฟอร์มเป็นหนึ่งเดียว สร้างรากฐานใหม่ของ Autonomous Enterprise
SAP ประกาศควบรวม BTP (Business Technology Platform), Business Data Cloud (BDC) และ Business AI เข้าเป็นแพลตฟอร์มเดียว เรียกว่า SAP Business AI Platform
สิ่งที่น่าสนใจคือสิ่งที่เรียกว่า SAP Knowledge Graph
การสร้าง “แผนที่” ของ business entity, process และความสัมพันธ์ทั้งหมดใน SAP landscape ของลูกค้า ทำให้ AI agent ไม่ได้ทำงานกับข้อมูลดิบ แต่เข้าใจบริบทว่าข้อมูลนั้นหมายความว่าอะไรในแง่ธุรกิจ
พร้อมกันนี้ SAP ยังเปิดตัว Joule Studio
เครื่องมือสำหรับสร้าง AI Agent บนระบบ SAP รองรับทั้งแบบ no-code สำหรับทีม Business และ pro-code สำหรับนักพัฒนา
2) SAP Autonomous Suite : AI ที่รัน Business Process จบได้เองตั้งแต่ต้น
50+ Joule Assistants ใน 5 สายงานหลัก
SAP เปิดตัว Joule Assistants มากกว่า 50 ตัว ครอบคลุมทุกส่วนงานหลักขององค์กร ได้แก่ Finance, Supply Chain, Procurement, Human Capital Management และ Customer Experience โดยแต่ละ Assistant จะประสาน agent ย่อยกว่า 200 ตัวเพื่อทำงานจนครบทุกขั้นตอน
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ Autonomous Close Assistant ที่ออกแบบมาสำหรับทีมบัญชีโดยเฉพาะ กระบวนการปิดบัญชีที่ปกติใช้เวลาหลายสัปดาห์จะถูกย่อให้สั้นลงเหลือเพียงไม่กี่วัน โดย AI จะทำงานครบวงจรตั้งแต่บันทึก journal entries, reconciliation, แก้ไข error จนถึงปิดบัญชี โดยไม่ต้องรอให้คน มานั่งทำทุกขั้นตอน
Industry AI — AI เฉพาะอุตสาหกรรม 7 กลุ่ม
SAP เปิดตัว Industry AI ขยายความสามารถไปยังอุตสาหกรรมเฉพาะทาง 7 กลุ่ม ซึ่งฝัง process logic, data model และข้อกำหนดด้านกฎระเบียบเฉพาะอุตสาหกรรมเข้าไปใน AI agent โดยตรง ตัวอย่างที่ SAP นำเสนอในงานคือการทำงานร่วมกับ RWE บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่จากยุโรป ในการลดเวลาการหยุดทำงานที่ไม่ได้วางแผนของกังหันลมนอกชายฝั่ง ด้วย Autonomous Asset Management ที่ให้ AI วิเคราะห์ข้อมูลจากอุบัติการณ์ในอดีตและสร้าง work order พร้อม solution ที่พิสูจน์แล้วจากสถานที่อื่น ๆ โดยอัตโนมัติ
3) Joule Work — UX ใหม่ที่เปลี่ยนวิธีทำงานกับ SAP
SAP เปิดตัว Joule Work ซึ่งเป็นการออกแบบ UX ใหม่ทั้งหมด แทนที่ผู้ใช้จะต้องนำทางผ่านหลาย application และกรอกข้อมูลในหลายหน้าจอ ผู้ใช้จะบอก “ผลลัพธ์ที่ต้องการ” กับ Joule แล้ว Joule จะจัดการเลือก workflow, ข้อมูล และ agent ที่เหมาะสมให้เองทั้งหมด
Joule Work จะทำงานแบบ proactive สามารถนำเสนอ insight ที่เกี่ยวข้องและทำงาน routine ในเบื้องหลัง โดยรองรับทั้ง desktop, mobile และ voice ทั้งบนระบบ SAP และ non-SAP
4) STRATEGIC PARTNERSHIPS : Anthropic (Claude) เป็น AI Foundation Model อย่างเป็นทางการ
SAP เลือก Anthropic ให้ Claude เป็น foundation model สำหรับ Joule Agent ครอบคลุม HR, Procurement และ Supply Chain ซึ่งถือเป็น partnership ที่สำคัญที่สุดในงาน
พันธมิตรด้าน Platform และ Suite
นอกจาก Anthropic ยังมีพันธมิตรด้านแพลตฟอร์มอีกหลายราย ได้แก่
– Amazon Web Services สำหรับ zero-copy data integration ระหว่าง SAP Business Data Cloud กับ Amazon Athena
– Google Cloud และ Microsoft สำหรับ bidirectional agent interoperability
– Mistral AI และ Cohere สำหรับ sovereign model options บน SAP infrastructure
– n8n สำหรับ visual AI workflow orchestration ภายใน Joule Studio
– NVIDIA ที่ดูแล secure runtime ของ Joule Studio
– Parloa ที่นำ AI agent เข้าสู่ SAP Service Cloud
องค์กรไทยควรเตรียมตัวอย่างไร?
สำหรับองค์กรที่ยังใช้ SAP ECC
SAP ไม่ได้ปิดกั้น ECC และ S/4HANA on-premise ออกจาก AI ทั้งหมด แต่การเข้าถึงจะเป็นแบบจำกัดและต้องยืนยันแผนการย้ายสู่ Cloud ERP ก่อน
สำหรับองค์กรที่ใช้ RISE with SAP หรือ SAP GROW
ระบบพร้อมแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการวางแผน AI Activation Roadmap ว่าจะเริ่ม deploy Joule Assistants ใน process ไหนก่อน โดยควรเลือก use case ที่ให้ ROI ชัดเจนและวัดผลได้ เช่น Financial Close หรือ Procurement Automation
SAP กำลังเปลี่ยนนิยาม ERP ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 50 ปี
SAP Sapphire 2026 ไม่ใช่แค่การประกาศ feature ใหม่ประจำปี แต่เป็นการประกาศทิศทางว่า ERP ยุคหน้าคือระบบที่รัน business process ได้จริงโดยไม่ต้องให้มนุษย์ควบคุมทุกขั้นตอน หากอยากรู้ว่าองค์กรของคุณพร้อมรับ SAP AI แค่ไหน และควรเริ่มจากตรงไหน? ทีมผู้เชี่ยวชาญของ I AM Consulting ทีมที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมให้คำปรึกษา
| ช่องทาง | รายละเอียด |
| 📱 Phone | +662-026-3964 |
| info@iamconsulting.co.th | |
| 🌐 Website | www.iamconsulting.co.th |

