กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. RISE WITH SAP และ iZign Digital Signature Project Go-Live

ขอแสดงความยินดีกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่เดินหน้าก้าวสำคัญสู่การเปลี่ยนผ่านยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ กับการเริ่มต้นใช้งาน RISE with SAP และ iZign Digital Signature อย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการภายในองค์กรให้ โปร่งใส คล่องตัว และตอบโจทย์มาตรฐานสากลในยุค Digital Government

 

โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์แห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับ กสศ. ในการบริหารจัดการข้อมูลได้ครบทุกมิติ ตั้งแต่การเงิน การบัญชี การจัดซื้อจัดจ้าง งบประมาณ ไปจนถึงการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยผสานเทคโนโลยี AI และ Analytics เข้ากับทุกกระบวนการทางธุรกิจ รวมถึงระบบ เอกสารอิเล็กทรอนิกส์และลายมือชื่อดิจิทัล ที่ช่วยให้ทุกขั้นตอนดำเนินไปอย่าง รวดเร็ว ปลอดภัย ไร้กระดาษ (Paperless) และตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส

 

วันนี้ กสศ. ไม่ได้พร้อมแค่เพียงเทคโนโลยีเท่านั้น แต่พร้อมเป็น “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ในฐานะองค์กรที่สร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา ที่มุ่งยกระดับเทคโนโลยี ผ่านการเปิดโลกแห่งความเป็นไปได้ให้เด็กไทยทุกคนได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ พร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต และสานต่อภารกิจเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

 

ขอขอบคุณ กสศ. สำหรับความไว้วางใจและโอกาสให้ I AM Consulting เป็นพาร์ตเนอร์ทุกการเดินทางด้านดิจิทัล เราพร้อมเดินเคียงข้างในการสร้างอนาคตการศึกษาไทยให้ก้าวไกลและมั่นคง

 

ติดต่อ-สอบถาม I AM Consulting

Tel : 02-026-3964

E-mail : info@iamconsulting.co.th

LINE@ : https://cutt.ly/iamline

.

#IAMConsulting #EEF #กสศ

#SAP #SuccessFactors #Golive

#Empowerthenext

#WhenIAMpromisesIAMdelivers

I AM Consulting เปิดฉากเกมใหม่ พลิกธุรกิจไทยสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ ในงาน Digital Night 2025 ณ ระยอง

I AM Consulting ได้รับเชิญเข้าร่วมงาน Digital Night 2025 ที่จัดขึ้นโดย DEPA ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาคุณภาพภายใต้โครงการบัญชีบริการดิจิทัล และได้ร่วมนำเสนอโซลูชันดิจิทัลที่ได้รับมาตรฐาน dSURE เพื่อขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการทั่วประเทศได้เข้าถึงเทคโนโลยีสำหรับการเปลี่ยนผ่านนี้


คุณจิตริน วิโรจน์สายลี ผู้ช่วยผู้อำนวยการและ Team Lead ด้านระบบภาษีและเอกสารอิเล็กทรอนิกส์จาก I AM Consulting ขึ้นเวทีแนะนำโซลูชันที่พร้อม “ยกระดับธุรกิจ” ให้พร้อมชนทุกความเปลี่ยนแปลง อย่าง… 


SAP S/4HANA Thailand Localization ระบบ Cloud ERP ระดับโลก ใน version ที่ปรับให้เหมาะสมยิ่งขึ้นกับบริบทของธุรกิจไทย เชื่อมต่อได้ทุกระบบ รองรับการขยายต่อในอนาคต มีความเสถียรสูง ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ช่วยให้ธุรกิจ “เห็นภาพรวม” อย่างแม่นยำ และ “ตัดสินใจได้เร็ว” บนข้อมูลที่เชื่อถือได้ 


ต่อด้วย iZign Digital Signature ระบบลงนามดิจิทัลที่มาพร้อมความปลอดภัยระดับสูงสุด ด้วยเทคโนโลยี PKI สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ ทุกมาตรา  รองรับการลงนามทุกรูปแบบและบนทุกอุปกรณ์ ก้าวสู่โลกการทำสัญญาที่ไร้กระดาษแบบมั่นใจยิ่งขึ้น 


ปิดท้ายด้วยไฮไลท์สำคัญอย่างระบบ EZTax e-Tax & e-Receipt แพลตฟอร์ม e-Tax ที่มียอดนำส่งใบกำกับภาษีให้กับกรมสรรพากรสูงที่สุดในประเทศไทยกว่า 1,000 ล้านธุรกรรม รองรับตั้งแต่การออกเอกสาร จัดเก็บ และนำส่งข้อมูลกรมสรรพากร พร้อมบริการที่ปรึกษาเชื่อมต่อกับระบบ ERP โปรแกรมบัญชี รวมถึง Vendor Portal ต่าง ๆ ได้หลากหลาย จัดเก็บข้อมูลบน Cloud ชั้นนำระดับโลกที่มีความปลอดภัยสูงสุด พร้อมระบบตรวจสอบ สืบค้นย้อนหลัง ลดงานซ้ำซ้อน ลดข้อผิดพลาด และพร้อมยกระดับทุกขั้นตอนสู่มาตรฐานใหม่  


ทั้งสามโซลูชันของไอแอม ผ่านการรับรองมาตรฐาน dSURE by DEPA ที่ไม่เพียงการันตีคุณภาพระดับสูง แต่ยังหมายถึงการเป็นผู้ให้บริการที่ผ่านเกณฑ์ สำหรับการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI สำหรับองค์กรที่ต้องการอีกด้วย 

 

สนใจโซลูชันสามารถติดต่อ-สอบถามรายละเอียด  

Website : https://www.iamconsulting.co.th/product/eztaxlite  

Tel : 02-026-3964  

E-mail : info@iamconsulting.co.th  

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1  

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) – Project Kickoff

I AM Consulting ภูมิใจที่ได้เป็นที่ปรึกษาให้กับ กสศ.ในการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กร (ERP) และระบบการอนุมัติเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความคล่องตัวขององค์กร 
 

โครงการนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับขีดความสามารถของ กสศ. ในการบริหารจัดการข้อมูลที่ครอบคลุมทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น ระบบการเงิน การบัญชี การจัดซื้อจัดจ้าง งบประมาณ การบริหารทรัพยากรบุคคล รวมถึง ระบบจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form) และระบบลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature) เพื่อสร้างความสมบูรณ์แบบในทุกกระบวนการทำงาน ตอบสนองต่อมาตรฐานการบัญชีไทย ประมวลรัษฎากร และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างครบครัน  

 

ด้วย RISE with SAP ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) และ iZign ระบบการอนุมัติเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ทันสมัยและเหมาะกับองค์กรยุคดิจิทัล โครงการนี้ไม่เพียงช่วยให้ กสศ. ปฏิบัติงานได้อย่างราบรื่น แต่ยังส่งเสริมการตัดสินใจที่แม่นยำและการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด นำไปสู่การบริหารงานที่โปร่งใสและเป็นระบบ พร้อมก้าวทันโลกเทคโนโลยีในอนาคต 

 

I AM Consulting ขอขอบคุณ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา สำหรับความไว้วางใจในครั้งนี้ เราพร้อมเดินเคียงข้างในทุกก้าวของการเปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้เป้าหมายอันยิ่งใหญ่ของ กสศ. เป็นจริง และสร้างอนาคตการศึกษาที่เสมอภาคและยั่งยืนให้กับประเทศไทย 

 

จุดเริ่มต้นของความสำเร็จที่มากกว่าการพัฒนาระบบ แต่คือการสร้างคุณค่าให้กับสังคมไทยทั้งในวันนี้และอนาคต! 

 

ติดต่อ-สอบถาม I AM Consulting

Tel : 02-026-3964
E-mail : info@iamconsulting.co.th
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

#IAMconsulting #EEF #กสศ
#กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
#SAP #S4HANA
#RISEWITHSAP #iZign 
#whenIAMpromisesIAMdelivers

ทำไมองค์กรของคุณต้องเริ่มทำระบบ iZign ก่อนใคร

ในยุคดิจิทัลที่ธุรกรรมออนไลน์กลายเป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ทำอะไร ก็ทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้สะดวก รวดเร็วมากยิ่งขึ้น แต่ความสะดวกสบายนี้ก็มาพร้อมปัญหาและความปวดหัวได้เหมือนกัน ยิ่งในปัจจุบันที่โลกออนไลน์เต็มไปด้วยเหล่ามิจฉาชีพ การทำธุรกรรมต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เราจำเป็นต้องลงนามเพื่อเป็นหลักฐาน ควรเลือกใช้เครื่องมือในการลงนามดิจิทัลที่ปลอดภัยสูงสุด เพื่อยืนยันการเป็นเจ้าของธุรกรรม ป้องกันข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล หรือการแอบอ้างนำชื่อเราไปใช้ในการทำธุรกรรมได้


I AM Consulting จึงได้คิดและพัฒนา iZign ระบบลงนามดิจิทัล (Digital Signature) ที่เชื่อถือได้และมีความปลอดภัยสูงสุด ช่วยยืนยันตัวตนผู้ลงนาม ป้องกันการปลอมแปลงเอกสาร และสร้างความมั่นใจในธุรกรรมออนไลน์ได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้องค์กรของคุณก้าวล้ำนำหน้าคู่แข่ง ปลดล็อกศักยภาพสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ


แล้วทำไมองค์กรของคุณถึงต้องเริ่มทำระบบ iZign ก่อนใคร
 

  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน


    การลงนามหรือเซ็นเอกสารผ่านระบบ iZign จะทำให้คุณลืมการเซ็นเอกสารแบบเดิม ๆ ที่ต้องคอยส่งเอกสารไป-กลับ หรือต้องนัดหมายเวลา เสียเวลาเดินทาง เพื่อมาเซ็นเอกสารร่วมกัน แต่ iZign ช่วยให้การเซ็นเอกสารมีความสะดวก รวดเร็ว และง่ายดายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ทำอะไร เวลาใด ก็เซ็นเอกสารได้ทุกที่ทุกเวลา Smooth ทุกการใช้งาน


  • ยกระดับความปลอดภัยของเอกสารและข้อมูลส่วนตัว


    iZign มาพร้อมมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดด้วยเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานกุญแจสาธารณะ Public Key Infrastructure (PKI) ที่ต้องทำการเข้ารหัสและยืนยันตัวตนก่อนการลงนามทุกครั้ง เพื่อป้องกันการปลอมแปลง แก้ไข หรือลักลอบการเข้าถึงลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์หรือลายเซ็นดิจิตอล โดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งระบบจะรับรองความถูกต้องของการลงนามอย่างสมบูรณ์ด้วย Enterprise Certificate มั่นใจได้ว่าข้อมูลของคุณจะปลอดภัย ไม่รั่วไหล จากภัยคุกคามทางไซเบอร์หรือบุคคลอื่น


  • สร้างความมั่นใจ พร้อมเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้องค์กร


    การเริ่มต้นใช้ระบบ iZign ก่อนองค์กรอื่น ๆ ช่วยให้เราเป็นผู้นำในการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สร้างความแตกต่างและเปลี่ยนแปลงวิถีการทำงานของธุรกิจในอนาคต ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและพาร์ทเนอร์ที่เกี่ยวข้องในการทำธุรกรรมออนไลน์ต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจ อีกทั้งยังลดความเสี่ยงที่จะเกิดการฉ้อโกงได้อีกด้วย เอกสารที่ลงนามด้วย iZign ถือเป็นเอกสารที่มีความถูกต้องสมบูรณ์ เชื่อถือได้ตามกฎหมาย ดังนั้นหากมีการปลอมแปลงหรือฟ้องร้องใดๆ การพิสูจน์ความถูกต้องของการลงนาม จะเป็นความรับผิดชอบของอีกฝ่ายหนึ่ง


  • รองรับความหลากหลาย


    iZign ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความหลากหลายของธุรกิจและเอกสารหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีการจัดการเอกสารจำนวนมากหรือธุรกิจขนาดเล็กที่มีความต้อง การเซ็นเอกสารเพียงเล็กน้อย และไม่ว่าจะเป็นสัญญา ข้อตกลง รวมถึงเอกสาร เพื่อการลงนามอนุมัติต่าง ๆ ได้อีกด้วย ซึ่ง iZign มีความยืดหยุ่นที่สามารถปรับเข้ากับการใช้งานของทุกองค์กรได้เป็นอย่างดี


  • ลดการใช้กระดาษ ประหยัดพื้นที่การจัดเก็บเอกสาร


    การลดการใช้กระดาษเป็นหนึ่งในเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนที่หลายองค์กรมุ่งเน้น เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ การเซ็นเอกสารผ่านระบบ iZign ช่วยลดการใช้กระดาษ หมึกพิมพ์ ได้อย่างมหาศาล ไม่เพียงช่วยประหยัดทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังช่วยลดพื้นที่การจัดเก็บเอกสารแบบกระดาษที่เสี่ยงต่อการสูญหายอีกด้วย เพราะเอกสารทั้งหมดจะถูกเก็บไว้บนระบบคลาวด์ขององค์กรอย่างปลอดภัย ง่ายต่อการค้นหาและกู้คืน แต่ยากต่อการโจรกรรม                                                                                


 

จะเห็นได้ว่า iZign ก้าวข้ามขีดจำกัดของการเซ็นเอกสารแบบเดิม ๆ ให้คุณได้มากกว่าแค่ระบบลงนามดิจิทัล แต่เป็นเสมือนบรรณารักษ์ที่คอยรักษาความปลอดภัยของเอกสารในคลังให้สมบูรณ์ถูกต้องอยู่เสมอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและสร้างความมั่นใจให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง สามารถนำพาองค์กรสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างเหนือชั้น
 

พร้อมสัมผัสประสบการณ์ระบบลงนามดิจิทัลด้วย iZign แล้วหรือยัง ?
 

I AM Consulting ไม่ได้เพียงแค่ผู้พัฒนาระบบ iZign เท่านั้น แต่เรามุ่งมั่นที่จะเป็นพาร์ทเนอร์ที่พร้อมให้คำปรึกษาและบริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การติดตั้ง การอบรมการใช้งาน ไปจนการบริการหลังการติดตั้ง เพื่อให้องค์กรของคุณใช้งานระบบ iZign ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เพราะเราเชื่อว่า ระบบจะอยู่กับลูกค้าไปอีกนาน เรามุ่งมั่นที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกคน จึงต้องมีทีมที่คอยให้คำปรึกษาและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

 

อย่าพลาดโอกาสการก้าวข้ามขีดจำกัดของการเซ็นเอกสารแบบเดิม ๆ สู่ยุคดิจิทัลอย่างเหนือชั้นด้วย iZign

พูดคุยปรึกษา-สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้

02-026-3964

E-mail : info@iamconsulting.co.th

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

 

 

 

ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ กับผลทางกฎหมาย

ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเรื่องการทำงานในหลายๆ ด้าน แต่บางองค์กรยังยอมเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการรับ-ส่งเอกสารแบบกระดาษ เพราะไม่มั่นใจว่าหากเกิดปัญหาต้องฟ้องร้องกันขึ้นมา เอกสารที่ถูกลงนามด้วย ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ จะใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้หรือไม่?


หากดูตามข้อกฎหมาย พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ แล้ว องค์กรสามารถมั่นใจได้เลยว่า การลงนามด้วยลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีผลทางกฎหมายเทียบเท่ากับการจรดปากกาลงนามบนกระดาษ อย่างแน่นอน
เพียงแต่จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับประเภทของลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ที่เราเลือกใช้ซึ่ง I AM Consulting จะนำมาอธิบายให้เข้าใจกันในบทความนี้


ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ คืออะไร


ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Signature ไม่ได้หมายถึง การเซ็นชื่อ อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง การอัปโหลดรูปภาพลายเซ็น, การพิมพ์ชื่อเป็นตัวอักษร, การใช้ Username-Password บนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่น, หรือแม้กระทั่งการคลิกปุ่มยอมรับ ( Submit ) ในแบบฟอร์มต่างๆ เป็นต้น


โดยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ จะต้องมี 3 องค์ประกอบนี้ 


1.    ระบุเจ้าของลายมือชื่อได้ว่าเป็นของใคร
2.    ระบุเจตนาของเจ้าของลายมือชื่อต่อข้อความที่ลงนาม
3.    ใช้วิธีการที่เชื่อถือได้


ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์แต่ละประเภท กับผลทางกฎหมาย

 

•    ประเภทที่ 1 มาตรา 9 : ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป


การลงนามอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา 9 นี้ เป็น e-Signature แบบทั่วไป ตามที่ได้นิยามไว้ข้างต้น เป็นวิธีที่เข้าใจง่าย สะดวก รวดเร็วที่สุด แต่หากเกิดข้อพิพาทขึ้น ผู้ที่ฟ้องร้องจะมีหน้าที่ในการหาวิธีการพิสูจน์ว่าการลงนามอิเล็กทรอนิกส์นั้นเป็นของจริงหรือของปลอม เช่น นาย A ยืมเงิน นาย B และได้ทำสัญญากันด้วยการเซ็นเอกสาร PDF ไว้ ต่อมานาย A ไม่ยอมจ่ายเงินคืนให้นาย B และอ้างว่าลายเซ็นที่ลงนามไว้นั้นเป็นของปลอม ในกรณีนี้ หากนาย B ในฐานะเจ้าหนี้ ฟ้องร้องนาย A ซึ่งเป็นลูกหนี้ นาย B ที่จะต้องหาวิธีมายืนยันว่าลายเซ็นของนาย A นั้นเป็นของจริง

•    ประเภทที่ 2 มาตรา 26 : ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้
•    ประเภทที่ 3 มาตรา 28 : ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ ซึ่งใช้ใบรับรองที่ออกโดยผู้ให้บริการออกใบรับรอง


สำหรับการลงนามอิเล็กทรอนิกส์ตาม มาตรา 26 และ 28 เราจะเรียกว่า Digital Signature หรือ การลงลายมือชื่อดิจิทัล ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของ e-Signature แต่มีความน่าเชื่อถือ และปลอดภัยมากกว่า เพราะจะมีกระบวนการเข้ารหัส ( Encrypt ) ซึ่งช่วยให้สามารถยืนยันตัวเจ้าของลายมือชื่อ และสอบกลับการเปลี่ยนแปลงได้ ส่งผลให้ผู้ลงนามไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบจากข้อความที่ตนเองได้แสดงเจตนาในลงลายมือดิจิทัลไว้


หากเปรียบเทียบกับตัวอย่างเดิม แต่เปลี่ยนการลงนามจาก e-Signature แบบทั่วไป (มาตรา 9) มาเป็นการลงนามแบบดิจิทัล (มาตรา 26 และ 28)  เช่น นาย A ยืมเงิน นาย B และทำสัญญากันด้วยการเซ็นเอกสารผ่านระบบ Digital Signature ไว้ แล้วนาย A ไม่ยอมจ่ายคืน โดยอ้างว่าลายเซ็นเป็นของปลอม ในกรณีนี้จะเป็นหน้าที่ของนาย A ที่จะต้องหาวิธีมายืนยันว่าการลงนามดิจิทัลที่ได้ดำเนินการไว้เป็นของปลอม


การเลือกใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงหรือผลกระทบที่อาจทำให้ลายเซ็นไม่เป็นที่ยอมรับ เอกสารขององค์กรที่มีความสำคัญ เช่น เอกสารสัญญาซื้อ-ขายระหว่างบริษัท เอกสารกู้ยืมเงิน หรือเอกสารที่มีเรื่องมูลค่าเข้ามาเกี่ยวข้อง การใช้ Digital Signature จึงเป็นทางเลือกเหมาะสมมากกว่า


ระบบ Digital Signature ของที่ไหนดี ?


หากสนใจอยากทำระบบลงนามดิจิทัล I AM Consuting มี iZign  ซึ่งเป็นระบบ 1 เดียว ที่ปลอดภัยสูงสุด สอดคล้องตามข้อกฎหมายทุกมาตรา ทั้ง มาตรา 9 26 และ 28 ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลากระบวนการลงนามต่างๆ มี log เก็บไว้ สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ลดการใช้กระดาษ และหมึกพิมพ์ ลดการใช้พื้นที่จัดเก็บเอกสาร ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดส่งเอกสาร และสามารถเชื่อมต่อกับระบบ ERP ต่างๆ ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่ออีกด้วย


ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ iZign เพิ่มเติม คลิกที่นี่


ปรึกษาเรื่องระบบ iZign Digital Signature กับ I AM Consulting


เรามีความมั่นใจในระบบที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย มีความปลอดภัยตามมาตรฐาน ด้วยการใช้เทคโนโลยี PKI ที่มีความโปร่งใส สนับสนุนการลงนามดิจิทัลทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการลงนามโดยบุคคลเดียว การลงนามร่วม และ การลงนามระหว่างบริษัท มาพร้อมบริการที่ครอบคลุม คอยดูแลในส่วนของการสร้างใบรับรอง และบริหารจัดการให้สอดคล้องตามพรบ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิส์ มีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถแนะนำ ให้คำปรึกษา รวมไปจนถึงการฝึกอบรมทีมงานของท่าน


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 

BUU-ERP & iZign GoLive! Burapha University

BUU-ERP & iZign GoLive!


ความสำเร็จโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศด้านการคลังและต่อยอดระบบลงนามดิจิทัล มหาวิทยาลัยบูรพา


นับเป็นความสำเร็จและอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาด้าน Digital Transformation ของมหาวิทยาลัยบูรพา (BUU) ขุมปัญญาตะวันออก ในการนำระบบ SAP S/4HANA เข้ามาพัฒนาระบบสารสนเทศด้านการคลังพร้อมกับต่อยอดการทำงานด้วย “iZign” เพื่อส่งเสริมระบบลงนามดิจิทัลเดิมของ BUU ที่พัฒนาขึ้นเองโดยสำนักคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นสำหรับการลงนามเอกสารที่ต้องส่งออกไปภายนอก


นอกเหนือจากระบบ ERP ระดับโลกอย่าง SAP S/4HANA ที่ทาง BUU เลือกใช้เป็นพื้นฐานในการทำ Digital Transformation แล้ว ทาง BUU เองก็มีบุคลากรที่มีความสามารถในการพัฒนาระบบต่างๆ เพื่อตอบโจทย์การทำงาน รวมถึงระบบลงนามดิจิทัลของ BUU ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเพื่อลงนามเอกสารต่างๆ ภายในองค์กร โดยในโครงการนี้ทาง I AM Consulting ได้นำ “iZign” ซึ่งเป็นระบบลงนามดิจิทัลที่มีความปลอดภัยสูงสุดเข้าไปเสริมกับระบบลงนามดิจิทัลเดิมของ BUU เพื่อให้สามารถใช้ลงนามเอกสารที่จะส่งออกภายนอกได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น โดยสอดคล้องกับ พ.ร.บ. ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มาตรา 28 ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากโครงการแสดงให้เห็นว่า SAP S/4HANA และระบบลงนามดิจิทัลของ BUU และ iZign ทั้งหมดสามารถทำงานเชื่อมต่อกันได้อย่างไร้รอยต่อ (Seamless Integration) ส่งเสริมให้บุคลากรสามารถทำงานได้อย่างแม่นยำ เรียลไทม์ และเต็มประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน และงานกระดาษ (Paperwork) ต่างๆ ทำให้บุคลากรสามารถโฟกัสในงานที่ก่อให้เกิดมูลค่า (Values) ได้ นอกจากนี้ยังส่งผลดีด้านสิ่งแวดล้อมทั้งลดการใช้กระดาษ หมึกพิมพ์ เชื้อเพลิงในการส่งเอกสาร สถานที่จัดเก็บ และอื่นๆอีกมากมาย


มหาวิทยาลัยบูรพา (BUU) เลือกใช้ SAP S/4HANA และ iZign มาเป็นพื้นฐาน ก่อนต่อยอดการใช้นวัตกรรมอื่นๆอีกมากมาย เพื่อการพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนและปรับสู่การเป็น Digital University


I AM Consulting ในฐานะที่ปรึกษาโครงการขอแสดงความยินดีกับ BUU ในความสำเร็จครั้งนี้ และขอบคุณที่ได้ให้ความไว้วางใจแก่เราในฐานะ Partner ของมหาวิทยาลัยที่จะช่วย Transform องค์กรสู่ Digital University เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนตามคำขวัญของมหาวิทยาลัย “ขุมปัญญาตะวันออก (Wisdom of the East)”


สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SAP S/4HANA และระบบลงนามดิจิทัล iZign หรือ Solutions อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบบริหารงานบุคคล ระบบภาษีดิจิทัล ระบบจัดการเอกสาร ระบบการทำงานอัตโนมัติโดยหุ่นยนต์ เครือข่ายบล็อกเชน และการทำ Digital Transformation แก่องค์กร สามารถติดตามเว็บไซต์และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่


Website: https://www.iamconsulting.co.th/
Email: info@iamconsulting.co.th
Tel: 02 026 3964


#IAmConsulting #BUU #SAP #S4HANA
#iZign #DigitalSignature
#DigitalTransformation #IAMDX
#CreateOurExcitingFuture
#WisdomOfTheEast

ลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) วิถีใหม่ของการลงนามเอกสาร ที่สะดวกและปลอดภัยกว่าที่คุณคิด

การลงนามเอกสารนั้น หากพิจารณาดูแล้ว จะพบว่ามีความซ้ำซ้อนและต้นทุนแฝงอยู่มากมาย หากลองจินตนาการดูง่ายๆ เราจะเห็นว่าตั้งแต่เอกสารถูกจัดเตรียม จนถึงการลงนามเสร็จสิ้น เราต้องใช้ทรัพยากรอะไรบ้าง ตั้งแต่กระดาษ หมึกพิมพ์ แฟ้มและซองเอกสาร ยิ่งถ้าเอกสารต้องลงนามโดยบุคคลภายนอก ก็จะมีค่าส่งเอกสาร ค่าเดินทาง รวมถึงค่าเสียเวลาและโอกาสทางธุรกิจที่สูญเสียไปในการรอคอย นี่ยังไม่รวมถึงการจัดเก็บเอกสารที่ลงนามและการค้นหาที่ควรเรียกออกมาดูได้ง่าย หรือแม้กระทั่งกระบวนการลงนามแบบดั่งเดิมที่อาจจะมีการสัมผัสและเกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19


ในปัจจุบันเราจึงเห็นว่าหลายๆ องค์กรเริ่มเปลี่ยนระบบการลงนามมาเป็นแบบดิจิทัลกันมากขึ้น ซึ่งหลายคนอาจมีข้อสงสัยว่าการลงนามดิจิทัลนั้นมีกี่ประเภท แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร และมีผลรับรองทางกฎหมายหรือไม่ วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกัน


ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Signature หรือ e-Signature)


e-Signature คือ ชุดข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ตัวเลข ตัวอักษร สัญลักษณ์ เสียง ที่ใช้ระบุตัวเจ้าของลายมือชื่อที่เกี่ยวข้องกับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document) เพื่อแสดงว่า บุคคลดังกล่าวยอมรับข้อความในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์รองรับการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ให้มีผลทางกฎหมายเช่นเดียวกับการลงลายมือชื่อบนเอกสารกระดาษ

ตัวอย่างของรูปแบบลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์

  • การพิมพ์ชื่อไว้ท้ายเนื้อหาของอีเมล
  • การสแกนภาพของลายมือชื่อที่เขียนด้วยมือและแนบไปกับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
  • การใช้สไตลัส (stylus) เขียนลายมือชื่อด้วยมือลงบนหน้าจอและบันทึกไว้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
  • การคลิกปุ่มแสดงการยอมรับหรือตกลง
  • การทำเครื่องหมายในช่องแสดงการยอมรับ
  • การใช้ลายมือชื่อดิจิทัล

 
ลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature)


Digital Signature คือ ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์รูปแบบหนึ่ง ที่ได้จากกระบวนการเข้ารหัสลับของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งช่วยให้สามารถ ยืนยันตัวเจ้าของและสามารถตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของข้อความและลายมือชื่อได้ หรือหากจะพูดให้เข้าใจง่ายก็คือ ถ้าต้องการความมั่นคงปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบได้ว่าใครเป็นผู้ลงนาม และตรวจสอบได้ว่ามีการแก้ไขเอกสารหลังลงนามหรือไม่ ก็ควรเลือกใช้การลงนามแบบดิจิทัล


ประเภทของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์


ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์สามารถแบ่งออกได้ 3 ประเภทด้วยกัน ตามเกณฑ์การรองรับของกฎหมาย


มาตรา 9 – ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์แบบทั่วไป
อาทิเช่น email, Pin Code, Token ซึ่งหากพิจารณาดู จะเห็นว่าใช้งานง่าย สะดวกรวดเร็ว และสามารถ “ยอมรับได้” ในทางกฎหมาย แต่หากมีกรณีพิพาท การพิสูจน์จะเป็นไปได้ยาก และต้องดูเจตนาประกอบกับวิธีการ เช่น รหัสผ่านอีเมล เป็นต้น


มาตรา 26 – ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้
คือการลงนามดิจิทัลที่มีระบบป้องกันการปลอมแปลงลายเซ็น ป้องกันการแก้ไขเนื้อหาเอกสาร สามารถตรวจสอบได้ด้วยกระบวนการเข้ารหัสตามมาตรฐานสากล ซึ่งเมื่อเกิดกรณีพิพาทก็จะสามารถพิสูจน์ได้ง่ายกว่าลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์แบบทั่วไป


มาตรา 28 – ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้และผ่านการรับรอง
คือการลงนามดิจิทัลที่มีระบบป้องกันการปลอมแปลงลายเซ็น ป้องกันการแก้ไขเนื้อหาเอกสาร สามารถตรวจสอบได้ด้วยกระบวนการเข้ารหัสตามมาตรฐานสากล และ รับรองโดย Certificate Authority (CA) ที่ออกโดยผู้ให้บริการซึ่งผ่านการรับรอง หรือหากอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็เหมือนมาตรา 26 แต่เพิ่มเรื่องของการรับรองโดย CA


จะเลือกใช้แบบไหนดี ระหว่าง e-Signature กับ Digital Signature?


ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ และลายมือชื่อดิจิทัล มีความแตกต่างกันตรงระบบการรักษาความปลอดภัย การป้องกันการปลอมแปลงและแก้ไข ดังนั้นผู้ใช้งานควรเลือกใช้งานโดยพิจารณาตามวัตถุประสงค์ของเอกสารและความเสี่ยงของการนำไปใช้  หากต้องการความมั่นคง ปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ เช่น สัญญาทางการค้าที่มีมูลค่าสูงๆ ข้อตกลงทางธุรกิจที่มีความสำคัญ  ก็ควรเลือกใช้ลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) เนื่องจากจะได้สามารถตรวจสอบได้ว่าใครเป็นคนลงนาม มีการแก้ไขเอกสารหลังลงนามหรือไม่ จะได้ช่วยยกระดับความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจต่อทั้งผู้ลงนามทั้งสองฝ่ายและองค์กรเอง


ประโยชน์จากการใช้งานลายมือชื่อดิจิทัล


1. ลดค่าใช้จ่ายขององค์กร
การลงนามเอกสารผ่านลายมือชื่อดิจิทัลจะช่วยลดค่าใช้จ่าย เช่น  ต้นทุนกระดาษ ต้นทุนเวลา ต้นทุนการพิมพ์ พื้นที่จัดเก็บ ค่าส่งเอกสาร ฯลฯ


2. ความสะดวกสบาย
ผู้ใช้งานสามารถสร้างและลงนามเอกสารได้อย่างสะดวกสบายผ่านแพลตฟอร์ม สามารถทำงานได้ทั้งบนโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ จากทุกที่


3. รับรองและมีผลทางกฎหมาย
สอดคล้องตามมาตรฐานแนวทางการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ และมีผลรับรองทางกฎหมาย


4. เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ระบบลงนามดิจิทัล ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะลดการตัดต้นไม้เพื่อนำมาทำกระดาษ หรือลดการเดินทาง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ช่วยบรรเทาปัญหาโลกร้อน จนไปถึงลดการสัมผัสซึ่งเป็นความเสี่ยงในการติดเชื้อต่างๆ


5. มีความปลอดภัยขั้นสูงสุด
มีระบบพิสูจน์ตัวตนและล็อคอุปกรณ์ในการลงนามดิจิทัล เอกสารและการลงนามได้รับการเข้ารหัสด้วยเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานกุญแจสาธารณะ Public Key Infrastructure (PKI) สามารถตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของลายมือชื่อ และข้อความอิเล็กทรอนิกส์ได้

 

iZign by I AM Consulting ระบบลงนามดิจิทัล ที่มีความปลอดภัย รองรับและสอดคล้องตามข้อกฎหมายทั้งมาตรา 9 26 และ 28


สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
E-mail: info@iamconsulting.co.th
Facebook: https://facebook.com/IAMConsultingTH/
Phone Number: 02 690 3663
 

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.