ทำความรู้จัก 6 รูปแบบ สำหรับการ ประเมินผลงาน พนักงาน ในองค์กรยุคใหม่

ถึงช่วง ประเมินผลงาน พนักงาน ทีไร หากทุกคนในองค์กรรู้สึกปวดหัว คิดว่ารูปแบบที่ใช้อยู่มีปัญหา ทำไปก็เสียเวลา หรือไม่สามารถสะท้อนผลลัพธ์ได้จริง ก็คงหนีไม่พ้นหน้าที่ของฝ่าย HR ที่ต้องทบทวน Concept การประเมินรูปแบบเดิม หรือลองดู Concept รูปแบบประเมินผลอื่นๆ มาลองปรับเปลี่ยนกันแล้ว! I AM ขอสรุปให้ว่า ปัจจุบันมีรูปแบบอะไรบ้างที่ได้รับความนิยม มองหารูปแบบที่เหมาะสมกับองค์กรของคุณได้เลย


Key Performance Indicator (KPI)

KPI คือ ดัชนีชี้วัดความสำเร็จ ถ่ายทอดเป้าหมายขององค์กรในลักษณะ top down วัดคุณค่าที่ประเมินผลออกมาเป็นตัวเลข/จำนวน/ปริมาณได้ชัดเจนและแสดงให้เห็นว่าพนักงานคนนั้นมีศักยภาพ หรือประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้หรือไม่ ซึ่งเป็นรูปแบบที่องค์กรส่วนใหญ่ของไทยใช้ในการประเมินผลงาน


Objective and Key Result (OKR)

OKR คือ วิธีการตั้งเป้าหมายเพื่อวัดผลความสำเร็จ เน้นการกำหนดเป้าใหญ่ขององค์กร และให้พนักงานมีส่วนร่วมในการตั้งเป้าหมายที่สอดคล้องกับเป้าหมายใหญ่ขององค์กรขึ้นไป โดยกำหนด objective หรือวัตถุประสงค์ที่เราต้องการทำให้สำเร็จ และ การกำหนด key result หรือผลลัพธ์ที่จะวัดเพื่อให้รู้ว่า เราบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้


Competency

Competency คือ การประเมินความรู้ ทักษะ ความสามารถ พฤติกรรมการทํางานของบุคคล รวมทั้งคุณลักษณะที่แสดงออกและเปรียบเทียบกับระดับสมรรถนะที่คาดหวังในตําแหน่งงานนั้นๆ เพื่อกําหนดวิธีการพัฒนาทรัพยากรบุคคล โดยแบ่งออกได้ เป็น  ประเภทหลักๆ ได้แก่

  1. Core Competency คือ สมรรถนะความสามารถหลักที่พนักงานทุกคน ทุกระดับในองค์กรจะต้องมีร่วมกัน
  2. Functional Competency คือ สมรรถนะความสามารถของหน่วยงาน แตกต่างกันตามขอบเขตของหน่วยงาน
  3. Leadership หรือ Managerial Competency คือ สมรรถนะความสามารถของของพนักงานในระดับหัวหน้างานและผู้บริหาร


Task Achievement

Task Achievement คือ การให้พนักงานประเมินผลงานหน้าที่ตามตำแหน่งงานที่ได้รับมอบหมาย และมีความรับผิดชอบโดยตรง ว่ามี Performance หรือผลลัพธ์เป็นอย่างไร ซึ่งวัดจาก คุณภาพ ความสมบูรณ์ของงาน และการส่งงานได้ทันตามกำหนดเวลา โดยทุกๆ งานอาจกำหนดให้มีการแนบบันทึกหลักฐานการทำงาน เพื่อเป็นหลักฐานในการประเมิน


360 Degree Feedback

การประเมินผลแบบ 360 องศา  คือ การใช้การประเมินจากหัวหน้างาน, การประเมินจากเพื่อนร่วมงาน, การประเมินจากลูกน้องใต้บังคับบัญชา, การประเมินจากผู้ที่เกี่ยวข้อง, การประเมินจากฝ่ายบุคคล, หรือแม้แต่กระทั่งการประเมินผลตัวเอง ทุกผลประเมินจากทุกมิติจะถูกนำมารวมกันเพื่อเป็นผลประเมินสุดท้ายอีกครั้ง


Rubric

Rubric คือ เกณฑ์การให้คะแนนแบบผสมผสานรูปแบบใหม่ที่เริ่มนำมาใช้ในประเทศไทย เป้าหมายจะถูกตั้งโดยองค์กร มาพร้อมกับ SET LIST ของงานและคะแนนในแต่ละส่วน แต่ให้พนักงานเป็นผู้เลือก สิ่งที่ต้องการจะทำจาก LIST นั้นๆ เพื่อวางแผนสะสมคะแนนให้ถึงเป้าหมายด้วยตัวเอง และสามารถสะสมคะแนนเกินกว่าเป้าหมายได้


รูปแบบทั้ง 6 ที่ยกมาข้างต้น มีข้อดี ข้อจำกัด ที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัวว่าแบบใดดีที่สุด ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมขององค์กร ประเภทธุรกิจ และไม่จำเป็นต้องเลือกใช้เพียงอย่างเดียว อาจมีการผสมผสาน และประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมได้


นอกจากเรื่องของรูปแบบที่ต้องให้ความสำคัญ “เครื่องมือ” ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สามารถช่วยให้การทำงานประเมินผลเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นสำหรับทุกฝ่าย การใช้ spreadsheet แบบเดิมๆ รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ผลได้ยาก ปัจจุบันจึงมีเทคโลโนยีใหม่ๆ มากมาย ที่ถูกพัฒนามาอย่างครอบคลุมและยืดหยุ่น รองรับแผนการพัฒนารายบุคคล ตอบโจทย์ทุกองค์กร เช่น ระบบ IPOP PMS จาก I AM Consulting


3 เหตุผลหลัก ที่ควรให้ IPOP PMS ช่วยในการทำประเมินผลงาน


•    มีระบบจัดการ Goal และ KPI ระดับรายบุคคล ทีม แผนก หรือทั้งองค์กร และการกำหนด Competency ให้แก่พนักงานตามระดับงาน (Proficiency Level) และพฤติกรรมการแสดงออก (Behavior) ได้ และยังสามารถประยุกต์ใช้กับรูปแบบ OKR หรือ Task Achievement
•    รองรับครบทุกกิจกรรมการประเมินผล ทั้งการตั้งเป้าหมาย การบันทึกความคืบหน้า การประเมินประจำปี ครึ่งปี ประเมิน Probation และบันทึกแผนพัฒนารายบุคคล การนำผลลัพธ์มาจัดทำ Bell Curve รวมไปถึงการวิเคราะห์ผลลัพธ์ด้วย Report and Dashboard
•    มีฟีเจอร์ Achievement ส่งเสริมให้พนักงานจัดเก็บผลงานและทำเป้าหมายให้สำเร็จ เชื่อมต่อกันทั้ง KPI และ Competency ทั้งระบบ


IPOP ไม่ได้ทำได้เพียงจัดการ ระบบ ประเมินผล พนักงาน เท่านั้น แต่สามารถดูแลองค์กรครบครัน ทั้งเรื่องการจัดการทรัพยากรบุคคล (HRM) และการพัฒนาบุคลากร (HRD) รวมไปถึงการเพิ่มปฏิสัมพันธ์ (Engagement) ของคนในองค์กรมากขึ้นด้วย


หากองค์กรของคุณกำลังมองหาระบบบริหารจัดการพนักงานที่ตอบโจทย์ที่สุด ในรูปแบบของ Cloud Solutions สามารถพูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้


โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

ระบบ HR มีอะไรบ้าง รู้จัก SuccessFactors ระบบที่องค์กรชั้นนำเลือกใช้

ภารกิจอันยิ่งใหญ่ของแผนกทรัพยากรบุคคล (Human Resource) ในยุคที่ทุกองค์กรต่างต้องการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้พนักงาน (Employee Experience) และเฟ้นหาพนักงานที่มีศักยภาพสูง (Talent People) เข้ามาเติมเต็มในส่วนงานต่างๆ รวมไปถึงการบริหารจัดการกับข้อมูลหลังบ้าน ทั้งเอกสารประวัติพนักงาน (Personal Record)  ข้อมูลสิทธิ์สวัสดิการของพนักงาน (Benefit Information) หรือ การประมวลผลเงินเดือน (Payroll) หากต้องเสียเวลาไปกับการจัดการข้อมูลที่ไม่เป็นระเบียบ หรือทำงานซ้ำๆ กันไปในแต่ละวัน คงไม่ดีแน่! I AM Consulting จึงขอยกตัวอย่าง ระบบ HR ที่จะมาช่วยให้การทำงานราบรื่นมากยิ่งขึ้น พร้อมกับพาไปรู้จัก SAP SuccessFactors ซึ่งเป็นเครื่องมือ HR Solutions ยอดนิยมขององค์กรชั้นนำทั่วโลก


ระบบ HR มีอะไรบ้าง ?


ระบบงาน HR สามารถแบ่งได้เป็นหลายระบบงานย่อย แต่ละองค์กรอาจจะมีกระบวนการทำงาน บทบาทหน้าที่ และผู้รับผิดชอบของแต่ละระบบงานไม่เหมือนกัน การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานและ HR ได้เป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น


•    ระบบบริหารจัดการโครงสร้างองค์กรและข้อมูลส่วนบุคคล (Organization and Personnel Management)
ระบบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการข้อมูลโครงสร้างองค์กร ข้อมูลตำแหน่งงาน และข้อมูลของพนักงาน ตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงาน จนวันสุดท้ายที่ออกจากองค์กร ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริหารสามารถวางแผนอัตรากำลังในหน่วยงานของตนเองได้ สามารถบันทึกประวัติการทำงานและโอนย้ายพนักงานได้ในระบบ โดยมีผู้อนุมัติตามขั้นตอนและเงื่อนไขที่กำหนด พนักงานสามารถเข้าถึงและปรับปรุงข้อมูลต่างๆได้ด้วยตนเอง สามารถออกหนังสือรับรองการทำงานได้จากระบบ


•    ระบบสวัสดิการ (Benefit Management)
ระบบที่สามารถกำหนดสิทธิ์สวัสดิการให้กับพนักงานตามเงื่อนไขของบริษัท ทำให้พนักงานสามารถเข้าถึงข้อมูลและเห็นข้อมูลสวัสดิการของตนเองได้จากในระบบ รองรับการเบิกสวัสดิการและตรวจสอบยอดคงเหลือตามสิทธิ์ของพนักงานแต่ละคนได้ รวมทั้งรองรับการใช้งานผ่านทาง Mobile Device ด้วย 


•    ระบบบริหารจัดการเวลา (Time Management)
ระบบที่ช่วยจัดการสิทธิ์การลาของพนักงานตามเงื่อนไข ทำให้พนักงานสามารถขออนุมัติการลาและตรวจสอบสิทธิ์วันลาคงเหลือจากในระบบได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกเวลาการเข้า-ออกงานได้ ทำให้สามารถประมวลผลการขาดงาน การมาสาย หรือการทำงานล่วงเวลาได้อัตโนมัติ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเชื่อมต่อไปยังระบบบริหารจัดการเงินเดือนต่อไป


•    ระบบบริหารจัดการเงินเดือน (Payroll Management)
ระบบที่ช่วยจัดการประมวลผลเงินเดือนของพนักงาน รองรับเรื่องของรายงานเกี่ยวกับกรมสรรพากร เช่น รายงานภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1) หรือ หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) โดยพนักงานสามารถเรียกดูข้อมูลหรือดาวน์โหลด Pay Slip ได้ด้วยตนเองแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วยลดการใช้กระดาษในองค์กรได้อย่างดี


•    ระบบสรรหาและคัดเลือก (Recruiting Management)
ระบบที่ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการขออนุมัติเพื่อเปิดสรรหาพนักงาน ประกาศรับสมัครงาน การสมัครงานออนไลน์ การจัดเก็บฐานข้อมูลของผู้สมัครและการจัดการข้อมูลการสัมภาษณ์ผู้สมัคร ไปจนถึงการขออนุมัติจ้างงาน การมีระบบจะช่วยลดเวลาที่ Recruiter ต้องใช้ในการสรรหาพนักงานเข้ามาในองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ทุกบริษัทต่างก็ต้องการแย่งชิงผู้สมัครที่มีความสามารถโดดเด่น


ยกมาเพียงแค่นี้ก็เห็นชัดแล้วว่าระบบงานย่อยก็มีรายละเอียดค่อนข้างมาก คิดภาพว่าหากระบบเหล่านี้แยกกันไปแต่ละส่วน หรือไม่มีระบบอัตโนมัติใดๆ ต้องใช้  Manual Work ทั้งหมด ฝ่าย HR จะต้องยุ่งเหยิง เสียเวลาขนาดไหน? หลายๆ องค์กร โดยเฉพาะองค์กรชั้นนำ จึงต้องมองหาเครื่องมือเข้ามาจัดการงานเหล่านี้ได้แบบครบวงจร โดย SAP SuccessFactors คือหนึ่งในระบบที่ได้รับความนิยมสูงมาก เป็นระบบที่ได้รับการไว้วางใจ ให้เข้ามาช่วยกระบวนการและบริหารจัดการด้าน HR อย่างเต็มรูปแบบ


SAP SuccessFactors คืออะไร ?

ระบบ HR


SAP SuccessFactors เป็นระบบบริหารทรัพยากรบุคคลที่ให้บริการในรูปแบบ cloud-based application ซึ่งเป็นผู้นำ (Leader) ในการจัดลำดับโปรแกรมของ Gartner Quadrant และได้รับมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยในระดับโลก
มีผู้ใช้งานทั่วโลกในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ ให้บริการครอบคลุมทุกกระบวนการของการบริหารทรัพยากรบุคคล


•    Core HR: การจัดการโครงสร้างองค์กร (Organization Management) การเก็บข้อมูลประวัติของบุคลากร (Personnel Administration) การบริหารสวัสดิการ (Benefits Management) การบริหารจัดการเวลา (Time Management) และการประมวลผลเงินเดือน (Payroll)


•    Talent Management: การสรรหาและคัดเลือก (Recruiting) การเตรียมความพร้อมให้พนักงานใหม่ (Onboarding) การบริหารจัดการการเรียนรู้ (Learning) การประเมินผลการปฏิบัติงาน (Performance & Goals) การบริหารค่าตอบแทน (Compensation) และการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งและแผนพัฒนาพนักงาน (Succession & Development)


นอกจากนี้ ระบบยังรองรับการใช้งานผ่าน mobile application ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลและใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา ได้ใช้งาน Feature/Function ใหม่ๆ ที่ทาง SAP จะมีการพัฒนาปรับปรุงเพิ่มทุกครึ่งปีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม  สามารถเชื่อมต่อกับระบบงานอื่นๆ ได้ไม่ว่าจะเป็น SAP Product หรือไม่ก็ตาม และรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคตได้อย่างง่ายดาย


ปรึกษาเรื่อง ระบบ HR กับ I AM Consulting


I AM Consulting เป็นผู้พัฒนาระบบให้กับ SAP SuccessFactors เราสามารถให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถของพนักงานไปกับ ระบบ HR Solutions ที่ครอบคลุม ยืดหยุ่น ตอบโจทย์การใช้งาน ด้วยจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศ เราพร้อมสนับสนุนให้องค์กรของคุณสามารถนำเทคโนโลยีมาช่วยให้การดำเนินธุรกิจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 

Thailand Post – HRIS Project Kick off

Thailand Post – HRIS Project Kick off


บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ในฐานะศูนย์กลางธุรกิจไปรษณีย์และบริการ Logistics ของประเทศ นอกจากการพัฒนาคุณภาพในการบริการแล้ว ยังได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลด้วย เพราะศักยภาพของบุคลากรถือเป็นฟันเฟืองสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จ


I AM Consulting มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำ HR Digital Transformation ของไปรษณีย์ไทยครั้งนี้


สำหรับโครงการ Thailand Post – HRIS บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ได้เลือกใช้ระบบ SAP SuccessFactors ซึ่งเป็นระบบจัดการทรัพยากรบุคคลบนคลาวด์แพลตฟอร์มชั้นนำของโลก ที่มีความทันสมัย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูง สนับสนุนทุกกระบวนการของการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล ตั้งแต่การสรรหา/คัดเลือกพนักงานเข้ามาในองค์กร จนถึงพัฒนาพนักงานให้เติบโตขึ้นในสายอาชีพที่ต้องการ ซึ่งจะช่วยให้ทำงานภายในองค์กรเป็นระบบ และคล่องตัวมากขึ้น


8 ธันวาคม 2565 คุณพิษณุ วานิชผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานสนับสนุนประสิทธิภาพองค์กร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ให้เกียรติเป็นประธานเปิดประชุมโครงการ และต้อนรับ Mr. Atul Tuli กรรมการผู้จัดการ SAP Indochina พร้อมกันนี้ คุณศรีรัตน์ ชูโชติถาวร กรรมการ บริษัท I AM Consulting ได้นำทีมที่ปรึกษาเข้าร่วมประชุมและอธิบายแผนงาน พร้อมให้คำมั่นแก่ทีมงานที่จะเดินเคียงข้าง นำโครงการให้สำเร็จตามเป้าหมาย และระยะเวลาที่กำหนดไว้ได้อย่างแน่นอน


สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 
Tel : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1


#IAMConsulting #ThaiPost #ไปรษณีย์ไทย
#SAP #SuccessFactors
#IAMDX #DigitalTransformation
#CreateOurExcitingFuture
#WhenIAMPromisesIAMDelivers

The Next Chapter of HR Technology with NIDA

HR Technology ขับเคลื่อนสู่การเป็นองค์กรดิจิทัล


สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ร่วมกับบริษัท ไอแอม คอนซัลติ้ง จำกัด ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ นำเอาองค์ความรู้และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ มุ่งเน้นการนำเอา HR Technology ช่วยขับเคลื่อนสู่การเป็นองค์กรดิจิทัล


ศ.ดร. กำพล  ปัญญาโกเมศ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กล่าวถึง ความร่วมมือกับภาคเอกชนในครั้งนี้ว่า “ด้วยวิสัยทัศน์ของ NIDA ที่ว่าด้วย “เป็นสถาบันชั้นนำแห่งชาติที่สร้างผู้นำและองค์ความรู้ในระดับสากล เพื่อการเปลี่ยนแปลง” จึงนำมาสู่การสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานต่างๆ ที่จะมาช่วยเสริมสร้างความเป็นเลิศในด้านต่างๆ ความร่วมมือกับบริษัท ไอแอม คอนซัลติ้งในครั้งนี้ เป็นการนำระบบเทคโนโลยีทรัพยากรมนุษย์ มาช่วยพัฒนาบุคลากร โดยเริ่มต้นที่การพัฒนาและประเมินผล เนื่องจากสถาบันมองว่าไม่ว่าจะนำเทคโนโลยีใดๆ มาใช้ในองค์กร แต่ถ้าไม่ผลักดันให้คนได้ใช้งานอย่างเหมาะสม ก็จะไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ดังนั้น จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่จะผลักดันทั้งคนและเทคโนโลยี เพื่อก้าวสู่ Digital Transformation ต่อไป

ด้านกริช วิโรจน์สายลี Country Vice President บริษัท ไอแอม คอนซัลติ้ง จำกัด ผู้ให้คำปรึกษาและพัฒนาระบบเทคโนโลยีให้แก่องค์กรเอนเทอร์ไพรส์ระดับประเทศ กล่าวว่า “ที่ผ่านมาไอแอม คอนซัลติ้งเอง มีประสบการณ์ในการพัฒนาระบบ SAP ให้กับทั้งหน่วยงานเอกชน และมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ได้ร่วมมือกับภาคการศึกษา ที่จะช่วยนำเอาเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนให้ NIDA ได้การเป็นองค์กรดิจิทัล ด้วยการใช้ HR Technology ในโซลูชัน Performance management มาร่วมพัฒนาบุคลากรของสถาบัน และผลักดันให้เกิดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีให้เกิดขึ้นในสถาบัน”

โดยทั้งสองหน่วยงานยังคาดหวังว่า การเริ่มต้นพัฒนาระบบ HR Technology ครั้งนี้ จะสามารถนำไปเป็นแม่แบบ และต่อยอดไปใช้กับสถาบันการศึกษาอื่นๆ ต่อไปได้

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.