Supply Chain Management ขับเคลื่อนซัพพลายเชนได้อย่างราบรื่น ด้วย AI ที่เพิ่มประสิทธิภาพตั้งแต่การวางแผน การผลิต โลจิสติกส์ ไปจนถึงการบริหารสินค้าคงคลังแบบต่อเนื่อง
Human Capital Management สร้างองค์กรที่พร้อมสำหรับอนาคต ด้วย AI ที่ช่วยพัฒนากระบวนการสรรหา การพัฒนาทักษะ และการวางแผนกำลังคนอย่างต่อเนื่อง
Customer Experience มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้าในทุกจุดสัมผัส ด้วย AI ที่ช่วยยกระดับการตลาด Commerce การขาย และงานบริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
Industry เปิดใช้งานกระบวนการแบบ Autonomous ด้วย AI ที่สามารถดำเนินงานแบบ End-to-End ครอบคลุมในอุตสาหกรรมที่สำคัญต่อธุรกิจ
3) SAP Business AI Platform
แพลตฟอร์มสำหรับสร้าง ปรับบริบท วิเคราะห์เหตุผล และกำกับดูแล AI Agents โดยผสานทั้งความเข้าใจเชิงลึกด้าน Business Process ข้อมูลแบบรวมศูนย์ และโมเดล AI ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจโดยเฉพาะ
เสริมให้ AI เข้าใจธุรกิจของคุณอย่างรอบด้าน ทั้งบริบทของข้อมูล ความรู้ด้านกระบวนการทำงาน และ Business Logic ที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ
Govern
ควบคุมทุกโครงการด้าน AI ให้มีความปลอดภัย สอดคล้องตาม Compliance และเชื่อมโยงกับเป้าหมายทางธุรกิจอยู่เสมอ ผ่านศูนย์กลางการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์
จากแนวคิด SAP Intelligent Enterprise ที่นำ AI เข้ามาช่วยให้องค์กรทำงานได้ฉลาดขึ้น วันนี้ SAP กำลังก้าวไปอีกขั้น สู่ “SAP Autonomous Enterprise”
ERP ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และสามารถช่วยลงมือ Execute กระบวนการต่าง ๆ โดยอัตโนมัติ ภายใต้การกำกับดูแลของมนุษย์
นี่จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มความสามารถของ AI แต่คือการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานขององค์กรครั้งใหญ่ ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการไปจนถึงระดับกลยุทธ์
เตรียมองค์กรให้พร้อมสู่อนาคตไปกับ I AM Consulting ทีมที่ปรึกษาชั้นนำของไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่พร้อมช่วยขับเคลื่อนองค์กรของคุณสู่การเติบโตในยุค AI
SAP Sapphire 2026 คืออีเวนต์ใหญ่ประจำปีของ SAP ที่ใช้เปิดตัวเทคโนโลยี กลยุทธ์ และนวัตกรรมใหม่ ๆ ด้าน ERP, AI, Cloud และ Business Transformation สำหรับลูกค้าองค์กรทั่วโลก
ซึ่งวันที่ 12 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา ในงาน SAP Sapphire ณ เมืองออร์แลนโด สหรัฐอเมริกา ได้เปิดตัวทิศทางใหม่ของ SAP ที่อาจเปลี่ยนภาพ ERP ที่คุ้นเคยไปตลอดกาล และ I AM Consulting สรุป 4 เรื่องสำคัญจากงานนี้มาให้แล้ว!
SAP ประกาศชัดเจนว่า Joule ซึ่งเดิมทำหน้าที่เป็น “copilot” หรือตัวช่วยตอบคำถาม จะก้าวขึ้นมาเป็น Autonomous Agent ที่สามารถรัน business process ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ
1) SAP Business AI Platform : การรวม 3 แพลตฟอร์มเป็นหนึ่งเดียว สร้างรากฐานใหม่ของ Autonomous Enterprise
SAP ประกาศควบรวม BTP (Business Technology Platform), Business Data Cloud (BDC) และ Business AI เข้าเป็นแพลตฟอร์มเดียว เรียกว่า SAP Business AI Platform
สิ่งที่น่าสนใจคือสิ่งที่เรียกว่า SAP Knowledge Graph
การสร้าง “แผนที่” ของ business entity, process และความสัมพันธ์ทั้งหมดใน SAP landscape ของลูกค้า ทำให้ AI agent ไม่ได้ทำงานกับข้อมูลดิบ แต่เข้าใจบริบทว่าข้อมูลนั้นหมายความว่าอะไรในแง่ธุรกิจ
พร้อมกันนี้ SAP ยังเปิดตัว Joule Studio
เครื่องมือสำหรับสร้าง AI Agent บนระบบ SAP รองรับทั้งแบบ no-code สำหรับทีม Business และ pro-code สำหรับนักพัฒนา
2) SAP Autonomous Suite : AI ที่รัน Business Process จบได้เองตั้งแต่ต้น
50+ Joule Assistants ใน 5 สายงานหลัก
SAP เปิดตัว Joule Assistants มากกว่า 50 ตัว ครอบคลุมทุกส่วนงานหลักขององค์กร ได้แก่ Finance, Supply Chain, Procurement, Human Capital Management และ Customer Experience โดยแต่ละ Assistant จะประสาน agent ย่อยกว่า 200 ตัวเพื่อทำงานจนครบทุกขั้นตอน
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ Autonomous Close Assistant ที่ออกแบบมาสำหรับทีมบัญชีโดยเฉพาะ กระบวนการปิดบัญชีที่ปกติใช้เวลาหลายสัปดาห์จะถูกย่อให้สั้นลงเหลือเพียงไม่กี่วัน โดย AI จะทำงานครบวงจรตั้งแต่บันทึก journal entries, reconciliation, แก้ไข error จนถึงปิดบัญชี โดยไม่ต้องรอให้คน มานั่งทำทุกขั้นตอน
Industry AI — AI เฉพาะอุตสาหกรรม 7 กลุ่ม
SAP เปิดตัว Industry AI ขยายความสามารถไปยังอุตสาหกรรมเฉพาะทาง 7 กลุ่ม ซึ่งฝัง process logic, data model และข้อกำหนดด้านกฎระเบียบเฉพาะอุตสาหกรรมเข้าไปใน AI agent โดยตรง ตัวอย่างที่ SAP นำเสนอในงานคือการทำงานร่วมกับ RWE บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่จากยุโรป ในการลดเวลาการหยุดทำงานที่ไม่ได้วางแผนของกังหันลมนอกชายฝั่ง ด้วย Autonomous Asset Management ที่ให้ AI วิเคราะห์ข้อมูลจากอุบัติการณ์ในอดีตและสร้าง work order พร้อม solution ที่พิสูจน์แล้วจากสถานที่อื่น ๆ โดยอัตโนมัติ
Joule Work จะทำงานแบบ proactive สามารถนำเสนอ insight ที่เกี่ยวข้องและทำงาน routine ในเบื้องหลัง โดยรองรับทั้ง desktop, mobile และ voice ทั้งบนระบบ SAP และ non-SAP
4) STRATEGIC PARTNERSHIPS : Anthropic (Claude) เป็น AI Foundation Model อย่างเป็นทางการ
SAP เลือก Anthropic ให้ Claude เป็น foundation model สำหรับ Joule Agent ครอบคลุม HR, Procurement และ Supply Chain ซึ่งถือเป็น partnership ที่สำคัญที่สุดในงาน
– Amazon Web Services สำหรับ zero-copy data integration ระหว่าง SAP Business Data Cloud กับ Amazon Athena
– Google Cloud และ Microsoft สำหรับ bidirectional agent interoperability
– Mistral AI และ Cohere สำหรับ sovereign model options บน SAP infrastructure
– n8n สำหรับ visual AI workflow orchestration ภายใน Joule Studio
– NVIDIA ที่ดูแล secure runtime ของ Joule Studio
– Parloa ที่นำ AI agent เข้าสู่ SAP Service Cloud
องค์กรไทยควรเตรียมตัวอย่างไร?
สำหรับองค์กรที่ยังใช้ SAP ECC
SAP ไม่ได้ปิดกั้น ECC และ S/4HANA on-premise ออกจาก AI ทั้งหมด แต่การเข้าถึงจะเป็นแบบจำกัดและต้องยืนยันแผนการย้ายสู่ Cloud ERP ก่อน
สำหรับองค์กรที่ใช้ RISE with SAP หรือ SAP GROW
ระบบพร้อมแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการวางแผน AI Activation Roadmap ว่าจะเริ่ม deploy Joule Assistants ใน process ไหนก่อน โดยควรเลือก use case ที่ให้ ROI ชัดเจนและวัดผลได้ เช่น Financial Close หรือ Procurement Automation
SAP กำลังเปลี่ยนนิยาม ERP ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 50 ปี
SAP Sapphire 2026 ไม่ใช่แค่การประกาศ feature ใหม่ประจำปี แต่เป็นการประกาศทิศทางว่า ERP ยุคหน้าคือระบบที่รัน business process ได้จริงโดยไม่ต้องให้มนุษย์ควบคุมทุกขั้นตอน หากอยากรู้ว่าองค์กรของคุณพร้อมรับ SAP AI แค่ไหน และควรเริ่มจากตรงไหน? ทีมผู้เชี่ยวชาญของ I AM Consulting ทีมที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมให้คำปรึกษา
สิ่งที่ควรระวัง หากองค์กรของคุณกำลังใช้ SAP ECC และเข้าสู่ช่วง End of Mainstream Maintenance ต้นทุนของการ “อยู่เฉยๆ” อาจสูงกว่าการเปลี่ยนใหม่ หากคุณกำลังต้องการที่ปรึกษาเพื่อหาโซลูชันที่เหมาะสม ติดต่อ I AM Consulting ได้ทันที (คลิก)
2. SAP เหมาะกับองค์กรใหญ่เท่านั้นจริงหรือ?
นี่คือหนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด เพราะ SAP Cloud ERP ถูกออกแบบให้รองรับธุรกิจทุกขนาด เริ่มต้นได้จากโมดูลหลัก ๆ เช่น Financial และ Sourcing and Procurement แล้วจึงค่อยขยายตามการเติบโต
หัวใจสำคัญของโครงการนี้ คือการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยดิจิทัลเต็มรูปแบบ (Digital Transformation) โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตและซัพพลายเชน ผ่าน SAP Best Practices และกลยุทธ์ Clean Core ซึ่งจะช่วยให้การบริหารต้นทุนแม่นยำ พร้อมรองรับการขยายตัวสู่ระดับสากล
I AM Consulting ภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นพันธมิตรในการขับเคลื่อนครั้งสำคัญนี้ เราพร้อมทำงานร่วมกับทีม F-Plus ภายใต้แนวคิด “One Team, One Goal” เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง คล่องตัว และก้าวข้ามทุกความท้าทายในอนาคต
SAP GROW Fast ก็เปรียบเหมือน “คอนโดพร้อมอยู่แบบ Premium” ที่ถูกออกแบบมาจาก Best Practice ของแต่ละอุตสาหกรรม ทุกองค์ประกอบผ่านการทดสอบมาแล้ว คุณสามารถ “เข้าอยู่ได้ทันที” ด้วย “โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมเพรียง” และ “รองรับการต่อขยาย” ในอนาคต
หัวใจของ SAP GROW Fast มี 3 ส่วนสำคัญ
1. Validated Scope — ขอบเขตที่ SAP การันตีแล้ว
SAP Grow Fast มาพร้อม Scope Items ที่ครอบคลุมกระบวนการหลักของธุรกิจขนาดกลาง
ทั้งหมดนี้ผ่านการทดสอบจริงในกว่า 12 อุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น Manufacturing, Retail, Professional Services, Banking, High Tech, Automotive หรือ Chemicals
SAP Grow Fast ถูกส่งมอบโดย Certified SAP Partners ที่ผ่านการอบรมและการรับรองอย่างเป็นทางการ
และในประเทศไทย I AM Consulting คือพาร์ทเนอร์รายแรกและรายเดียว ที่นำ SAP GROW มาใช้งานจริงแบบ 100% พร้อมทั้งมีประสบการณ์วางระบบจนสามารถ Go-live ได้ภายใน 3 เดือน
“การเป็นทั้ง SAP Partner และ Customer ช่วยให้ I AM Consulting เข้าใจมุมมองของลูกค้าอย่างแท้จริง ตั้งแต่การตัดสินใจก่อนเลือกผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการนำ SAP มาใช้งานจริง ประสบการณ์ที่ครบวงจรตรงนี้ช่วยเพิ่มศักยภาพทีมงานให้แข็งแกร่งขึ้นทั้งด้านเทคนิคและความเข้าใจลูกค้า การมองเห็นภาพรวมทั้งหมดยังช่วยให้สามารถดึง Methodology และเครื่องมือต่างๆ ของ SAP S/4HANA Cloud Public Edition มาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังนั้น นี่คือจุดที่จะเพิ่มศักยภาพและบทบาทขององค์กรในการนำเสนอ SAP ให้ลูกค้าในตลาดไทย” — คุณกุลวิภา ปิยวัฒนเมธา กรรมการผู้จัดการ SAP ประจำภูมิภาคอินโดจีน
ทำความรู้จัก I AM InstaGROW แพ็กเกจ SAP GROW FAST จาก I AM Consulting ที่ออกแบบมาเพื่อให้คุณเริ่มต้นใช้งานระบบ ERP ได้เร็วที่สุด โดยใช้เวลาเพียง 12 สัปดาห์
I AM Consulting เร่งสปีดขยายมาตรฐานขึ้นระบบ SAP ให้กับกลุ่มธุรกิจไทย เปิดตัวแพ็กเกจใหม่อย่าง I AM InstaGROW for SAP GROW FAST ชูจุดเด่นด้านความเร็ว มอบประสบการณ์การเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ AI-Powered Digital Core ที่เร็วที่สุดในตลาด ด้วยระยะเวลาการขึ้นระบบเพียง 3 เดือน พร้อมยกระดับ อุตสาหกรรมไทยด้วย AI-Powered ERP ระดับโลก ในความเร็วที่เหนือกว่าและพิสูจน์แล้ว
หยุดภาพจำเดิมๆ การวางระบบ SAP ERP ต้องใช้เวลานาน จริงหรือ?
ลบภาพการวางระบบที่ยาวนานและซับซ้อนทิ้งไป การวางระบบ SAP ERP ที่เคยต้องใช้เวลานาน วันนี้ถูกย่อเหลือเพียง 3 เดือน ด้วย I AM InstaGROW เราไม่ได้ลดเวลาด้วยการเร่งขั้นตอน แต่เราลดความซับซ้อนด้วยการออกแบบ Project Methodology ที่แม่นยำ (Precision Design) โดยยึดมาตรฐาน SAP Best Practice ที่สะสมมาเป็นแกนหลัก เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่แค่ “เร็ว” แต่คือความแม่นยำและเสถียรภาพสูงสุด
ในฐานะ SAP Partner รายแรกและรายเดียวในไทยที่ใช้ SAP GROW จริงภายในองค์กร สิ่งที่เรามอบให้ลูกค้าจึงไม่ใช่แค่การติดตั้งระบบ แต่คือโซลูชันที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าสำเร็จจริง (Proven in Practice) “ 3 เดือน ” ของเราจึงไม่ใช่แค่คำโฆษณา แต่คือมาตรฐานใหม่ที่ I AM Consulting พร้อมส่งมอบ
I AM InstaGROW: จาก Impossible สู่ “I AM Possible”
Speed is Advantage: เมื่อ “ความเร็ว” คือตัวกำหนดชัยชนะ องค์กรที่เริ่มได้เร็วกว่าย่อมก้าวไปได้ไกลกว่า
I AM InstaGROW ไม่ใช่แค่แพ็กเกจ SAP GROW FAST แต่คือเจตนารมณ์ของ I AM Consulting ที่จะพาธุรกิจไทยก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ เพื่อไม่ได้แค่ “ตามทันโลก” แต่พร้อมที่จะ “ก้าวนำ” ในทุกย่างก้าว
“จากความสำเร็จในการนำ SAP GROW มาใช้จริงภายใน 3 เดือน เราจึงกล้าการันตีผลลัพธ์ให้กับลูกค้า เพราะที่ I AM… เราไม่ได้แค่ให้คำปรึกษา แต่เราส่งมอบโซลูชันที่ผ่านการพิสูจน์แล้วจากประสบการณ์ผู้ใช้งานจริง”
พร้อมหรือยัง?
ที่จะให้ I AM Consulting พาธุรกิจของคุณก้าวสู่ Intelligence Enterprise เริ่มต้นได้วันนี้