MOVE to RISE ก้าวไปกับ Journey Map ที่ใช่ สู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล

RISE with SAP เป็นโซลูชันที่ช่วยองค์กรต่าง ๆ ในการก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล ด้วยการยกระดับระบบ ERP และปรับปรุงกระบวนการทำงานให้เหมาะสมกับอนาคต การ MOVE to RISE นั้นเกี่ยวโยงกับกระบวนการทำงานทั้งหมดในองค์กรจึงต้องมีการวางแผนอย่างละเอียดรอบคอบ I AM Consulting จะขอพูดถึง journey map ที่ชัดเจน เพื่อช่วยให้องค์กรของคุณพร้อมในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้!

Journey Map


0. Information Preparation: การเตรียมข้อมูลเบื้องต้น
ขั้นตอนแรกคือการรวบรวมข้อมูลและประเมินความพร้อมขององค์กรก่อนที่จะเริ่มการย้ายไป RISE เครื่องมือสำคัญที่สามารถช่วยในขั้นตอนนี้คือ:


•    SAP Signavio Process Insight: เครื่องมืออัตโนมัติที่ช่วยในการวิเคราะห์กระบวนการทำงานในปัจจุบันและชี้ให้เห็นปัญหาหรือโอกาสในการปรับปรุง
•    S/4HANA Readiness Check: เครื่องมือวิเคราะห์ความพร้อมของระบบที่ใช้อยู่ โดยจะช่วยให้เห็นปัญหาทางเทคนิคและการปรับปรุงที่จำเป็นก่อนการย้ายไป S/4HANA การเตรียมข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีภาพรวมที่ชัดเจนในการเริ่มต้น และช่วยลดความเสี่ยงในกระบวนการย้ายระบบ


1. Understand Business Needs: เข้าใจความต้องการของธุรกิจ
การทำความเข้าใจกับความต้องการของธุรกิจและระบบที่ใช้อยู่เป็นขั้นตอนสำคัญ ซึ่งประกอบด้วย:


•    รวบรวมปัญหาหรือข้อจำกัดในระบบปัจจุบัน เช่น ความล่าช้า, การขาดประสิทธิภาพ หรือการทำงานที่ไม่เชื่อมต่อกัน
•    การกำหนดขอบเขตของธุรกิจใหม่หรือปรับลำดับความสำคัญของธุรกิจตามกลยุทธ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
•    การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางเทคนิคปัจจุบันและแผนระยะยาว ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้สามารถระบุและจัดลำดับความสำคัญของปัญหาที่ต้องการแก้ไขได้อย่างชัดเจน


2. Solution Mapping: การจับคู่โซลูชัน
หลังจากที่เข้าใจความต้องการของธุรกิจแล้ว การกำหนดโซลูชันที่เหมาะสมกับองค์กรเป็นขั้นตอนต่อมา ซึ่งต้องทำการสรุปและจัดลำดับความสำคัญของโซลูชันที่รองรับความต้องการของธุรกิจอย่างตรงจุด ทั้งในด้านกระบวนการและโครงสร้างเทคโนโลยี การทำ Solution Mapping จะช่วยให้องค์กรสามารถเลือกฟังก์ชันหรือโมดูลต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับธุรกิจ และสามารถรองรับการขยายตัวในอนาคตได้


3. Define Implementation Approach: กำหนดแนวทางการดำเนินการ
การเลือกแนวทางการดำเนินการที่เหมาะสมในการย้ายระบบเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก โดยมีแนวทางหลัก 3 รูปแบบ:

•    New Implementation (Greenfield): การเริ่มต้นการติดตั้งระบบใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานและข้อมูลตั้งแต่ต้น ข้อมูลที่จะย้ายขึ้นสู่ระบบใหม่ จะเป็นเฉพาะข้อมูลคงค้าง (Outstanding) เท่านั้น รวมถึงสามารถใช้ Innovation ใหม่ๆจากระบบ SAP S/4HANA ได้แบบเต็มประสิทธิภาพ
•    System Conversion (Brownfield): การย้ายข้อมูลจากระบบเดิมไปสู่ SAP S/4HANA โดยตรง โดยใช้กระบวนการทำงานในรูปแบบเดียวกับระบบเดิม และสามารถใช้ Innovation ใหม่ๆจากระบบ SAP S/4HANA ได้
•    Selective Transition (Bluefield): การรวมข้อดีของทั้งสองแนวทาง โดยเลือกย้ายเฉพาะส่วนที่จำเป็นในการปรับปรุง การเลือกแนวทางที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสถานะและเป้าหมายทางธุรกิจขององค์กร รวมถึงการประเมินทรัพยากรและเวลาในการดำเนินการ


4. Finalize Your Journey: สรุปเส้นทางและเตรียมความพร้อม
ในขั้นตอนสุดท้าย การเตรียมความพร้อมและสรุปแนวทางการดำเนินการเป็นสิ่งสำคัญ โดยมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ:


•    ROI (Return on Investment): คำนวณผลตอบแทนจากการลงทุน โดยใช้สูตร ROI = ประโยชน์ทางธุรกิจ – ต้นทุนรวมของการเป็นเจ้าของ (TCO)
•    Finalize Implementation Approach and Plan: สรุปและยืนยันแนวทางการดำเนินการและแผนการย้ายระบบอย่างเป็นทางการ เพื่อให้พร้อมสำหรับการ MOVE to RISE ได้ทันที


การ MOVE to RISE ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงระบบซอฟต์แวร์ แต่มันคือการปรับเปลี่ยนกระบวนการทางธุรกิจ ปัจจุบันมีเครื่องมือใหม่ชื่อว่า SAP Signavio  ด้วยหลักการ Fast Time to Insight , Fast Time to Adapt ระบบจะช่วยดึงข้อมูลจากระบบมาวิเคราะห์กระบวนการทำงานเดิม แล้วแนะนำ Business Process ใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยลดเวลาในการวิเคราะห์ และการทำ Workshop หรือ สัมภาษณ์กระบวนการทำงานของพนักงานในองค์กร


ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ การเลือกทีมที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือนับเป็นหัวใจสำคัญ


ทีมที่ปรึกษาที่ดีจะมีความเชี่ยวชาญรอบด้าน รู้จักเครื่องมือที่ทันสมัย ช่วยวางแผนและดำเนินการให้สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจ พร้อมให้คำแนะนำและการสนับสนุนในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวิเคราะห์ การออกแบบ ไปจนถึงการติดตั้งและการดูแลหลังการย้ายระบบ


การมีทีมงานมืออาชีพที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตั้งแต่ต้นจนจบและหลังส่งมอบโครงการ ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยง แต่ยังช่วยให้ธุรกิจของคุณเปลี่ยนแปลงสู่ SAP ได้อย่างราบรื่น อุ่นใจและเกิดผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่สุด

 

ปรึกษาเรื่องระบบ SAP ERP กับ I AM Consulting 

I AM Consulting คือที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 

SBPA เปลี่ยนการทำงานของคุณให้เป็นอัตโนมัติง่ายๆ… ด้วยปลายนิ้ว

ในแต่ละวันพนักงานส่วนใหญ่ต้องเสียเวลาไปกับการทำงานที่เป็น Routine ลักษณะแบบเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทำให้พนักงานไม่สามารถให้เวลากับงานที่สำคัญกว่า และสามารถเพิ่มคุณค่าให้กับตนเองและองค์กรได้ ยิ่งไปกว่านั้นผู้บริหารอาจพลาดโอกาสในการปรับเปลี่ยน (Transform) องค์กรให้ก้าวไปข้างหน้า เพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ 

 

SBPA คืออะไร? 


SBPA หรือ SAP Build Process Automation เป็นเครื่องมือที่เกิดจากการผสานการทำงานระหว่าง RPA (Robotic Process Automation) Workflow Management และ AI (Artificial Intelligence) เข้าไว้ด้วยกัน ช่วยให้องค์กรสามารถเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้เป็นอัตโนมัติแค่ drag-and-drop โดยไม่ต้องเขียนโค้ดให้ยุ่งยาก (Low-Code / No-Code) ง่ายต่อการเรียนรู้ เหมาะกับพนักงานทุกระดับ แม้ไม่ใช่สายเทคนิคโดยตรง 

 

ก้าวข้าม RPA สู่ SBPA – จาก Robot ทำงานตามคำสั่ง สู่การรวมตัวต่อยอดกระบวนการทำงานอัจฉริยะ 

 

 


RPA (Robotic Process Automation) 


อย่างที่หลายคนรู้กันว่า RPA (Robotic Process Automation) เป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยให้องค์กรสามารถสร้างโปรแกรมหุ่นยนต์อัตโนมัติ หรือ Robot ขึ้นมาทำงานตาม Pattern ที่ถูกกำหนดไว้ สามารถเลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์ในการทำงานซ้ำๆ แบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องพึ่งพาการทำงานของมนุษย์ในงาน Routine ปริมาณมากที่มีความซ้ำซ้อน  เช่น การคัดลอกข้อมูล การป้อนข้อมูล หรือการส่งอีเมลตอบกลับลูกค้า 

Workflow management 


ผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยน ปรับแต่งและจัดการกระบวนการทำงานได้อย่างง่ายดาย ด้วยฟังก์ชัน drag-and-drop ที่ทำให้คุณสร้างแบบฟอร์มและกำหนดกระบวนการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วตามความต้องการขององค์กร ลดเวลาในการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการ มีความคล่องตัวในการทำงาน และช่วยให้พนักงานสามารถโฟกัสกับงานที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น 

Embedded AI (Artificial Intelligence) 


เข้าถึงความสามารถของเทคโนโลยี AI ได้ทั้ง Machine Learning (ML), Natural Language Processing (NLP), และ Computer Vision ที่เข้ามาช่วยให้การประมวลผลเอกสารอัจฉริยะ สามารถเรียนรู้ข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และเข้าใจภาษาของมนุษย์ได้ดียิ่งขึ้น สามารถอ่านข้อมูลจากเอกสารที่ไม่มีรูปแบบตายตัวได้ เช่น การแปลงข้อมูลจากรูปภาพ ให้กลายเป็นข้อความ (Optical Character Recognition) ช่วยให้การทำงานสะดวก รวดเร็ว พร้อมยกระดับความแม่นยำและประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูล 

 

อัปเกรดเป็น SBPA เพื่อเพิ่มความสามารถทางธุรกิจ 

  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: การนำกระบวนการอัตโนมัติเข้ามาช่วยจัดการขั้นตอนต่างๆ ทำให้งานที่เคยยุ่งยากและใช้เวลานานกลายเป็นเรื่องง่ายและมีความลื่นไหลมากขึ้น พนักงานจึงสามารถโฟกัสกับงานที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์และงานเชิงกลยุทธ์ได้ดียิ่งขึ้น 


  • ลดต้นทุน: การทำงานแบบอัตโนมัติช่วยลดเวลาการทำงานที่ไม่จำเป็น และลดต้นทุนในการใช้ทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในองค์กรลดลงอย่างเห็นได้ชัด 


  • มอบประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงานและลูกค้า: เมื่อพนักงานสามารถให้เวลากับงานที่เพิ่มคุณค่า จึงเกิดการพัฒนาตนเอง สร้างความพึงพอใจในหน้าที่การงาน ในขณะเดียวกันระบบการทำงานอัตโนมัติสามารถช่วยลดข้อผิดพลาดในขั้นตอนการทำงาน ส่งผลให้ข้อมูลต่างๆมีความถูกต้อง สามารถตอบสนองลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ  ทำให้ลูกค้าได้รับการบริการที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 


 

ปรึกษาเรื่อง RPA กับ I AM Consulting 


I AM Consulting ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่คอยซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้ 


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้ 
โทรศัพท์ : 02-026-3964  
E-mail : info@iamconsulting.co.th  
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1 
 

 

ทำไม EZTax และ EZTax Lite ต้อง on AWS Cloud

หลายคนจะรู้จัก I AM ในฐานะพาร์ทเนอร์ของ SAP ซอฟต์แวร์ ERP ชั้นนำระดับโลก เราได้รับความไว้วางใจเป็นที่ปรึกษาองค์กรมาแล้วครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจ แต่รู้หรือไม่ว่า I AM ได้พัฒนาระบบภาษีดิจิทัลของเราเองที่ชื่อ EZTax ซึ่งเราเป็น Service Provider รายแรก ๆ ของไทย นับจนถึงวันนี้ เราคือผู้ให้บริการ e-Tax อันดับ 1 ของไทยที่มียอดนำส่งใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งให้กรมสรรพากรแล้วมากกว่า 700 ล้าน ฉบับ ด้วยข้อมูลและจำนวนธุรกรรมของลูกค้าที่มีมากมายมหาศาลในแต่ละเดือน ทำให้ I AM พิถีพิถันในการเลือกผู้ให้บริการ Cloud Computing และนี่คือเหตุผลที่ทำไม EZTax ต้อง on AWS Cloud

  • โครงสร้างที่แข็งแกร่งและมั่นคง

AWS ที่มีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและมั่นคง มี Data Center อยู่ทั่วทุกมุมโลกทำให้การรับส่งข้อมูลเป็นไปอย่างลื่นไหล ระบบสามารถประมวลผลได้รวดเร็ว ไม่หน่วง และมีความเสถียรอยู่ตลอดเวลา ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างฉับไว ไม่ติดขัด

  • มีบริการที่ครอบคลุมและครบวงจร

AWS มีบริการที่หลากหลายและครอบคลุมตั้งแต่การประมวลผล การจัดเก็บข้อมูล ฐานข้อมูล ไปจนถึงเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ เช่น AI Machine Learning , IoT, Media และการพัฒนาแอพพลิเคชัน ซึ่งช่วยให้ทีมสามารถพัฒนาระบบ EZTax ได้อย่างรวดเร็วและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างทันท่วงที

  • มีความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือในระดับสูง

I AM ในฐานะผู้นำด้านที่ปรึกษาไอทีและระบบ e-Tax การรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญมากที่สุด AWS ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลมากมาย ได้แก่ PCI-DSS, HIPAA/HITECH, FedRAMP, GDPR, FIPS 140-2, และ NIST 800-171 ซึ่งช่วยให้เราสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยได้อย่างครบถ้วน


ปัจจุบัน ระบบ EZTax by I AM Consulting ได้ผลตอบรับดีมาก ยิ่งตอกย้ำความสำเร็จของการเป็นผู้นำด้านการให้บริการให้คำปรึกษาและนำส่งภาษี e-Tax ด้วยการเปิดตัวระบบ EZTax Lite เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้ประกอบการ เน้นความคุ้มค่าและการใช้งานง่าย เพื่อองค์กรขนาดกลางโดยเฉพาะ แต่ยังคงความน่าเชื่อถือและการให้บริการในการติดตั้งระบบและการบริการหลังการขายที่ดี ที่สำคัญยังเก็บข้อมูลบน AWS Cloud ที่ได้มาตรฐานสากลที่ทั่วโลกไว้วางใจอีกด้วย


หากองค์กรของคุณยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับระบบ e-Tax อย่าลังเลที่จะติดต่อเรา เพราะเราคือตัวจริงเรื่อง e-Tax ไอแอม คอนซัลติ้ง พร้อมจะเป็นพาร์ทเนอร์ที่จะร่วมเดินทางไปกับคุณตลอดการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล


EZTax อันดับ #1 ของไทย ขวัญใจทุกองค์กรชั้นนำ


สนใจติดต่อ-สอบถามได้ที่

Website : https://www.iamconsulting.co.th/product/eztaxlite

Tel : 02-026-3964

E-mail : info@iamconsulting.co.th

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

เจาะลึกพลังแห่งนวัตกรรมขององค์กรยุคใหม่ SAP Business Technology Platform (BTP)

ในยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยข้อมูลมหาศาล หากต้องการจัดการกับข้อมูลเหล่านั้นให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ถึงเวลาแล้วที่จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงาน I AM Consulting ขอเชิญชวนมาก้าวทันโลกแห่งนวัตกรรม ด้วยการเรียนรู้เทคโนโลยีล้ำสมัยที่จะพลิกโฉมการทำงานของคุณได้ในบทความนี้ SAP Business Technology Platform (BTP)

 

SAP BTP คืออะไร ?

 

SAP BTP ย่อมาจาก SAP Business Technology Platform คือ เครื่องมือที่รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว ทั้งข้อมูล การวิเคราะห์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การพัฒนาแอปพลิเคชัน ระบบอัตโนมัติ และการเชื่อมต่อระบบต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ออกแบบมาเพื่อใช้กับแอปพลิเคชัน SAP บนคลาวด์โดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจให้ทันสมัย สะดวกสบาย ใช้เวลาทำงานน้อยลงแต่ได้ประสิทธิภาพสูงขึ้น


มีบริการให้เลือกใช้งานได้หลากหลายในลักษณะ Software as a Service สามารถ Subscribe ใช้งานได้โดยง่าย ไม่จำเป็นต้องจัดหา Hardware / Server ให้ยุ่งยาก


สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ก็เหมือน add-on จาก SAP ที่ชาญฉลาดมาก ๆ ซึ่งมีหัวใจสำคัญอยู่ 4 ด้านด้วยกัน

 

1)    SAP Build Process Automation

ระบบการทำงานแบบอัตโนมัติ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า RPA (Robotic Process Automation) ซึ่งองค์กรจะสามารถจัดการงานที่มีขั้นตอนการทำงานซ้ำ ๆ โดยติดตั้งให้โรบอทมาทำงานแทนคน ตั้งกฎและเงื่อนไขเพื่อให้ระบบสามารถตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ เองได้โดยอัตโนมัติ และแสดงภาพรวมของกระบวนการทำงานทั้งหมด จนไปถึงช่วยออกแบบ Workflow ใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดซับซ้อน ลดภาระงานที่น่าเบื่อของพนักงาน ช่วยให้พนักงานมีเวลาไปพัฒนาตนเองและโฟกัสกับงานที่สร้างมูลค่าสูงได้มากขึ้น

2)    SAP Integration Suite

เครื่องมือที่ช่วยเชื่อมต่อระบบต่าง ๆ ซึ่งองค์กรจะสามารถบูรณาการ กระบวนการทำงาน การบริการ แอปพลิเคชัน และ ข้อมูลต่าง ๆ เข้าด้วยกันได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นระบบที่อยู่ภายในองค์กรหรือบนคลาวด์ โดยจะมี Pre-Build พร้อมใช้งาน หรือ หากอยากพัฒนาเพิ่มเติมก็สามารถทำได้ไม่ยาก

 

3)    SAP Analytics Cloud

โซลูชันครบวงจรสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลและการวางแผน ด้วยการดึงข้อมูลจากระบบต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากแอปพลิเคชันหลักที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ หรือข้อมูลสำคัญจากแหล่งอื่น ๆ โดยระบบสามารถวิเคราะห์ข้อมูลและสรุปออกมาเป็นรายงาน พร้อมแสดงข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ ไปจนถึงมีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและวางแผนธุรกิจเพื่ออนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

4)    SAP Build Apps

เครื่องมือที่ช่วยให้การพัฒนาแอปพลิเคชันและระบบอัตโนมัติเป็นไปอย่างรวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้น ด้วยลักษณะ Low-Code / No-Code มีเครื่องมือสำหรับการเขียนโปรแกรมแบบภาพ (Visual Programming) และส่วนประกอบแบบลากและวาง (Drag-and-Drop) ซึ่งผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่มีความรู้เรื่องโค้ดก็สามารถทำงานได้


นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนวัตกรรมที่ก้าวหน้าไปทุกวัน องค์กรต้องปรับตัวให้ทันเพื่อความอยู่รอดและเติบโต การเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็น และการนำข้อมูลอันมหาศาลออกมาใช้ประโยชน์ ต้องสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว เพราะ “Speed” คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการดำเนินธุรกิจในยุคนี้


หากคุณพร้อมที่จะยกระดับองค์กรของคุณด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยเหล่านี้ I AM Consulting พร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนคุณในทุกขั้นตอน ติดต่อเราวันนี้ เพื่อเริ่มต้นการเดินทางสู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่จะนำพาธุรกิจของคุณไปสู่ความสำเร็จในอนาคต!

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

SAP ECC6.0 (EhP 0-5) หมด Mainstream Maintenance ใช้งานไม่ได้ จริงมั้ย…

ใกล้ถึงเวลาแล้วที่ SAP ECC 6.0 (EhP 0-5) จะหมด Mainstream Maintenance ภายใน 2025 เหลืออีกเพียง 4 เดือนเท่านั้น ทำให้หลายองค์กรเกิดความสงสัยและกังวลว่า ระบบจะสามารถใช้งานต่อได้หรือไหม? ถึงแม้จะใช้งานต่อได้ แต่ก็มีความเสี่ยงหลายเรื่องที่ SAP ไม่สามารถรับประกันได้อีกต่อไป


จะเกิดอะไรขึ้น ถ้า SAP หมด Mainstream Maintenance ?

  • SAP ไม่ซัพพอร์ต: องค์กรจะไม่ได้รับการซัพพอร์ตจาก SAP อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้การพัฒนาระบบอาจทำได้ยากขึ้น ต้องใช้เวลานาน และเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น
  • ไม่มี SLA รองรับ: ระบบอาจไม่สอดคล้องกับกฎหมาย ข้อบังคับ หรือมาตรฐานใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้องค์กรอาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงทางกฎหมาย
  • ไม่รองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ: ระบบจะไม่รองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้ระบบไม่สามารถทำงานร่วมกับระบบอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือไม่สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจได้

หลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น องค์กรควรพิจารณาการอัปเกรดระบบเป็น SAP S/4HANA Cloud ซึ่งมีความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่สูงกว่า อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจาก SAP อย่างเต็มรูปแบบ การอัปเกรดนี้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานได้อย่างราบรื่น ปลอดภัย และสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและการขยายตัวของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ


อย่าปล่อยให้ธุรกิจของคุณติดขัด! มาอัปเกรดเป็น S/4HANA เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่สูงกว่า!


การอัปเกรดระบบ SAP S/4HANA Cloud ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงทางด้านความปลอดภัยและกฎหมาย แต่ยังเพิ่มโอกาสในการพัฒนาธุรกิจและการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย

 

มาอัปเกรดเป็น SAP S/4HANA Cloud เพื่อความก้าวหน้าทางธุรกิจที่ดีกว่ากับ I AM Consulting Partner ที่ดีที่สุดที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่โลกดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT Solution มากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมทีมที่ปรึกษามืออาชีพ ที่คอยซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณสำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้ได้อย่างตรงจุด

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้

Tel : 02-026-3964

E-mail : info@iamconsulting.co.th

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

EZTax & EZTax Lite ระบบ e-Tax อันดับ 1 ของไทย มุ่งสู่ 1,500,000,000 ฉบับ

นาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก EZTax by I AM Consulting ผู้ให้บริการ (Service Provider) ระบบ e-Tax invoice & e-Receipt อันดับ 1 ของไทย  ซึ่งได้รับการรับรองจาก ISO/IEC 27001 และ ETDA ให้เป็นระดับสูง พร้อมก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้วยยอดการส่งมอบใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ให้กับกรมสรรพากรมามากที่สุดในประเทศ กว่า 700,000,000 ฉบับ และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องมุ่งสู่ 1,500,000,000 ฉบับ พร้อมกับเปิดตัวระบบ EZTax Lite ทางเลือกใหม่ของธุรกิจขนาดกลางที่มีจำนวนเอกสารใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินต่อเดือนไม่เยอะมาก

 

ความสำเร็จที่เหนือกว่า

ที่ EZTax ได้รับการยอมรับและความไว้วางใจจากทุกกลุ่มธุรกิจชั้นนำทั่วประเทศไทยมาจากหัวใจหลัก 3 ข้อ ได้แก่

  1. Service : เราบริการลูกค้าด้วยทีมที่ปรึกษาที่รู้ลึก รู้จริง สามารถตอบข้อสงสัยและแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ดูแลตั้งแต่ก่อนการติดตั้งไปจนถึงส่งมอบโครงการแล้วก็ยังดูแลต่อเนื่องไม่หายไปไหนเพราะเราเชื่อมั่นเสมอว่า ระบบที่ดีจะต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและจะอยู่คู่กับองค์กรไปอีกนาน
  2. Reliability : เพราะเราเข้าใจลูกค้าเป็นอย่างดีว่า ความเสถียรของระบบมีความสำคัญเป็นอย่างสูง ด้วยเหตุนี้เราจึงพัฒนา EZTax ให้มาพร้อมกับระบบ Intelligent Auto Health Check ที่คอยดูแลการทำงานของระบบ หากเกิดปัญหา ระบบจะสามารถตรวจจับและ recover กลับมาได้ด้วยตัวเอง และนอกจากนี้ EZTax ยังเก็บข้อมูลทั้งหมดบนระบบคลาวด์ของ AWS ซึ่งถือเป็น Cloud Platform อันดับ 1 ของโลกที่มีความปลอดภัยสูงสุด และมี Data Center ถึง 3 แห่งเพื่อเพิ่มความรวดเร็วและเสถียรภาพของระบบ
  3. Adaptability : รองรับการเชื่อมต่อกับทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบบัญชี ระบบ ERP ต่างๆ ไปจนถึงระบบอื่นๆ อาทิเช่น Vendor Portal หรือ ระบบ Automation ต่างๆ เป็นต้น เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานเชื่อมต่อกับทุกระบบได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

ตอกย้ำความสำเร็จด้วยระบบ EZTax Lite เอาใจธุรกิจขนาดกลาง

จากความสำเร็จที่เป็นผู้ให้บริการส่งมอบใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ให้กับกรมสรรพากรมากว่า 1,400,000,000 ฉบับ รวมถึงประสบการณ์ที่สั่งสมกว่า 20 ปี ในฐานะที่ปรึกษาด้านการวางกลยุทธ์ทางดิจิทัลแก่องค์กรต่างๆในหลากหลายอุตสาหกรรม วันนี้ I AM ได้พัฒนาระบบ EZTax Lite ขึ้นมาเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือก รองรับความต้องการของธุรกิจขนาดกลางที่มีจำนวนเอกสารใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินต่อเดือนไม่เยอะมาก แต่มองหา e-Tax ที่สะดวก รวดเร็ว ใช้งานง่าย ในราคาที่จับต้องได้ แต่ยังรักษามาตรฐานการบริการที่ดีที่สุด

 

ไม่หยุดพัฒนา….ก้าวสู่องค์กรดิจิทัลไปด้วยกัน!

การเติบโตนี้ไม่เพียงแค่เป็นความสำเร็จของ EZTax & EZTax Lite เท่านั้น แต่ยังเป็นความสำเร็จของทุกธุรกิจที่ไว้วางใจให้เราเป็นส่วนหนึ่งในการจัดการใบกำกับภาษี I AM ยังคงพร้อมเคียงข้างและคอยให้คำปรึกษาในการวางแผนการปรับกระบวนการต่าง ๆ ด้านภาษีของคุณให้ดียิ่งขึ้นตั้งแต่ต้นอย่างครบวงจร เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนไปของลูกค้า คุณสามารถมั่นใจได้ว่าองค์กรของคุณจะได้รับการบริการที่ดีที่สุด และทุกคำถามของคุณจะได้รับคำตอบ

 

EZTax & EZTax Lite อันดับ #1 ของไทย ขวัญใจทุกองค์กรชั้นนำ

หากคุณเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางที่กำลังมองหาระบบการจัดการภาษีที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และใช้งานง่าย EZTax Lite คือคำตอบที่คุณไม่ควรพลาด มาเจอกันได้ที่งาน Unveiling No.1 EZTax Lite and The Next Era of Digital Document ในวันที่ 28 สิงหาคม 2024 นี้

 

พูดคุย-สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

Website : https://www.iamconsulting.co.th/product/eztaxlite

Tel : 02-026-3964

E-mail : info@iamconsulting.co.th

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

SAP BTP คืออะไร ทำไมองค์กรชั้นนำระดับโลกถึงเลือกใช้

 

I AM Consulting จะพาคุณไปรู้จักกับ SAP BTP (Business Technology Platform)

 

เทคโนโลยีที่ถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อข้อมูล เครื่องมือ และบริการต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้รวดเร็ว ตอบโจทย์การทำงานยุคดิจิทัล พร้อมยกระดับการวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาแอปพลิเคชัน และการเชื่อมโยงระบบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


ด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นนี้ แบรนด์ระดับโลกอย่าง #adidas ก็เลือกใช้ SAP BTP เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อให้สามารถปรับตัวและเติบโตในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว


หากคุณกำลังมองหาเทคโนโลยีที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับองค์กร SAP BTP คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม


แล้วคุณล่ะ พร้อมหรือยังที่จะเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงไปกับเรา?


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
Tel : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1


#IAMConsulting #SAP #BTP
#IAMDX #DigitalTransformation
#CreateOurExcitingFuture
#WhenIAMPromisesIAMDelivers

EZTax vs EZTax Lite ต่างกันยังไง

ผู้ประกอบการหลายหมื่นราย คงเคยได้ยินชื่อเสียงหรือเป็นลูกค้า EZTax กันอยู่แล้ว ซึ่งจะรู้ว่า EZTax คือระบบ e-Tax invoice & e-Receipt ที่ I AM Consulting พัฒนาขึ้น เพื่อจัดการใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ให้มีความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เราถือเป็น Service Provider รายแรก ๆ ของไทย ที่เดินเคียงข้างองค์กรต่างๆในการทำระบบ e-Tax มาแล้วถึง 6 ปี การันตีด้วยจำนวนการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์มากถึง 25 ล้านธุรกรรมต่อเดือนและเป็นผู้ให้บริการส่งมอบใบกำกับภาษีให้กับกรมสรรพากรมาแล้วกว่า 700,000,000 ธุรกรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจที่ EZTax ได้รับจากผู้ประกอบการในทุกกลุ่มธุรกิจ


เพื่อตอกย้ำความสำเร็จของการเป็นผู้นำด้านการให้บริการให้คำปรึกษาและนำส่งภาษี e-Tax และรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้ประกอบการ I AM ได้พัฒนาระบบ EZTax Lite ทางเลือกใหม่เอาใจผู้ประกอบการขนาดกลางที่ต้องการนำส่งใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ แต่มีข้อจำกัดในเรื่องของจำนวนธุรกรรมต่อเดือนที่มีไม่มากนัก ประมาณ 500 – 5,000 ธุรกรรมต่อเดือน จึงมองหาระบบ e-Tax ที่มีราคาย่อมเยาว์แต่ยังคงความน่าเชื่อถือและการให้บริการในการติดตั้งระบบและการบริการหลังการขายที่ดี


ความแตกต่างระหว่าง EZTax และ EZTax Lite
 

EZTax ทางเลือกที่ใช่…สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่

ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการขององค์กรขนาดใหญ่ที่มีการออกใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากตั้งแต่ 5,000 ธุรกรรมต่อเดือนขึ้นไป มีความยืดหยุ่นสูงสามารถปรับแต่งระบบตามความต้องการเฉพาะของแต่ละองค์กร


EZTax Lite ทางเลือกใหม่…เอาใจธุรกิจไซส์กลาง

อีกหนึ่งทางเลือกใหม่สำหรับธุรกิจไซส์กลางที่มีงบประมาณจำกัดและมีจำนวนธุรกรรมตั้งแต่ 500-5,000 ต่อเดือน เหมาะกับลูกค้าที่ต้องการขึ้นระบบอย่างรวดเร็ว ซึ่ง EZTax Lite ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี โดยนำแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดจากประสบการณ์ของ I AM ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา มาใช้เป็นแนวทางในการสร้างแพลตฟอร์ม e-Tax ที่เป็นมาตรฐาน เน้นความคุ้มค่าและการใช้งานง่าย เพื่อองค์กรขนาดกลางโดยเฉพาะ แต่เป็นไปตามมาตรฐานของกรมสรรพากร
 

จุดเด่นของ EZTax ทั้งสองแพ็กเกจคือ ความเสถียร มี Auto Health Check คอยดูแลการทำงานของระบบ หากเกิดปัญหา ระบบจะสามารถตรวจจับและ recover กลับมาได้ด้วยตัวเอง ทำให้มีความเสถียรอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญ EZTax เก็บข้อมูลบน AWS Cloud ระบบคลาวด์มาตรฐานสากลที่ทั่วโลกไว้วางใจ ลูกค้าสามารถมั่นใจในความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูล นอกจากนี้ EZTax ยังมาพร้อมกับระบบที่ช่วยตรวจสอบโครงสร้างใบกำกับภาษีตั้งแต่เริ่มทำเอกสาร ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร จึงมั่นใจได้ว่าทุกการส่งเอกสารออกไปในแต่ละครั้งจะถูกต้องอย่างแน่นอน


ไม่ว่าจะเป็น EZTax หรือ EZTax Lite ต่างก็มีจุดเด่นและความสามารถที่เหมาะสมกับความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละองค์กร การเลือกใช้บริการที่เหมาะสมจะช่วยให้องค์กรของคุณสามารถจัดการกับใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดภาระงานที่ซับซ้อนลงได้อย่างมาก


ที่สำคัญไม่ว่าคุณจะเลือกใช้บริการแพ็กเกจไหน เราพร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่จะอยู่เคียงข้างและคอยให้คำปรึกษาในการวางแผน การปรับกระบวนการต่าง ๆ ด้านภาษีของคุณให้ดียิ่งขึ้นแบบครบวงจร (One-Stop-Service) ตั้งแต่ต้นจนจบ และมีบริการดูแลหลังจากติดตั้งให้คุณอุ่นใจ เพราะเราตระหนักเป็นอย่างดี ว่าระบบจะอยู่กับลูกค้าไปอีกนาน จึงต้องมีทีมที่ปรึกษาที่จะช่วยดูแล ปรับปรุง พัฒนา ระบบอย่างต่อเนื่อง ให้คุณมั่นใจว่าองค์กรของคุณจะได้รับการบริการที่ดีที่สุด

ตัวจริงเรื่อง e-Tax ต้อง I AM Consulting

Checklist Pain Point…ปัญหาคาใจทำไมต้องทำระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ตอนนี้

ปัจจุบันมีหลายธุรกิจที่นำระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt มาใช้ในการจัดการภาษี เพื่อช่วยให้กระบวนการทางการเงินและภาษีในธุรกิจเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ก็มีอีกหลายธุรกิจ ที่ยังไม่เคยได้ใช้ระบบนี้ ต่างก็คงต้องเผชิญปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเวลา หรือขาดโอกาสทางการตลาดในขณะที่คู่แข่งแทรงหน้าเราไปแล้ว


รู้แบบนี้…ลอง Checklist Pain Point ปัญหาที่ธุรกิจของคุณควรพิจารณา เริ่มใช้ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ตั้งแต่ตอนนี้

 

  • เสียเวลา เสียโอกาส


ความปวดหัวของฝ่ายบัญชีสมัยก่อนคงหนีไม่พ้นเรื่องตัวเลขและเอกสารจำนวนมากที่ต้องจัดการในแต่ละวัน ไม่ว่าจะออกหรือติดตามสถานะใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน หรือเอกสารทางการเงินต่าง ๆ ที่ส่งให้ลูกค้าหรือคู่ค้าในรูปแบบกระดาษ ต้องเสียเวลานานมาก ไหนจะเรื่องการพิมพ์เอกสาร ใส่ซอง ติดแสตมป์ จัดส่ง และการติดตามสถานะจากลูกค้าก็ยุ่งยาก ที่สำคัญเสี่ยงต่อเอกสารผิดพลาด หรือไม่ครบถ้วน ทำให้ต้องเสียเวลาส่งกลับมาแก้ไข ซ้ำ ๆ หลาย ๆ รอบ ยิ่งไปกว่านั้นอาจกระทบต่อการเรียกเก็บเงินได้ไม่ทันเวลาหรือล่าช้าไม่ตรงตามรอบบัญชีนั้น ๆ อาจส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดของธุรกิจ และยังทำให้ลูกค้าหรือคู่ค้าเกิดความไม่พึงพอใจ อาจนำมาสู่การเสียโอกาสทางการตลาดและลูกค้าคนสำคัญได้
 

  • เอกสารกองโต…ตัวปัญหา!


ไม่ว่าจะเป็น ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน ใบสั่งซื้อ และเอกสารทางการเงินอื่น ๆ อีกมากมาย เป็นเอกสารที่ฝ่ายบัญชีต้องจัดการในแต่ละวันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก็อาจทำให้เกิดความยุ่งยากในการจัดเก็บให้เป็นระบบระเบียบ เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาในอนาคต แม้จะเก็บเอกสารเป็นระเบียบมากแค่ไหน การค้นหาเอกสารในเวลาระยะเวลาสั้น ๆ เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก จากเอกสารกองโตนั้น นอกจากจะเสียเวลาแล้ว ยังต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บเอกสารและพื้นที่ในการเก็บรักษา ที่สำคัญเสี่ยงต่อการสูญหายจากการเก็บรักษาที่ไม่ดี หรืออาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ได้อีกด้วย
 

  • ค่าใช้จ่ายสูง เท่าไหร่ก็ไม่พอ


ภาระค่าใช้จ่ายอีกอย่างหนึ่งของธุรกิจที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย นั่นก็คือ ค่าใช้จ่ายคลังในการจัดเก็บและดูแลเอกสารที่ต้องเก็บไว้ขั้นต่ำ 5 ปี นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในทุกกระบวนการทางภาษีทั้งหมด เช่น ค่ากระดาษ หมึกพิมพ์ ค่าบริการจัดส่ง และค่าขนส่ง ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้สะสมเป็นจำนวนมากก็ทำให้เป็นภาระทางการเงินของธุรกิจในอนาคตได้
 

  • ตรวจสอบย้อนหลังยาก


การตรวจสอบย้อนหลัง เพื่อดูข้อมูลการทำธุรกรรมทางการเงินเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับธุรกิจ แต่การจะค้นหาข้อมูลจากเอกสารรูปแบบกระดาษที่เก็บไว้นานแล้วเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและเสียเวลามาก ทำให้เกิดความล่าช้าในการตรวจสอบและเตรียมเอกสาร เพื่อตรวจสอบภาษีจากกรมสรรพากร
 

Pain Point เหล่านี้ ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องย้ำเตือนที่ให้คุณต้องเริ่มพิจารณาใช้ระบบ e-Tax Invoice & e-Receiptเท่านั้นแต่ยังเป็นตัวชี้นำให้ตระหนักถึงความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนและพัฒนาระบบการจัดการกระบวนการทางการเงินและภาษีในธุรกิจของคุณด้วยการนำระบบที่ทันสมัยมาใช้ในการแก้ปัญหาที่เคยสร้างความปวดหัวในอดีตให้กลายเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วในปัจจุบัน

 

EZTax ผู้ช่วยจัดการภาษียุคใหม่จาก I AM Consulting


EZTax ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt โซลูชันที่ตอบโจทย์ทุกเรื่องการจัดการภาษีของธุรกิจในยุคดิจิทัล ทำให้คุณโฟกัสไปที่การเติบโตและการพัฒนาของธุรกิจได้อย่างเต็มที่ ไม่เพียงเท่านี้ I AM Consulting พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่จะอยู่เคียงข้างและคอยให้คำปรึกษาในการวางแผน การปรับกระบวการต่าง ๆ ด้านภาษีของคุณให้ดียิ่งขึ้นแบบครบวงจร (One-Stop-Service) ตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การจัดหาใบรับรองอีเล็กทรอนิกส์ การลงทะเบียน การตรวจประเมินเบื้องต้นเพื่อปรับกระบวนการและลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น การติดตั้งและวางระบบ ไปจนถึงการฝึกอบรมทีมงาน และมีบริการดูแลหลังจากติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เพราะเราตระหนักเป็นอย่างดี ว่าระบบจะอยู่กับลูกค้าไปอีกนาน จึงต้องมีทีมที่ปรึกษาที่จะช่วยดูแล ปรับปรุง พัฒนา ระบบอย่างต่อเนื่อง

 

EZTax คือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ


สนใจติดต่อพูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้

  • 02-026-3964
  • E-mail : info@iamconsulting.co.th

ปรับกระบวนการทางธุรกิจด้วย ปลายนิ้วคลิก กับ SAP Signavio

การปรับกระบวนการทางธุรกิจเพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด ถือเป็นเป้าหมายที่ทุกองค์กรต้องการไปให้ถึง แต่ก็เป็นโจทย์ที่ท้าทายเพราะทำได้ยาก ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญที่ชำนาญในธุรกิจขององค์กร ซึ่งต่างมีข้อกำหนดเฉพาะ ต้องใช้ความร่วมมือทีมงานในการเก็บและแชร์ข้อมูล และใช้เวลามหาศาล 

 

สิ่งเหล่านี้เป็นอุปสรรคที่ทำให้องค์กรไม่สามารถพัฒนากระบวนการทางธุรกิจให้ก้าวทันโลกธุรกิจในปัจจุบัน และจะดีเพียงใดถ้าอุปสรรคเหล่านี้หมดไปด้วยโซลูชั่นที่สามารถวิเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจให้ดีแบบก้าวกระโดด ด้วยเวลาเพียงลัดนิ้วมือ  

 

SAP Signavio คืออะไร

 

SAP Signavio เป็นเครื่องมือสำหรับการบริหารจัดการและปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ ด้วยหลักการ Fast Time to Insight , Fast Time to Adapt ซึ่งจากเดิมที่ต้องใช้เวลาในการทำ Workshop หรือ สัมภาษณ์กระบวนการทำงานของพนักงานในองค์กร แล้วนำมาเขียน Process Blueprint จากนั้นร่วมกันวิเคราะห์ไปทีละกระบวนการ แต่หากใช้ SAP Signavio เครื่องมือจะดึงข้อมูลจากระบบของลูกค้าที่ถูกบันทึกเก็บไว้อยู่แล้ว นำมาวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน ของกระบวนการต่างๆ โดยเปรียบเทียบกับมาตรฐานของอุตสาหกรรมที่คล้ายคลึงกัน และแบบปฏิบัติ (Best Practice) ที่ทาง SAP สะสมมากว่า 50 ปี และนำเสนอแนวทางการปรับปรุงแบบลงรายละเอียด พร้อมด้วยข้อมูลสนับสนุนที่สามารถเชื่อถือได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ สามารถดำเนินการได้ โดยใช้เพียงปลายนิ้วคลิกในเวลาไม่กี่นาที

 

การทำงานของ SAP Signavio

 

1) Analyze – Monitor

SAP Signavio มีเครื่องมือในการทำความเข้าใจ และวิเคราะห์กระบวนการทางธุรกิจที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยละเอียด แม่นยำ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถระบุปัญหาและข้อติดขัดในกระบวนการทำงานได้อย่างรวดเร็ว

 

2) Design – Simulate

ช่วยออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ ด้วยการนำเสนอออกมาเป็น Roadmap หรือ Blueprint ได้อย่างเป็นรูปธรรม สามารถดูแบบจำลองและเปรียบเทียบผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เพื่อเลือกกระบวนการที่มีประสิทธิภาพสูงสุดได้

 

3) Improve – Roll out

พนักงานจะสามารถปรับตัวและปรับใช้โซลูชันได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สามารถลดงานที่ต้องทำด้วยมือและงานที่ซ้ำซ้อน ด้วยความช่วยเหลือของ iRPA (Intelligent Robotic Process Automation) และฟังก์ชันแบบ Low Code-No Code

 

ปัจจุบัน SAP Signavio มีบริษัทชั้นนำเลือกใช้งานกว่า 5,000 บริษัท จาก 100 ประเทศทั่วโลก เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่กำลังใช้งาน SAP ECC6.0 และมีแผนงานจะ MOVE ไปยัง RISE หรือ หากคุณใช้งาน SAP S4/HANA อยู่แล้วก็สามารถค้นพบช่องทางในการปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้นได้เช่นกัน

 

SAP Signavio สามารถทดลองใช้งานได้ ฟรี 1 ครั้ง
ติดต่อ I AM Consulting ให้เราเข้าไปช่วยให้คำแนะนำในการเริ่มใช้งานได้เลย

 

I AM Consulting คือที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
Tel : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

 

#IAMconsulting #SAP #SAPsignavio
#BusinessProcessTransfomation
#WhenIAMpromisesIAMdelivers
#CreateOurExcitingFuture
 

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.