ปลายปีกับ ความท้าทาย ในการ ประเมิน ผล งาน ประจำปี สู่โอกาสในการพัฒนา ด้วย SAP SuccessFactors

เหนื่อยไหม? กับการประเมินผลงานปลายปีที่… 

 

 

ข้อมูลกระจัดกระจาย มองเห็นประสิทธิภาพและการพัฒนาของทีมได้ยาก 

ไม่มีหลักฐานชัดเจน  ไม่มีความโปร่งใส ความเป็นธรรมในการประเมินลดลง 

เกณฑ์การประเมินคลุมเครือ การประเมินไม่ครอบคลุม ขาดความแม่นยำ และวัดผลไม่ได้ 

ความยุติธรรมถูกตั้งคำถาม มาตรฐานและความสมดุลระหว่างผลงานและการให้คะแนนไม่ชัดเจน 

                                                                                              

ช่วงปลายปีเป็นเวลาที่ผู้บริหารและฝ่าย HR ต้องเผชิญกับความท้าทายอีกครั้ง การประเมินผลงานประจำปี เป็นช่วงเวลาที่ทำให้หลายคนรู้สึกเหมือนกำลังถูกพิพากษาชี้ชะตาว่า เราจะได้ไปต่อ หรือพอแค่นี้ ได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง ขึ้นเงินเดือน หรือต้องเปลี่ยนเส้นทางสายอาชีพใหม่ 


หลายคนอาจมองว่านี่คือช่วงเวลาแห่งความกดดัน ทั้งพนักงานที่รอลุ้นผลการประเมิน หวั่นใจกับความยุติธรรมของการประเมินแต่ละครั้ง หรือผู้บริหารที่ต้องแบกรับความรับผิดชอบในการรวบรวมข้อมูลจำนวนมาก เพื่อตัดสินอนาคตของทีมงาน ความท้าทายไม่ได้อยู่แค่ตัวเลขผลงาน แต่รวมถึงการสื่อสารที่ต้องชัดเจน เที่ยงตรง และรักษาความสัมพันธ์อันดีในทีมอีกด้วย 


ความตึงเครียดและความกังวลในช่วงเวลานี้ เป็นเรื่องแทบจะปกติเลยก็ว่าได้ เพราะการประเมินผลงาน แบบเดิมมักเผชิญกับปัญหาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการขาดหลักฐานสนับสนุนผลงานที่ชัดเจน การลืมผลงานสำคัญในช่วงต้นปี ความไม่สอดคล้องของเกณฑ์การประเมินระหว่างแผนก หรือแม้แต่อคติที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อขวัญกำลังใจของพนักงานและประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรทั้งสิ้น ซึ่งหากรู้วิธีรับมือและใช้เครื่องมือประเมินผลงานอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งใดในองค์กร การประเมินผลงานประจำปี ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอีกต่อไป…. 

 

SAP SuccessFactors ระบบประเมินผลที่เข้าใจคนทำงานยุคใหม่!

 

  

 

ความลำเอียงโดยไม่รู้ตัวหรืออคติที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ (Unconscious Bias) เป็นความท้าทายในการบริหารคน ปัจจัยสำคัญในการสร้างทีมที่แข็งแกร่ง มาจากการตั้งเป้าหมายรายบุคคลให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร ทำให้ผลการประเมินมีความแม่นยำ เป็นกลางและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย  


หนึ่งในเครื่องมือที่หลายองค์กรชั้นนำระดับโลกเลือกใช้ อย่าง SuccessFactors จาก SAP ระบบบริหารทรัพยากรบุคคลที่ให้บริการในรูปแบบ Cloud-based application เป็นโซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การประเมินผลงานยุคใหม่ ด้วยการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งมารวมในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายของพนักงาน การพัฒนาทักษะ การปรับตัว และการมีส่วนร่วมภายในทีม ทำให้การประเมินแต่ละครั้งมีหลักฐานชัดเจน โปร่งใส เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ช่วยให้ทั้งผู้ประเมินและผู้ถูกประเมิน ลดความกังวลและสามารถสร้างบทสนทนาที่สร้างสรรค์ระหว่างกันและกันด้วยความจริงใจ 


นอกจากนี้ SAP SuccessFactors ยังช่วยให้การติดตามผลงานของพนักงานเป็นเรื่องง่าย พนักงานทุกระดับสามารถบันทึกผลงานและความสำเร็จที่เกิดขึ้นได้ทันที ไม่ต้องกังวลว่าจะลืมผลงานสำคัญในช่วงเวลาต่าง ๆ ช่วยให้การกำหนดเป้าหมายและ KPI มีความชัดเจน สอดคล้องกับทิศทางองค์กร พร้อมสนับสนุนการพัฒนาทักษะพนักงาน ด้วยการค้นหาจุดแข็งและโอกาสในการพัฒนาความรู้ความสามารถ เพื่อวางแผนการพัฒนาเฉพาะบุคคลที่เชื่อมโยงกับเส้นทางสายอาชีพ และสามารถติดตามความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่อง  


SAP SuccessFactors จึงไม่ได้เพียงแค่เพิ่มความแม่นยำในการประเมินผลงาน แต่ยังช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นภาพรวมของทีมได้ชัดเจนและครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะการระบุกลุ่มพนักงาน Top Performers และ High Potentials ที่มีความสำคัญต่อองค์กรในอนาคต ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ช่วยให้องค์กรสามารถการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่ง เกิดวัฒนธรรมการพัฒนาแบบสร้างสรรค์ สร้างแรงจูงใจ ความผูกพัน สร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีและส่งเสริมการเติบโตของทุกคน ทำให้การตัดสินใจด้านบุคลากรอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ไม่ใช่แค่ความรู้สึกส่วนตัวอีกต่อไป! 


เมื่อถึงช่วงเวลาประเมินผลงานปลายปีครั้งต่อไป ผู้ประเมินและผู้ถูกประเมินจะหมดความกังวล เพราะทุกคนในองค์กรเข้าใจว่าว่าการประเมินผลงานไม่ใช่การตัดสินผลงานในอดีตที่เกิดขึ้นเพียงปีละครั้ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาตนเองในทุก ๆ วันที่ทุกคนตั้งตารอ เมื่อมีเครื่องมือที่เหมาะสมและกระบวนการที่เป็นธรรม การประเมินผลงานจะกลายเป็นโอกาสในการเติบโตทั้งตัวพนักงานเองและองค์กรได้อีกด้วย 

 

พร้อมหรือยังที่จะเปลี่ยนการประเมินผลงานปลายปีครั้งนี้ ให้เป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับทุกคนในองค์กร? 

 

 

ปรึกษาเรื่องระบบ SAP SuccessFactors กับ I AM Consulting    

I AM Consulting ไม่ใช่เพียงผู้พัฒนาระบบ SAP SuccessFactors แต่เรามีประสบการณ์ในการปรับกระบวนการทำงานทั้งด้าน HRM และ HRD ให้กับองค์กรชั้นนำต่าง ๆ มากมาย เราสามารถให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณไปสู่การทำงานแบบดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถของพนักงานไปกับ ระบบ HR ที่ครอบคลุม ยืดหยุ่น และตอบโจทย์การใช้งาน ด้วยจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศ พร้อมสนับสนุนให้องค์กรของคุณสามารถนำเทคโนโลยีมาช่วยให้การดำเนินธุรกิจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  

  

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้  

โทรศัพท์ : 02-026-3964  

E-mail: info@iamconsulting.co.th  

LINE@: http://bit.ly/3Eji6r1 

MOVE to RISE ก้าวไปกับ Journey Map ที่ใช่ สู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล

RISE with SAP เป็นโซลูชันที่ช่วยองค์กรต่าง ๆ ในการก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล ด้วยการยกระดับระบบ ERP และปรับปรุงกระบวนการทำงานให้เหมาะสมกับอนาคต การ MOVE to RISE นั้นเกี่ยวโยงกับกระบวนการทำงานทั้งหมดในองค์กรจึงต้องมีการวางแผนอย่างละเอียดรอบคอบ I AM Consulting จะขอพูดถึง journey map ที่ชัดเจน เพื่อช่วยให้องค์กรของคุณพร้อมในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้!

Journey Map


0. Information Preparation: การเตรียมข้อมูลเบื้องต้น
ขั้นตอนแรกคือการรวบรวมข้อมูลและประเมินความพร้อมขององค์กรก่อนที่จะเริ่มการย้ายไป RISE เครื่องมือสำคัญที่สามารถช่วยในขั้นตอนนี้คือ:


•    SAP Signavio Process Insight: เครื่องมืออัตโนมัติที่ช่วยในการวิเคราะห์กระบวนการทำงานในปัจจุบันและชี้ให้เห็นปัญหาหรือโอกาสในการปรับปรุง
•    S/4HANA Readiness Check: เครื่องมือวิเคราะห์ความพร้อมของระบบที่ใช้อยู่ โดยจะช่วยให้เห็นปัญหาทางเทคนิคและการปรับปรุงที่จำเป็นก่อนการย้ายไป S/4HANA การเตรียมข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีภาพรวมที่ชัดเจนในการเริ่มต้น และช่วยลดความเสี่ยงในกระบวนการย้ายระบบ


1. Understand Business Needs: เข้าใจความต้องการของธุรกิจ
การทำความเข้าใจกับความต้องการของธุรกิจและระบบที่ใช้อยู่เป็นขั้นตอนสำคัญ ซึ่งประกอบด้วย:


•    รวบรวมปัญหาหรือข้อจำกัดในระบบปัจจุบัน เช่น ความล่าช้า, การขาดประสิทธิภาพ หรือการทำงานที่ไม่เชื่อมต่อกัน
•    การกำหนดขอบเขตของธุรกิจใหม่หรือปรับลำดับความสำคัญของธุรกิจตามกลยุทธ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
•    การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางเทคนิคปัจจุบันและแผนระยะยาว ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้สามารถระบุและจัดลำดับความสำคัญของปัญหาที่ต้องการแก้ไขได้อย่างชัดเจน


2. Solution Mapping: การจับคู่โซลูชัน
หลังจากที่เข้าใจความต้องการของธุรกิจแล้ว การกำหนดโซลูชันที่เหมาะสมกับองค์กรเป็นขั้นตอนต่อมา ซึ่งต้องทำการสรุปและจัดลำดับความสำคัญของโซลูชันที่รองรับความต้องการของธุรกิจอย่างตรงจุด ทั้งในด้านกระบวนการและโครงสร้างเทคโนโลยี การทำ Solution Mapping จะช่วยให้องค์กรสามารถเลือกฟังก์ชันหรือโมดูลต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับธุรกิจ และสามารถรองรับการขยายตัวในอนาคตได้


3. Define Implementation Approach: กำหนดแนวทางการดำเนินการ
การเลือกแนวทางการดำเนินการที่เหมาะสมในการย้ายระบบเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก โดยมีแนวทางหลัก 3 รูปแบบ:

•    New Implementation (Greenfield): การเริ่มต้นการติดตั้งระบบใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานและข้อมูลตั้งแต่ต้น ข้อมูลที่จะย้ายขึ้นสู่ระบบใหม่ จะเป็นเฉพาะข้อมูลคงค้าง (Outstanding) เท่านั้น รวมถึงสามารถใช้ Innovation ใหม่ๆจากระบบ SAP S/4HANA ได้แบบเต็มประสิทธิภาพ
•    System Conversion (Brownfield): การย้ายข้อมูลจากระบบเดิมไปสู่ SAP S/4HANA โดยตรง โดยใช้กระบวนการทำงานในรูปแบบเดียวกับระบบเดิม และสามารถใช้ Innovation ใหม่ๆจากระบบ SAP S/4HANA ได้
•    Selective Transition (Bluefield): การรวมข้อดีของทั้งสองแนวทาง โดยเลือกย้ายเฉพาะส่วนที่จำเป็นในการปรับปรุง การเลือกแนวทางที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสถานะและเป้าหมายทางธุรกิจขององค์กร รวมถึงการประเมินทรัพยากรและเวลาในการดำเนินการ


4. Finalize Your Journey: สรุปเส้นทางและเตรียมความพร้อม
ในขั้นตอนสุดท้าย การเตรียมความพร้อมและสรุปแนวทางการดำเนินการเป็นสิ่งสำคัญ โดยมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ:


•    ROI (Return on Investment): คำนวณผลตอบแทนจากการลงทุน โดยใช้สูตร ROI = ประโยชน์ทางธุรกิจ – ต้นทุนรวมของการเป็นเจ้าของ (TCO)
•    Finalize Implementation Approach and Plan: สรุปและยืนยันแนวทางการดำเนินการและแผนการย้ายระบบอย่างเป็นทางการ เพื่อให้พร้อมสำหรับการ MOVE to RISE ได้ทันที


การ MOVE to RISE ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงระบบซอฟต์แวร์ แต่มันคือการปรับเปลี่ยนกระบวนการทางธุรกิจ ปัจจุบันมีเครื่องมือใหม่ชื่อว่า SAP Signavio  ด้วยหลักการ Fast Time to Insight , Fast Time to Adapt ระบบจะช่วยดึงข้อมูลจากระบบมาวิเคราะห์กระบวนการทำงานเดิม แล้วแนะนำ Business Process ใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยลดเวลาในการวิเคราะห์ และการทำ Workshop หรือ สัมภาษณ์กระบวนการทำงานของพนักงานในองค์กร


ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ การเลือกทีมที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือนับเป็นหัวใจสำคัญ


ทีมที่ปรึกษาที่ดีจะมีความเชี่ยวชาญรอบด้าน รู้จักเครื่องมือที่ทันสมัย ช่วยวางแผนและดำเนินการให้สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจ พร้อมให้คำแนะนำและการสนับสนุนในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวิเคราะห์ การออกแบบ ไปจนถึงการติดตั้งและการดูแลหลังการย้ายระบบ


การมีทีมงานมืออาชีพที่พร้อมอยู่เคียงข้าง ตั้งแต่ต้นจนจบและหลังส่งมอบโครงการ ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยง แต่ยังช่วยให้ธุรกิจของคุณเปลี่ยนแปลงสู่ SAP ได้อย่างราบรื่น อุ่นใจและเกิดผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่สุด

 

ปรึกษาเรื่องระบบ SAP ERP กับ I AM Consulting 

I AM Consulting คือที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 

SBPA เปลี่ยนการทำงานของคุณให้เป็นอัตโนมัติง่ายๆ… ด้วยปลายนิ้ว

ในแต่ละวันพนักงานส่วนใหญ่ต้องเสียเวลาไปกับการทำงานที่เป็น Routine ลักษณะแบบเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทำให้พนักงานไม่สามารถให้เวลากับงานที่สำคัญกว่า และสามารถเพิ่มคุณค่าให้กับตนเองและองค์กรได้ ยิ่งไปกว่านั้นผู้บริหารอาจพลาดโอกาสในการปรับเปลี่ยน (Transform) องค์กรให้ก้าวไปข้างหน้า เพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ 

 

SBPA คืออะไร? 


SBPA หรือ SAP Build Process Automation เป็นเครื่องมือที่เกิดจากการผสานการทำงานระหว่าง RPA (Robotic Process Automation) Workflow Management และ AI (Artificial Intelligence) เข้าไว้ด้วยกัน ช่วยให้องค์กรสามารถเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้เป็นอัตโนมัติแค่ drag-and-drop โดยไม่ต้องเขียนโค้ดให้ยุ่งยาก (Low-Code / No-Code) ง่ายต่อการเรียนรู้ เหมาะกับพนักงานทุกระดับ แม้ไม่ใช่สายเทคนิคโดยตรง 

 

ก้าวข้าม RPA สู่ SBPA – จาก Robot ทำงานตามคำสั่ง สู่การรวมตัวต่อยอดกระบวนการทำงานอัจฉริยะ 

 

 


RPA (Robotic Process Automation) 


อย่างที่หลายคนรู้กันว่า RPA (Robotic Process Automation) เป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยให้องค์กรสามารถสร้างโปรแกรมหุ่นยนต์อัตโนมัติ หรือ Robot ขึ้นมาทำงานตาม Pattern ที่ถูกกำหนดไว้ สามารถเลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์ในการทำงานซ้ำๆ แบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องพึ่งพาการทำงานของมนุษย์ในงาน Routine ปริมาณมากที่มีความซ้ำซ้อน  เช่น การคัดลอกข้อมูล การป้อนข้อมูล หรือการส่งอีเมลตอบกลับลูกค้า 

Workflow management 


ผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยน ปรับแต่งและจัดการกระบวนการทำงานได้อย่างง่ายดาย ด้วยฟังก์ชัน drag-and-drop ที่ทำให้คุณสร้างแบบฟอร์มและกำหนดกระบวนการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วตามความต้องการขององค์กร ลดเวลาในการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการ มีความคล่องตัวในการทำงาน และช่วยให้พนักงานสามารถโฟกัสกับงานที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น 

Embedded AI (Artificial Intelligence) 


เข้าถึงความสามารถของเทคโนโลยี AI ได้ทั้ง Machine Learning (ML), Natural Language Processing (NLP), และ Computer Vision ที่เข้ามาช่วยให้การประมวลผลเอกสารอัจฉริยะ สามารถเรียนรู้ข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และเข้าใจภาษาของมนุษย์ได้ดียิ่งขึ้น สามารถอ่านข้อมูลจากเอกสารที่ไม่มีรูปแบบตายตัวได้ เช่น การแปลงข้อมูลจากรูปภาพ ให้กลายเป็นข้อความ (Optical Character Recognition) ช่วยให้การทำงานสะดวก รวดเร็ว พร้อมยกระดับความแม่นยำและประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูล 

 

อัปเกรดเป็น SBPA เพื่อเพิ่มความสามารถทางธุรกิจ 

  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: การนำกระบวนการอัตโนมัติเข้ามาช่วยจัดการขั้นตอนต่างๆ ทำให้งานที่เคยยุ่งยากและใช้เวลานานกลายเป็นเรื่องง่ายและมีความลื่นไหลมากขึ้น พนักงานจึงสามารถโฟกัสกับงานที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์และงานเชิงกลยุทธ์ได้ดียิ่งขึ้น 


  • ลดต้นทุน: การทำงานแบบอัตโนมัติช่วยลดเวลาการทำงานที่ไม่จำเป็น และลดต้นทุนในการใช้ทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในองค์กรลดลงอย่างเห็นได้ชัด 


  • มอบประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงานและลูกค้า: เมื่อพนักงานสามารถให้เวลากับงานที่เพิ่มคุณค่า จึงเกิดการพัฒนาตนเอง สร้างความพึงพอใจในหน้าที่การงาน ในขณะเดียวกันระบบการทำงานอัตโนมัติสามารถช่วยลดข้อผิดพลาดในขั้นตอนการทำงาน ส่งผลให้ข้อมูลต่างๆมีความถูกต้อง สามารถตอบสนองลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ  ทำให้ลูกค้าได้รับการบริการที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 


 

ปรึกษาเรื่อง RPA กับ I AM Consulting 


I AM Consulting ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่คอยซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้ 


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้ 
โทรศัพท์ : 02-026-3964  
E-mail : info@iamconsulting.co.th  
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1 
 

 

Chulalongkorn University – SAP HCM Recruitment & Training Project Kickoff

SAP HCM Recruitment & Training Project Kickoff

 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มอบความไว้วางใจให้ I AM Consulting ที่ปรึกษาด้านดิจิทัล และผู้เชี่ยวชาญระบบบริหารทรัพยากรบุคคล เป็นที่ปรึกษาโครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบบริหารงานบุคคลใหม่ โดยมุ่งเน้นในส่วนของระบบสรรหา (Recruitment) และระบบฝึกอบรม (Training) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและเสริมสร้างความคล่องตัวให้กับองค์กร

 

คุณศรีรัตน์ ชูโชติถาวร กรรมการ บริษัท I AM Consulting จำกัด นำทีมที่ปรึกษาเข้าร่วมประชุมและอธิบายแผนงาน พร้อมแสดงความมุ่งมั่นที่จะช่วยยกระดับการบริหารจัดการบุคลากรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้มีความทันสมัยและสะดวกยิ่งขึ้น เพื่อรองรับผู้ใช้งานที่หลากหลาย

 

ระบบ SAP HCM ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใช้งานอยู่เป็นระบบที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก และช่วยให้การบริหารจัดการบุคลากรของมหาวิทยาลัย มีความแม่นยำและประสิทธิภาพสูง การพัฒนาระบบเพิ่มเติมในครั้งนี้ จะช่วยให้องค์กรสามารถสรรหาบุคลากรที่มีคุณภาพได้อย่างรวดเร็วและตรงตามความต้องการ รวมถึงจัดการฝึกอบรมพนักงานได้อย่างมีมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมทุกด้าน ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของทางมหาวิทยาลัย ที่ต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล

 

โครงการนี้นับเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของ I AM  เรามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าการเดินทางร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใครั้งนี้ จะสำเร็จและถึงจุดหมายที่ตั้งใจไว้ได้ตามแผนงานอย่างแน่นอน

#IAMconsulting #chula
#SAPHCM #WhenIAMpromisesIAMdelivers
 

The Right Time to RISE…ก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เหนือกว่า

ก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เหนือกว่า

 

เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา… I AM Consulting แท็กทีมกับ SAP Thailand และ AWS เชิญพันธมิตรคนสำคัญเข้าร่วมงานสัมมนา “The Right Time to RISE” เวลาที่ใช่…ก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เหนือกว่ากับ RISE with SAP แพ็กเกจ Cloud ERP (Private Edition) ที่มาพร้อมฟีเจอร์และฟังก์ชันการทำงานที่แสนฉลาด เพื่อยกระดับองค์กรของคุณสู่มาตรฐานใหม่ที่ดีกว่าเดิม 


โดยงานนี้ได้ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสสายงานระบบ SAP จากบริษัท I AM Consulting คุณเกรียงไกร โชคพิพัฒนผลมาให้ข้อมูล แนวทางการเตรียมตัวและวางแผนพัฒนาระบบให้เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด พร้อมนำเสนอโซลูชันใหม่อย่าง SAP ALM (Application Lifecycle Managemant) ที่เข้ามาช่วยจัดการขั้นตอนในการพัฒนาแอปพลิเคชันหรือซอฟต์แวร์แบบครอบคลุมทั้งวงจร  เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานและการบริหารจัดการระบบให้ง่ายและราบรื่นมากยิ่งขึ้น 


นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมงานยังได้อัปเดตความ Beyond ของ RISE WITH SAP จาก คุณกร ตระกูลโชคชัย – Presales Lead จาก SAP Thailand ที่ให้เกียรติมานำเสนอฟีเจอร์ใหม่ ๆ พร้อมแนะนำแพ็กเกจต่างๆของ RISE with SAP เพื่อให้เราสามารถเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม รวมถึงแสดงฟีเจอร์ล้ำๆ อาทิเช่น SAC (SAP Analytics Cloud)  ที่ช่วยรวมการวิเคราะห์และวางแผนข้อมูลทั้งหมดไว้ใน One Single Dashboard จนไปถึง Business AI อย่าง Joule ที่เปรียบเสมือน Co-pilot ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคุณได้แบบก้าวกระโดด 


ปิดท้ายด้วย Mr. Steve Nijar – Head of Business Development (SAP on AWS ASEAN) ที่มาแชร์นวัตกรรมต่าง ๆ ของ AWS Cloud ที่ทั้งเติมเต็มและส่งเสริมให้ “RISE with SAP on AWS” เป็นเสมือนระบบ Cloud ERP ที่เยี่ยมยอด มีเสถียรภาพและความปลอดภัยสูงสุด สามารถทำงานได้อย่างราบรื่นไร้รอยต่อ 

 

“เราพร้อมแล้วที่จะนำคุณสู่ก้าวใหม่ที่เหนือกว่า แล้วองค์กรของคุณ… พร้อมหรือยัง?” 

 

 

ติดต่อ I AM Consulting ได้เลย! 

02-026-3964  

E-mail : info@iamconsulting.co.th  

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1 


#IAMconsulting #SAP #SAP 

#RISEwithSAP #MovetoRISE 

#SAC #ALM #AWS  

#WhenIAMpromisesIAMdelivers 

#CreateOurExcitingFuture 

เจาะลึกพลังแห่งนวัตกรรมขององค์กรยุคใหม่ SAP Business Technology Platform (BTP)

ในยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยข้อมูลมหาศาล หากต้องการจัดการกับข้อมูลเหล่านั้นให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ถึงเวลาแล้วที่จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงาน I AM Consulting ขอเชิญชวนมาก้าวทันโลกแห่งนวัตกรรม ด้วยการเรียนรู้เทคโนโลยีล้ำสมัยที่จะพลิกโฉมการทำงานของคุณได้ในบทความนี้ SAP Business Technology Platform (BTP)

 

SAP BTP คืออะไร ?

 

SAP BTP ย่อมาจาก SAP Business Technology Platform คือ เครื่องมือที่รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว ทั้งข้อมูล การวิเคราะห์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การพัฒนาแอปพลิเคชัน ระบบอัตโนมัติ และการเชื่อมต่อระบบต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ออกแบบมาเพื่อใช้กับแอปพลิเคชัน SAP บนคลาวด์โดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจให้ทันสมัย สะดวกสบาย ใช้เวลาทำงานน้อยลงแต่ได้ประสิทธิภาพสูงขึ้น


มีบริการให้เลือกใช้งานได้หลากหลายในลักษณะ Software as a Service สามารถ Subscribe ใช้งานได้โดยง่าย ไม่จำเป็นต้องจัดหา Hardware / Server ให้ยุ่งยาก


สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ก็เหมือน add-on จาก SAP ที่ชาญฉลาดมาก ๆ ซึ่งมีหัวใจสำคัญอยู่ 4 ด้านด้วยกัน

 

1)    SAP Build Process Automation

ระบบการทำงานแบบอัตโนมัติ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า RPA (Robotic Process Automation) ซึ่งองค์กรจะสามารถจัดการงานที่มีขั้นตอนการทำงานซ้ำ ๆ โดยติดตั้งให้โรบอทมาทำงานแทนคน ตั้งกฎและเงื่อนไขเพื่อให้ระบบสามารถตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ เองได้โดยอัตโนมัติ และแสดงภาพรวมของกระบวนการทำงานทั้งหมด จนไปถึงช่วยออกแบบ Workflow ใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดซับซ้อน ลดภาระงานที่น่าเบื่อของพนักงาน ช่วยให้พนักงานมีเวลาไปพัฒนาตนเองและโฟกัสกับงานที่สร้างมูลค่าสูงได้มากขึ้น

2)    SAP Integration Suite

เครื่องมือที่ช่วยเชื่อมต่อระบบต่าง ๆ ซึ่งองค์กรจะสามารถบูรณาการ กระบวนการทำงาน การบริการ แอปพลิเคชัน และ ข้อมูลต่าง ๆ เข้าด้วยกันได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นระบบที่อยู่ภายในองค์กรหรือบนคลาวด์ โดยจะมี Pre-Build พร้อมใช้งาน หรือ หากอยากพัฒนาเพิ่มเติมก็สามารถทำได้ไม่ยาก

 

3)    SAP Analytics Cloud

โซลูชันครบวงจรสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลและการวางแผน ด้วยการดึงข้อมูลจากระบบต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากแอปพลิเคชันหลักที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ หรือข้อมูลสำคัญจากแหล่งอื่น ๆ โดยระบบสามารถวิเคราะห์ข้อมูลและสรุปออกมาเป็นรายงาน พร้อมแสดงข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ ไปจนถึงมีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและวางแผนธุรกิจเพื่ออนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

4)    SAP Build Apps

เครื่องมือที่ช่วยให้การพัฒนาแอปพลิเคชันและระบบอัตโนมัติเป็นไปอย่างรวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้น ด้วยลักษณะ Low-Code / No-Code มีเครื่องมือสำหรับการเขียนโปรแกรมแบบภาพ (Visual Programming) และส่วนประกอบแบบลากและวาง (Drag-and-Drop) ซึ่งผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่มีความรู้เรื่องโค้ดก็สามารถทำงานได้


นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนวัตกรรมที่ก้าวหน้าไปทุกวัน องค์กรต้องปรับตัวให้ทันเพื่อความอยู่รอดและเติบโต การเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็น และการนำข้อมูลอันมหาศาลออกมาใช้ประโยชน์ ต้องสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว เพราะ “Speed” คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการดำเนินธุรกิจในยุคนี้


หากคุณพร้อมที่จะยกระดับองค์กรของคุณด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยเหล่านี้ I AM Consulting พร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนคุณในทุกขั้นตอน ติดต่อเราวันนี้ เพื่อเริ่มต้นการเดินทางสู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่จะนำพาธุรกิจของคุณไปสู่ความสำเร็จในอนาคต!

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

SAP BTP คืออะไร ทำไมองค์กรชั้นนำระดับโลกถึงเลือกใช้

 

I AM Consulting จะพาคุณไปรู้จักกับ SAP BTP (Business Technology Platform)

 

เทคโนโลยีที่ถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อข้อมูล เครื่องมือ และบริการต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้รวดเร็ว ตอบโจทย์การทำงานยุคดิจิทัล พร้อมยกระดับการวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาแอปพลิเคชัน และการเชื่อมโยงระบบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


ด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นนี้ แบรนด์ระดับโลกอย่าง #adidas ก็เลือกใช้ SAP BTP เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อให้สามารถปรับตัวและเติบโตในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว


หากคุณกำลังมองหาเทคโนโลยีที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับองค์กร SAP BTP คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม


แล้วคุณล่ะ พร้อมหรือยังที่จะเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงไปกับเรา?


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
Tel : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1


#IAMConsulting #SAP #BTP
#IAMDX #DigitalTransformation
#CreateOurExcitingFuture
#WhenIAMPromisesIAMDelivers

Chery Automobile – Oversea Subsidiary ERP & EZTax Project Kick Off

Chery Automobile – Oversea Subsidiary ERP & EZTax Project Kick Off

 

บริษัท เฌอรี่ ออโตโมบิล ผู้นำด้านยานยนต์รายใหญ่ของจีนและเทคโนโลยียานยนต์ระดับโลกที่มียอดการส่งออกรถยนต์จากประเทศจีนมากเป็นอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง 21 ปี กับก้าวสำคัญที่ตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชนิดพวงมาลัยขวา เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียน ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง


ให้ความไว้วางใจเลือก I AM Consulting เพื่อเป็นที่ปรึกษาในโครงการ SAP Rollout Project – Thailand Localize Implementation เพื่อยกระดับการจัดการทรัพยากรองค์กรระหว่างสำนักงานใหญ่ที่จีนและสาขาที่ประเทศไทยอย่างบริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ให้เป็นไปอย่างราบรื่นทั้งในด้านการผลิต คลังสินค้า การเงิน และบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว แม่นยำ


พร้อมกับการทำระบบ EZTax by I AM Consulting เพื่อออกเอกสารใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ และจัดการภาษีอากรได้อย่างสะดวก รวดเร็ว รองรับการเติบโตของธุรกิจ และสอดคล้องตามข้อกฎหมายทั้งในและระหว่างประเทศได้อย่างถูกต้อง


ทั้งนี้ในวันที่ 18 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา ทีมที่ปรึกษาจาก I AM Consulting เข้าร่วมประชุมเปิดโครงการกับทีมงานจาก โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) เพื่อแนะนำทีมที่ปรึกษาโครงการและอธิบายแผนงาน ซึ่งแน่นอนว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ I AM จะดูแลเคียงข้างเฌอรี่ ออโตโมบิลและโอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) เพื่อความก้าวหน้าด้าน Digital อย่างเต็มรูปแบบและสำเร็จตามแผนที่วางไว้ได้อย่างแน่นอน

 

ใครสนใจ Implement ระบบกับเราสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

02-026-3964 

E-mail : info@iamconsulting.co.th 

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 

หรือใครสนใจรถยนต์ไฟฟ้าสุด High Tech ติดต่อสอบถาม

โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ได้เลยย

FB : https://www.facebook.com/OmodaandJaecooTH?mibextid=LQQJ4d

Tiktok: https://bit.ly/omodajaecoo_th

#IAMConsulting #ERP #etax

#IAMDX #DigitalTransformation

#CreateOurExcitingFuture

#WhenIAMPromisesIAMDelivers

ปรับกระบวนการทางธุรกิจด้วย ปลายนิ้วคลิก กับ SAP Signavio

การปรับกระบวนการทางธุรกิจเพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด ถือเป็นเป้าหมายที่ทุกองค์กรต้องการไปให้ถึง แต่ก็เป็นโจทย์ที่ท้าทายเพราะทำได้ยาก ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญที่ชำนาญในธุรกิจขององค์กร ซึ่งต่างมีข้อกำหนดเฉพาะ ต้องใช้ความร่วมมือทีมงานในการเก็บและแชร์ข้อมูล และใช้เวลามหาศาล 

 

สิ่งเหล่านี้เป็นอุปสรรคที่ทำให้องค์กรไม่สามารถพัฒนากระบวนการทางธุรกิจให้ก้าวทันโลกธุรกิจในปัจจุบัน และจะดีเพียงใดถ้าอุปสรรคเหล่านี้หมดไปด้วยโซลูชั่นที่สามารถวิเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจให้ดีแบบก้าวกระโดด ด้วยเวลาเพียงลัดนิ้วมือ  

 

SAP Signavio คืออะไร

 

SAP Signavio เป็นเครื่องมือสำหรับการบริหารจัดการและปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ ด้วยหลักการ Fast Time to Insight , Fast Time to Adapt ซึ่งจากเดิมที่ต้องใช้เวลาในการทำ Workshop หรือ สัมภาษณ์กระบวนการทำงานของพนักงานในองค์กร แล้วนำมาเขียน Process Blueprint จากนั้นร่วมกันวิเคราะห์ไปทีละกระบวนการ แต่หากใช้ SAP Signavio เครื่องมือจะดึงข้อมูลจากระบบของลูกค้าที่ถูกบันทึกเก็บไว้อยู่แล้ว นำมาวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน ของกระบวนการต่างๆ โดยเปรียบเทียบกับมาตรฐานของอุตสาหกรรมที่คล้ายคลึงกัน และแบบปฏิบัติ (Best Practice) ที่ทาง SAP สะสมมากว่า 50 ปี และนำเสนอแนวทางการปรับปรุงแบบลงรายละเอียด พร้อมด้วยข้อมูลสนับสนุนที่สามารถเชื่อถือได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ สามารถดำเนินการได้ โดยใช้เพียงปลายนิ้วคลิกในเวลาไม่กี่นาที

 

การทำงานของ SAP Signavio

 

1) Analyze – Monitor

SAP Signavio มีเครื่องมือในการทำความเข้าใจ และวิเคราะห์กระบวนการทางธุรกิจที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยละเอียด แม่นยำ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถระบุปัญหาและข้อติดขัดในกระบวนการทำงานได้อย่างรวดเร็ว

 

2) Design – Simulate

ช่วยออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ ด้วยการนำเสนอออกมาเป็น Roadmap หรือ Blueprint ได้อย่างเป็นรูปธรรม สามารถดูแบบจำลองและเปรียบเทียบผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เพื่อเลือกกระบวนการที่มีประสิทธิภาพสูงสุดได้

 

3) Improve – Roll out

พนักงานจะสามารถปรับตัวและปรับใช้โซลูชันได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สามารถลดงานที่ต้องทำด้วยมือและงานที่ซ้ำซ้อน ด้วยความช่วยเหลือของ iRPA (Intelligent Robotic Process Automation) และฟังก์ชันแบบ Low Code-No Code

 

ปัจจุบัน SAP Signavio มีบริษัทชั้นนำเลือกใช้งานกว่า 5,000 บริษัท จาก 100 ประเทศทั่วโลก เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่กำลังใช้งาน SAP ECC6.0 และมีแผนงานจะ MOVE ไปยัง RISE หรือ หากคุณใช้งาน SAP S4/HANA อยู่แล้วก็สามารถค้นพบช่องทางในการปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้นได้เช่นกัน

 

SAP Signavio สามารถทดลองใช้งานได้ ฟรี 1 ครั้ง
ติดต่อ I AM Consulting ให้เราเข้าไปช่วยให้คำแนะนำในการเริ่มใช้งานได้เลย

 

I AM Consulting คือที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
Tel : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

 

#IAMconsulting #SAP #SAPsignavio
#BusinessProcessTransfomation
#WhenIAMpromisesIAMdelivers
#CreateOurExcitingFuture
 

SBPA คืออะไร แตกต่างอย่างไรกับ SAP iRPA

จากที่ทุกคนเคยได้ทำความรู้จัก RPA กันแล้ว ในบทความนี้ RPA คืออะไร เจาะลึก 5 ตัวอย่างการใช้งานจริงในองค์กร ล่าสุดทาง SAP iRPA ระบบ Robotic Process Automation ของ  SAP ได้มีการอัปเดตเทคโลโนยีและฟีเจอร์ใหม่ๆ มาให้เราได้ใช้งานกัน โดยได้ใช้ชื่อเรียกใหม่จากเดิม SAP iRPA เปลี่ยนเป็น “ SBPA ”

 

SBPA คืออะไร ?

 

SBPA ย่อมาจาก SAP Build Process Automation คือ การรวมตัวระหว่าง Workflow Management และ RPA (Robotic Process Automation) เข้าไว้ด้วยกัน เกิดเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณสามารถสร้างกระบวนการทำงานที่เป็นอัตโนมัติได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเขียนโค้ด ผ่านหลายร้อยเทมเพลตที่ทาง SAP สร้างเอาไว้


วิดีโอแนะนำฟีเจอร์ต่าง ๆ ของ SAP Build Process Automation

 

8 จุดเด่นของ SBPA

 

1) สร้างหรือปรับเปลี่ยน Automation และ Workflow ผ่านกราฟิกที่ใช้งานง่าย โดยใช้ฟังก์ชันการลากและวาง (drag and drop)
2) มี Pre-built Content สำหรับ Automation และ Template สำหรับ Workflow ที่เตรียมไว้ให้ พร้อมสำหรับนำไปเรียกใช้ หรือปรับแก้ให้ตรงตามความต้องการ ทำให้การพัฒนาเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว
3) สามารถพัฒนาและจัดการ Decision Logic ต่างๆ ของ Workflow ได้ง่าย ผ่านตารางที่คล้าย spreadsheet
4) ช่วยทำงานที่ซ้ำซ้อนให้โดยอัตโนมัติอย่างลื่นไหลด้วย Automation (RPA)
5) สามารถใช้ built-in AI เพื่อดึงข้อมูลจากเอกสาร และนำไปใช้งานต่อได้อย่างง่ายดาย
6) มี Launchpad และ Task center รองรับการใช้งานร่วมกับ Workflow ที่พัฒนาขึ้นมาอย่างมีประสิทธิภาพ
7) มีเครื่องมือพัฒนา workflow ที่รองรับการพัฒนาแบบ no-code ช่วยให้ผู้ใช้งานและผู้พัฒนาระบบสามารถทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้น
8) มี Dashboard ที่สามารถเข้าไปดูประสิทธิภาพของกระบวนการทำงานได้ง่าย

 

ถึงเวลาอัปเดตจาก SAP iRPA เป็น SBPA หรือยัง?

 

ทาง SAP ได้วางแผนให้ทุกองค์กรที่กำลังใช้งาน SAP iRPA อยู่ อัปเดตเปลี่ยนมาเป็น SBPA ทั้งหมดในปี 2567 นี้ โดยจะดำเนินการช่วงการต่อ License ดังนั้นเพื่อให้องค์กรของท่านสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุด และ หลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่ซ้ำซ้อน จึงควรเตรียมการ Migrate ข้อมูลเอาไว้ล่วงหน้าก่อนถึงวันหมดอายุ

ไม่ว่าองค์กรของคุณจะติดตั้ง SAP iRPA กับทาง I AM Consulting มาก่อนหรือไม่ เราพร้อมให้คำปรึกษาด้วยทีมงานที่มีคุณภาพ สามารถทำการประเมินแผนงาน แนะนำการเตรียมตัวให้ท่านโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยให้ท่านสามารถเตรียมระบบให้พร้อมใช้งานล่วงหน้าก่อนวันหมดอายุ ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนที่อาจเกิดจากการเปลี่ยนระบบล่าช้า

 

ปรึกษาเรื่อง RPA กับ I AM Consulting 

 

I AM Consulting คือที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.