อัปเดตล่าสุด! 5 ฟีเจอร์สำคัญที่ระบบ eTax invoice ยุคใหม่ต้องมี

ปัจจุบัน ระบบ eTax ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงออก ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-tax invoice) และส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบต่าง ๆ ภายในธุรกิจได้อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการออก e-receipt ใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือการเชื่อมต่อกับคู่ค้าจำนวนมาก

โดยเฉพาะองค์กรที่มีปริมาณเอกสารจำนวนมาก หรือมีการเชื่อมต่อกับลูกค้าและคู่ค้าหลายราย การเลือก ผู้ให้บริการ e-taxที่มีความสามารถมากกว่าฟังก์ชันพื้นฐาน จะช่วยให้การดำเนินงานมีความคล่องตัวและรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

บทความนี้จะพาไปดูว่า ระบบ etax invoice ยุคใหม่ ควรมี 5 ฟีเจอร์สำคัญอะไรบ้าง ก่อนตัดสินใจเลือกผู้ให้บริการ

1. รองรับการจัดการเงินมัดจำ (Deposit) ในใบกำกับภาษีได้อย่างถูกต้อง

หนึ่งในข้อจำกัดที่หลายองค์กรเคยพบ คือการออกเอกสารกรณีมีการหักเงินมัดจำ ซึ่งในอดีตทำให้หลายบริษัทต้องออกเอกสารกระดาษควบคู่กับ eTax ส่งผลให้เกิดขั้นตอนซ้ำซ้อนและเพิ่มภาระการทำงาน

ระบบ ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ที่ดีควรสามารถ:

  • รองรับการออกใบกำกับภาษีที่มีการหักเงินมัดจำ
  • คำนวณยอดสุทธิได้อย่างถูกต้อง
  • ลดการทำงานซ้ำระหว่างเอกสารกระดาษและเอกสารอิเล็กทรอนิกส์

เมื่อทุกอย่างอยู่ในระบบเดียว การทำงานก็รวดเร็วและลดความผิดพลาดได้มากขึ้น

2. เชื่อมต่อกับ Modern Trade และคู่ค้าได้อย่างยืดหยุ่น

ธุรกิจในกลุ่ม Modern Trade เริ่มบังคับให้บริษัทคู่ค้าส่งใบกำกับภาษีในรูปแบบ e-tax invoice เท่านั้น โดยแต่ละบริษัทมีความต้องการที่แตกต่างกันออกไป การเลือก ผู้ให้บริการ e-tax invoice จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

ระบบ eTax ยุคใหม่จึงควรมีความสามารถในการ:

  • เชื่อมต่อกับบริษัทกลุ่ม Modern Trade ที่รับเอกสารเป็น e-tax ได้ครบทุกราย
  • รองรับการเพิ่มคู่ค้าใหม่ได้ง่าย
  • ปรับรูปแบบเอกสารตามข้อกำหนดของแต่ละองค์กร
  • ส่งข้อมูลและจัดเก็บเอกสารอย่างปลอดภัย

สิ่งเหล่านี้ช่วยลดภาระของทีมงาน ทำให้การทำธุรกิจร่วมกับคู่ค้าเป็นไปอย่างราบรื่น และลดระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสาร ทำให้ได้รับเงินจากผู้ซื้อรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

3. รองรับธุรกิจภาคการผลิตและองค์กรขนาดใหญ่

ธุรกิจในอุตสาหกรรม เช่น Automotive, Food, Electronics หรือโรงงานผลิต มักมีปริมาณใบกำกับภาษีจำนวนมากในแต่ละวัน และมีระบบ ERP หรือระบบ Automation ที่ต้องทำงานร่วมกัน

ดังนั้น ระบบ e-tax ควรสามารถ:

  • รองรับการออกใบกำกับภาษีหลักพันถึงหลักหมื่นใบต่อวัน
  • เชื่อมต่อกับ ERP ระบบบัญชี และระบบ Automation ต่าง ๆ
  • มีระบบตรวจสอบและกู้คืนการทำงานอัตโนมัติ (Auto Health Check & Recovery)
  • รองรับมาตรฐานการทำงานขององค์กรระดับสากล

ฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยให้ระบบมีเสถียรภาพ และลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของการดำเนินงาน

4. มากกว่า etax ด้วยการบริหารเอกสารดิจิทัลแบบครบวงจร

หลายองค์กรเริ่มมองหาโซลูชันที่ทำได้มากกว่าการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ เพราะกระบวนการเอกสารภายในยังมีอีกหลายขั้นตอนที่สามารถปรับให้เป็นดิจิทัลได้

ระบบ eTax ที่ทันสมัยควรรองรับ:

  • ระบบวางบิลอัตโนมัติ (Billing System) — ระบบครบวงจรที่ไม่ใช่แค่การส่งใบกำกับภาษีอย่างเดียว แต่สามารถจัดชุดและรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องในการวางบิลได้อย่างอัตโนมัติ
  • ระบบลงนามเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature) ที่ถูกต้องตามกฎหมาย และกำหนด workflow การลงนามได้ทั้งบุคลากรภายในและคู่ค้าภายนอก
  • ระบบจ่ายอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Stamp Duty) แบบอัตโนมัติ ช่วยลดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมมั่นใจได้ว่าเอกสารสำคัญขององค์กรจะได้รับการชำระอากรแสตมป์อย่างถูกต้องและมีผลตามกฎหมาย

เมื่อทุกขั้นตอนอยู่บนแพลตฟอร์มเดียว องค์กรจะสามารถลดระยะเวลาการทำงาน และเพิ่มความโปร่งใสในการตรวจสอบข้อมูล

5. รองรับการบริหารภาษีซื้อและภาษีขายในระบบเดียว (Procure to Pay)

ธุรกิจไม่ได้มีเพียงการออกใบกำกับภาษี แต่ยังต้องรับ e-tax invoice และ e-receipt จากคู่ค้าจำนวนมากทุกวัน หากยังต้องดาวน์โหลด จัดเก็บ และคีย์ข้อมูลด้วยมือ อาจทำให้เสียเวลาและเกิด Human Error ได้ง่าย

ระบบ Procure to Pay รองรับการรับวางบิลจากคู่ค้าโดยอัตโนมัติ เพื่อลดความผิดพลาดของเอกสาร:

  • รับ e-tax invoice หรือ invoice จากคู่ค้าได้โดยตรงเพื่อรับการวางบิล
  • ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร และทำการ recheck กับ Purchase Order (2-way matching) และกระบวนการรับของ Good Receive (3-way matching) เพื่อลดเวลาและลดข้อผิดพลาด
  • รวมเอกสารทั้งหมดไว้ในศูนย์กลางเดียว
  • เชื่อมต่อเข้าสู่ระบบ ERP เพื่อสร้างรายการเจ้าหนี้ (Account Payable)
  • ลดการคีย์ข้อมูลซ้ำที่ส่งผลให้เกิดการจ่ายเงินซ้ำซ้อน
  • มีระบบทวงใบเสร็จรับเงินจากคู่ค้าหลังการทำจ่าย เพื่อช่วยรวบรวมเอกสารทางบัญชีและภาษีให้ถูกต้องครบถ้วน

แนวทางนี้ช่วยให้การจัดการทั้งภาษีซื้อและภาษีขายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบ eTax

eTax และ e-tax invoice ต่างกันอย่างไร? 

eTax คือระบบโดยรวมที่ใช้จัดการเอกสารภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ส่วน e-tax invoice คือใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเอกสารที่ออกผ่านระบบ eTax

ควรเลือกผู้ให้บริการ eTax อย่างไร? 

ควรพิจารณาความสามารถในการเชื่อมต่อกับคู่ค้าและ ERP รองรับปริมาณเอกสารที่เติบโตได้ในอนาคต และมีระบบความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน

e-receipt คืออะไร และเกี่ยวข้องกับ eTax อย่างไร? 

e-receipt คือใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งระบบ eTax ยุคใหม่ควรรองรับการออกเอกสารประเภทนี้ควบคู่กับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้ในแพลตฟอร์มเดียว


เลือกระบบ eTax ให้รองรับธุรกิจในอนาคต

คุณ ชยภัสสร์ อัศววิมลนันท์ ผู้จัดการ และ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบงานภาษีและเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ บริษัท ไอแอม คอนซัลติ้ง จำกัด แนะนำว่า การเลือกระบบ eTax ไม่ควรพิจารณาเพียงแค่ความสามารถในการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น แต่ควรมองถึงศักยภาพในการเชื่อมต่อกับระบบธุรกิจ การรองรับปริมาณงาน การบริหารเอกสาร และความสามารถในการขยายระบบเมื่อองค์กรเติบโต

EZTax ถูกพัฒนาขึ้นโดย I AM Consulting เพื่อรองรับความต้องการขององค์กรทุกขนาด ตั้งแต่การออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ การเชื่อมต่อกับ ERP และ Modern Trade ไปจนถึงการบริหาร Invoice และ Matching-to-Pay บนแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้องค์กรลดขั้นตอนการทำงาน เพิ่มความถูกต้องของข้อมูล และพร้อมก้าวสู่การทำงานแบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

หากต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการนำระบบ eTax ไปใช้ในองค์กร สามารถติดต่อเราได้เลย

ช่องทางรายละเอียด
📱 Phone+662-026-3964
📧 Emailinfo@iamconsulting.co.th
🌐 Websitewww.iamconsulting.co.th

อัปเดต! สรุป 2 เรื่องสำคัญ มาตรการภาษี หนุนธุรกิจใช้ e-Tax และ e-Withholding Tax

ผู้ประกอบการได้อะไรจาก มาตรการภาษี อิเล็กทรอนิกส์ล่าสุด


คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบขยายมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการใช้งานระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax System) ออกไปอีก 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570 เพื่อสนับสนุนให้ภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินงานแบบดิจิทัล ลดการใช้กระดาษ และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการด้านภาษี

มาตรการดังกล่าวครอบคลุมทั้งระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และ e-Withholding Tax ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการเอกสารภาษีขององค์กร



ขยายมาตรการภาษี eTax



หักรายจ่ายได้ 2 เท่า สำหรับการลงทุนระบบ e-Tax Invoice และ e-Receipt


หนึ่งในสิทธิประโยชน์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือ การที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดหา พัฒนา หรือใช้บริการระบบ e-Tax Invoice และ e-Receipt มาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ 2 เท่าของค่าใช้จ่ายที่จ่ายจริง


ตัวอย่างค่าใช้จ่ายที่เข้าข่าย เช่น

  • ค่าบริการการใช้บริการ e-Tax Invoice & e-Receipt กับทาง service provider
  • พัฒนาระบบสำหรับการทำ e-Withholding Tax



e-Withholding Tax ช่วยลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายเหลือ 1%


นอกจากสิทธิประโยชน์ด้านการหักรายจ่ายแล้ว ธุรกิจที่ใช้ระบบ e-Withholding Tax ยังได้รับประโยชน์จากการลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายเหลือ 1%


เดิมอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายบางประเภทอยู่ที่ 2%, 3% หรือ 5% แต่เมื่อดำเนินการผ่านระบบ e-Withholding Tax จะสามารถใช้อัตราพิเศษ 1% ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด


ข้อดีที่องค์กรได้รับ ได้แก่

  • เพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน
  • ลดขั้นตอนการจัดทำเอกสาร
  • ลดความผิดพลาดจากการทำงานด้วยมือ
  • ส่งข้อมูลภาษีให้กรมสรรพากรได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง



ทำไมธุรกิจควรเริ่มใช้ e-Tax Invoice ตั้งแต่วันนี้


ปัจจุบันหลายองค์กรกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ Digital Transformation ซึ่งระบบ e-Tax Invoice และ e-Receipt ถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการบริหารจัดการเอกสารดิจิทัล


ประโยชน์ที่ได้รับนอกจากสิทธิประโยชน์ทางภาษี ได้แก่

  • ลดต้นทุนการจัดเก็บเอกสาร
  • ลดค่าใช้จ่ายในการพิมพ์และจัดส่ง
  • ค้นหาเอกสารได้ง่ายและรวดเร็ว
  • เพิ่มความปลอดภัยในการจัดเก็บข้อมูล
  • รองรับการตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • สนับสนุนเป้าหมายด้าน ESG และความยั่งยืน



สรุป


มาตรการภาษี ฉบับใหม่ที่ขยายระยะเวลาถึงสิ้นปี 2570 ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนในระบบ e-Tax Invoice, e-Receipt และ e-Withholding Tax โดยสามารถลดภาระภาษีผ่านการหักรายจ่ายได้ 2 เท่า และได้รับสิทธิประโยชน์ด้านอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ลดลง


สำหรับองค์กรที่ยังไม่ได้เริ่มใช้งานระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเร่งวางแผนและปรับกระบวนการทำงานสู่รูปแบบดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจในระยะยาว


I AM Consulting พร้อมให้คำปรึกษาและให้บริการแบบครบวงจร ทั้งระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt สำหรับการออกและจัดเก็บเอกสารภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และระบบ e-Withholding Tax สำหรับการหักภาษี ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยให้องค์กรสามารถดำเนินงานได้อย่างถูกต้องตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร พร้อมใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ


ด้วยประสบการณ์ด้าน Digital Transformation และทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ทั้งด้านเทคโนโลยี กระบวนการทางธุรกิจ และความเข้าใจเชิงลึกในหลากหลายอุตสาหกรรม เราพร้อมช่วยองค์กรของคุณวางแผน ออกแบบ และเชื่อมต่อระบบให้สอดคล้องกับการดำเนินงานจริง เพื่อยกระดับสู่การทำงานแบบดิจิทัลอย่างมั่นใจ

E-Tax Invoice / e-Filing / e-Receipt System for KB J Capital Co., Ltd. Project Kickoff

KB J Capital บริษัทในเครือ KB Kookmin Card ผู้นำด้านบัตรเครดิตและสินเชื่อรายย่อยจากประเทศเกาหลีใต้ ประกาศเริ่มต้นโครงการ E-Tax Invoice, e-Filing และ e-Receipt System อย่างเป็นทางการ

โครงการนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงการก้าวสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลและลดการใช้กระดาษ (Paperless Organization) แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญของระบบการเงินและการดำเนินงานที่มีความรวดเร็ว แม่นยำ โปร่งใส และปลอดภัยยิ่งขึ้น

ด้วยเทคโนโลยีที่รองรับมาตรฐานของกรมสรรพากร พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลและกระบวนการทำงานแบบไร้รอยต่อ องค์กรจะสามารถบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงเพิ่มความสามารถในการติดตามและตรวจสอบข้อมูลแบบ Real-time เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและการดำเนินงานในทุกมิติ

อีกหนึ่งก้าวสำคัญของ KB J Capital ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่มาตรฐานสากล พร้อมยกระดับประสบการณ์ทางการเงินและการให้บริการให้ทันสมัย โปร่งใส และตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน

.

.

ติดต่อ-สอบถาม I AM Consulting

02-026-3964

E-mail : info@iamconsulting.co.th

LINE@ : https://cutt.ly/iamline

#IAMConsulting#etax#eReceipt#eFiling

#WhenIAMpromisesIAMdelivers

Chememan – Project Kick-off: ขับเคลื่อนองค์กรสู่ Paperless Organization

Chememan – Project Kick-off: ขับเคลื่อนองค์กรสู่ Paperless Organization ด้วย Digital Tax เชื่อมต่อ ERP ไร้รอยต่อ 🚀

.

บริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) เดินหน้ายกระดับกระบวนการจัดการภาษีสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ ด้วยการเปิดตัวโครงการ e-Tax Invoice / e-Receipt และ e-Withholding Tax ที่เชื่อมต่อกับระบบ ERP อย่างสมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้นจนจบ (Seamless Integration) เพิ่มความแม่นยำในการออกเอกสาร การจัดเก็บ และการบริหารข้อมูลภาษีขององค์กร

.

นี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของเคมีแมนในการขับเคลื่อนแนวคิด Paperless เพื่อลดการใช้กระดาษและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย Data Flow แบบ End-to-End ช่วยให้องค์กรมีความคล่องตัวสูง พร้อมรับการเติบโตของธุรกิจและการแข่งขันในยุคดิจิทัลได้อย่างมั่นคง

.

I AM Consulting รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจาก เคมีแมน อีกครั้งในการทำ Digital Transformation ในครั้งนี้ และเราพร้อมที่จะส่งมอบความสำเร็จให้แก่ เคมีแมนอีกครั้งอย่างเต็มความสามารถ

.

.

ติดต่อ-สอบถาม I AM Consulting

☎️ 02-026-3964

💌 E-mail : info@iamconsulting.co.th

💚 LINE@ : https://cutt.ly/iamline

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.