[Webinar] Beyond e-Stamp Duty | EZStamp Duty

งานเอกสารสัญญา อากรแสตมป์ ที่เพิ่มขึ้นทุกเดือน ต้องไม่เป็นภาระทีมบัญชีอีกต่อไป 📄🚀

.

จบลงไปอย่างเข้มข้นกับงาน Webinar: Beyond e-Stamp Duty | EZStamp Duty ยกระดับการทำงานไปอีกขั้นด้วยระบบ e-Stamp Duty อัจฉริยะ โดย I AM Consulting พาผู้เข้าร่วมงานทุกคนมองเรื่องอากรแสตมป์ให้ไกลกว่า การชำระภาษีให้ถูกต้องแต่คือการออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ให้ เร็วขึ้น เป็นระบบขึ้น และพร้อมตรวจสอบได้ง่ายขึ้น

.

งานนี้ไม่ได้มาแชร์แค่ว่า e-Stamp Duty คืออะไร แต่เราปูพื้นฐานให้องค์กรเข้าใจตั้งแต่ เอกสารประเภทไหนต้องจ่าย อากรแสตมป์ มีวิธีการจ่ายแบบไหนบ้าง การเลือก Service Provider ไปจนถึงการเจาะลึกการทำงานของ EZStamp Duty ที่ช่วยเชื่อม Workflow ตั้งแต่การนำเข้าข้อมูลและเอกสาร ตรวจสอบความถูกต้อง คำนวณอากร ส่งข้อมูลไปยังกรมสรรพากรชำระเงิน ไปจนถึงการรับหลักฐานและใบเสร็จ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามและดาวน์โหลดเอกสารได้อย่างเป็นระบบใน Process เดียว

.

อีกหนึ่งมุมมองสำคัญของงานที่ไกลกว่าการทำ e-Stamp Duty คือการวางภาพ Digital Document Ecosystem ที่ครอบคลุมทั้ง Digital Signature, e-Stamp Duty e-Tax และ e-billing ที่ช่วยให้องค์กรมองเห็นโอกาสยกระดับการจัดการเอกสาร ลดขั้นตอน และรองรับปริมาณงานที่เติบโตในอนาคต

.

เพราะเรื่องภาษีและเอกสาร คือเรื่องของ “ความได้เปรียบในการแข่งขัน” ธุรกิจที่ขยับตัวก่อน ย่อมบริหารจัดการต้นทุนและเวลาได้คล่องตัวกว่า

.

ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองกับเราในวันนี้ แล้วพบกันในกิจกรรมถัดไป❤

.

.

สำหรับองค์กรที่ไม่ได้เข้าร่วมงานวันนี้ หรือกำลังมองหาระบบและอยากประเมินความพร้อมในการนำระบบ EZStamp Duty ตอบโจทย์องค์กรคุณโดยเฉพาะ

ติดต่อ-สอบถาม I AM Consulting

☎️ 02-026-3964

💌 E-mail : info@iamconsulting.co.th

💚 LINE@ : https://cutt.ly/iamline

.

#IAMConsulting#estamp

#eStampDuty#อากรแสตมป์

#EZStampduty#EZTax

#อากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์

#Empowerthenext

#WhenIAMpromisesIAMdelivers

e-Stamp Duty คืออะไร ? รู้จักอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์

เมื่อพูดถึง “อากรแสตมป์” เราอาจยังเห็นภาพดวงตราอากรที่ต้องนำไปติดบนสัญญาหรือตราสาร แต่รู้หรือไม่..ปัจจุบันกระบวนการดังกล่าวสามารถดำเนินการในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้แล้ว! e-Stamp Duty คืออะไร ? I AM Consulting จะพาไปทำความเข้าใจ พร้อมเตรียมองค์กรสู่การบริหารจัดการภาษีและเอกสารในรูปแบบ Digital Tax Workflow อย่างเป็นระบบ

e-Stamp Duty คืออะไร?

e-Stamp Duty หรือ อากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ คือการชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร แทนการติดดวงตราอากรบนเอกสาร โดยรองรับกระบวนการสำหรับตราสารตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ จากเดิมที่การเสียอากรแสตมป์อาจต้องจัดการผ่านเอกสารกระดาษและดวงตราอากร เปลี่ยนมาเป็นการดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้กระบวนการด้านอากรสามารถจัดการในรูปแบบ Digital Workflow ได้มากขึ้น

สำหรับองค์กรที่มีธุรกรรมไม่มาก การดำเนินการ e-Stamp Duty อาจไม่ได้มีความซับซ้อนมากนัก

แต่สำหรับธุรกิจที่ต้องจัดทำสัญญาเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน เช่น ธนาคาร Leasing ประกันภัย โลจิสติกส์ หรืออสังหาริมทรัพย์ การจัดการ e-Stamp Duty อาจเกี่ยวข้องกับข้อมูลหลายพัน หลายหมื่น หรือแม้แต่หลายแสนรายการ

ความท้าทายจึงไม่ได้อยู่เพียงที่ “จะเสียอากรอย่างไร” แต่คือ “จะจัดการข้อมูลและกระบวนการทั้งหมดอย่างไรให้รวดเร็ว ถูกต้อง และรองรับธุรกรรมจำนวนมากได้”

e-Stamp Duty ต่างจากอากรแสตมป์แบบเดิมอย่างไร ?

e-Stamp Duty ต่างจากอากรแสตมป์แบบเดิมอย่างไร

ทำไม e-Stamp Duty จึงเป็นเรื่องสำคัญ ?

Expert Insight: Use Case จากผู้ใช้งานจริง

คุณชยภัสสร์ อัศววิมลนันท์ ผู้จัดการ และ หัวหน้าทีมพัฒนา e-Stamp Duty Platform บริษัท I AM Consulting กล่าวว่า Pain Point หลัก ๆ ของกลุ่มลูกค้าที่เปลี่ยนมาใช้อากรแสตมป์แบบอิเล็กทรอนิกส์ คือ

  1. มีเอกสารธุรกรรมเป็นจำนวนมาก

เช่น บริษัทสินเชื่อรายย่อย ที่มีการทำสัญญาประมาณ 1หมื่นฉบับต่อวัน เมื่อใช้งาน e-Stamp Duty จะไม่ต้องติดอากรแสตมป์ทีละใบ สามารถส่งข้อมูลเอกสารทั้งหมดมาทำการขอจ่ายเป็นรอบ และสแกน QR CODE จ่ายอากรแค่ 1 ครั้ง ก็มีผลตามกฎหมายทั้ง 1หมื่นฉบับทันที

  • ระบบเดิมไม่รองรับการส่งข้อมูลในการขอจ่ายอากรแสตมป์แบบอิเลกทรอนิกส์ตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร

สำหรับบริษัทขนส่งระหว่างประเทศ (Freight Forwarder) ที่ใช้ระบบจากต่างประเทศ ระบบเดิมอาจไม่ได้รองรับให้ส่งข้อมูลในการขอจ่ายอากรแสตมป์แบบอิเลกทรอนิกส์ตามข้อกำหนดกรมสรรพากร ในกรณีนี้ องค์กรไม่จำเป็นต้องปรับแก้ระบบหลักที่ใช้งานอยู่ทั้งหมด แต่สามารถให้ทีมผู้เชี่ยวชาญเข้ามาวิเคราะห์ Business Process และออกแบบแนวทางการเชื่อมต่อหรือปรับ Workflow เพิ่มเติม เพื่อให้ข้อมูลจากระบบเดิมสามารถเข้าสู่กระบวนการ e-Stamp Duty และส่งต่อไปยังกรมสรรพากรได้ตามข้อกำหนด

EZStamp Duty คำตอบของอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ยุคดิจิทัล

อาจไม่ใช่ทุกระบบที่จะสามารถตอบโจทย์องค์กรของคุณได้ แต่ EZStamp Duty หนึ่งในโซลูชันที่ I AM Consulting พัฒนาขึ้นมาด้วยความมั่นใจ ว่าเราจะสามารถแก้ปัญหาการทำ e-Stamp Duty ได้แน่นอน ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญทั้งด้าน Business & Tax Workflow และ IT Architecture เข้าด้วยกัน และมีการทำงานผ่านจุดเด่นสำคัญ ดังนี้

1. ไม่ใช่แค่ระบบ แต่มีผู้เชี่ยวชาญออกแบบให้เหมาะกับธุรกิจ

แต่ละองค์กรมีทั้งประเภทสัญญา ขั้นตอนอนุมัติ และระบบ IT ที่แตกต่างกัน การนำ e-Stamp Duty มาใช้จึงไม่ควรเป็นเพียงการติดตั้งระบบสำเร็จรูป แต่ต้องออกแบบให้สอดคล้องกับ Business Process ที่ใช้งานจริง

ด้วยความเชี่ยวชาญด้าน Tax, Business Workflow และ IT ทีม I AM Consulting สามารถวิเคราะห์กระบวนการตั้งแต่ต้นทางของข้อมูลจนถึงการนำส่ง เพื่อออกแบบ EZStamp Duty ให้ตอบโจทย์ Pain Point ของแต่ละองค์กร

เราไม่ได้มองเพียงว่า “จะนำระบบเข้าไปติดตั้งอย่างไร” แต่ให้ความสำคัญกับคำถามว่า “จะทำอย่างไรให้ระบบ e-Stamp Duty เข้ามาช่วยแก้ Pain Point ของธุรกิจได้จริง?”

ไม่ว่าจะเชื่อมต่อกับ ERP, ระบบจัดการสัญญา, ระบบจัดซื้อ หรือระบบงานภายใน ก็สามารถออกแบบแนวทางการเชื่อมต่อให้เหมาะกับ Workflow และ IT Environment ของธุรกิจได้

2. ระบบตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่งกรมสรรพากร

หนึ่งใน Pain Point ใหญ่ที่สุดของการยื่น e-Stamp Duty คือ ข้อมูลผิดพลาดจนถูกระบบสรรพากรปฏิเสธ EZStamp Duty มีระบบ Pre-validation ช่วยตรวจสอบข้อมูลตามเงื่อนไขที่กำหนดก่อนเข้าสู่กระบวนการนำส่ง ลดความเสี่ยงจากข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง

  • ตรวจสอบประเภทตราสารและเงื่อนไขการคำนวณอัตราอากร
  • ตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูลที่จำเป็น
  • ตรวจสอบสถานะความพร้อมของรายการก่อน Trigger ไปยัง API กรมสรรพากร
  • เก็บบันทึกประวัติการดำเนินงาน (Audit Trail) ครบถ้วน เพื่อการตรวจสอบย้อนหลัง

เมื่อข้อมูลครบถ้วนผ่านเงื่อนไขที่กำหนดแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนการนำส่งต่อไป แนวทางนี้ช่วยลดภาระในการตรวจข้อมูลซ้ำ และช่วยลดความเสี่ยงจากข้อมูลไม่ครบหรือการกรอกข้อมูลผิดพลาดในกระบวนการชำระอากรแสตมป์ออนไลน์

3. ลดความเสี่ยงจากการพลาดกำหนดชำระอากรแสตมป์

องค์กรที่มีเอกสารจำนวนมาก สิ่งที่ทีมงานต้องจัดการให้พร้อมกัน ไม่ได้มีเพียงสถานะของเอกสาร แต่ยังรวมถึง “เวลา”เพราะแต่ละรายการอาจอยู่คนละขั้นตอน และมีวันที่ต้องดำเนินการต่างกัน

EZStamp Duty สามารถช่วยติดตามรายการ รวบรวมข้อมูลและสถานะการดำเนินงานไว้ในระบบเดียว เพื่อให้ทีมงานสามารถติดตามรายการต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น

  • ติดตามรายการที่ต้องเสียอากรแสตมป์
  • ติดตามสถานะการดำเนินการ
  • แจ้งเตือนรายการที่ใกล้ถึงกำหนด
  • ลดการติดตามข้อมูลผ่าน Excel หรือ Email
  • ลดการกรอกข้อมูลซ้ำ
  • จัดเก็บข้อมูลและหลักฐานการชำระอย่างเป็นระบบ

จึงช่วยลดการพึ่งพาการติดตามแบบ Manual ช่วยให้ทีม Finance, Accounting, Tax และ Legal และทำให้การบริหารอากรแสตมป์จำนวนมากได้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น


e-Stamp Duty คือจุดเริ่มต้นของ Digital Tax Workflow

เมื่อองค์กรสามารถเชื่อมข้อมูลจากระบบต้นทางเข้าสู่กระบวนการ e-Stamp Duty ได้แล้ว แนวคิดเดียวกันสามารถต่อยอดไปสู่กระบวนการด้าน Digital Tax อื่น ๆ ได้ เช่น e-Tax Invoice & e-Receipt รวมถึงการเชื่อมโยงกับ e-Signature และระบบจัดการเอกสาร

เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียง “ลดการใช้กระดาษ” แต่คือการสร้าง End-to-End Digital Workflow ที่ข้อมูลสามารถไหลจาก Business Transaction ไปสู่กระบวนการด้านเอกสารและภาษีได้อย่างต่อเนื่อง


การปรับตัวสู่ e-Stamp Duty และ End-to-End Paperless Workflow ไม่ใช่แค่การทำตามระเบียบของกรมสรรพากร แต่คือการปรับปรุงกระบวนการทำงานภายใน (Business Process Modernization) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น ลดต้นทุนแฝง และรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต

“เพราะการจัดการเอกสารสัญญาที่ดี ไม่ได้จบแค่การจัดเก็บ แต่ต้องขับเคลื่อนทุกขั้นตอนได้อย่างเป็นระบบ”

มาร่วมยกระดับ e-Stamp Duty จาก Manual Process สู่ Digital Workflow

ในงาน Beyond e-Stamp Duty | EZStamp Duty

เปลี่ยนงานอากรแสตมป์ที่ซับซ้อน ให้เป็น Workflow ดิจิทัลที่ง่าย รวดเร็ว และตรวจสอบได้

เรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐานของ e-Stamp Duty ไปจนถึงแนวทางบริหารจัดการธุรกรรมจำนวนมากด้วย Automation, Workflow และ System Integration ของ EZStamp Duty แบบครบทุกขั้นตอน

💡 สิ่งที่คุณจะได้จากงานนี้

  • e-Stamp Duty Essentials: ทำความเข้าใจว่า e-Stamp Duty คืออะไร เกี่ยวข้องกับเอกสารประเภทใด และเหตุใดองค์กรจึงควรให้ความสำคัญ
  • Beyond Manual Process: เจาะลึกปัญหาของการจัดการอากรแสตมป์แบบเดิม พร้อมแนวทางลดขั้นตอนและงานซ้ำซ้อนของทีมบัญชี
  • Smarter Workflow with EZStamp Duty: เรียนรู้วิธีบริหารกระบวนการ e-Stamp Duty ให้เป็นระบบ ตั้งแต่การเตรียมข้อมูลไปจนถึงการติดตามและจัดเก็บหลักฐาน
  • Business Value & Compliance: แนวทางลดต้นทุน ลดความเสี่ยงจากข้อมูลผิดพลาด และเพิ่มความพร้อมในการตรวจสอบย้อนหลัง
  • Digital Document Ecosystem: เปิดมุมมองการจัดการเอกสารครบวงจร ตั้งแต่ Digital Signature, e-Stamp Duty, e-Tax ไปจนถึง e-Billing ไว้ใน Ecosystem เดียวกัน

🗓️ วันพุธที่ 30 กันยายน 2569

⏰ เวลา 14.00 – 15.00 น.

👉 [ คลิกที่นี่เพื่อลงทะเบียนเข้าฟัง Webinar ฟรี ]

[Webinar] Beyond e-Stamp Duty – 30 ก.ย. | 14:00 น.

**ยกระดับการทำงานไปอีกขั้น ด้วยระบบ e-Stamp Duty อัจฉริยะ**

🔥 เปลี่ยนงานอากรแสตมป์ที่ซับซ้อน 🔥
ให้เป็น Workflow ดิจิทัลที่ง่าย รวดเร็ว และตรวจสอบได้

องค์กรของคุณกำลังเจอปัญหาเหล่านี้อยู่หรือเปล่า?

❌ ทีมงานต้องเสียเวลากับการเตรียมข้อมูลและจัดการเอกสารจำนวนมากด้วยมือ

❌ กังวลเรื่องข้อมูลผิดพลาด คำนวณอากรไม่ถูกต้อง หรือดำเนินการไม่ทันตามกำหนด

❌ ติดตามสถานะเอกสารได้ยาก ข้อมูลและหลักฐานกระจัดกระจายอยู่หลายระบบ

❌ เมื่อจำนวนสัญญาเพิ่มขึ้น ภาระงานก็เพิ่มขึ้นตาม

I AM Consulting ขอเชิญผู้บริหาร ทีมบัญชี การเงิน ภาษี กฎหมาย และไอที เข้าร่วม Webinar ในหัวข้อ “Beyond e-Stamp Duty | EZStamp Duty ยกระดับการทำงานไปอีกขั้น ด้วยระบบ e-Stamp Duty อัจฉริยะ”

ร่วมทำความเข้าใจระบบ e-Stamp Duty ตั้งแต่พื้นฐาน ความสำคัญต่อองค์กร ไปจนถึงแนวทางยกระดับกระบวนการจัดการอากรแสตมป์ให้เป็นระบบดิจิทัลด้วย EZStamp Duty

โซลูชันที่จะช่วยลดขั้นตอนการทำงานซ้ำ ๆ ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาด และช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการเอกสาร ติดตามสถานะ และตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

🗓️ วันพุธที่ 30 กันยายน 2569
⏰ เวลา 14.00 – 15.00 น.
🌐 ผ่านทาง Zoom Webinar

คำถามสำคัญขององค์กรในวันนี้คือ…

“เมื่อจำนวนสัญญาเพิ่มขึ้น เราจะบริหารจัดการ e-Stamp Duty ให้รวดเร็ว ถูกต้อง และตรวจสอบได้ โดยไม่เพิ่มภาระให้ทีมบัญชีได้อย่างไร?”

💡 ไฮไลต์ที่คุณไม่ควรพลาดภายในงาน

  • e-Stamp Duty Essentials: ทำความเข้าใจว่า e-Stamp Duty คืออะไร เกี่ยวข้องกับเอกสารประเภทใด และเหตุใดองค์กรจึงควรให้ความสำคัญ
  • Beyond Manual Process: เจาะลึกปัญหาของการจัดการอากรแสตมป์แบบเดิม พร้อมแนวทางลดขั้นตอนและงานซ้ำซ้อนของทีมบัญชี
  • Smarter Workflow with EZStamp Duty: เรียนรู้วิธีบริหารกระบวนการ e-Stamp Duty ให้เป็นระบบ ตั้งแต่การเตรียมข้อมูลไปจนถึงการติดตามและจัดเก็บหลักฐาน
  • Business Value & Compliance: แนวทางลดต้นทุน ลดความเสี่ยงจากข้อมูลผิดพลาด และเพิ่มความพร้อมในการตรวจสอบย้อนหลัง
  • Digital Document Ecosystem: เปิดมุมมองการจัดการเอกสารครบวงจร ตั้งแต่ Digital Signature, e-Stamp Duty, e-Tax ไปจนถึง e-Billing ไว้ใน Ecosystem เดียวกัน

🎯 งานนี้เหมาะสำหรับใคร?

  • ผู้บริหารฝ่ายบัญชี การเงิน และภาษี ที่ต้องการลดงาน Manual และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
  • ทีม Accounting, Finance, Tax, Legal และ Compliance ที่ดูแลสัญญาหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับอากรแสตมป์
  • IT Managers และทีม Digital Transformation ที่ต้องการเชื่อมโยงกระบวนการทำงานให้เป็นระบบดิจิทัล
  • องค์กรที่มีเอกสารหรือสัญญาจำนวนมาก เช่น ธุรกิจประกันภัย ธนาคาร สินเชื่อ โลจิสติกส์ และกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ

ลงทะเบียนเข้าร่วมฟรี

บรรยายโดย

  • คุณชยภัสสร์ อัศววิมลนันท์
    Manager and Team Lead, e-Stamp Duty Platform

มาร่วมค้นพบแนวทางเปลี่ยนกระบวนการ e-Stamp Duty แบบเดิม ให้เป็น Workflow อัจฉริยะที่ง่ายกว่า รวดเร็วกว่า และพร้อมรองรับการเติบโตขององค์กรไปกับ EZStamp Duty

แล้วพบกันภายในงาน!

e-Stamp Duty Digital Signature คู่หูสัญญาดิจิทัล มาตรฐานใหม่ของธุรกิจประกันภัย

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ผันผวน ภัยพิบัติที่คาดการณ์ยาก และการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีที่รวดเร็วขึ้น ธุรกิจประกันภัยในปี 2569 กำลังเข้าสู่ยุคที่ “ความเร็ว ความถูกต้อง และความน่าเชื่อถือ” คือหัวใจของการแข่งขัน ไม่ใช่เพียงแค่ด้านผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่รวมถึงประสบการณ์ของลูกค้าในทุกขั้นตอน ตั้งแต่เสนอขาย ออกกรมธรรม์ ไปจนถึงการให้บริการและการเคลม


สิ่งที่ชัดเจนคือ อุตสาหกรรมกำลังมุ่งสู่ Digital Insurance อย่างเต็มรูปแบบ เอกสารสัญญา/กรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Policy ต้องสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ลดระยะเวลาของกระบวนการออกเอกสารสัญญา และข้อมูลต้องพร้อมใช้งาน เพื่อรองรับทั้งการเติบโตในเชิงธุรกิจ และมาตรฐานการกำกับดูแล (Compliance) ที่เข้มงวดขึ้นในระยะยาว


ด้วยเหตุนี้ บริษัทประกันภัยชั้นนำจึงเริ่มยกระดับการออกกรมธรรม์และเอกสารสัญญา (e-Policy) ให้เป็นดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยนำ e-Stamp Duty และ Digital Signature มาใช้งานร่วมกัน เพื่อให้ e-Policy มีความสมบูรณ์ถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่ต้นทาง และพร้อมใช้งานได้ทันที โดยไม่ต้องย้อนกลับมาแก้ขั้นตอนภายหลัง


ในมุมธุรกิจ การปรับใช้ e-Stamp Duty และ Digital Signature ไม่ได้ช่วยแค่เรื่อง “Paperless” แต่คือการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานแบบ End-to-End Digital ทั้งด้านต้นทุน เวลา และความพร้อมด้าน Compliance

 

Key Points


1. ปี 2569 ธุรกิจประกันแข่งขันด้วย “ความเร็ว ความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ” มากกว่าตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว


2. อุตสาหกรรมมุ่งสู่ Digital Insurance ที่เน้นการออก e-Policy ซึ่งต้องตรวจสอบความถูกต้องได้โปร่งใส


3. การใช้ e-Stamp Duty ช่วยให้การชำระอากรแสตมป์สำหรับกรมธรรม์และเอกสารสัญญาถูกต้องตามเกณฑ์กรมสรรพากร ลดความเสี่ยงด้าน Compliance


4. Digital Signature ช่วยให้การลงนามใน e-Policy มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย ป้องกันการแก้ไข และเร่งกระบวนการอนุมัติให้เร็วขึ้น


5. การใช้ e-Stamp Duty + Digital Signature ร่วมกัน คือมาตรฐานใหม่ของ End-to-End Digital Contract ตั้งแต่ชำระอากร–ลงนาม–จัดเก็บ–ตรวจสอบในระบบเดียว


e-Stamp Duty สัญญาที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง

ในธุรกิจประกันภัย “อากรแสตมป์” คือส่วนสำคัญที่ทำให้ตราสารสมบูรณ์ e-Stamp Duty จึงเข้ามาเปลี่ยนการติดอากรรูปแบบเดิมให้เป็นการชำระอากรแสตมป์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบที่กรมสรรพากรกำหนด ธุรกิจประกันที่มีปริมาณธุรกรรมจำนวนมากในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็น e-Policy หรือสัญญาตัวแทนและนายหน้า e-Stamp Duty ช่วยให้การชำระอากรเป็นไปอย่างถูกต้อง ตรวจสอบได้ และเชื่อมต่อกับกระบวนการดิจิทัลได้ทันที ลดความเสี่ยงจากการชำระอากรไม่ครบถ้วนหรือไม่สอดคล้องกับข้อกำหนด


Digital Signature: ทำให้สัญญาประกันสมบูรณ์ตามกฎหมาย

แม้เอกสารจะเป็นดิจิทัล แต่หากการลงนามไม่สามารถยืนยันตัวตนผู้ลงนามได้ หรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย สัญญาย่อมไม่สมบูรณ์ Digital Signature จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการยืนยันตัวตนผู้ลงนาม ป้องกันการแก้ไขเอกสาร และทำให้สัญญามีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างชัดเจน ช่วยให้การทำ e-Policy เป็นไปอย่างรวดเร็วและเชื่อถือได้ สามารถใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงได้ทั้งในกระบวนการให้บริการและการเคลม


e-Stamp Duty และ Digital Signature มาตรฐานใหม่ของสัญญาประกันแบบ End-to-End Digital

การใช้ e-Stamp Duty (การชำระอากรแสตมป์แบบอิเล็กทรอนิกส์) ร่วมกับ Digital Signature (ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์) ทำให้กระบวนการสัญญาประกันครบวงจร ตั้งแต่ชำระอากร ลงนาม จัดเก็บ และตรวจสอบในระบบเดียว ซึ่งช่วยให้ธุรกิจประกัน

  • ลดระยะเวลาการออกกรมธรรม์ ส่งมอบ e-Policy ให้ลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น


  • ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการพิมพ์ การจัดส่ง การจัดเก็บ และความเสี่ยงด้านเอกสาร


  • ตรวจสอบย้อนหลังได้ รองรับการกำกับดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ


  • วางรากฐานสู่การเป็น Digital Insurer อย่างยั่งยืน


ในวันที่ดิจิทัลกลายเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรม การมี e-Stamp Duty พร้อมนำ Digital Signature มาทำงานร่วมกัน ไม่ใช่เพียงการเพิ่มเทคโนโลยี แต่คือการวาง รากฐานการดำเนินงานที่มั่นคง โปร่งใส และยั่งยืน ให้กับธุรกิจประกันภัย


สนใจ e-Stamp Duty และ Digital Signature ต้องเริ่มอย่างไร?


หากองค์กรของคุณกำลังมองหาพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจทั้ง e-Stamp Duty, Digital Signature, กฎหมายไทย และการเชื่อมต่อกับระบบ ERP หรือ Document Management


I AM Consulting พร้อมให้คำปรึกษาและวางโครงสร้าง IT ที่สอดคล้องกับกฎหมายไทย ด้วยประสบการณ์ด้าน SAP ERP และการพัฒนาโซลูชัน e-Tax, e-Stamp Duty และ Digital Signature เพื่อยกระดับกระบวนการสัญญาของธุรกิจประกันให้ครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นดิจิทัลอย่างแท้จริง

 

———————————————————————————————————————————————————————————————————————————-


FAQ คำถามถามบ่อยเรื่อง e-Stamp Duty และ Digital Signature

Q: กรมธรรม์ / สัญญาประกัน ที่เป็นเอกสารดิจิทัล มีผลทางกฎหมายหรือไม่

A: มีผลทางกฎหมาย หากจัดทำและลงนามตาม พ.ร.บ. ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับ

Q: Digital Signature ใช้แทนการเซ็นสดในกรมธรรม์ได้หรือไม่

A: ใช้ได้ โดยต้องเป็น Digital Signature ที่สามารถยืนยันตัวตนผู้ลงนาม และตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารได้

Q: เอกสารดิจิทัล (e-Policy) สามารถใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายหรือในชั้นศาลได้หรือไม่

A: ได้ หากสามารถพิสูจน์แหล่งที่มา ความถูกต้อง และไม่มีการแก้ไขเอกสาร

Q: หากลูกค้าปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ลงนาม บริษัทตรวจสอบอย่างไร

A: ระบบ Digital Signature จะมีข้อมูลยืนยันตัวตน วันเวลา และประวัติการลงนาม เพื่อใช้ตรวจสอบย้อนหลัง

 

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.