รู้จัก Autonomous HCM AI ที่ทำได้มากกว่างาน HR ทั่วไป

บทความ 2 ก.ย. 2569

ในวันที่ AI เข้ามามีบทบาทในทุกส่วนขององค์กร แม้กระทั่งฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ที่ทำงานกับ “คน” โดยตรง คำถามไม่ใช่ว่า AI จะเข้ามาแทนคนหรือไม่ แต่คือเราจะใช้ AI อย่างไรให้คนเก่งขึ้น และเติบโตไปพร้อมกับองค์กร จากเดิมที่ AI ช่วยตอบคำถาม คัดกรองบุคลากร หรือสรุปรายงาน แต่วันนี้ SAP กำลังพา HR ก้าวไปอีกขั้นสู่ Autonomous HCM ที่เปลี่ยน AI จากเครื่องมือช่วยงาน ให้กลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและสนับสนุนการตัดสินใจเรื่องคนได้มากขึ้น

จากบทความก่อน เราได้ทำความรู้จักกับ Autonomous Enterprise และหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญอย่าง Autonomous Finance กันไปแล้ว ครั้งนี้ I AM Consulting จะพาไปเจาะลึกอีกหนึ่งหัวใจสำคัญขององค์กร นั่นคือ “คน” เทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนการบริหารทรัพยากรบุคคล หรือ HR จากงานที่ต้องพึ่งพากระบวนการ Manual ไปสู่ระบบอัตโนมัติที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและสนับสนุนการตัดสินใจด้านทรัพยากรบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Autonomous HCM คืออะไร?

 Autonomous Human Capital Management คือ แนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลที่นำ AI, Machine Learning และ Automation เข้ามาทำงานร่วมกับกระบวนการ HR แบบ End-to-End เพื่อช่วยลดงานที่ต้องทำซ้ำ วิเคราะห์ข้อมูล และประสานงานในแต่ละขั้นตอนให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยมีหลักการกำกับดูแลที่ชัดเจนและยังคงให้มนุษย์เป็นผู้ควบคุมการตัดสินใจที่สำคัญ

AI จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงตอบคำถามเหมือน chatbot แต่ยังสามารถรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสม และช่วยดำเนินงานที่มีหลายขั้นตอนได้

นอกจากนี้ ยังช่วยเชื่อมโยงข้อมูลพนักงาน ทักษะ และความต้องการของธุรกิจเข้าด้วยกัน ทำให้องค์กรสามารถมองเห็นแนวโน้มด้านบุคลากร ปรับการเรียนรู้และเส้นทางอาชีพให้เหมาะกับพนักงานแต่ละคน รวมถึงช่วยให้การทำงานเป็นไปตามนโยบายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องได้ง่ายขึ้น

3 หัวใจหลักของ Autonomous HCM

SAP วางแนวคิดไว้บนองค์ประกอบสำคัญ 3 ด้าน เพื่อเชื่อมโยงบุคลากร ข้อมูล และกระบวนการ HR เข้าด้วยกัน

1. Powerful Agentic Experiences: AI ที่เข้าใจบริบทและจัดการงานได้หลายขั้นตอน

AI สำหรับงาน HR ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงตอบคำถามเหมือน Chatbot แต่สามารถเข้าใจว่าผู้ใช้งานต้องการทำอะไร รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และประสานงานแต่ละขั้นตอนให้ดำเนินต่อเนื่องกันได้

งานที่เคยต้องค้นหาข้อมูลหรือสลับใช้งานหลายระบบจึงทำได้รวดเร็วขึ้น ช่วยลดภาระงานประจำและทำให้ฝ่าย HR มีเวลาใส่ใจกับงานด้านการวางแผนกำลังคน (Workforce Strategy) การพัฒนาพนักงาน (Talent Development) และการสร้างประสบการณ์ที่ดีในการทำงานมากขึ้น (Employee Experience)

2. Trusted People Data: AI ที่ดีต้องเริ่มจากข้อมูลบุคลากรที่เชื่อถือได้

AI จะวิเคราะห์และให้คำแนะนำได้ดีเพียงใด ขึ้นอยู่กับคุณภาพของข้อมูลที่นำมาใช้ HCM จึงให้ความสำคัญกับการจัดเก็บข้อมูลพนักงานและข้อมูลทักษะให้ถูกต้อง เป็นระบบ และเป็นปัจจุบัน เพื่อให้ทุกกระบวนการด้าน HR ใช้ข้อมูลจากแหล่งเดียวกัน

เมื่อข้อมูลเหล่านี้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ AI จะสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ด้านบุคลากรได้แม่นยำขึ้น ช่วยให้ฝ่าย HR และผู้บริหารเห็นข้อมูลในมุมเดียวกัน และตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

3. Connected Applications: เชื่อมโยงทุกกระบวนการ HR ให้ทำงานเป็นระบบเดียวกัน

การบริหารบุคลากรครอบคลุมหลายกระบวนการ ตั้งแต่การจัดการข้อมูลพนักงาน(Core HR) การจ่ายเงินเดือน(Payroll)การสรรหา(Recruitment) การเรียนรู้และพัฒนา(Learning) ไปจนถึงการบริหารผลงาน(Performance Management) และการวางแผนกำลังคน (Workforce Management) ซึ่งแต่ละกระบวนการล้วนสร้างข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเส้นทางการทำงานของพนักงาน

SAP จึงออกแบบให้ระบบเหล่านี้เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน เพื่อให้ AI มองเห็นภาพรวมของบุคลากรได้อย่างครบถ้วน และสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ต่อเนื่องกว่าการพิจารณาแต่ละระบบแยกจากกัน

รู้จัก 4 AI Assistants ที่ช่วยยกระดับการทำงานของ HR

SAP นำ AI Assistants มาใช้ในกระบวนการ HR หลายด้าน เพื่อช่วยจัดการงานที่ใช้เวลามาก รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และนำเสนอข้อมูลประกอบการตัดสินใจ โดยตัวอย่างต่อไปนี้ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลข้อมูลพนักงาน การบริหารผลงาน และการสรรหา ไปจนถึงการวิเคราะห์กำลังคน

1. Core HR Assistant ยกระดับงานพื้นฐานและข้อมูลพนักงาน

ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการ HR ด้วยระบบอัตโนมัติ พร้อมตรวจสอบคุณภาพและความถูกต้องของข้อมูลพนักงานอย่างต่อเนื่อง และช่วยเสริมความสามารถด้าน Compliance

2. Performance & Goals Assistant บริหารผลงานอย่างตรงจุด

ช่วยกำหนดเป้าหมายของพนักงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร ติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง (Real-time) และเตรียมข้อมูลให้หัวหน้าใช้ในการพูดคุยและประเมินผลงาน (Performance Review) ทำให้การบริหารผลงานไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเมื่อสิ้นรอบประเมิน แต่เป็นกระบวนการติดตามและพัฒนาพนักงานอย่างต่อเนื่อง

3. Recruiting Assistant  สรรหาบุคลากรคุณภาพได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ช่วยลดงานประสานงานในกระบวนการสรรหา ตั้งแต่ค้นหาผู้สมัครที่เหมาะสม นัดหมายการสัมภาษณ์ ไปจนถึงแนะนำตำแหน่งงานที่สอดคล้องกับทักษะของผู้สมัคร ทำให้ทีมสรรหามีเวลาใส่ใจกับการประเมินผู้สมัครและสร้างประสบการณ์ที่ดีตลอดกระบวนการสรรหา (Candidate Experience) ได้มากขึ้น

4. People Intelligence Assistant เปลี่ยนข้อมูลบุคลากรให้เป็นข้อมูลที่นำไปใช้ได้จริง

ช่วยติดตามความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของบุคลากร เช่น แนวโน้มการลาออก (Turnover Rate) หรือ ความเท่าเทียมด้านค่าตอบแทน (Pay Equity)  พร้อมวิเคราะห์สาเหตุที่เกี่ยวข้องและเสนอแนวทางรับมือโดยอ้างอิงจากข้อมูลปัจจุบันและแนวปฏิบัติด้าน HR ทำให้องค์กรสามารถนำข้อมูลไปใช้วางแผนกำลังคนและตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม

สร้างผลลัพธ์ให้ธุรกิจได้อย่างไร?

การลงทุนในเทคโนโลยีด้าน HR ไม่ได้วัดจากจำนวนฟังก์ชัน AI ที่มี แต่ควรพิจารณาว่าเทคโนโลยีนั้นช่วยให้องค์กรทำงานได้ดีขึ้นเพียงใด จากข้อมูลที่ SAP เผยแพร่ การนำเทคโนโลยี HCM มาใช้สามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ดังนี้

  • ลดต้นทุนด้าน HR และ IT ลงถึง 34% จากการใช้ระบบอัตโนมัติทดแทนการทำงานแบบเดิม
  • ลดระยะเวลาการสรรหาพนักงาน (Time-to-hire) ได้เร็วขึ้น 40% ตอบสนองต่อความต้องการบุคลากรของธุรกิจได้ทันท่วงที
  • เพิ่มคุณภาพและความแม่นยำของข้อมูล HR (Data Quality) ได้ถึง 67% ทำให้การตัดสินใจของผู้บริหารตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่เชื่อถือได้

ผลลัพธ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การเชื่อมโยงข้อมูล กระบวนการทำงาน และระบบอัตโนมัติเข้าด้วยกัน สามารถช่วยลดภาระงาน เพิ่มความคล่องตัว และทำให้องค์กรมีข้อมูลที่พร้อมสำหรับการตัดสินใจมากขึ้น

Autonomous HCM หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของ Autonomous Enterprise

การก้าวสู่ Autonomous Enterprise ไม่ได้หมายถึงการนำ AI มาใช้แยกกันในแต่ละฝ่าย แต่คือการเชื่อมโยงข้อมูลและกระบวนการทำงานทั่วทั้งองค์กร เพื่อให้แต่ละส่วนสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเงิน ทรัพยากรบุคคล หรือหน่วยงานอื่น ๆ

สำหรับฝ่าย HR การเชื่อมโยงข้อมูลพนักงาน ทักษะ ผลงาน และแนวโน้มด้านกำลังคนเข้ากับข้อมูลทางธุรกิจ จะช่วยให้องค์กรมองเห็นได้ชัดขึ้นว่า ควรเตรียมบุคลากรและทักษะด้านใด เพื่อรองรับทิศทางและเป้าหมายในอนาคต

หัวใจของ Autonomous HCM ไม่ใช่ AI มาแทนที่ฝ่าย HR แต่คือการลดภาระงานที่ต้องทำซ้ำ และช่วยให้ HR เข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นได้ง่ายขึ้น เพื่อให้มีเวลาใส่ใจกับงานที่ต้องอาศัยความเข้าใจคนมากขึ้น ทั้งการพัฒนาบุคลากร การสร้างประสบการณ์ที่ดี และการวางแผนกำลังคนให้สอดคล้องกับทิศทางขององค์กร

จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่ม AI เข้าไปในระบบ HR แต่เป็นการเตรียมข้อมูล กระบวนการทำงาน และบุคลากรให้พร้อมสำหรับการทำงานรูปแบบใหม่ โดยมีเทคโนโลยีช่วยสนับสนุนและมนุษย์ยังคงเป็นผู้กำหนดทิศทางและตัดสินใจในเรื่องสำคัญ

เตรียมองค์กรให้พร้อมสู่อนาคตไปกับ I AM Consulting ทีมที่ปรึกษาชั้นนำของไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่พร้อมช่วยขับเคลื่อนองค์กรของคุณสู่องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยคนที่แท้จริง

AI HR ไม่ใช่อนาคตอีกต่อไป แต่คือทิศทางใหม่ของการบริหารทรัพยากรบุคคลที่องค์กรระดับโลกกำลังมุ่งไป

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.