5 คำถามพบบ่อย ระบบทำ ใบกำกับภาษี อิเล็กทรอนิกส์ ( e-Tax invoice )

บทความ 13 ก.พ. 2566

ท่ามกลางการแข่งขันกันอย่างดุเดือดในโลกธุรกิจ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าใครที่ปรับตัวเข้าสู่โลกยุคดิจิทัลก่อน ก็ได้เปรียบมากกว่า ใบกำกับภาษี อิเล็กทรอนิกส์ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน เพราะนอกจากจะมีมาตรการ ช้อปดีมีคืน 2566 ที่กระตุ้นให้ผู้ซื้อเลือกซื้อสินค้ากับร้านที่มี e-Tax เพื่อจะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีมากกว่าแล้วนั้น บริษัทยังสามารถนำค่าใช้จ่ายในการลงทุนและใช้บริการระบบ ไปหักรายจ่ายได้ 2 เท่า อีกด้วย ( ตั้งแต่ 1 มกราคม 2566 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2568 )


หากบริษัทของท่านกำลังมองหาระบบ และอยากเร่งดำเนินการตั้งแต่วันนี้ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสเข้าร่วมโครงการจากทางรัฐบาลในปีต่อไป แต่ยังมีคำถามอยู่หลายส่วน I AM Consulting ในฐานะผู้พัฒนาระบบ EZTax ซึ่งได้การรับรองการเป็น Service Provider สำหรับการเป็นตัวแทนการนำส่งเอกสารผ่านระบบเข้าไปที่กรมสรรพากรโดยตรง จึงขอรวบรวมคำถามที่พบบ่อย พร้อมคำตอบให้หายคาใจไว้ในบทความนี้เลย


5 คำถามพบบ่อย ระบบทำ ใบกำกับภาษี อิเล็กทรอนิกส์ ( e-Tax invoice )

 

1)    ใบกำกับภาษี อิเล็กทรอนิกส์ คืออะไร


ใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ ที่ผู้ประกอบการสามารถจัดทำเอกสารอิเล็กทรอนิกส์  ( XML File, PDF File ) พร้อมลงลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) หรือ ประทับรับรองเวลา ( Time Stamp ) ก่อนส่งมอบให้ผู้ซื้อสินค้าหรือบริการ และกรมสรรพากร รวมถึงสามารถเก็บรักษาข้อมูลในรูปแบบออนไลน์ แทนการใช้กระดาษแบบเดิม

2)    บริษัทอยากทำระบบ e-Tax ต้องทำอะไรบ้าง


สิ่งที่บริษัทต้องเริ่มทำ ก่อนใช้งานระบบ e-Tax มี 2 สิ่งหลักๆ คือ จัดหาใบรับรองอีเล็กทรอนิกส์ ( Certification Authority: CA ) และ ยื่นคำขอเป็นผู้ประกอบการจัดทำใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งท่านสามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมโดยละเอียดได้ในบทความนี้ บริษัทอยากทำ E-tax invoice / E-receipt เริ่มยังไงดี?

 

3)    บริษัทต้องเลือกใช้ระบบรูปแบบใดถึงจะเหมาะสมกับธุรกิจ


ปัจจุบันทางกรมสรรพากร มีระบบ e-Tax อยู่ 2 รูปแบบ คือ e-Tax invoice และ e-Tax invoice by email ซึ่งบริษัทจะต้องเลือกใช้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยมีความแตกต่างกันดังนี้

ใบกำกับภาษี อิเล็กทรอนิกส์

( * หมายเหตุ ระบบ EZTax จะรองรับแค่รูปแบบ e-Tax invoice เท่านั้น )


ข้อแตกต่างที่เด่นชัดที่สุด คือ ข้อจำกัดด้านรายได้ รวมถึง รูปแบบการทำงาน e-Tax Invoice  เป็น ระบบ Automation ที่ช่วยลดภาระการทำงาน ส่วน e- Tax Invoice by email นั้นเป็นระบบแบบ Manual ต้องทำไฟล์ทีละเอกสารแล้วส่ง E-mail ทีละ 1 เอกสาร และต้องหาที่เก็บเอกสารหลังจากที่ได้รับ E-mail กลับมาแล้ว
เมื่อพิจารณาจาก 2 ปัจจัยนี้แล้ว การใช้ระบบ e-Tax invoice เต็มรูปแบบก็น่าจะเป็นอะไรที่เหมาะสมกว่า เพราะช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น และ หากในอนาคต บริษัทมีรายได้มากกว่า 30 ล้านบาท การยกเลิกรูปแบบ e-Tax Invoice by E-mail แล้วไปเริ่มขอยื่นแบบ e-Tax Invoice ใหม่ จะทำให้เกิดความยุ่งยากด้วย

 

4)    หากใช้ระบบรูปแบบ e-Tax invoice ต้องนำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรยังไง


หากบริษัทของท่านไม่ต้องการพัฒนาระบบงานด้วยตนเอง สามารถเลือกส่งข้อมูลในรูปแบบ Service Provider ( ผู้ให้บริการนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ) โดย EZTax ได้เลย ระบบของเราสามารถทำงานได้ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดทำเอกสาร นำส่ง และเก็บข้อมูล ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้สามารถใช้งานได้ง่ายที่สุด มีประสิทธิภาพ เข้ากันได้กับระบบ ERP ทุกรูปแบบ


เราเป็นระบบ e-Tax รายแรกๆ ของประเทศไทย มีพาร์ทเนอร์ที่ใช้งาน EZTax อยู่มากมายทุกอุตสาหกรรม และจัดทำ e-Tax Invoice/e-Receipt ไปมากกว่า 400 ล้านฉบับ จึงสามารถมั่นใจได้ว่า ท่านจะทำงานได้ตรงตามคุณสมบัติที่กรมสรรพากรกำหนดทั้งหมด

5)    การจัดเก็บเอกสารตามกฎหมายมีอะไรบ้าง


แม้ว่าจะไม่ใช่รูปแบบกระดาษ แต่บริษัทก็ยังคงจำเป็นจะต้องเก็บรักษาเอกสารไว้ในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้


(1) ต้องสามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้ โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง
(2) อยู่ในรูปแบบเดียวกับตอนที่สร้าง ส่ง หรือได้รับข้อมูลนั้น หรือ อยู่ในรูปแบบที่สามารถแสดงข้อความที่สร้าง ส่ง หรือได้รับ ให้ปรากฏอย่างถูกต้องได้
(3) ได้เก็บรักษาข้อความส่วนที่ระบุถึงแหล่งกำเนิด ต้นทาง และปลายทางของใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนวันและเวลาที่ส่งหรือได้รับข้อความดังกล่าว ถ้ามี และต้องเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี แต่ไม่เกิน 7 ปี กรณีอยู่ระหว่างการตรวจสอบภาษีอากรจะต้องเก็บไว้จนกว่าการตรวจสอบภาษีอากรจะแล้วเสร็จ


หากทำงานผ่านระบบของ EZTax ข้อมูลทุกอย่างจะถูกเก็บไว้บน Cloud ซึ่งมีความปลอดภัยสูงตามมาตรฐานสากล และสามารถเรียกค้นข้อมูล เพื่อนำมาประมวลผลได้อย่างง่ายดาย


ปรึกษาเรื่องระบบ E-TAX กับ I AM Consulting 


เรามีความมั่นใจในบริการที่ครอบคลุม พร้อมความสามารถในการแนะนำ ให้คำปรึกษาด้านบัญชี และนำเสนอโซลูชันให้กับลูกค้าได้อย่างครบวงจร ( One-Stop-Service ) ตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การจัดหาใบรับรองอีเล็กทรอนิกส์ การลงทะเบียน การตรวจประเมินเบื้องต้นเพื่อปรับกระบวนการและลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น การติดตั้งและวางระบบ ไปจนถึงการฝึกอบรมทีมงาน และมีบริการดูแลหลังจากติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เพราะระบบจะอยู่กับองค์กรไปอีกนาน จึงต้องมีทีมที่ปรึกษาที่จะช่วยดูแล ปรับปรุง พัฒนา ระบบอย่างต่อเนื่อง


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.