วางแผนยังไง ให้เติบโตไวในสายงาน Career Path Guide and Career Boost

19 ม.ค. 2569


สวัสดีครับทุกคน วันนี้ผมมาร์ค TA (ทีมสรรหาบุคลากร) จาก I AM Consulting จะมาเล่าถึงวิธีการค้นหาเส้นทางสายอาชีพและการเพิ่มมูลค่าของแต่ละคน เพื่อที่จะได้พัฒนาตัวเอง ได้ผลตอบแทนตามที่คาดหวัง เติบโตก้าวหน้าในเส้นทางสายอาชีพ และ บริษัทก็ได้คนที่เก่งและสามารถทำงานได้สำเร็จตามเป้าหมายขององค์กรอีกด้วย


ตั้งแต่ผมได้มาทำงานสรรหา ผมได้พบเจอและพูดคุยกับผู้สมัครงานหลากหลายมากครับ ซึ่งจากที่ผมสังเกตหลายๆคนที่เก่งและมีความสามารถ ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีเป้าหมายในการทำงาน ว่าอยากเติบโตไปทางไหน ฉันอยากจะเก่งขึ้นในด้านไหน หรือยังขาดทักษะอะไร ส่วนอีกรูปแบบหนึ่งที่เคยเจอจะเป็นแนวที่สามารถทำอะไรก็ได้ ไม่รู้ความต้องการในทางอาชีพของตัวเอง อาจจะไม่ได้วางแผน Career Path ของตัวเองไว้ชัดเจน ซึ่งจะดูเหมือนว่าเขายังไม่มีจุดมุ่งหมายในการทำงาน ผมจึงได้แนวคิดการวาง Career Path อย่างง่ายๆ ให้ทุกคนลองทำกันนะครับ วิธีการวาง Career Path เราจะต้องทราบ 2 อย่างนี้ก่อน ก็คือ

  1. รู้จักตัวเอง (Know Me) ความถนัด/ความเก่ง/ความชอบ/ความสนใจ/จุดแข็ง/จุดอ่อน/อุปนิสัย เป็นต้น
  2. รู้จักเป้าหมาย (Know Goal) อาชีพที่อยากทำ/บทบาทหน้าที่ที่อยากเป็น/ทักษะความรู้ที่จำเป็นต้องมี หรือแม้กระทั่ง บุคคลที่เราเอาเป็นแบบอย่างในการทำงาน


ทุกคนอาจจะยังไม่เข้าใจที่ผมเขียนทั้งหมด แต่ลองมาดูทีละอย่างไปพร้อมกัน เริ่มจากการรู้จักตัวเอง (Know Me)

  • ความถนัด/ความเก่ง คือ สิ่งที่เราทำมันได้ดีหรือเป็นสิ่งที่เราชำนาญ/เชี่ยวชาญ ซึ่งเราต้องมีองค์ความรู้และประสบการณ์ที่เกี่ยวกับสิ่งนั้นเยอะในระดับนึง เช่น ผมชำนาญในการมองบุคลิกภาพของคน, ผมเก่งในการมองความสามารถของคน เป็นต้น (ถ้ามาร่วมงานกับ I AM ทุกท่านจะได้ทราบจุดแข็ง Top 5 ผ่านแบบทดสอบ Gallup Strength Finder ด้วยนะ)
  • ความชอบ/ความสนใจ คือ สิ่งที่เราชื่นชอบ ให้ความสนใจ หรือหมกมุ่นอยู่กับมันบ่อยๆ เป็นแรงขับเคลื่อนจากข้างในของเรา (Inner Drive) ซึ่งไม่จำเป็นต้องเก่งหรือทำมันได้ดีแต่มีความหลงในสิ่งนั้น ส่งผลให้ถ้ามีข่าวหรือข้อมูลเกี่ยวกับมันเราก็จะติดตามมัน อยากที่จะลงทุนเวลากับมันอยู่เสมอๆ เช่น ผมชอบและสนใจในเทคโนโลยี ที่เกี่ยวกับ Software และการลงทุนใน Cryptocurrency ทำให้ผมชอบลักษณะการทำงานในบริษัทด้าน IT เป็นต้น
  • จุดแข็ง/จุดอ่อน คือ สิ่งที่เราและคนรอบข้างของเราเห็นตรงกันว่าจุดแข็ง จุดอ่อนคืออะไร มีในลักษณะใด เช่น จุดแข็งของผมคือมีความรู้รอบตัว เป็นคนที่ถ้าสนใจในสิ่งไหนแล้วจะไปกับมันอย่างสุดทาง เรียนรู้อะไรได้เร็วเพราะมองสิ่งนั้นแบบแยกส่วน มีวิธีการเล่าให้คนที่ไม่เคยทราบเห็นภาพและเข้าใจได้ง่าย ส่วนจุดอ่อนอาจจะเป็นการตัดสินใจที่ยังมีความลังเลไม่เฉียบขาด ไม่ชำนาญในการพูดกับคนหมู่มาก เป็นต้น


ต่อมาคือ การรู้จักเป้าหมาย (Know Goal) ซึ่งสำคัญไม่แพ้รู้จักตัวเองเลยครับ เช่น ในวัยเด็ก เรารู้ ว่าเราอยากทำอะไร โดยอาจจะถ่ายทอดผ่านอาจารย์แนะแนวในตอนเด็กที่มักถามเราว่า “โตขึ้นอยากทำอาชีพอะไร” หรือ เมื่อเข้ามหาวิทยาลัย การได้ลงเรียนในหลายๆวิชาแล้วดูว่าเราชอบ หรือแนวทางวิชาที่เราสนใจเป็นไปในทางไหน ซึ่งวิชาที่เราชอบหรือพฤติกรรมที่เราสนใจนั่นแหละ จะเป็นสัญญาณสำคัญที่กำลังบอกว่าเราเหมาะกับงานอะไร หรือแม้แต่การมี Role Model บางคนอยากโตขึ้นเป็นตำรวจแบบพ่อ อยากเป็นนักบัญชีแบบแม่ หรืออยากเก่งแบบเพื่อนอะไรประมาณนี้ หรือเมื่อได้เริ่มทำงานแล้วก็จะค่อยๆตกตะกอนความต้องการของตัวเองไปเรื่อยๆ (จะต้องมีบ้างแหละครับกับคนที่โตขึ้นอยากเป็นนักสืบเพราะว่าดูโคนัน)


ดังนั้น หากทุกคนลอง List ข้อมูลในด้าน รู้จักตัวเอง และ รู้จักเป้าหมาย เราจะเห็นองค์รวมและเข้าใจตัวเราเองมากขึ้นครับ ซึ่งการรู้จักตัวเองและเป้าหมายได้ดี จะเป็นกุญแจสำคัญของการที่เราจะวางแผนการเติบโตในเส้นทางการทำงาน


นอกจากนี้ ในส่วนของการรู้จักตัวเอง การรับรู้และเข้าใจในจุดอ่อนของตัวเอง และใช้จุดแข็งของตัวเองให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว ยังมีสิ่งที่สำคัญอีกมุมนึงในการทำงานคือ เราควรเป็น “เป็ดที่ชำนาญ” ซึ่งจะช่วยส่งเสริมใน Career Boost ของเราได้นั่นเองครับ


เป็ดที่ชำนาญคืออะไร ความเก่งในงานจะมี 2 แกนครับคือเก่งแนวตั้ง (Vertical) กับ เก่งแนวนอน (Horizontal) ถ้าเราเก่งแนวตั้งหมายถึงเรารู้ศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่ง หรืองานใดงานหนึ่ง เป็นอย่างดีจะทำให้เราเป็น Specialist แต่หากเราเก่งในแนวนอนหมายถึงเรารู้หลายๆศาสตร์ หลายๆด้าน ไม่เพียงแต่รู้งานในตำแหน่งที่ทำแต่รู้อย่างอื่นถึงแม้จะไม่มากแต่พอเล่าหรืออธิบายได้ ลักษณะนี้จะทำให้เราเป็น Management เช่น สมมติผมเป็น Software Developer คนหนึ่ง ประสบการณ์ 3 ปี ช่วงประสบการณ์ 3–4 ปีของประสบการณ์ทำงาน จะเป็นจุดที่เราจะต้องเลือกเส้นทางอาชีพของเราแล้วว่าเราอยากจะโตไปแบบ Specialist หรือ Management แล้วเรามุ่งหาความรู้ในเส้นทางนั้นๆต่อ ถ้าเป็น Specialist เราอาจจะเขียนภาษา Programming ได้หลากหลายมากขึ้น,มีเทคนิคในการ Coding ที่มากขึ้น ใช้เวลาในการทำได้น้อยกว่าคนอื่น,สามารถทำเชิง Architecture Software Development Design / Clean Architecture หรืออื่นๆ


ในทางกลับกันหากโตไปเป็น Management เราอาจจะมุ่งเป้าไปที่ Project Manager (PM), Product Owner (PO) โดยทักษะด้าน Technical ก็สำคัญแต่ไม่เท่าคนที่ไปทาง Specialist แล้วมุ่งพัฒนาทักษะการทำ Project Management, Leadership, Team Building, และ Negotiation ซึ่งการเลือกเส้นทางตรงนี้เราก็ควรอิงจาก Know Me/Know Goal ที่ผมได้อธิบายไป ถ้าเราเป็นคนชอบคุยกับคนอื่น ชอบบริหารจัดการ เรามีทักษะแบบนี้ตั้งแต่การทำงานกลุ่มสมัยมัธยมหรือมหาลัย ก็อาจจะเป็นสัญญาณสำคัญในการมาทางสาย Management แต่ถ้าเราเป็นคนชอบศึกษาอะไร แล้วเราจริงจังกับมันมาก เราอาจจะเหมาะกับ Specialist มากกว่าครับ ซึ่งการที่เราจะสามารถโตได้ไวในการทำงานคือ เราจะต้องมีความรู้ในแกนตั้ง 1 แขนงเป็นเสาหลัก และเราก็ควรมีความรู้ที่กว้างควบคู่ไปด้วยกัน เพราะถ้าเราเก่งอะไรอย่างเดียวแต่รู้ไม่กว้างจะทำให้เราขาดองค์ความรู้สนับสนุนที่ทำให้เราทำงานได้ดี แต่ถ้าเรามีแต่ความรู้กว้าง แต่ไม่รู้อะไรเชิงลึกเลยสักอย่าง จะทำให้เรากลายเป็นเป็ดธรรมดาในองค์กร ดังนั้นเราควรจะเป็นเป็ดที่ชำนาญที่มีทักษะเฉพาะทางใช้ในการทำงาน และมีความรู้กว้างเผื่อสนับสนุนความรู้หลักให้ดียิ่งขึ้นไปครับ


หากเราเลือกได้แล้วว่าเราจะไปทางไหน ให้ลองดูคนที่ทำตำแหน่งนั้นดู อาจจะเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย พี่ที่ทำงาน หัวหน้าที่ทำงาน แล้วมองมาดูสิว่า Role Model ที่เราเลือกมานั้น เขาประกอบไปด้วยทักษะอะไรบ้าง เราอาจจะมองแยกส่วน เช่น ในมุมของความเป็นผู้นำเขาเป็นอย่างไร สไตล์การทำงานเป็นอย่างไร เขามีหลักการและเหตุผล หรือการตัดสินใจอย่างไรในแต่ละเรื่อง อาจจะคุยกับเขาเพิ่มเติมว่าการที่เขาจะทำอะไร 1 งานเขาคิดอะไรบ้าง มีลำดับอย่างไร คำนึงถึงอะไรบ้าง เราค่อยๆเก็บมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวเองขึ้นเรื่อยๆ เรียกว่าทำตัวเป็นกระดาษลอกลายของเขาเลย จะทำให้เราโฟกัสเส้นทางในการเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ขอแชร์เพิ่มเติมเพื่อผู้อ่านทุกๆคนครับว่า ในสังคมที่เปลี่ยนไป ความคาดหวังของคนรอบข้าง ยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่าน ส่งผลให้คนรุ่นใหม่เกิดความกดดันในหลากหลายมุม อยากให้ทุกคนค่อยๆ หาความเป็นตัวเองไปเรื่อยๆ ครับ บางคนอาจจะคิดว่าตัวเองรู้จักตัวเองดีแล้ว แต่การเรียนรู้ตัวเองนั้นไม่มีที่สิ้นสุดครับ เป็นสนามที่ไม่มีเส้นชัย ทุกคนมีความสามารถ มีความถนัดที่แตกต่างกัน ต้องค่อยๆเรียนรู้ไปเรื่อยๆครับ หาความเป็นตัวของตัวเองให้เจอ อยากให้ทุกคนได้ค้นหาตัวเองได้ตามที่ตัวเองอยากทำครับ และอย่าลืมพัฒนาตัวเองตามแนวทางที่ตัวเองตั้งใจไว้ครับ ขอบคุณครับ

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.