เคาะแล้ว Easy E-Receipt 2568 มัดรวมเงื่อนไขต่าง ๆ และ สิ่งที่ผู้ประกอบการควรเตรียมพร้อม

ข่าวสาร 25 ธ.ค. 2567

Easy E-Receipt 2.0 คืออะไร ?


Easy E-Receipt 2.0 ( ชื่อเดิม : ช้อปดีมีคืน , e-Refund ) เป็นอีกหนึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2568 ที่ให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สามารถนำค่าใช้จ่ายการซื้อสินค้าและบริการตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 50,000 บาท มาใช้หักลดหย่อนภาษีได้ โดยหลักการคล้ายกับปีที่ผ่านมา แต่มีบางเงื่อนไขที่ปรับใหม่

 

 

เงื่อนไข โครงการ Easy E-Receipt 2.0

– ใช้ลดหย่อนภาษี ปี 68 (ยื่นแบบต้นปี 69) นำค่าใช้จ่ายไปรับสิทธิได้สูงสุด 50,000 บาท
– ระยะเวลาของโครงการ ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568
– ต้องเป็นสินค้า-บริการจากร้านที่สามารถออกกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) หรือ มีใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) เท่านั้น

 

 

สินค้าและบริการที่เข้าร่วม แบ่งออกเป็น 

1) ลดหย่อนตามที่ใช้จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท สำหรับการซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (มี e-Tax Invoice) หรือผู้ที่ไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่มี e-Receipt เป็นหลักฐาน

2) ลดหย่อนได้เพิ่มอีกตามจำนวนที่ใช้จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท สำหรับค่าซื้อสินค้าหรือบริการที่มี e-Tax Invoice หรือ e-Receipt เป็นหลักฐาน 
โดยจำกัดสินค้าหรือบริการเฉพาะ 3 ประเภทต่อไปนี้ 
– สินค้า OTOP ที่ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชน
– สินค้าหรือบริการจากวิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร 
– สินค้าหรือบริการจากวิสาหกิจเพื่อสังคมที่จดทะเบียนกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม


ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในกลุ่มสินค้า OTOP, วิสาหกิจชุมชน และวิสาหกิจเพื่อสังคม สามารถใช้ลดหย่อนได้ทั้งในส่วนแรก (30,000 บาท) และส่วนเพิ่ม (20,000 บาท) โดยรวมกันต้องไม่เกินวงเงินสูงสุด 50,000 บาท

 

สินค้าและบริการที่ไม่เข้าร่วม

•    สุรา เบียร์ และไวน์
•    ยาสูบ
•    รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ
•    ค่าน้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ
•    ค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำประปา
•    ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าบริการสัญญาณโทรศัพท์ ค่าบริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต
•    ค่าบริการที่มีข้อตกลงการให้บริการระยะยาว นอกเหนือระยะเวลาตามที่มาตรการกำหนด
•    ค่าบริการจัดนำเที่ยว และค่าที่พักโรงแรม ค่าที่พักโฮมสเตย์ไทย หรือค่าที่พักในสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม

 

 

การลดหย่อนสูงสุด 50,000 บาท ไม่ได้หมายความว่า ยอดช็อปทั้งหมดจะถูกนำไปหักลดหย่อนภาษีเต็มจำนวน 
แต่สามารถเอาไปลดหย่อนภาษีได้มากสุด ตามอัตราภาษีที่เราต้องเสีย 


ตัวอย่างเช่น ถ้าเรามียอดใช้จ่ายครบ 50,000 บาท

– คนที่เสียภาษีในอัตรา 5% สามารถลดค่าใช้จ่ายทางภาษีได้มากสุด 2,500 บาท
– คนที่เสียภาษีในอัตรา 10% สามารถลดค่าใช้จ่ายทางภาษีได้มากสุด 5,000 บาท
– คนที่เสียภาษีในอัตรา 15% สามารถลดค่าใช้จ่ายทางภาษีได้มากสุด 7,500 บาท
– คนที่เสียภาษีในอัตรา 20% สามารถลดค่าใช้จ่ายทางภาษีได้มากสุด 10,000 บาท


หากมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมมาตรการนี้ก็ได้

 

source : กรมสรรพากร

 

ผู้ประกอบการที่ไม่อยากพลาดโอกาสในการเข้าร่วมสิทธิ ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

 

ง่าย ๆ เพียงขั้นตอนเดียว ติดต่อ I AM Consulting เพื่อให้เราขึ้นระบบ EZTax




EZTax เราคือผู้ให้บริการที่ส่งใบกำกับภาษีให้กับ กรมสรรพากรมากที่สุดในประเทศไทย ยอดรวมทั้งหมดมากกว่า 800 ล้าน ฉบับ มั่นใจได้ในคุณภาพ และสามารถให้คำแนะนำองค์กรของคุณได้ตั้งแต่เริ่มต้น จนหลังติดตั้งระบบ
 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้

Tel : 02-026-3964

E-mail : info@iamconsulting.co.th

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

 

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.