การประยุกต์ใช้ SAP BTP กับงาน HR

เราเคยได้พูดถึง SAP BTP (SAP Business Technology Platform) ในมุมของการนำไปใช้สำหรับการพัฒนาและต่อยอดระบบต่างๆไปแล้ว แต่รู้หรือไม่ SAP BTP สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานด้าน HR เพื่อเพิ่มขีดความสามารถได้เช่นเดียวกัน วันนี้ I AM Consulting จะมาแชร์ Use Case ของการนำ SAP BTP ไปใช้ในงานด้าน HR   


ก่อนที่เราจะแชร์ Use case มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า SAP BTP จะเข้ามาช่วยในการพัฒนาประสบการณ์ของพนักงานให้ดียิ่งขึ้นได้อย่างไร? ซึ่งการประยุกต์ใช้ SAP BTP สำหรับงาน HR สามารถทำได้ ผ่าน 4 แกนหลักดังต่อไปนี้
   

  1. การรวมศูนย์ข้อมูล เชื่อมโยงข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ภายในองค์กร ให้เป็นข้อมูลชุดเดียวที่พร้อมใช้งานแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มความสามารถในการวิเคราะห์  
  2. การขยายขีดความสามารถของแอปพลิเคชัน ทั้งด้านHR และด้านธุรกิจด้วยฟังก์ชันใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของพนักงานและธุรกิจ  
  3. การทำให้กระบวนการทำงานของเป็นอัตโนมัติ เพิ่มความคล่องตัว สนับสนุนให้พนักงานสามารถโฟกัสกับงานได้มากขึ้น 
  4. ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อให้พนักงานและผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที  

 


ข้ออมูลพนักงานมักกระจายอยู่ในหลายที่หลายระบบ ทำให้การตัดสินใจเรื่องพนักงานขาดความแม่นยำ ล่าช้า และใช้เวลานาน SAP BTP จะช่วยรวบรวมข้อมูลที่กระจายอยู่ทั้งหมดนี้มาไว้ในที่เดียว และวิเคราะห์ประมวล แสดงผลเป็น Dashboard แบบ 360 องศา เช่น ผลงาน การลา การอบรม เพื่อให้หัวหน้าและ HR ใช้ในการวางแผนดูแลบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 


ใครที่เคยทำ onboarding พนักงานใหม่จะรู้ดีว่าแต่ละขั้นตอนเต็มไปด้วยรายละเอียด ทั้งการขออุปกรณ์, สร้าง user, นัดอบรม และประสานหลายฝ่าย เป็นกระบวนการที่ยุ่งยากและซับซ้อน SAP BTP ช่วยออกแบบ Workflow onboarding ให้เป็นอัตโนมัติ แต่ละฝ่ายรู้หน้าที่ของตัวเอง โดยไม่ต้องเสียเวลาตามงาน และสามารถสร้างแอป onboarding ให้พนักงานใหม่ดูข้อมูลได้ทันทีตั้งแต่วันแรก
 


ปัญหาการลาออกของคนเก่งโดยไม่รู้สาเหตุ อาจส่งผลกระทบต่อองค์กร แต่การจะระบุสาเหตุและแนวโน้มการลาออกก็เป็นเรื่องยาก SAP BTP เข้ามาช่วยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ของพนักงาน เช่น ชั่วโมงทำงาน, ผลการประเมิน และสถิติการลา เพื่อคาดการณ์ความเสี่ยงแนวโน้มการลาออกที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ถ้าสงสัยว่า BTP พยากรณ์ได้อย่างไร ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้
 

  • OT เกิน 40 ชม./เดือน 
  • ได้รับการประเมินต่ำติดต่อกัน 2 ไตรมาส 
  • ไม่ได้รับอบรมเลยใน 1 ปีที่ผ่านมา 


จากนั้นระบบจะใช้โมเดล Machine Learning เพื่อ “ทำนายว่าใครมีความเสี่ยงจะลาออก” ภายใน 6 เดือนข้างหน้า ซึ่ง HR จะสามารถมองเห็นเป็น Heatmap, Score หรือ Chart ที่เจาะไปถึงชื่อพนักงานได้เลย ช่วยให้ วางแผนดูแลกลุ่มเสี่ยงได้ก่อน ลดอัตราการลาออก และประหยัดต้นทุนในการสรรหาคนใหม่
 


คำถามเดิม ๆ อย่าง “เหลือวันลากี่วัน” “เบิกค่ารักษาพยาบาลยังไง” มักทำให้ HR ต้องตอบคำถามซ้ำ ๆ วันละหลาย ๆ รอบ ซึ่งเสียเวลาทั้งคนถามและคนตอบ ด้วยความสามารถของ SAP BTP สามารถสร้าง Chatbot ที่เชื่อมต่อกับระบบข้อมูล HR อื่น ๆ ได้ เช่น SAP SuccessFactors เพื่อให้พนักงานสอบถามข้อมูลทั่วไปได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดภาระงานของ HR และเพิ่มความพึงพอใจของพนักงาน
 


ด้วยประสบการณ์กว่า 22 ปีของการพาร์ทเนอร์ทางกลยุทธ์ ที่เข้าใจทั้งเทคโนโลยีและความต้องการขององค์กร และรางวัลการันตีอย่าง “Best BTP Partner Southeast Asia” จาก SAP ที่แสดงถึงศักยภาพและความเชี่ยวชาญในการส่งมอบโซลูชัน SAP Business Technology Platform (BTP) ได้อย่างยอดเยี่ยมทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราพร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยคุณออกแบบโซลูชัน SAP BTP ที่ตอบโจทย์ธุรกิจขององค์กรโดยเฉพาะ

  


โทรศัพท์ : 02-026-3964   

E-mail : info@iamconsulting.co.th   

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1 

8 ความสามารถ ที่ช่วยปรับกระบวนการให้เป็นอัตโนมัติ ได้เร็ว และง่ายกว่าที่เคย! (SAP Build Process Automation)

ยุคที่ธุรกิจต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การปรับตัวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในกระบวนการทำงานจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้แก่ทั้งพนักงานและลูกค้า I AM Consulting ขอแนะนำเครื่องมือที่สามารถช่วยให้ธุรกิจของคุณ ทำระบบอัตโนมัติ ได้ง่ายกว่าที่เคย! 

 

SAP Build Process Automation เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณสามารถสร้างระบบอัตโนมัติที่ง่ายและรวดเร็ว ด้วยอินเทอร์เฟซที่ไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ด เหมาะสำหรับทั้งผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่ใช่นักพัฒนา และนักพัฒนามืออาชีพที่ต้องการเครื่องมือที่ทรงพลังในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในองค์กร 

 

จุดเด่นของ SAP Build Process Automation 

 

  1. สร้างหรือปรับกระบวนการได้ง่าย ด้วยอินเทอร์เฟซแบบกราฟิกที่ใช้งานง่าย 
  2. ออกแบบ Workflow ด้วยการลากและวาง (Drag-and-Drop) โดยไม่ต้องเขียนโค้ด 
  3. พัฒนาและจัดการตรรกะในการตัดสินใจได้รวดเร็ว ผ่านตารางการตัดสินใจในรูปแบบ Spreadsheet 
  4. จัดการงานซ้ำ ๆ ในกระบวนการที่มีอยู่ให้เป็นอัตโนมัติ ด้วย Robotic Process Automation (RPA) 
  5. ใช้ความสามารถด้าน AI ในตัว เพื่อดึงข้อมูลจากเอกสารและถ่ายโอนไปยังระบบขององค์กรได้อย่างง่ายดาย 
  6. ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจากศูนย์กลางการทำงาน และหน้ารวมงาน (Unified Launchpad และ Task Center) 
  7. เพิ่มความคล่องตัวในการทำงานร่วมกันด้วย Workflow ขั้นสูงที่นักพัฒนาและผู้ใช้งานสามารถทำงานร่วมกันผ่านเครื่องมือแบบ No-Code 
  8. มี Dashboard เพื่อติดตามและวิเคราะห์ประสิทธิภาพของกระบวนการ ได้อย่างโปร่งใสและครบถ้วน 

 

SAP Build Process Automation ไม่เพียงแค่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังช่วยให้คุณสร้างนวัตกรรมได้เร็วขึ้น โดยการนำความรู้เชิงธุรกิจมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบและพัฒนากระบวนการต่าง ๆ ภายในองค์กร ด้วยเครื่องมือที่สามารถใช้งานได้ง่ายและรองรับการปรับตัวในทุกสถานการณ์ทางธุรกิจ 

 

เปิดประตูสู่นวัตกรรมทางธุรกิจด้วย SAP ไปกับ I AM Consulting 

 

หากคุณต้องการปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับองค์กรของคุณ SAP Build Process Automation (SBPA) คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดที่คุณไม่ควรพลาด ติดต่อ I AM Consulting ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล 

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้ 
โทรศัพท์ : 02-026-3964  
E-mail : info@iamconsulting.co.th  
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1 

 

Source: SAP

SAP Build Apps คืออะไร ช่วยคุณ ทำแอป ได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องเขียนโค้ด

เมื่อพูดถึงการ ทำแอป ปัญหาที่องค์กรส่วนใหญ่พบ คือ การขาดผู้เชี่ยวชาญด้านการเขียนโปรแกรม เลยทำให้ต้องใช้เวลาและทรัพยากรสูงมาก ปัจจุบันเริ่มมีเครื่องมือหลากหลายที่จะช่วยแก้ไข pain point ตรงนี้ เช่น SAP Build Apps ที่ I AM Consulting จะนำมาให้ทำความรู้จักกัน

 

SAP Build Apps คืออะไร?


SAP Build Apps คือ เครื่องมือในการพัฒนาแอปพลิเคชันแบบ Low-Code/No-Code จาก SAP ที่ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างแอปพลิเคชันได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้เชิงลึกด้านการเขียนโค้ด ผู้ใช้งานสามารถใช้ฟังก์ชันการลากและวาง (Drag-and-Drop) ในการออกแบบและพัฒนาแอปพลิเคชันได้อย่างง่ายดาย เหมาะสำหรับทั้งนักพัฒนามืออาชีพและพนักงานทั่วไปในองค์กร

โดย SAP Build Apps นั้นเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่อยู่ใน SAP Business Technology Platform (BTP)

 

5 ฟีเจอร์หลักของ SAP Build Apps


1) สร้างแอปโดยไม่ต้องเขียนโค้ด
สร้างแอปที่ตอบโจทย์การใช้งานในองค์กรได้ง่ายและรวดเร็ว มีชุดเครื่องมือที่ปรับแต่งได้ พร้อมธีมที่ช่วยประหยัดเวลา สามารถออกแบบข้อมูลและสร้างตรรกะการทำงานโดยไม่ต้องเขียนโค้ด พร้อมรองรับการเชื่อมต่อกับ SAP และระบบอื่น ๆ 

2) การพัฒนาแบบครบวงจร (Full-stack)
–    ออกแบบแอปที่สวยงาม
มีไลบรารีขนาดใหญ่ให้เข้าไปเลือกดาวน์โหลด ซึ่งจะช่วยให้การออกแบบ App หรือ Frontend สวยงามน่าใช้งาน และประหยัดเวลา
–    การเขียนโปรแกรมแบบลากและวาง (Drag-and-drop Programming)
โปรแกรมที่ช่วยในการเชื่อมโยงโมดูลเข้าด้วยกัน เพียงแค่ลากเส้นเพื่อสร้าง Flow Logic ของแอป ก็สามารถดึงข้อมูล นำพาไปยังหน้าต่าง ๆ หรือเริ่มต้นกระบวนการต่าง ๆ บนแอปได้เลย
–    มองเห็นการเปลี่ยนแปลงทันที
สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยการดูตัวอย่างผลลัพธ์แบบเรียลไทม์ (Real-time Preview)

3) ฟังก์ชันบนคลาวด์และการจัดการข้อมูล
–    สร้าง Logic ในระบบหลังบ้าน (Backend) บนระบบคลาวด์โดยไม่ต้องเขียนโค้ด และไม่จำเป็นต้องใช้เซิร์ฟเวอร์ 
–    ออกแบบโมเดลข้อมูลอย่างง่าย ๆ โดยไม่ต้องจัดการดูแลเซิร์ฟเวอร์

4) เชื่อมต่อระบบระดับองค์กร
–    เชื่อมต่อข้อมูลจากระบบ SAP เช่น SAP S/4HANA ได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย โดยใช้ SAP Integration Suite เพื่อเชื่อมต่อกับโซลูชันธุรกิจที่ไม่ใช่ SAP ได้อย่างสะดวกสบาย
–    มีตัวช่วยในการ Integration ต่าง ๆ  สามารถเชื่อมต่อ API ได้ภายในไม่กี่นาทีด้วย REST integration wizard
–    มีการควบคุมการเข้าถึงที่ปลอดภัย โดยใช้ประโยชน์จาก SAP BTP Authentication สำหรับการเข้าสู่ระบบและการควบคุมการเข้าถึง SAP และแอปพลิเคชันอื่น ๆ 

5) การทำงานร่วมกันและการกำกับดูแล
–    การแชร์เนื้อหา สามารถสร้างและเผยแพร่ส่วนประกอบที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ในไลบรารีที่แชร์สำหรับสมาชิกในทีมและโครงการต่าง ๆ
–    ช่วยส่งเสริมความร่วมมือและนวัตกรรมโดยการนำผู้เชี่ยวชาญทางธุรกิจมาร่วมงานกับผู้นำด้านเทคโนโลยี
–    ปกป้องและทำให้การดำเนินงานง่ายขึ้นด้วยการจัดการวงจรชีวิตแบบรวมศูนย์ การตรวจสอบ และการกำกับดูแล

 

เปิดประตูสู่นวัตกรรมทางธุรกิจด้วย SAP Build Apps ไปกับ I AM Consulting

I AM Consulting คือที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

 

Source : SAP
 

SBPA เปลี่ยนการทำงานของคุณให้เป็นอัตโนมัติง่ายๆ… ด้วยปลายนิ้ว

ในแต่ละวันพนักงานส่วนใหญ่ต้องเสียเวลาไปกับการทำงานที่เป็น Routine ลักษณะแบบเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทำให้พนักงานไม่สามารถให้เวลากับงานที่สำคัญกว่า และสามารถเพิ่มคุณค่าให้กับตนเองและองค์กรได้ ยิ่งไปกว่านั้นผู้บริหารอาจพลาดโอกาสในการปรับเปลี่ยน (Transform) องค์กรให้ก้าวไปข้างหน้า เพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ 

 

SBPA คืออะไร? 


SBPA หรือ SAP Build Process Automation เป็นเครื่องมือที่เกิดจากการผสานการทำงานระหว่าง RPA (Robotic Process Automation) Workflow Management และ AI (Artificial Intelligence) เข้าไว้ด้วยกัน ช่วยให้องค์กรสามารถเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้เป็นอัตโนมัติแค่ drag-and-drop โดยไม่ต้องเขียนโค้ดให้ยุ่งยาก (Low-Code / No-Code) ง่ายต่อการเรียนรู้ เหมาะกับพนักงานทุกระดับ แม้ไม่ใช่สายเทคนิคโดยตรง 

 

ก้าวข้าม RPA สู่ SBPA – จาก Robot ทำงานตามคำสั่ง สู่การรวมตัวต่อยอดกระบวนการทำงานอัจฉริยะ 

 

 


RPA (Robotic Process Automation) 


อย่างที่หลายคนรู้กันว่า RPA (Robotic Process Automation) เป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยให้องค์กรสามารถสร้างโปรแกรมหุ่นยนต์อัตโนมัติ หรือ Robot ขึ้นมาทำงานตาม Pattern ที่ถูกกำหนดไว้ สามารถเลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์ในการทำงานซ้ำๆ แบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องพึ่งพาการทำงานของมนุษย์ในงาน Routine ปริมาณมากที่มีความซ้ำซ้อน  เช่น การคัดลอกข้อมูล การป้อนข้อมูล หรือการส่งอีเมลตอบกลับลูกค้า 

Workflow management 


ผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยน ปรับแต่งและจัดการกระบวนการทำงานได้อย่างง่ายดาย ด้วยฟังก์ชัน drag-and-drop ที่ทำให้คุณสร้างแบบฟอร์มและกำหนดกระบวนการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วตามความต้องการขององค์กร ลดเวลาในการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการ มีความคล่องตัวในการทำงาน และช่วยให้พนักงานสามารถโฟกัสกับงานที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น 

Embedded AI (Artificial Intelligence) 


เข้าถึงความสามารถของเทคโนโลยี AI ได้ทั้ง Machine Learning (ML), Natural Language Processing (NLP), และ Computer Vision ที่เข้ามาช่วยให้การประมวลผลเอกสารอัจฉริยะ สามารถเรียนรู้ข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และเข้าใจภาษาของมนุษย์ได้ดียิ่งขึ้น สามารถอ่านข้อมูลจากเอกสารที่ไม่มีรูปแบบตายตัวได้ เช่น การแปลงข้อมูลจากรูปภาพ ให้กลายเป็นข้อความ (Optical Character Recognition) ช่วยให้การทำงานสะดวก รวดเร็ว พร้อมยกระดับความแม่นยำและประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูล 

 

อัปเกรดเป็น SBPA เพื่อเพิ่มความสามารถทางธุรกิจ 

  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: การนำกระบวนการอัตโนมัติเข้ามาช่วยจัดการขั้นตอนต่างๆ ทำให้งานที่เคยยุ่งยากและใช้เวลานานกลายเป็นเรื่องง่ายและมีความลื่นไหลมากขึ้น พนักงานจึงสามารถโฟกัสกับงานที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์และงานเชิงกลยุทธ์ได้ดียิ่งขึ้น 


  • ลดต้นทุน: การทำงานแบบอัตโนมัติช่วยลดเวลาการทำงานที่ไม่จำเป็น และลดต้นทุนในการใช้ทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในองค์กรลดลงอย่างเห็นได้ชัด 


  • มอบประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงานและลูกค้า: เมื่อพนักงานสามารถให้เวลากับงานที่เพิ่มคุณค่า จึงเกิดการพัฒนาตนเอง สร้างความพึงพอใจในหน้าที่การงาน ในขณะเดียวกันระบบการทำงานอัตโนมัติสามารถช่วยลดข้อผิดพลาดในขั้นตอนการทำงาน ส่งผลให้ข้อมูลต่างๆมีความถูกต้อง สามารถตอบสนองลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ  ทำให้ลูกค้าได้รับการบริการที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 


 

ปรึกษาเรื่อง RPA กับ I AM Consulting 


I AM Consulting ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่คอยซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้ 


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้ 
โทรศัพท์ : 02-026-3964  
E-mail : info@iamconsulting.co.th  
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1 
 

 

เจาะลึกพลังแห่งนวัตกรรมขององค์กรยุคใหม่ SAP Business Technology Platform (BTP)

ในยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยข้อมูลมหาศาล หากต้องการจัดการกับข้อมูลเหล่านั้นให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ถึงเวลาแล้วที่จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงาน I AM Consulting ขอเชิญชวนมาก้าวทันโลกแห่งนวัตกรรม ด้วยการเรียนรู้เทคโนโลยีล้ำสมัยที่จะพลิกโฉมการทำงานของคุณได้ในบทความนี้ SAP Business Technology Platform (BTP)

 

SAP BTP คืออะไร ?

 

SAP BTP ย่อมาจาก SAP Business Technology Platform คือ เครื่องมือที่รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว ทั้งข้อมูล การวิเคราะห์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การพัฒนาแอปพลิเคชัน ระบบอัตโนมัติ และการเชื่อมต่อระบบต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ออกแบบมาเพื่อใช้กับแอปพลิเคชัน SAP บนคลาวด์โดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจให้ทันสมัย สะดวกสบาย ใช้เวลาทำงานน้อยลงแต่ได้ประสิทธิภาพสูงขึ้น


มีบริการให้เลือกใช้งานได้หลากหลายในลักษณะ Software as a Service สามารถ Subscribe ใช้งานได้โดยง่าย ไม่จำเป็นต้องจัดหา Hardware / Server ให้ยุ่งยาก


สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ก็เหมือน add-on จาก SAP ที่ชาญฉลาดมาก ๆ ซึ่งมีหัวใจสำคัญอยู่ 4 ด้านด้วยกัน

 

1)    SAP Build Process Automation

ระบบการทำงานแบบอัตโนมัติ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า RPA (Robotic Process Automation) ซึ่งองค์กรจะสามารถจัดการงานที่มีขั้นตอนการทำงานซ้ำ ๆ โดยติดตั้งให้โรบอทมาทำงานแทนคน ตั้งกฎและเงื่อนไขเพื่อให้ระบบสามารถตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ เองได้โดยอัตโนมัติ และแสดงภาพรวมของกระบวนการทำงานทั้งหมด จนไปถึงช่วยออกแบบ Workflow ใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดซับซ้อน ลดภาระงานที่น่าเบื่อของพนักงาน ช่วยให้พนักงานมีเวลาไปพัฒนาตนเองและโฟกัสกับงานที่สร้างมูลค่าสูงได้มากขึ้น

2)    SAP Integration Suite

เครื่องมือที่ช่วยเชื่อมต่อระบบต่าง ๆ ซึ่งองค์กรจะสามารถบูรณาการ กระบวนการทำงาน การบริการ แอปพลิเคชัน และ ข้อมูลต่าง ๆ เข้าด้วยกันได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นระบบที่อยู่ภายในองค์กรหรือบนคลาวด์ โดยจะมี Pre-Build พร้อมใช้งาน หรือ หากอยากพัฒนาเพิ่มเติมก็สามารถทำได้ไม่ยาก

 

3)    SAP Analytics Cloud

โซลูชันครบวงจรสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลและการวางแผน ด้วยการดึงข้อมูลจากระบบต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากแอปพลิเคชันหลักที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ หรือข้อมูลสำคัญจากแหล่งอื่น ๆ โดยระบบสามารถวิเคราะห์ข้อมูลและสรุปออกมาเป็นรายงาน พร้อมแสดงข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ ไปจนถึงมีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและวางแผนธุรกิจเพื่ออนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

4)    SAP Build Apps

เครื่องมือที่ช่วยให้การพัฒนาแอปพลิเคชันและระบบอัตโนมัติเป็นไปอย่างรวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้น ด้วยลักษณะ Low-Code / No-Code มีเครื่องมือสำหรับการเขียนโปรแกรมแบบภาพ (Visual Programming) และส่วนประกอบแบบลากและวาง (Drag-and-Drop) ซึ่งผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่มีความรู้เรื่องโค้ดก็สามารถทำงานได้


นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนวัตกรรมที่ก้าวหน้าไปทุกวัน องค์กรต้องปรับตัวให้ทันเพื่อความอยู่รอดและเติบโต การเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็น และการนำข้อมูลอันมหาศาลออกมาใช้ประโยชน์ ต้องสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว เพราะ “Speed” คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการดำเนินธุรกิจในยุคนี้


หากคุณพร้อมที่จะยกระดับองค์กรของคุณด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยเหล่านี้ I AM Consulting พร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนคุณในทุกขั้นตอน ติดต่อเราวันนี้ เพื่อเริ่มต้นการเดินทางสู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่จะนำพาธุรกิจของคุณไปสู่ความสำเร็จในอนาคต!

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

SAP BTP คืออะไร ทำไมองค์กรชั้นนำระดับโลกถึงเลือกใช้

 

I AM Consulting จะพาคุณไปรู้จักกับ SAP BTP (Business Technology Platform)

 

เทคโนโลยีที่ถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อข้อมูล เครื่องมือ และบริการต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้รวดเร็ว ตอบโจทย์การทำงานยุคดิจิทัล พร้อมยกระดับการวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาแอปพลิเคชัน และการเชื่อมโยงระบบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


ด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นนี้ แบรนด์ระดับโลกอย่าง #adidas ก็เลือกใช้ SAP BTP เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อให้สามารถปรับตัวและเติบโตในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว


หากคุณกำลังมองหาเทคโนโลยีที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับองค์กร SAP BTP คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม


แล้วคุณล่ะ พร้อมหรือยังที่จะเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงไปกับเรา?


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
Tel : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1


#IAMConsulting #SAP #BTP
#IAMDX #DigitalTransformation
#CreateOurExcitingFuture
#WhenIAMPromisesIAMDelivers

SBPA คืออะไร แตกต่างอย่างไรกับ SAP iRPA

จากที่ทุกคนเคยได้ทำความรู้จัก RPA กันแล้ว ในบทความนี้ RPA คืออะไร เจาะลึก 5 ตัวอย่างการใช้งานจริงในองค์กร ล่าสุดทาง SAP iRPA ระบบ Robotic Process Automation ของ  SAP ได้มีการอัปเดตเทคโลโนยีและฟีเจอร์ใหม่ๆ มาให้เราได้ใช้งานกัน โดยได้ใช้ชื่อเรียกใหม่จากเดิม SAP iRPA เปลี่ยนเป็น “ SBPA ”

 

SBPA คืออะไร ?

 

SBPA ย่อมาจาก SAP Build Process Automation คือ การรวมตัวระหว่าง Workflow Management และ RPA (Robotic Process Automation) เข้าไว้ด้วยกัน เกิดเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณสามารถสร้างกระบวนการทำงานที่เป็นอัตโนมัติได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเขียนโค้ด ผ่านหลายร้อยเทมเพลตที่ทาง SAP สร้างเอาไว้


วิดีโอแนะนำฟีเจอร์ต่าง ๆ ของ SAP Build Process Automation

 

8 จุดเด่นของ SBPA

 

1) สร้างหรือปรับเปลี่ยน Automation และ Workflow ผ่านกราฟิกที่ใช้งานง่าย โดยใช้ฟังก์ชันการลากและวาง (drag and drop)
2) มี Pre-built Content สำหรับ Automation และ Template สำหรับ Workflow ที่เตรียมไว้ให้ พร้อมสำหรับนำไปเรียกใช้ หรือปรับแก้ให้ตรงตามความต้องการ ทำให้การพัฒนาเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว
3) สามารถพัฒนาและจัดการ Decision Logic ต่างๆ ของ Workflow ได้ง่าย ผ่านตารางที่คล้าย spreadsheet
4) ช่วยทำงานที่ซ้ำซ้อนให้โดยอัตโนมัติอย่างลื่นไหลด้วย Automation (RPA)
5) สามารถใช้ built-in AI เพื่อดึงข้อมูลจากเอกสาร และนำไปใช้งานต่อได้อย่างง่ายดาย
6) มี Launchpad และ Task center รองรับการใช้งานร่วมกับ Workflow ที่พัฒนาขึ้นมาอย่างมีประสิทธิภาพ
7) มีเครื่องมือพัฒนา workflow ที่รองรับการพัฒนาแบบ no-code ช่วยให้ผู้ใช้งานและผู้พัฒนาระบบสามารถทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้น
8) มี Dashboard ที่สามารถเข้าไปดูประสิทธิภาพของกระบวนการทำงานได้ง่าย

 

ถึงเวลาอัปเดตจาก SAP iRPA เป็น SBPA หรือยัง?

 

ทาง SAP ได้วางแผนให้ทุกองค์กรที่กำลังใช้งาน SAP iRPA อยู่ อัปเดตเปลี่ยนมาเป็น SBPA ทั้งหมดในปี 2567 นี้ โดยจะดำเนินการช่วงการต่อ License ดังนั้นเพื่อให้องค์กรของท่านสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุด และ หลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่ซ้ำซ้อน จึงควรเตรียมการ Migrate ข้อมูลเอาไว้ล่วงหน้าก่อนถึงวันหมดอายุ

ไม่ว่าองค์กรของคุณจะติดตั้ง SAP iRPA กับทาง I AM Consulting มาก่อนหรือไม่ เราพร้อมให้คำปรึกษาด้วยทีมงานที่มีคุณภาพ สามารถทำการประเมินแผนงาน แนะนำการเตรียมตัวให้ท่านโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยให้ท่านสามารถเตรียมระบบให้พร้อมใช้งานล่วงหน้าก่อนวันหมดอายุ ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนที่อาจเกิดจากการเปลี่ยนระบบล่าช้า

 

ปรึกษาเรื่อง RPA กับ I AM Consulting 

 

I AM Consulting คือที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 

รู้จัก 4 เฟสการ สร้าง BOT และ วิธีการเลือกงาน ก่อนตัดสินใจนำ RPA มาใช้ในองค์กร 

หลังจากที่ทุกท่านได้ทำความรู้จักกันไปแล้วว่า RPA คืออะไร ? วันนี้ I AM Consulting อยากจะช่วยแก้ไขปัญหาการทำงานภายในองค์กร กับ process ต่างๆ ที่เป็น non-value tasks โดย สร้าง BOT ขึ้นมาแปลงการทำงานเหล่านั้นให้เป็นระบบอัตโนมัติ ผ่านโซลูชั่นที่มีชื่อว่า iRPA 


SAP Intelligent Robotic Process Automation (SAP iRPA) เป็นซอฟต์แวร์ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพขององค์กรให้ก้าวทัน Digital Transformation เข้ามาจำลองการทำงานของมนุษย์ ให้เป็นระบบอัตโนมัติที่รวดเร็วและทันสมัย โดยเข้าถึงแอพพลิเคชั่นต่างๆ ผ่านหน้า UI หรือ API ซึ่งจะช่วยให้พนักงานมีเวลามากพอที่จะไปสร้างมูลค่าเพิ่มด้านอื่นๆ ให้กับองค์กร 


การสร้าง BOT ผ่าน iRPA โดยทีมงานของ I AM Consulting สามารถสรุปให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยแบ่งออกเป็น 4 เฟส ดังนี้ 


4 เฟสการ สร้าง BOT 

 

สร้าง BOT

 

Analyze 

ในเฟสแรกทางทีมจะเข้าไปเก็บรวบรวมความต้องการ หรือ Pain Point ต่างๆ ที่ User พบเจอจากการใช้งานอยู่ แปลงความต้องการเหล่านั้นให้ออกมาเป็น BOT Spec เพื่อให้ RPA Developer นำมาพัฒนาต่อในเฟสถัดไป 


Build 

เฟสนี้จะเป็นขั้นตอนของการเตรียมการ และ พัฒนา BOT ขึ้นมา หาก User มีข้อสงสัยหรือปัญหาอื่นๆ ระหว่างการพัฒนาก็สามารถสอบถาม แจ้งให้ทีมทราบได้เลย 

 

Test 

เมื่อพัฒนาเรียบร้อยแล้ว ก็จะนำ BOT ที่ทำสำเร็จมาทำการทดสอบกับทาง User เพื่อดูว่ามีจุดที่ต้องปรับปรุงแก้ไขหรือไม่ พร้อมจัดเตรียมเอกสารที่จำเป็นต้องใช้งาน อาทิเช่น เอกสารสำหรับการทดสอบ SIT & UAT 

 

Run 

เฟสสุดท้ายเป็นกระบวนการใช้งานจริง ซึ่ง User จะใช้งาน และมอนิเตอร์ตัวระบบ โดยมีทางทีมคอยซัพพอร์ต


ทั้ง 4 เฟสมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะขั้นตอนแรกของการวิเคราะห์งานที่จะนำมาดำเนินการ เพราะไม่ใช่ทุกงานที่จะสามารถนำมาสร้าง BOT ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากต้องการดูว่ากระบวนไหนสมควรทำการ Automate อาจพิจารณาดังนี้


วิธีการพิจารณากระบวนการที่จะสร้าง BOT 

 

  • Manual & repetitive  
    งานที่ต้องทำซ้ำแบบเดิมทุกวัน เช่น การที่เราต้องดึงข้อมูลมาทำรีพอร์ตเพื่อส่งหัวหน้า สามารถให้ BOT เข้ามาทำงานแทนตั้งแต่ในขั้นตอนที่ดึงข้อมูล การแปลงข้อมูลนั้นเป็นรีพอร์ต และส่งอีเมลหาหัวหน้าแทนได้เลย 
  • High volume  
    งานที่มีปริมาณมาก เช่น การคีย์ข้อมูลที่มีจำนวนมากและต้องใช้เวลานาน 
  • Multiple systems 
    งานที่ต้องใช้งานหลากหลายระบบ และต้องจำ Username-Password สามารถให้ BOT ช่วยจดจำ Username-Password ทั้งหมด ดึงข้อมูล ประมวลผล และแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่ต้องการได้ 

 

ปรึกษาเรื่องระบบ SAP iRPA กับ I AM Consulting  


I AM Consulting สามารถให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ระบบดิจิทัล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วย IT Solution มากมาย ที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่สามารถสนับสนุนให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้ 


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้ 

โทรศัพท์ : 02-026-3964  

E-mail : info@iamconsulting.co.th  

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1 


#IAMConsulting #SAPiRPA 
#RoboticProcessAutomation 

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.