South City Group : Go-Live SAP Rollout New Company  ยกระดับอาณาจักรเคมีภัณฑ์ไทยสู่มาตรฐานโลก

บริษัท เซ้าท์ ซิตี้ จำกัด (SCS) ผู้นำนวัตกรรมเคมีภัณฑ์และปิโตรเคมีระดับแถวหน้าของประเทศไทย ประกาศความสำเร็จอีกครั้ง (Go-Live) ในการขยายผลระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) ระดับโลก กับโครงการ SAP Rollout New Company เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ Digital Transformation อย่างเต็มภาคภูมิ มุ่งสร้างรากฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่งเพื่อให้ธุรกิจในเครือพร้อมทะยานสู่การเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด

.

ก้าวที่กล้า… สู่มาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร

.

โครงการนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ South City Group ในฐานะผู้ใช้งาน SAP S/4HANA Cloud Private Edition ที่ไว้วางใจให้ I AM Consulting เข้ามาเป็นที่ปรึกษาในการ Rollout ระบบ SAP ให้กับบริษัทในเครืออย่าง South City Supplies โดยไม่ได้เป็นเพียงการวางระบบไอทีเท่านั้น แต่เป็นการ “วางรากฐานดีเอ็นเอใหม่” ที่เน้นความแม่นยำ โปร่งใส และความคล่องตัวสูงสุด (Agility) เพื่อเชื่อมโยงทุกข้อมูลในองค์กรให้เป็นหนึ่งเดียว

.

ปลดล็อกศักยภาพ พร้อมรับอนาคต

.

การ Go-Live ในครั้งนี้คือเครื่องยืนยันว่า South City Group ไม่ได้เป็นเพียงผู้เล่นในอุตสาหกรรม แต่เป็น “ผู้นำเทรนด์” ที่นำเทคโนโลยีระดับโลกมาขับเคลื่อนวิสัยทัศน์:

✅ Real-time Insights: บริหารจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อการตัดสินใจที่เฉียบคม

✅ Scalability: โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ยืดหยุ่น พร้อมรองรับการขยายตัวของธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ

✅ Global Standard: ยกระดับการดำเนินงานสู่มาตรฐานสากล สร้างความเชื่อมั่นให้คู่ค้าและแบรนด์ชั้นนำระดับโลก

.

การก้าวเข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบในครั้งนี้ ตอกย้ำภาพลักษณ์ของ South City Group ในฐานะองค์กรผู้นำที่ไม่เคยหยุดนิ่ง พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนบนเวทีโลก

.

ขอขอบคุณ SCS สำหรับความไว้วางใจที่ให้ I AM Consulting เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง และพร้อมร่วมเดินทางไปกับท่านในทุกก้าวของการเดินทางด้านดิจิทัล

.

ติดต่อ-สอบถาม I AM Consulting

Tel :  02-026-3964

 E-mail : info@iamconsulting.co.th

 LINE@ : https://cutt.ly/iamline

.

#IAMConsulting #SAP

#Empowerthenext

#WhenIAMpromisesIAMdelivers

เข้าใจแนวคิด Clean Core SAP ERP ยุคใหม่ที่คล่องตัวกว่าเดิม

ระบบที่ดี “หลังบ้านต้องคลีน” จริงไหม?

 

ถ้าย้อนกลับไปในยุค SAP ECC หลายองค์กรคงคุ้นเคยกับการ Customize “อยากได้อะไรก็เสริมเพิ่มเข้าไป”  ซึ่งการทำแบบนั้นให้ประโยชน์ในช่วงเริ่มต้น เพราะองค์กรได้ระบบที่ตรงความต้องการ 100% แต่ระยะยาวกลับกลายเป็นภาระหนัก โดยเฉพาะเมื่อถึงเวลาจะอัปเกรดเวอร์ชัน การ Customize ที่มากเกินไป มักนำไปสู่ปัญหายากในอนาคต ต้องมาไล่แก้โคด แก้โปรแกรม ทำให้ใช้ทรัพยากรมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้เข้ากับระบบใหม่

ปัญหาเหล่านี้ คือเหตุผลที่หลายองค์กร เริ่มตั้งคำถามว่า “เราจะเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ บนระบบ SAP ได้อย่างไร…โดยไม่ทำให้ระบบหลักพัง?” ซึ่งคำถามนี้คือจุดเริ่มต้นของแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า Clean Core “สร้างนวัตกรรมโดยไม่แตะโคดหลัก” เพื่อให้ระบบ SAP ของคุณ “อัปเกรดง่าย คล่องตัว และพร้อมต่อยอดได้ตลอดเวลา”

 

Clean Core คืออะไร?
 

Clean Core แนวทางเชิงกลยุทธ์ของ SAP ที่เน้นให้ลูกค้า สร้างนวัตกรรม ขยายขีดความสามารถของระบบ ERP โดยไม่แตะโคดหลักของระบบ พูดง่าย ๆ ก็คือ องค์กรสามารถเพิ่มฟีเจอร์ สร้างแอป หรือออกแบบ workflow ใหม่ ๆ ที่อยู่ภายนอก Core ได้ ด้วยการ Extension หรือ Integration อยู่บนแพลตฟอร์มภายนอก อย่างการใช้ SAP BTP (SAP Business Technology Platform) แทนการเขียนโคด ABAP ลงใน Core โดยตรง

แนวคิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเทคนิคเท่านั้น แต่มันคือ แนวทางในการสร้างองค์กรที่พร้อมต่อยอดสำหรับอนาคต เพราะเมื่อระบบหลักสะอาด (Clean) องค์กรจะสามารถอัปเกรดระบบได้ตลอดเวลา รองรับนวัตกรรมใหม่จาก SAP ได้ทันที ลดภาระการบำรุงรักษา และที่สำคัญ เปิดโอกาสให้พัฒนาและขยายระบบได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
 

Clean Core Extensibility Model ใหม่ของ SAP (A–D)
 

ก่อนหน้านี้ SAP เคยใช้โมเดล 3 tier ได้แก่ Cloud development, Cloud API enablement และ Legacy Development แต่ยังมีช่องว่างในแง่ของความชัดเจน และครอบคลุมปัญหา SAP จึงเปลี่ยนจากโมเดล 3-tier มาเป็นแนวคิด Clean Core Level เพื่อปรับปรุงความโปร่งใสและนำเสนอแนวทางที่ครอบคลุมสำหรับการจัดการ extensibility ภายใน SAP S/4HANA Cloud ได้ง่ายขึ้น โมเดลใหม่นี้จะแบ่งส่วนเป็น 4 ระดับ ได้แก่ A, B, C และ D เพื่อช่วยให้ลูกค้าประเมินคุณภาพและความเสถียรของ extensibility ได้อย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น

 

  • ระดับ A – “Extend with SAP Build” (Clean ที่สุด)

ใช้เฉพาะ Released APIs ที่ได้รับการรับรองจาก SAP ว่าหลังการอัปเดตครั้งถัดไปจะไม่มีปัญหาต่อการใช้งาน ด้วยการอัปเกรดระบบได้โดยไม่ต้องแก้โคด เหมาะสำหรับสร้างแอปใหม่ ซึ่งพัฒนาได้ผ่าน SAP BTP ทั้งแบบ Low-code และ Pro-code เช่น การสร้างแอปอนุมัติใบสั่งซื้อบนมือถือ, ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติผ่าน SAP Build Process Automation ที่สร้างบน BTP โดยไม่แตะระบบหลักเลย

  • ระดับ B – “Leverage Classic APIs”

สามารถใช้ classic APIs ของ SAP ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าไม่มีปัญหาต่อการใช้งานหลังการอัปเกรด เหมาะสำหรับงานที่ต้องการเชื่อมต่อหรือดึงข้อมูล เช่น การใช้ BAPI เพื่อสร้างรายงานยอดขายแบบ Real-time หรือการสร้าง ALV รายงานแบบ Custom สำหรับฝ่ายบัญชี แนวทางนี้ยังถือว่า “clean” และมีความเสถียรสูงหลังการอัปเกรด

  • ระดับ C – “Access Internal Objects”

สามารถใช้ SAP internal objects ที่ไม่ได้เป็น released APIs หรือได้รับการ support อย่างเป็นทางการ แม้จะไม่แนะนำ แต่ปัจจุบัน SAP ได้จัดทำ Change-Log สำหรับ SAP objects เพื่อช่วย monitor ความเสี่ยงให้องค์กรคาดการณ์และระบุผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการอัปเกรดได้ล่วงหน้า เช่น การใช้โคด ABAP เข้าถึง Table ภายในที่ SAP ไม่เปิด API ให้ อาจใช้ได้ในบางกรณี แต่ต้องดูแลใกล้ชิดเมื่อระบบอัปเกรด

  • ระดับ D – “Not Recommended extensions”

เป็นการทำ Extension ที่ “ไม่ clean” เช่น การปรับเปลี่ยนโคด SAP การเขียนข้อมูลลงฐานข้อมูล การทำ implicit enhancements หรือการใช้ object ที่ถูกระบุว่า “noAPI” ใน Cloudification Repository วิธีเหล่านี้สร้างความเสี่ยงสูงทั้งต่อการอัปเกรดและการบำรุงรักษา เพราะอาจทำให้ระบบเกิดข้อผิดพลาดในอนาคต อัปเกรดได้ยาก และสะสม “technical debt” ที่ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการแก้ไขภายหลัง

 

เป้าหมายขององค์กรยุคใหม่ คือทำให้ extensibility อยู่ในโซน A–B ให้ได้มากที่สุด แนวทางการแบ่งระดับ A-D ต้องคำนึงถึงความซับซ้อนในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ใช่ทุก extensions ที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงหรือ implement เป็น ระดับ A ได้ทันที แต่ตอนนี้องค์กรสามารถตัดสินใจเลือกระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และจัดลำดับความสำคัญในการแก้ไขให้มีประสิทธิภาพ

 

ข้อดีของ Clean Core Extensibility

  1. รองรับการอัปเกรดระบบได้ง่าย : การไม่แก้ไขโคดหลักของ SAP ช่วยให้สามารถอัปเกรดเวอร์ชันใหม่ได้โดยไม่ต้องแก้ไขหรือทดสอบซ้ำมาก
  2. ลดความเสี่ยงในการพัฒนา : การใช้ APIs ที่ได้รับการรับรองและการพัฒนาแยกจากระบบหลักช่วยลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดหรือ bug ที่อาจกระทบระบบหลัก
  3. เพิ่มความเร็วในการพัฒนาและนำไปใช้ : การใช้ SAP BTP หรือ In-App Extensibility ช่วยให้สามารถพัฒนาและ deploy ได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องรอการเปลี่ยนแปลงในระบบหลัก
  4. ลดต้นทุนการบำรุงรักษา : ระบบที่ clean และไม่ซับซ้อนช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาและการแก้ไขปัญหาในระยะยาว
  5. เพิ่มความยืดหยุ่นในการเชื่อมต่อกับระบบอื่น : สามารถเชื่อมต่อกับระบบภายนอกผ่าน API หรือ Integration Suite ได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาการแก้ไขระบบหลัก
  6. สนับสนุนการทำงานแบบ Agile และ DevOps : การพัฒนาแยกจากระบบหลักช่วยให้สามารถทำงานแบบ iterative และ continuous delivery ได้ง่ายขึ้น
  7. สอดคล้องกับแนวทางของ SAP ในอนาคต : SAP กำลังผลักดันให้ลูกค้าเปลี่ยนมาใช้ Clean Core เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ Cloud และนวัตกรรมใหม่ ๆ

 

แนวคิด Clean Core ต้องปรึกษา I AM Consulting

 

การสร้างนวัตกรรมบนระบบ SAP ไม่ใช่แค่เรื่อง “เทคนิค” แต่มันคือการเชื่อมโยงระหว่าง “ธุรกิจ” และ “เทคโนโลยี”

I AM Consulting เข้าใจทั้งสองด้านนี้อย่างแท้จริง เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญที่ครอบคลุมทั้ง SAP S/4HANA Cloud และ SAP BTP พร้อมประสบการณ์ในการพัฒนาระบบที่สอดคล้องกับแนวทาง Clean Core ของ SAP ครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม เราทำงานในฐานะ Trusted Partner ขององค์กร ไม่ใช่แค่ “พัฒนาแอป” แต่ช่วยออกแบบ “กลยุทธ์การขยายระบบ” ที่เหมาะกับคุณที่สุด เพื่อให้คุณได้ระบบที่ดี คุ้มค่า เพราะเราเข้าใจว่าระบบจะอยู่กับลูกค้าไปอีกยาวนาน
 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้

โทรศัพท์ : 02-026-3964

E-mail : info@iamconsulting.co.th

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

The Next Frontier of SAP Cloud Revolution – The Path to an Intelligent Enterprise

เมื่อโลกธุรกิจเปลี่ยนเร็วกว่าที่เคย องค์กรที่พร้อม “ปรับตัวก่อน” คือผู้นำการเปลี่ยนแปลง


I AM Consulting เชิญพาร์ตเนอร์คนสำคัญเข้าร่วมงานสัมมนา “The Next Frontier of SAP Cloud Revolution – The Path to an Intelligent Enterprise” เปิดฉากการเปลี่ยนผ่านสู่ Cloud ERP ยุคใหม่บน SAP S/4HANA Cloud ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับองค์กรให้พร้อมทุกความท้าทายของโลกดิจิทัล


โดยงานนี้ ได้ผู้เชี่ยวชาญจากสายงานระบบ SAP Cloud ERP, SAP Business AI และ HR Cloud Solutions (SAP SuccessFactors) จากบริษัท I AM Consulting ได้ถ่ายทอดข้อมูลแนวทางการเตรียมตัวและวางแผนพัฒนาระบบให้เหมาะสมกับโจทย์ของแต่ละธุรกิจ พร้อมอัปเดตฟีเจอร์และฟังก์ชันการทำงานใหม่ ๆ ทั้งฝั่งธุรกิจและทรัพยากรมนุษย์ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานในโลกที่เปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความแม่นยำของข้อมูล การทำงานอัตโนมัติที่ฉลาดขึ้นด้วย AI หรือเครื่องมือที่ช่วยให้ทีมงานทำงานร่วมกันได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ ในงานนี้ยังได้รับเกียรติจาก คุณณณัฏฐ์พล นันทวรพัฒน์ บริษัท ส.ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) ขึ้นร่วมแบ่งปันแนวทางการยกระดับระบบ SAP ขึ้นสู่ Cloud พร้อมการปรับกระบวนการทำงานให้ทันสมัยขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และสร้างการตัดสินใจที่ เร็วกว่า แม่นยำกว่าและเชื่อถือได้กว่าเดิม เรื่องราวของ ส.ขอนแก่น ทำให้ทุกคนมองเห็นภาพชัดขึ้นว่า การ Move ไป SAP Cloud ไม่ใช่แค่ “การอัปเกรดระบบ” แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตทั้งองค์กร


วันนี้ ระบบ ERP ไม่ได้เป็นแค่หลังบ้านอีกต่อไป แต่คือ “หัวใจของการเติบโต” ที่เชื่อมโยงข้อมูล ขยายขีดความสามารถ และตอบสนองได้ทันทีเมื่อธุรกิจต้องการก้าวไปข้างหน้า


I AM Consulting ในฐานะพาร์ตเนอร์ด้านการทรานส์ฟอร์มองค์กร เราเชื่อเสมอว่า เทคโนโลยีที่ดีต้องมาพร้อมเจตนาที่ดี เราไม่ได้แค่ขายระบบ แต่เราขายความจริงใจ ความเข้าใจ และความเหมาะสม พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ที่จริงใจกับธุรกิจของคุณ ช่วยวางแผนอย่างรอบคอบ และเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุด เพื่อสร้าง Intelligent Enterprise ที่เติบโตได้จริงในโลกยุคใหม่

 

เพราะการเติบโตที่ยั่งยืน เริ่มต้นจากความร่วมมือที่จริงใจเสมอ

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. RISE WITH SAP และ iZign Digital Signature Project Go-Live

ขอแสดงความยินดีกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่เดินหน้าก้าวสำคัญสู่การเปลี่ยนผ่านยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ กับการเริ่มต้นใช้งาน RISE with SAP และ iZign Digital Signature อย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการภายในองค์กรให้ โปร่งใส คล่องตัว และตอบโจทย์มาตรฐานสากลในยุค Digital Government

 

โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์แห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับ กสศ. ในการบริหารจัดการข้อมูลได้ครบทุกมิติ ตั้งแต่การเงิน การบัญชี การจัดซื้อจัดจ้าง งบประมาณ ไปจนถึงการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยผสานเทคโนโลยี AI และ Analytics เข้ากับทุกกระบวนการทางธุรกิจ รวมถึงระบบ เอกสารอิเล็กทรอนิกส์และลายมือชื่อดิจิทัล ที่ช่วยให้ทุกขั้นตอนดำเนินไปอย่าง รวดเร็ว ปลอดภัย ไร้กระดาษ (Paperless) และตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส

 

วันนี้ กสศ. ไม่ได้พร้อมแค่เพียงเทคโนโลยีเท่านั้น แต่พร้อมเป็น “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ในฐานะองค์กรที่สร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา ที่มุ่งยกระดับเทคโนโลยี ผ่านการเปิดโลกแห่งความเป็นไปได้ให้เด็กไทยทุกคนได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ พร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต และสานต่อภารกิจเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

 

ขอขอบคุณ กสศ. สำหรับความไว้วางใจและโอกาสให้ I AM Consulting เป็นพาร์ตเนอร์ทุกการเดินทางด้านดิจิทัล เราพร้อมเดินเคียงข้างในการสร้างอนาคตการศึกษาไทยให้ก้าวไกลและมั่นคง

 

ติดต่อ-สอบถาม I AM Consulting

Tel : 02-026-3964

E-mail : info@iamconsulting.co.th

LINE@ : https://cutt.ly/iamline

.

#IAMConsulting #EEF #กสศ

#SAP #SuccessFactors #Golive

#Empowerthenext

#WhenIAMpromisesIAMdelivers

Mitr Phol Sugar Corp., Ltd. – ERP TECHNICAL UPGRADE SAP RISE Project Go-Live

ขอแสดงความยินดีกับ บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด ผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่และผู้นำระดับโลกด้านความยั่งยืนในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร กับการเดินหน้าอัปเกรดเทคโนโลยีเวอร์ชันใหม่ที่ “เร็วกว่า ปลอดภัยกว่า และฉลาดกว่า” ด้วยการ Upgrade SAP S/4 HANA ได้สำเร็จเป็นที่เรียบร้อย


การ Go-live Project Upgrade ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เพียงการ upgrade ระบบ แต่คือการตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ กลุ่มบริษัทมิตรผล ในการผลิตน้ำตาลเพื่อผู้บริโภคทั่วประเทศ ด้วยเทคโนโลยีใหม่อย่าง SAP Business AI, SAP Joule ERP & SuccessFactors และ Fiori UX เวอร์ชั่นล่าสุด ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ให้ลื่นไหลไม่มีสะดุด พร้อมด้วยระบบ AI-OCR ที่อ่านข้อมูลจากเอกสารและไฟล์ดิจิทัลได้อย่างแม่นยำ การ upgrade ครั้งนี้จะช่วยรองรับการเติบโตขององค์กร ทั้งธุรกิจเกษตร อาหาร พลังงานชีวภาพ และธุรกิจนวัตกรรมในอนาคตอย่างต่อเนื่อง


ขอขอบคุณ บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด ที่ได้ให้ความไว้วางใจ I AM Consulting ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์เดินเคียงข้าง ในทุกก้าวของการเติบโตด้านดิจิทัลอย่างมั่นใจและยั่งยืน เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จนี้


ติดต่อ-สอบถาม I AM Consulting

02-026-3964

E-mail : info@iamconsulting.co.th

LINE@ : https://cutt.ly/iamline

I AM Consulting จับมือ Tricentis ผนึกกำลังครั้งใหญ่ ยกระดับ Testing Automation Software ประเทศไทย

I AM Consulting ผู้นำบริการที่ปรึกษาการวางกลยุทธ์ทางดิจิทัล ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 22 ปี ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Tricentis ผู้นำระดับโลกด้าน Continuous Testing เพื่อยกระดับระบบการทดสอบแบบอัตโนมัติขั้นสูงสำหรับลูกค้า และเติมเต็มการบริการ SAP แบบครบวงจร


ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของโครงการที่มีขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนโดย I AM Consultng และ Tricentis มีวัตถุประสงค์ร่วมกัน ในการช่วยให้ลูกค้าสามารถเร่งการพัฒนาซอฟต์แวร์ เปลี่ยนผ่านระบบ และสร้างสรรค์นวัตกรรมได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงลดความเสี่ยงทางธุรกิจ


Tricentis ได้รับการจัดอันดับจาก Gartner ว่าเป็น Testing Automation Software ที่เข้ามาช่วยในการทดสอบแบบอัตโนมัติอย่างมีประสิทธิภาพ  และได้รับเลือกจาก SAP ให้เป็นส่วนหนึ่งของ SAP Solution Extensions เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับโซลูชันการจัดการวงจรชีวิตแอปพลิเคชันของ SAP (Application Lifecycle Management, SAP ALM) ด้วยความสามารถในการทดสอบและการรับประกันคุณภาพซอฟต์แวร์ที่ยอดเยี่ยม โดยโซลูชันของ Tricentis สามารถผสานและเสริมการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ของ SAP ได้อย่างลงตัว


ทั้งนี้ Tricentis คือผู้นำระดับโลกด้าน Continuous Testing และ Quality Engineering (การวางระบบการประกันคุณภาพ) ที่ได้รับการยอมรับและหลากหลายองค์กรชั้นนำของโลกเลือกใช้ โดยแพลตฟอร์มการทดสอบระบบอัตโนมัติของ Tricentis ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้เข้ามาปฏิวัติวิธีการทดสอบซอฟต์แวร์แบบเดิม ๆ ด้วยแนวทางที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง นั่นคือการทดสอบที่ทำงานแบบอัตโนมัติ ไร้การเขียนโค้ด และขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์อย่างชาญฉลาด
โซลูชันของ Tricentis รองรับทั้งการพัฒนาแบบ Agile และแอปพลิเคชันองค์กรที่มีความซับซ้อน ช่วยย่นระยะเวลา และส่งเสริมให้องค์กรต่าง ๆ สามารถเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ได้ด้วยการเพิ่มความเร็วในการออกซอฟต์แวร์ ลดต้นทุน และปรับปรุงคุณภาพของซอฟต์แวร์


ความร่วมมือในครั้งนี้คืออีกก้าวสำคัญของ I AM Consulting ที่จะยกระดับการให้บริการแก่องค์กรธุรกิจในประเทศไทยให้สามารถเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Digital Transformation ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น ด้วยมาตรฐานการทดสอบระบบระดับโลก เพื่อให้ธุรกิจของคุณพร้อมรับมือทุกการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิทัลได้อย่างคล่องตัว


I AM Consulting พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ของคุณด้วยโซลูชัน IT ที่ครอบคลุม และทีมผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยนำพาองค์กรของคุณไปสู่ยุคดิจิทัลอย่างมั่นคงและยั่งยืน


 
พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้ 
โทรศัพท์ : 02-026-3964  
E-mail : info@iamconsulting.co.th  
LINE@ : https://cutt.ly/iamline

Daikin Industries (Thailand) Ltd. – SAP SuccessFactors Project Go-Live

ขอแสดงความยินดีกับ บริษัท ไดกิ้นอินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศที่สำคัญของ Daikin ทั่วโลก กับการเดินหน้าทรานส์ฟอร์มด้าน HR ด้วยการ Go-Live ระบบ SAP SuccessFactors ได้สำเร็จ

 

โครงการนี้ I AM Consulting ไม่ได้เพียงแค่เข้าไปติดตั้งระบบ แต่ยังทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมของ Daikin จึงเข้าใจความต้องการเฉพาะของอุตสาหกรรม และส่งมอบโซลูชันแบบครบวงจร ครอบคลุม Foundation, Performance & Goals, Career & Talent Development และ Learning Management เพื่อช่วยให้ Daikin บริหารจัดการบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความคล่องตัว และสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับพนักงานทุกระดับ

 

นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ Daikin และเป็นความภาคภูมิใจของ I AM Consulting ในการเป็นพันธมิตรที่ร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสู่ Digital HR Transformation

 

ติดต่อ-สอบถาม I AM Consulting

Tel : 02-026-3964

E-mail : info@iamconsulting.co.th

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

 

#IAMConsulting #Daikin

#SAP #SuccessFactors #Golive

#Empowerthenext

#WhenIAMpromisesIAMdelivers

SAP Joule คืออะไร ทำความรู้จัก AI ผู้ช่วยปฏิวัติการทำงาน

หลายคนอาจเริ่มใช้ AI เข้ามาเป็นผู้ช่วยในการทำงานบ้างแล้วไม่มากก็น้อย แต่รู้หรือไม่ว่าในปัจจุบันระบบ Cloud ERP ชั้นนำของโลกอย่าง SAP Business Suite ทั้ง Public และ Private Cloud Edition ได้ผสานเทคโนโลยี Generative AI ที่ชื่อว่า “ SAP Joule ” เข้ามาเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะในการทำงานให้ง่ายขึ้นแบบไม่น่าเชื่อเช่นเดียวกัน!

 

SAP Joule คืออะไร ?

 

คือ AI Copilot ที่ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม SAP โดยตรง ไม่ว่าจะเป็น SAP S/4HANA, SAP SuccessFactors, หรือ SAP BTP (Business Technology Platform) ที่ผู้ใช้งานสามารถสื่อสารกับ Joule ผ่านการถามง่าย ๆ เช่น “มีคำสั่งซื้อกี่รายการที่สร้างขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว?” ซึ่ง Joule จะสรุปคำตอบที่ตรงตามข้อมูลทางธุรกิจของคุณได้อย่างถูกต้อง โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเสียเวลาในการค้นหาเอกสารและสรุปผลเอง

 


 

ทำอะไรได้บ้าง ?

 

สามารถดึงข้อมูลธุรกิจจำนวนมหาศาลภายในระบบ SAP รวมถึงแหล่งข้อมูลภายนอก มาตอบคำถามหรืออธิบายปัญหาที่คุณต้องการแก้ไข ยกตัวอย่างความสามารถส่วนหนึ่ง เช่น

 

ช่วยวางแผนและวิเคราะห์

คุณสามารถถามคำถามเชิงวิเคราะห์ แล้วให้ Joule ช่วยปรับแต่งโมเดลข้อมูลด้วยการคำนวณขั้นสูง ค้นหาข้อมูลใหม่ ออกแบบภาพแสดงข้อมูล และสร้างสคริปต์เฉพาะทาง แบบอัตโนมัติเพื่อเพิ่มฟังก์ชันให้แดชบอร์ดของคุณได้

 

ช่วยทีมขายค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ใช่

เพียงป้อนข้อกำหนดต่าง ๆ ที่ได้รับจากลูกค้าเข้าไป จากนั้นให้ Joule ช่วยวิเคราะห์และสร้างรายการผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าออกมา ซึ่งจะช่วยให้ทีมขายเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมได้อย่างรวดเร็ว

 

ช่วยสร้างกลุ่มเป้าหมาย

ใช้ Joule เพื่อค้นหากลุ่มเป้าหมายได้เร็วขึ้นถึง 90% ทั้งการสร้าง customer journeys ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย รวมถึงตัวชี้วัดต่าง ๆ คุณจึงสามารถมุ่งเน้นไปที่การวางกลยุทธ์และความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น

 

ช่วยวิเคราะห์ Supply Chain และเสนอแนะแนวทางการปรับปรุง

Joule มีความสามารถวิเคราะห์การวางแผน Supply Chain โดยอ้างอิงข้อมูลจากระบบ เพื่อระบุสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความล่าช้าในกระบวนการ และเสนอแนวทางการแก้ไขที่เหมาะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ Developer

Joule มีความสามารถในการเขียนโค้ด ทดสอบ เชื่อมต่อ และจัดการแอปพลิเคชัน โดย Joule จะช่วยสร้างโค้ดและโลจิกของแอปพลิเคชัน ตามคำอธิบายที่ป้อนเข้าไป ทำให้การพัฒนาโปรแกรมเป็นเรื่องที่ง่ายและรวดเร็วขึ้นแบบพลิกฝ่ามือ

 


 

จะเห็นได้ว่าเป็นผู้ช่วยที่ทรงอานุภาพ และแน่นอนว่าการทำงานของคุณจะเปลี่ยนไป

 

✔︎ Faster work

ฉับไวทุกกระบวน ด้วยผู้ช่วย AI เพียงหนึ่งเดียวที่สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกที่ครบถ้วนและทำงานในทุกโซลูชันของ SAP

✔︎Smarter insights

ให้ข้อมูลเชิงลึกแบบ Real Time ซึ่งอ้างอิงจากข้อมูลธุรกิจของคุณเอง และเสริมด้วยบริบทเฉพาะของธุรกิจอื่นๆที่ใกล้เคียง

✔︎Better outcomes

ยกระดับผลลัพธ์ในทุกด้านของธุรกิจ ด้วยการสร้างเนื้อหาที่ปรับแต่งตามบทบาทของคุณ ไม่ว่าจะเป็นคำอธิบายงานไปจนถึงการเขียนโค้ดและอื่น ๆ

✔︎Human control

เลือกได้ว่าจะให้ AI จะทำงานเมื่อไหร่และอย่างไร มีส่วนร่วมและบทบาทมากน้อยแค่ไหน เพื่อให้คุณสามารถควบคุมอำนาจการตัดสินใจ และรักษาความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล

 

การกำเนิด “Joule” นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกของ ERP ที่จะเปลี่ยนวิถีการทำงานไปตลอดกาล

แล้วองค์กรของคุณล่ะ… เตรียมพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่การทำงานยุค AI แล้วหรือยัง?

 


 

ปรึกษาเรื่องระบบ SAP ERP กับ I AM Consulting

 

I AM Consulting คือที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชั่นมากมายที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณในทุกๆ ด้าน พร้อมจำนวนทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากที่สุดในประเทศที่พร้อมซัพพอร์ตให้องค์กรของคุณให้สำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้

 

พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้

โทรศัพท์ : 02-026-3964

E-mail : info@iamconsulting.co.th

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

 

Souce : SAP Help Portal | SAP Online Help

 

ปฏิวัติกระบวนการซ่อมบำรุงด้วย SAP Build Apps – Use Case by Mitr Phol


ในอุตสาหกรรมหรือโรงงานขนาดใหญ่ที่มีปริมาณการผลิตสูงอย่างต่อเนื่องแบบ 24×7 การดูแลรักษาเครื่องจักรให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน หรือสามารถซ่อมแก้ไขได้ทันท่วงที คือหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน  กระบวนการซ่อมบำรุงไม่ได้เป็นเพียงแค่การแก้ไขปัญหาเมื่อเครื่องจักรขัดข้อง แต่ได้พัฒนาสู่การจัดการเชิงรุก ที่ต้องอาศัยทั้งความรวดเร็ว ความแม่นยำ และข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้ 


วันนี้ I AM Consulting ได้มีโอกาสนำ “SAP Build Apps” มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการซ่อมบำรุงของ “มิตรผล” (Mitr Phol) บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำตาลรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทยและอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งสามารถตอบโจทย์ปัญหาการซ่อมบำรุงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ 
   

  • ลดปัญหาการแจ้งซ่อมล่าช้า ที่อาจส่งผลในการหยุดเดินเครื่องจักร และกระทบถึงการหยุดไลน์การผลิต รวมไปถึงการเสียโอกาสทางธุรกิจ 
  • สร้างระบบการแจ้งเตือนที่ชัดเจน สามารถระบุผู้รับผิดชอบงานซ่อมได้ทันที ลดปัญหาความล่าช้าและการขาดความต่อเนื่องของกระบวนการซ่อมบำรุง 
  • รายงานสถานการณ์ซ่อมบำรุงได้แบบ Real-Time ทำให้ผู้รับผิดชอบสามารถวางแผนและแก้ไขปัญหาอย่างแม่นยำ รวดเร็ว และเจ้าของเครื่องสามารถติดตามความคืบหน้าของงาน 
  • รวมศูนย์ข้อมูลประวัติการซ่อม ข้อมูลที่กระจัดกระจายและถูกจัดเก็บในหลายช่องทาง เสี่ยงต่อการสูญหายและยากต่อการตรวจสอบย้อนหลัง ถูกรวบรวมจัดเก็บที่ศูนย์กลาง ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในการนำมาวิเคราะห์ในการวางแผนบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance) รวมไปถึงการวางแผนจัดเตรียมอะไหล่เครื่องจักร 


SAP Build Apps คือเครื่องมือสำหรับพัฒนาแอปพลิเคชันแบบ Low-Code/No-Code บน SAP BTP ที่

  

  • ทำงานบนแพลตฟอร์ม SAP โดยตรง 

เชื่อมต่อข้อมูลกับระบบ SAP ได้ทันที ลดการทำงานซ้ำซ้อน

 

  • ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการพัฒนา 

ตอบโจทย์องค์กรที่ต้องการความเร็วในการนำโซลูชันไปใช้จริง

 

  • ออกแบบและปรับแต่ง UI (User interface) ได้ง่าย 

เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความยืดหยุ่นและประสบการณ์ใช้งานที่ดี

 

  • สามารถนำมาใช้สร้างแอปเฉพาะทางได้หลากหลาย อาทิ 
    • แอปแจ้งซ่อมเครื่องจักร 
    • แอปอนุมัติเอกสาร 
    • แอปบันทึกข้อมูลหน้างาน เป็นต้น 


มิตรผล ได้นำ SAP Build Apps มาพัฒนา Maintenance Notification Mobile Application โดยออกแบบให้ใช้งานง่าย รองรับงานภาคสนาม ใช้ได้ทั้ง iOS และ Android ไม่ว่าจะเป็น มือถือหรือแท็บเล็ต แอปพลิเคชันนี้ ช่วยปรับกระบวนการแจ้งซ่อมให้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และลดเวลาการทำงานที่ซ้ำซ้อน ด้วยการออกแบบให้ตอบโจทย์ 2 โหมดการใช้งานหลัก ได้แก่


1. Create Mode – แจ้งซ่อมใหม่ได้ในไม่กี่คลิก!  ​​​​


ไม่ว่าพนักงานจะเจอปัญหาอะไร ที่เครื่องไหน เวลาใด เพียงหยิบมือถือขึ้นมา สแกน QR Code บนเครื่องจักร ข้อมูลพื้นฐานของเครื่องจะถูกดึงขึ้นอัตโนมัติ จากนั้นถ่ายรูป ใส่รายละเอียดปัญหา และกด “แจ้งซ่อม” ข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกเข้าสู่ SAP พร้อมกับส่ง Email แจ้งเตือนผู้เกี่ยวข้องแบบ Real-Time


2. List Mode – ค้นหางานซ่อมและติดตามสถานะ  


พนักงานสามารถตรวจสอบ สถานะงานซ่อมแบบเรียลไทม์ ค้นหางานซ่อม ดูว่าตอนนี้งานถึงมือใคร ซ่อมถึงขั้นตอนไหน หรือมีข้อมูลอะไรอัปเดตบ้าง ทุกความเปลี่ยนแปลงจะมี Email แจ้งเตือนผู้เกี่ยวข้องทันที โปร่งใส ติดตามง่าย และสามารถแก้ไขได้ตามสิทธิ์ที่กำหนด

 


การพัฒนา Maintenance Notification Mobile Application ของมิตรผลครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียง “การแจ้งซ่อม” แต่คือการยกระดับสู่ กลยุทธ์เชิงรุก ที่ทำให้การซ่อมบำรุงรวดเร็วขึ้น ข้อมูลครบถ้วนและรวมศูนย์ ตรวจสอบได้แบบ Real-Time ลดเวลาหยุดเดินเครื่องจักร และช่วยให้สายการผลิตทำงานต่อเนื่องอย่างมีประสิทธิภาพ 


มิตรผล มุ่งสู่การเป็น องค์กรต้นแบบด้านเทคโนโลยีในอุตสาหกรรม FMCG ที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับทุกขั้นตอนการทำงาน SAP Build Apps เป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยเสริมพลัง แต่เบื้องหลังยังมีเทคโนโลยีอีกมากมายที่มิตรผลนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับการแข่งขัน รักษาคุณภาพการผลิต และขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน ตอกย้ำความเป็นผู้นำอุตสาหกรรม FMCG (Fast-Moving Consumer Goods) ของไทย ที่ผลิตน้ำตาลคุณภาพเพื่อคนไทยและคนทั่วโลกมาโดยตลอด 


ด้วยประสบการณ์กว่า 22 ปีของการพาร์ทเนอร์ทางกลยุทธ์ เราคือผู้นำด้านการ Implement ระบบ SAP ในประเทศไทย ที่เข้าใจทั้งระบบ SAP และกระบวนการทางธุรกิจในทุกอุตสาหกรรม เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรอง SAP Certified มากมาย พร้อมประสบการณ์จริงในการออกแบบและพัฒนาระบบที่พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยคุณออกแบบโซลูชัน SAP Build Apps ที่ตอบโจทย์ธุรกิจขององค์กรโดยเฉพาะ   


ติดต่อ I AM Consulting ได้เลย 


โทรศัพท์ : 02-026-3964    

E-mail : info@iamconsulting.co.th    

LINE@ : https://cutt.ly/iamline  

Workpoint Entertainment – RISE with SAP Project Go-Live

ขอแสดงความยินดีกับ บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) สื่อบันเทิงคุณภาพแนวหน้าของเมืองไทย กับอีกก้าวบนเส้นทางของ Digital Transformation ที่น่าภาคภูมิใจ ด้วยการเริ่มต้นใช้งาน RISE with SAP อย่างเป็นทางการ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถ และวางรากฐานใหม่สู่การทำงานแบบดิจิทัลที่ทันสมัยที่ทั้งชาญฉลาด คล่องตัว และยั่งยืน


โครงการนี้ไม่ใช่แค่เพียงการอัปเกรดระบบ แต่คือการตอกย้ำวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของ Workpoint ในการผลิตผลงานบันเทิงที่มีคุณภาพ เพื่อผู้ชมและวงการบันเทิงไทย สู่โลกที่เทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์เดินเคียงคู่กัน ด้วยระบบ AI Power Cloud ERP ที่ชาญฉลาดที่สุดของ SAP ที่ครอบคลุมทุกมิติของการทำงาน เชื่อมโยงทุกกระบวนการในองค์กรให้ขับเคลื่อนได้อย่างไร้รอยต่อ ปลดล็อกศักยภาพการใช้ AI ให้เป็นส่วนหนึ่งของทุกบทบาทในธุรกิจ พร้อมรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมสื่อความบันเทิงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว


ความสำเร็จครั้งนี้ เกิดขึ้นภายใต้บรรยากาศแห่งความมงคลในวัน “คเณศจตุรถี” ซึ่งเป็นวันสำคัญในการขอพรเพื่อความสำเร็จและความก้าวหน้าของทาง Workpoint เสมือนการเปิดบทใหม่ที่ก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน ไม่ใช่เพียงพร้อมแค่เทคโนโลยี แต่พร้อมยืนหยัดในฐานะ “ผู้นำวงการสื่อและบันเทิง” ที่ครองใจคนไทยทุกยุคสมัย

ขอขอบคุณ Workpoint สำหรับความไว้วางใจ และโอกาสให้ I AM Consulting ในทุกการเดินทางด้านดิจิทัล เราพร้อมเดินเคียงข้างและเป็นพลังสนับสนุน Workpoint ในทุกก้าวของการเติบโตได้อย่างมั่นใจและยั่งยืน

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.