5 เหตุผลที่ บริษัทประกัน ควรทำ e-Stamp Duty

ในโลกที่ธุรกรรมต่าง ๆ กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัล บริษัทประกัน ที่มีเอกสารจำนวนมากและต้องจัดการด้านภาษีอากรอยู่ตลอด ควรให้ความสำคัญกับการปรับระบบไปสู่ e-Stamp Duty หรือการชำระอากรแสตมป์แบบอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมกับการนำ Digital Signature (ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์) มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เสริมความปลอดภัย และสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือกว่า


การพิมพ์เอกสาร ทำสำเนา ซื้อแสตมป์อากรแบบดั้งเดิม และจัดเก็บเอกสารภาษีจำนวนมหาศาลในแต่ละปี คือภาระที่สิ้นเปลืองเวลาและงบประมาณ การเปลี่ยนมาใช้ เอกสารแบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Stamp Duty ช่วยให้สามารถทำสัญญา และชำระอากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที ลดขั้นตอนการจัดส่งเอกสาร ลดเวลาจัดซื้อแสตมป์อากร ลดความผิดพลาด และทำให้การตรวจสอบย้อนหลังทำได้ง่ายขึ้น


การแปะอากรแสตมป์ด้วยมือแบบดั้งเดิม มีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดสูง และอาจมีความเสี่ยงเรื่องอากรแสตมป์ปลอม แต่ e-Stamp Duty ทำให้ข้อมูลการชำระอากรถูกบันทึกในระบบกลางของกรมสรรพากร มีความน่าเชื่อถือ ตรวจสอบได้ 100% และยังสามารถผูกกับ Digital Signature เพื่อยืนยันตัวตนผู้ลงนามและเวลาในการลงนามอย่างแม่นยำ


ภาครัฐได้ผลักดันการใช้ e-Stamp Duty และ Digital Signature ในองค์กรภาคธุรกิจ เพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่โปร่งใสและทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจประกันภัย ที่เกี่ยวข้องกับกรมธรรม์ เอกสารสัญญา และหนังสือรับรองต่าง ๆ การปฏิบัติตามแนวทางนี้จะช่วยให้บริษัทดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามข้อกำหนด และพร้อมสำหรับการตรวจสอบโดยหน่วยงานที่กำกับ


การซื้อประกันไม่ควรต้องรอหลายวัน เพราะเอกสารหายหรือล่าช้า การทำเอกสารแบบ Digital พร้อมลงนามด้วย Digital Signature และชำระอากรด้วย e-Stamp Duty ทำให้ลูกค้าสามารถรับเอกสารสำคัญได้รวดเร็ว แม้อยู่ต่างจังหวัดหรืออยู่ในช่วงนอกเวลาทำการ ถือเป็นก้าวสำคัญของการให้บริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่


เมื่อบริษัทประกันต้องขยายบริการผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ หรือการเป็นพาร์ทเนอร์กับแพลตฟอร์มต่าง ๆ การมีระบบหลังบ้านที่รองรับ e-Stamp Duty และ Digital Signature ช่วยให้สามารถส่งมอบเอกสารหรือกรมธรรม์ได้แบบ real-time รองรับการ scale up ได้ทันที ไม่ต้องเพิ่มภาระงานเอกสารให้ทีมงาน

การเปลี่ยนมาใช้ e-Stamp Duty ควบคู่กับ Digital Signature ไม่ใช่แค่เรื่องของการ “ลดต้นทุน” แต่เป็นการยกระดับทั้งระบบงาน ความน่าเชื่อถือ และประสบการณ์ของลูกค้าในยุคที่ทุกวินาทีมีค่า บริษัทประกันที่ปรับตัวก่อน ย่อมได้เปรียบทั้งในด้านประสิทธิภาพและภาพลักษณ์ที่ทันสมัยในสายตาลูกค้า


หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจทั้งระบบภาษีดิจิทัล การใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ และการวางระบบให้เชื่อมโยงกับระบบ ERP หรือ Document Management อย่างครบวงจร


I AM Consulting คือพาร์ทเนอร์ที่คุณไว้วางใจได้


ด้วยประสบการณ์ในการติดตั้งระบบ ERP ระดับโลก อย่าง SAP และเป็นผู้พัฒนาระบบ e-Tax, Digital Signature และ e-Stamp Duty ให้กับองค์กรชั้นนำมากมาย เราสามารถวางโครงสร้าง IT ให้องค์กรของคุณสอดรับกับกฎหมายไทย พร้อมให้คำปรึกษาและพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ธุรกิจประกันภัยทุกขนาด


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964
E-mail : info@iamconsulting.co.th
LINE@ : https://cutt.ly/iamline

ทำไม โรงพยาบาล ถึงควรใช้ e-Receipt แทน ใบเสร็จรับเงิน แบบเดิม

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามารันทุกวงการ… รวมไปถึงวงการสาธารณสุข “โรงพยาบาล” ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่รักษาผู้ป่วยอีกต่อไป แต่ต้องเป็น “ศูนย์บริการสุขภาพที่ครบวงจร” ที่ให้บริการได้อย่าง รวดเร็ว แม่นยำ โปร่งใส และใส่ใจผู้รับบริการทุกคน นอกเหนือจากเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือความใส่ใจในการบริการที่ดี สำหรับคนไข้และครอบครัว

ทุกวันนี้ โรงพยาบาลต้องรองรับผู้มารับบริการหลายพัน หลายหมื่นรายต่อวัน นั่นหมายถึงการออก “ใบเสร็จรับเงิน” นับพันใบในแต่ละวัน สิ่งที่ตามมาคือ…

  • ต้นทุนสูง ทั้งกระดาษ หมึก และพื้นที่จัดเก็บเอกสารมหาศาล
  • เกิดความล่าช้า ในกระบวนการจ่ายเงินและออกเอกสาร
  • ความเสี่ยงในการสูญหาย ของใบเสร็จและเอกสารสำคัญ เช่น ใบรับรองแพทย์
  • ขั้นตอนยุ่งยาก ในการตรวจสอบย้อนหลัง หรือส่งเอกสารซ้ำให้ผู้ป่วย


สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาที่โรงพยาบาลเจอ แต่เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่สะสมกลายเป็น “ความเหนื่อยล้า” และกระทบต่อความพึงพอใจของคนไข้ผู้มารักษา และนั่นคือเหตุผลที่โรงพยาบาลยุคใหม่ ไม่ควรเปลี่ยนแค่เครื่องมือการรักษา แต่ควรเปลี่ยน “ระบบเบื้องหลัง” เพื่อยกระดับการบริการที่ดียิ่งขึ้น

e-Receipt ทางออกที่ตอบโจทย์ทั้ง “โรงพยาบาล” และ “คนไข้”

การเปลี่ยนมาใช้ e-Receipt หรือ “ใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์” คือการยกระดับกระบวนการทางการเงินของโรงพยาบาลด้วยข้อดีที่ครอบคลุมทั้งฝั่งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ

  • สะดวก ออกใบเสร็จผ่านระบบดิจิทัลแบบ Real-time
  • รวดเร็ว ส่งเอกสารผ่านอีเมลหรือเข้าระบบของผู้ป่วยได้ทันที
  • ประหยัด ลดต้นทุน ลดการใช้กระดาษ ลดพื้นที่จัดเก็บ
  • ปลอดภัย ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ทุกเมื่อ
  • โปร่งใส เพิ่มความมั่นใจในการตรวจสอบตามมาตรฐานของรัฐ


ไม่ว่าจะเป็นการชำระเงินผ่านมือถือ หรือรับใบเสร็จผ่านอีเมล ทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้แบบ “ไร้กระดาษ” และ “ตรวจสอบย้อนหลังได้ทันที”

โซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ภาคบริการที่ต้องการเข้าสู่ Paperless อย่างเต็มตัว ทั้งการออกใบเสร็จรับเงิน (e-Receipt) และใบกำกับภาษี (e-Tax Invoice) แบบครบวงจร โดยเฉพาะในหน่วยงานขนาดใหญ่ เช่น โรงพยาบาล และหน่วยงานด้านสาธารณสุข ที่ต้องการระบบออกใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ที

  • ได้มาตรฐานกรมสรรพากร
  • เชื่อมต่อระบบบัญชีและการเงินได้ครบวงจร
  • รองรับการออกเอกสารจำนวนมากในแต่ละวัน
  • ใช้งานง่ายทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ป่วย


แต่ความก้าวหน้าของโรงพยาบาลยุคใหม่ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ระบบ e-Receipt ในอนาคตยังมีอีกหนึ่งโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งฝั่งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ นั่นคือ “ใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์” หรือ e-Medical Certificate ที่พัฒนาให้สามารถลงนามด้วย ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature) อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และคงรูปแบบมาตรฐานเดิมของใบรับรองแพทย์ไว้ครบถ้วน  ช่วยลดขั้นตอนการจัดเก็บเอกสารกระดาษแบบเดิม เพิ่มความปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการสูญหายหรือถูกปลอมแปลง ค้นหาและเรียกดูย้อนหลังได้อย่างสะดวก รวดเร็ว สามารถนำไปใช้ในการลาป่วย ยื่นสิทธิประกันสังคม หรือประกอบการวินิจฉัยทางการแพทย์ต่อเนื่องได้ทันทีผ่านระบบออนไลน์


การเปลี่ยนมาใช้ e-Receipt และใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของ “ความทันสมัย” แต่คือ จุดเปลี่ยนสำคัญของการยกระดับบริการสาธารณสุขสู่ยุค Digital Healthcare ร่วมกับโซลูชัน EZTax by I AM Consulting ที่พร้อมเชื่อมต่อทุกระบบเอกสารสำคัญของโรงพยาบาลเข้าไว้ด้วยกันอย่างครบวงจรในยุคไร้กระดาษอย่างแท้จริง


เพราะในโลกที่ทุกวินาทีมีค่า เทคโนโลยีที่ดี…จะช่วยให้คุณใช้เวลากับ “การดูแลคน” ได้มากขึ้น


Contact Us

02-026-3964

E-mail : info@iamconsulting.co.th

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1

การประยุกต์ใช้ SAP BTP กับงาน HR

เราเคยได้พูดถึง SAP BTP (SAP Business Technology Platform) ในมุมของการนำไปใช้สำหรับการพัฒนาและต่อยอดระบบต่างๆไปแล้ว แต่รู้หรือไม่ SAP BTP สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานด้าน HR เพื่อเพิ่มขีดความสามารถได้เช่นเดียวกัน วันนี้ I AM Consulting จะมาแชร์ Use Case ของการนำ SAP BTP ไปใช้ในงานด้าน HR   


ก่อนที่เราจะแชร์ Use case มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า SAP BTP จะเข้ามาช่วยในการพัฒนาประสบการณ์ของพนักงานให้ดียิ่งขึ้นได้อย่างไร? ซึ่งการประยุกต์ใช้ SAP BTP สำหรับงาน HR สามารถทำได้ ผ่าน 4 แกนหลักดังต่อไปนี้
   

  1. การรวมศูนย์ข้อมูล เชื่อมโยงข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ภายในองค์กร ให้เป็นข้อมูลชุดเดียวที่พร้อมใช้งานแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มความสามารถในการวิเคราะห์  
  2. การขยายขีดความสามารถของแอปพลิเคชัน ทั้งด้านHR และด้านธุรกิจด้วยฟังก์ชันใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของพนักงานและธุรกิจ  
  3. การทำให้กระบวนการทำงานของเป็นอัตโนมัติ เพิ่มความคล่องตัว สนับสนุนให้พนักงานสามารถโฟกัสกับงานได้มากขึ้น 
  4. ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อให้พนักงานและผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที  

 


ข้ออมูลพนักงานมักกระจายอยู่ในหลายที่หลายระบบ ทำให้การตัดสินใจเรื่องพนักงานขาดความแม่นยำ ล่าช้า และใช้เวลานาน SAP BTP จะช่วยรวบรวมข้อมูลที่กระจายอยู่ทั้งหมดนี้มาไว้ในที่เดียว และวิเคราะห์ประมวล แสดงผลเป็น Dashboard แบบ 360 องศา เช่น ผลงาน การลา การอบรม เพื่อให้หัวหน้าและ HR ใช้ในการวางแผนดูแลบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 


ใครที่เคยทำ onboarding พนักงานใหม่จะรู้ดีว่าแต่ละขั้นตอนเต็มไปด้วยรายละเอียด ทั้งการขออุปกรณ์, สร้าง user, นัดอบรม และประสานหลายฝ่าย เป็นกระบวนการที่ยุ่งยากและซับซ้อน SAP BTP ช่วยออกแบบ Workflow onboarding ให้เป็นอัตโนมัติ แต่ละฝ่ายรู้หน้าที่ของตัวเอง โดยไม่ต้องเสียเวลาตามงาน และสามารถสร้างแอป onboarding ให้พนักงานใหม่ดูข้อมูลได้ทันทีตั้งแต่วันแรก
 


ปัญหาการลาออกของคนเก่งโดยไม่รู้สาเหตุ อาจส่งผลกระทบต่อองค์กร แต่การจะระบุสาเหตุและแนวโน้มการลาออกก็เป็นเรื่องยาก SAP BTP เข้ามาช่วยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ของพนักงาน เช่น ชั่วโมงทำงาน, ผลการประเมิน และสถิติการลา เพื่อคาดการณ์ความเสี่ยงแนวโน้มการลาออกที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ถ้าสงสัยว่า BTP พยากรณ์ได้อย่างไร ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้
 

  • OT เกิน 40 ชม./เดือน 
  • ได้รับการประเมินต่ำติดต่อกัน 2 ไตรมาส 
  • ไม่ได้รับอบรมเลยใน 1 ปีที่ผ่านมา 


จากนั้นระบบจะใช้โมเดล Machine Learning เพื่อ “ทำนายว่าใครมีความเสี่ยงจะลาออก” ภายใน 6 เดือนข้างหน้า ซึ่ง HR จะสามารถมองเห็นเป็น Heatmap, Score หรือ Chart ที่เจาะไปถึงชื่อพนักงานได้เลย ช่วยให้ วางแผนดูแลกลุ่มเสี่ยงได้ก่อน ลดอัตราการลาออก และประหยัดต้นทุนในการสรรหาคนใหม่
 


คำถามเดิม ๆ อย่าง “เหลือวันลากี่วัน” “เบิกค่ารักษาพยาบาลยังไง” มักทำให้ HR ต้องตอบคำถามซ้ำ ๆ วันละหลาย ๆ รอบ ซึ่งเสียเวลาทั้งคนถามและคนตอบ ด้วยความสามารถของ SAP BTP สามารถสร้าง Chatbot ที่เชื่อมต่อกับระบบข้อมูล HR อื่น ๆ ได้ เช่น SAP SuccessFactors เพื่อให้พนักงานสอบถามข้อมูลทั่วไปได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดภาระงานของ HR และเพิ่มความพึงพอใจของพนักงาน
 


ด้วยประสบการณ์กว่า 22 ปีของการพาร์ทเนอร์ทางกลยุทธ์ ที่เข้าใจทั้งเทคโนโลยีและความต้องการขององค์กร และรางวัลการันตีอย่าง “Best BTP Partner Southeast Asia” จาก SAP ที่แสดงถึงศักยภาพและความเชี่ยวชาญในการส่งมอบโซลูชัน SAP Business Technology Platform (BTP) ได้อย่างยอดเยี่ยมทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราพร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยคุณออกแบบโซลูชัน SAP BTP ที่ตอบโจทย์ธุรกิจขององค์กรโดยเฉพาะ

  


โทรศัพท์ : 02-026-3964   

E-mail : info@iamconsulting.co.th   

LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1 

ปฏิวัติกระบวนการซ่อมบำรุงด้วย SAP Build Apps – Use Case by Mitr Phol


ในอุตสาหกรรมหรือโรงงานขนาดใหญ่ที่มีปริมาณการผลิตสูงอย่างต่อเนื่องแบบ 24×7 การดูแลรักษาเครื่องจักรให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน หรือสามารถซ่อมแก้ไขได้ทันท่วงที คือหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน  กระบวนการซ่อมบำรุงไม่ได้เป็นเพียงแค่การแก้ไขปัญหาเมื่อเครื่องจักรขัดข้อง แต่ได้พัฒนาสู่การจัดการเชิงรุก ที่ต้องอาศัยทั้งความรวดเร็ว ความแม่นยำ และข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้ 


วันนี้ I AM Consulting ได้มีโอกาสนำ “SAP Build Apps” มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการซ่อมบำรุงของ “มิตรผล” (Mitr Phol) บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำตาลรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทยและอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งสามารถตอบโจทย์ปัญหาการซ่อมบำรุงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ 
   

  • ลดปัญหาการแจ้งซ่อมล่าช้า ที่อาจส่งผลในการหยุดเดินเครื่องจักร และกระทบถึงการหยุดไลน์การผลิต รวมไปถึงการเสียโอกาสทางธุรกิจ 
  • สร้างระบบการแจ้งเตือนที่ชัดเจน สามารถระบุผู้รับผิดชอบงานซ่อมได้ทันที ลดปัญหาความล่าช้าและการขาดความต่อเนื่องของกระบวนการซ่อมบำรุง 
  • รายงานสถานการณ์ซ่อมบำรุงได้แบบ Real-Time ทำให้ผู้รับผิดชอบสามารถวางแผนและแก้ไขปัญหาอย่างแม่นยำ รวดเร็ว และเจ้าของเครื่องสามารถติดตามความคืบหน้าของงาน 
  • รวมศูนย์ข้อมูลประวัติการซ่อม ข้อมูลที่กระจัดกระจายและถูกจัดเก็บในหลายช่องทาง เสี่ยงต่อการสูญหายและยากต่อการตรวจสอบย้อนหลัง ถูกรวบรวมจัดเก็บที่ศูนย์กลาง ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในการนำมาวิเคราะห์ในการวางแผนบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance) รวมไปถึงการวางแผนจัดเตรียมอะไหล่เครื่องจักร 


SAP Build Apps คือเครื่องมือสำหรับพัฒนาแอปพลิเคชันแบบ Low-Code/No-Code บน SAP BTP ที่

  

  • ทำงานบนแพลตฟอร์ม SAP โดยตรง 

เชื่อมต่อข้อมูลกับระบบ SAP ได้ทันที ลดการทำงานซ้ำซ้อน

 

  • ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการพัฒนา 

ตอบโจทย์องค์กรที่ต้องการความเร็วในการนำโซลูชันไปใช้จริง

 

  • ออกแบบและปรับแต่ง UI (User interface) ได้ง่าย 

เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความยืดหยุ่นและประสบการณ์ใช้งานที่ดี

 

  • สามารถนำมาใช้สร้างแอปเฉพาะทางได้หลากหลาย อาทิ 
    • แอปแจ้งซ่อมเครื่องจักร 
    • แอปอนุมัติเอกสาร 
    • แอปบันทึกข้อมูลหน้างาน เป็นต้น 


มิตรผล ได้นำ SAP Build Apps มาพัฒนา Maintenance Notification Mobile Application โดยออกแบบให้ใช้งานง่าย รองรับงานภาคสนาม ใช้ได้ทั้ง iOS และ Android ไม่ว่าจะเป็น มือถือหรือแท็บเล็ต แอปพลิเคชันนี้ ช่วยปรับกระบวนการแจ้งซ่อมให้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และลดเวลาการทำงานที่ซ้ำซ้อน ด้วยการออกแบบให้ตอบโจทย์ 2 โหมดการใช้งานหลัก ได้แก่


1. Create Mode – แจ้งซ่อมใหม่ได้ในไม่กี่คลิก!  ​​​​


ไม่ว่าพนักงานจะเจอปัญหาอะไร ที่เครื่องไหน เวลาใด เพียงหยิบมือถือขึ้นมา สแกน QR Code บนเครื่องจักร ข้อมูลพื้นฐานของเครื่องจะถูกดึงขึ้นอัตโนมัติ จากนั้นถ่ายรูป ใส่รายละเอียดปัญหา และกด “แจ้งซ่อม” ข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกเข้าสู่ SAP พร้อมกับส่ง Email แจ้งเตือนผู้เกี่ยวข้องแบบ Real-Time


2. List Mode – ค้นหางานซ่อมและติดตามสถานะ  


พนักงานสามารถตรวจสอบ สถานะงานซ่อมแบบเรียลไทม์ ค้นหางานซ่อม ดูว่าตอนนี้งานถึงมือใคร ซ่อมถึงขั้นตอนไหน หรือมีข้อมูลอะไรอัปเดตบ้าง ทุกความเปลี่ยนแปลงจะมี Email แจ้งเตือนผู้เกี่ยวข้องทันที โปร่งใส ติดตามง่าย และสามารถแก้ไขได้ตามสิทธิ์ที่กำหนด

 


การพัฒนา Maintenance Notification Mobile Application ของมิตรผลครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียง “การแจ้งซ่อม” แต่คือการยกระดับสู่ กลยุทธ์เชิงรุก ที่ทำให้การซ่อมบำรุงรวดเร็วขึ้น ข้อมูลครบถ้วนและรวมศูนย์ ตรวจสอบได้แบบ Real-Time ลดเวลาหยุดเดินเครื่องจักร และช่วยให้สายการผลิตทำงานต่อเนื่องอย่างมีประสิทธิภาพ 


มิตรผล มุ่งสู่การเป็น องค์กรต้นแบบด้านเทคโนโลยีในอุตสาหกรรม FMCG ที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับทุกขั้นตอนการทำงาน SAP Build Apps เป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยเสริมพลัง แต่เบื้องหลังยังมีเทคโนโลยีอีกมากมายที่มิตรผลนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับการแข่งขัน รักษาคุณภาพการผลิต และขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน ตอกย้ำความเป็นผู้นำอุตสาหกรรม FMCG (Fast-Moving Consumer Goods) ของไทย ที่ผลิตน้ำตาลคุณภาพเพื่อคนไทยและคนทั่วโลกมาโดยตลอด 


ด้วยประสบการณ์กว่า 22 ปีของการพาร์ทเนอร์ทางกลยุทธ์ เราคือผู้นำด้านการ Implement ระบบ SAP ในประเทศไทย ที่เข้าใจทั้งระบบ SAP และกระบวนการทางธุรกิจในทุกอุตสาหกรรม เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรอง SAP Certified มากมาย พร้อมประสบการณ์จริงในการออกแบบและพัฒนาระบบที่พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยคุณออกแบบโซลูชัน SAP Build Apps ที่ตอบโจทย์ธุรกิจขององค์กรโดยเฉพาะ   


ติดต่อ I AM Consulting ได้เลย 


โทรศัพท์ : 02-026-3964    

E-mail : info@iamconsulting.co.th    

LINE@ : https://cutt.ly/iamline