ใหม่ เปิดตัวระบบ E-Stamp Duty อากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์

Insights 3 Feb 2025

นอกเหนือจากที่เราเป็น e-Tax Service Provider อันดับ 1 ของไทยที่นำส่งใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ให้กับกรมสรรพากรไปแล้วกว่า 800,000,000 ธุรกรรม วันนี้ I AM Consulting กำลังเปิดตัวระบบใหม่อย่าง E-Stamp Duty ในชื่อ EZStamp ที่จะเข้ามาช่วยให้การชำระอากรแสตมป์และการทำธุรกรรมทางกฎหมาย ง่าย สะดวก และมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม! 

 

E-Stamp Duty คืออะไร?


อธิบายก่อนว่า อากรแสตมป์ (Stamp Duty) เป็นภาษีอีกรูปแบบหนึ่งที่รัฐจัดเก็บจากการทำตราสาร เอกสารแสดงสิทธิ์ หรือการทำสัญญาต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันเอกสารต่าง ๆ ที่กล่าวมานี้ ได้มีการพัฒนากระบวนการลงนาม ที่จากเดิมเป็นการเซ็นชื่อลงในเอกสารที่เป็นกระดาษ ปรับมาเป็นการลงนามดิจิทัล ดังนั้น E-Stamp Duty ก็คือ New Gen ของอากรแสตมป์ ที่เปลี่ยนจากการติดอากรแสตมป์บนเอกสารที่เป็นกระดาษ มาเป็นการชำระภาษีอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบออนไลน์  โดยไม่ต้องเสียเวลาไปกับอากรแสตมป์ที่เป็นกระดาษ ทำให้การทำธุรกรรมทางกฎหมายหรือการลงนามในสัญญาต่าง ๆ เป็นเรื่องง่าย รวดเร็ว และสะดวกสบาย พร้อมประหยัดเวลาในการดำเนินการ 

 

แล้ว E-Stamp Duty ใช้งานยังไง?

 

 

ขั้นตอนการใช้งานระบบ E-Stamp Duty ทำง่ายไม่ยุ่งยาก เพียง 3 ขั้นตอนเท่านั้น 

  1. ยื่นเอกสารออนไลน์ 
    ผู้ใช้งานหรือระบบส่งคำร้อง (Request) การชำระอากรทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ EZStamp 


  1. คำนวณอัตราภาษีอัตโนมัติ 
    ระบบจะช่วยคำนวณและตรวจสอบอัตราภาษีอากรที่ต้องชำระให้โดยอัตโนมัติผ่านการตรวจสอบจากระบบ EZStamp 


  2. ออกใบรับรองดิจิทัล (อ.ส.9) และใบเสร็จรับเงิน 

เมื่อผู้ใช้งานชำระภาษีเรียบร้อย ระบบจะออกใบเสร็จรับเงินและใบรับรองการชำระอากรในรูปแบบดิจิทัล (อ.ส.9)  ซึ่งสามารถใช้แนบเอกสารทางกฎหมายและเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลักฐานได้ทันที 


ธุรกิจไหนควรใช้ E-Stamp Duty บ้าง?

 

 

ระบบ E-Stamp Duty เป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ จัดการกับการชำระอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ซึ่งเหมาะกับธุรกิจหลายประเภทที่ต้องจัดการเอกสารสัญญาหรือตราสารสำคัญ เช่น ธุรกิจประกันภัยและธุรกิจปล่อยสินเชื่อ ที่ต้องการความแม่นยำในการขอชำระอากรแสตมป์และรวดเร็วในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้นั่นเอง 


นอกจากที่ระบบ E-Stamp Duty จะอำนวยความสะดวกในการขอชำระอากรแสตมป์แล้ว ธุรกิจยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเอกสารและกระบวนการชำระอากรแสตมป์ได้ด้วยการนำระบบ EZStamp ระบบ E-Stamp Duty มาใช้งานร่วมกับ iZign ระบบ Digital Signature เพื่อเพิ่มความสะดวกในการยืนยันตัวตนและความปลอดภัยในการดำเนินธุรกรรมต่าง ๆ ด้วย iZign  ลดความยุ่งยากในการใช้งาน และช่วยให้กระบวนการทั้งหมดเป็นไปอย่างราบรื่น 


สำหรับธุรกิจประกันภัย ทั้ง 2 ระบบนี้ช่วยให้การประทับตราในเอกสาร เช่น กรมธรรม์ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือประกันวินาศภัย ให้เป็นไปอย่างง่ายดายและปลอดภัย โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องส่งเอกสารสำคัญให้ลูกค้าในรูปแบบดิจิทัล ระบบจะช่วยลดขั้นตอนที่ซับซ้อนในการพิมพ์เอกสารและการจัดส่ง รวมถึงเสริมความสะดวกให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงเอกสารสำคัญได้อย่างรวดเร็ว สร้างความประทับใจและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ  


ในขณะเดียวกัน ธุรกิจปล่อยสินเชื่อก็สามารถนำระบบ E-Stamp Duty และ iZign มาใช้ในการจัดการเอกสารสำคัญ เช่น สัญญาเงินกู้ สัญญาค้ำประกัน และตราสารหนี้ เพื่อเร่งรัดกระบวนการอนุมัติสินเชื่อให้รวดเร็วขึ้น ช่วยลดระยะเวลาในการจัดเตรียมเอกสาร และลดค่าใช้จ่ายด้านการพิมพ์ การจัดเก็บ และการส่งเอกสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบยังช่วยเพิ่มความโปร่งใสและสร้างความน่าเชื่อถือในกระบวนการธุรกิจ ช่วยให้ธุรกิจทั้งสองประเภทสามารถดำเนินงานได้อย่างราบรื่น ทันสมัย และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัล

 

ตราสารอิเล็กทรอนิกส์รองรับธุรกรรมใดบ้าง?


E-Stamp Duty รองรับตราสารหลากหลายประเภท ตั้งแต่สัญญาเช่าทรัพย์สิน สัญญาจ้างทำของ หนังสือมอบอำนาจ ไปจนถึงตราสารทางการเงินอย่างตั๋วเงิน หนังสือค้ำประกัน และใบหุ้น ปัจจุบันการขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินสำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์ผ่านอินเทอร์เน็ต กรมสรรพากรเปิดให้บริการรองรับทั้งหมด 27 ตราสาร ได้แก่ 

 



(1) ตราสาร 1 เช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นหรือแพ 

(2) ตราสาร 2 โอนใบหุ้น ใบหุ้นกู้ พันธบัตรและใบรับรองหนี้ ซึ่งบริษัท สมาคม คณะบุคคล หรือองค์กรใดๆ เป็นผู้ออก 

(3) ตราสาร 3 เช่าซื้อทรัพย์สิน 

(4) ตราสาร 4 จ้างทำของ 

(5) ตราสาร 5 กู้ยืมเงินหรือการตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร 

(6) ตราสาร 6 กรมธรรม์ประกันภัย 

(7) ตราสาร 7 ใบมอบอำนาจ 

(8) ตราสาร 8 ใบมอบฉันทะสำหรับให้ลงมติประชุมของบริษัท 

(9) ตราสาร 9(1) ตั๋วแลกเงิน 

(10) ตราสาร 9(2) ตั๋วสัญญาใช้เงิน 

(11) ตราสาร 10 บิลออฟเลดิง 

(12) ตราสาร 11(1) ใบหุ้น หรือใบหุ้นกู้ หรือใบรับรองหนี้ของบริษัท สมาคม คณะบุคคล หรือองค์การใดๆ 

(13) ตราสาร 11(2) พันธบัตรของรัฐบาลใดๆ ที่ขายในประเทศไทย 

(14) ตราสาร 12 เช็ค หรือหนังสือคำสั่งใดๆ ซึ่งใช้แทนเช็ค 

(15) ตราสาร 13 ใบรับฝากเงิน 

(16) ตราสาร 14 เลตเตอร์ออฟเครดิต 

(17) ตราสาร 15 เช็คเดินทาง 

(18) ตราสาร 16 ใบรับของ 

(19) ตราสาร 17 ค้ำประกัน 

(20) ตราสาร 18 จำนำ 

(21) ตราสาร 19 ใบรับของคลังสินค้า 

(22) ตราสาร 20 คำสั่งให้ส่งมอบของ 

(23) ตราสาร 21 ตัวแทน 

(24) ตราสาร 23 คู่ฉบับหรือคู่ฉีกแห่งตราสาร 

(25) ตราสาร 27(ก) หนังสือสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วน 

(26) ตราสาร 27(ข) หนังสือสัญญาที่แก้ไขสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วน 

(27) ตราสาร 28(ค) ใบรับสำหรับการขาย ขายฝาก ให้เช่าซื้อ หรือโอนกรรมสิทธิ์ยานพาหนะ ทั้งนี้เฉพาะยานพาหนะที่ต้องมีการจดทะเบียน 

 

การเปลี่ยนมาใช้ระบบ EZStamp Duty ไม่เพียงช่วยให้การชำระอากรแสตมป์เป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วเท่านั้น แต่ยังตอบสนองความต้องการขององค์กรที่ต้องการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ สร้างความน่าเชื่อถือและรองรับมาตรฐานทางกฎหมายในยุคดิจิทัลได้อย่างเต็มที่ 

 

ระบบ EZStamp พร้อมใช้งานแล้ววันนี้ แล้วองค์กรของคุณหละ? 

พร้อมเดินหน้าสู่ก้าวใหม่ของระบบอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์รึยัง !!!! 

 

สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมล่วงหน้าได้เลย 

Tel: 02-026-3964  
E-mail: info@iamconsulting.co.th  
LINE@: http://bit.ly/3Eji6r1 
 
#ใบกำกับภาษี #etax #eTaxInvoice #eReceipt 
#EZTax #iZign #IAMConsulting  
#CreateOurExcitingFuture  

 

Suggested News

MOVE to RISE ก้าวไปกับ Journey Map ที่ใช่ สู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล

RISE with SAP เป็นโซลูชันที่ช่วยองค์กรต่าง ๆ ในการก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล ด้วยการยกระดับระบบ ERP และปรับปรุงกระบวนการทำงานให้เหมาะสมกับอนาคต การ MOVE to RISE นั้นเกี่ยวโยงกับกระบวนการทำงานทั้งหมดในองค์กรจึงต้องมีการวางแผนอย่างละเอียดรอบคอบ I AM Consulting จะขอพูดถึง journey map ที่ชัดเจน เพื่อช่วยให้องค์กรของคุณพร้อมในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้! 0. Information Preparation: การเตรียมข้อมูลเบื้องต้นขั้นตอนแรกคือการรวบรวมข้อมูลและประเมินความพร้อมขององค์กรก่อนที่จะเริ่มการย้ายไป RISE เครื่องมือสำคัญที่สามารถช่วยในขั้นตอนนี้คือ: •    SAP Signavio Process Insight: เครื่องมืออัตโนมัติที่ช่วยในการวิเคราะห์กระบวนการทำงานในปัจจุบันและชี้ให้เห็นปัญหาหรือโอกาสในการปรับปรุง•    S/4HANA Readiness Check: เครื่องมือวิเคราะห์ความพร้อมของระบบที่ใช้อยู่ โดยจะช่วยให้เห็นปัญหาทางเทคนิคและการปรับปรุงที่จำเป็นก่อนการย้ายไป S/4HANA การเตรียมข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีภาพรวมที่ชัดเจนในการเริ่มต้น และช่วยลดความเสี่ยงในกระบวนการย้ายระบบ 1. Understand Business Needs: เข้าใจความต้องการของธุรกิจการทำความเข้าใจกับความต้องการของธุรกิจและระบบที่ใช้อยู่เป็นขั้นตอนสำคัญ ซึ่งประกอบด้วย: •    รวบรวมปัญหาหรือข้อจำกัดในระบบปัจจุบัน เช่น ความล่าช้า, การขาดประสิทธิภาพ หรือการทำงานที่ไม่เชื่อมต่อกัน•    การกำหนดขอบเขตของธุรกิจใหม่หรือปรับลำดับความสำคัญของธุรกิจตามกลยุทธ์ที่เปลี่ยนแปลงไป•   […]

Insights

รู้จัก 4 เฟสการ สร้าง BOT และ วิธีการเลือกงาน ก่อนตัดสินใจนำ RPA มาใช้ในองค์กร 

หลังจากที่ทุกท่านได้ทำความรู้จักกันไปแล้วว่า RPA คืออะไร ? วันนี้ I AM Consulting อยากจะช่วยแก้ไขปัญหาการทำงานภายในองค์กร กับ process ต่างๆ ที่เป็น non-value tasks โดย สร้าง BOT ขึ้นมาแปลงการทำงานเหล่านั้นให้เป็นระบบอัตโนมัติ ผ่านโซลูชั่นที่มีชื่อว่า iRPA  SAP Intelligent Robotic Process Automation (SAP iRPA) เป็นซอฟต์แวร์ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพขององค์กรให้ก้าวทัน Digital Transformation เข้ามาจำลองการทำงานของมนุษย์ ให้เป็นระบบอัตโนมัติที่รวดเร็วและทันสมัย โดยเข้าถึงแอพพลิเคชั่นต่างๆ ผ่านหน้า UI หรือ API ซึ่งจะช่วยให้พนักงานมีเวลามากพอที่จะไปสร้างมูลค่าเพิ่มด้านอื่นๆ ให้กับองค์กร  การสร้าง BOT ผ่าน iRPA โดยทีมงานของ I AM Consulting สามารถสรุปให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยแบ่งออกเป็น 4 เฟส ดังนี้  4 เฟสการ […]

Insights

กลุ่ม Automotive มั่นใจ! เลือกใช้ระบบ eTax กับ EZTax

จริงอยู่ที่ว่า…ทุกธุรกิจในไทยต่างปรับตัวเข้าสู่ระบบ eTax แต่สำหรับธุรกิจที่มีความซับซ้อนสูงอย่าง อุตสาหกรรม Automotive ที่ต้องออกใบกำกับภาษีจำนวนมากในแต่ละวัน การมีระบบ eTax จึงไม่ใช่แค่ “ใช้ได้” แต่ต้อง “ตอบโจทย์ได้จริง” และนั่นคือเหตุผลที่หลายบริษัทในกลุ่ม Automotive ไว้วางใจเลือกใช้ EZTax by I AM Consulting  เข้าใจมากกว่าระบบ คือเข้าใจธุรกิจ อุตสาหกรรมนี้ ส่วนใหญ่มักเป็นบริษัทข้ามชาติจากประเทศญี่ปุ่น มีแนวนโยบายที่ให้ความสำคัญกับความแม่นยำ มีมาตรฐาน และการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ระบบที่ใช้จึงต้องรองรับทั้งกฎหมายไทยและแนวทางของบริษัทแม่ในญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว  หนึ่งในจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ I AM Consulting กลายเป็นพาร์ทเนอร์ด้าน eTax ที่กลุ่ม Automotive ไว้วางใจ คือ ความรู้ ความเข้าใจ ประสบการณ์ในอุตสาหกรรม และ Corporate Policy ของบริษัทญี่ปุ่น ด้วยความเป็นส่วนหนึ่งของ TIS INTEC Group จากญี่ปุ่น เราไม่เพียงพัฒนาระบบที่ถูกต้องตามข้อกำหนดของกรมสรรพากรเท่านั้น แต่ยังออกแบบระบบให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ใช้งานได้ราบรื่น ไม่มีสะดุด และตอบโจทย์ธุรกิจได้จริง ประสบการณ์ที่ได้รับการยืนยัน จากลูกค้าชั้นนำ  […]

Insights
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.