นำองค์กรของคุณให้ก้าวสู่ Digital Transformation ด้วย RISE WITH SAP by I AM Consulting

Insights 24 May 2022

ปี 2021 ที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง เห็นได้จากที่มีการควบรวมบริษัทไอที และการสร้างเทคโนโลยีใหม่อย่างไม่ขาดสาย แต่ในปี 2022 นี้ จะเป็นช่วงเวลาสำคัญ เสมือนประตูที่ก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ของเทคโนโลยีอย่างแท้จริง


สิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็นเรื่องที่ถูกพูดอยู่เสมอ คือ การทำ Digital Transformation ในองค์กร เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงกระบวนการและธุรกิจ ให้เกิดผลกระทบเชิงบวกกับองค์กร จากการวิจัยพบว่ากว่า 90% ขององค์กรมีแผนการทำ Digital Transformation แต่มีเพียงแค่ 40% เท่านั้นที่สามารถทำได้สำเร็จ ทั้งนี้เพราะการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลนั้นไม่ใช่เพียงการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้งานเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของ mindset ของทุกคนในองค์กร รวมไปถึงการทำ Digital Strategy Roadmap ที่สอดคล้องกับ Business Direction ขององค์กร และแน่นอนว่าหลายองค์กรตกม้าตายในข้อนี้ เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร


I AM Consulting ในฐานะผู้ให้คำปรึกษาในการพัฒนาระบบไอทีให้กับองค์กรชั้นนำมากว่า 15 ปี เราพบว่าปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จในการทำ Digital Transformation คือ “ความพร้อม” ซึ่งหลายๆองค์กรได้มองข้ามเรื่องนี้ไป ความพร้อมในที่นี้มุ่งเน้นไปที่ระบบหลังบ้าน (Backend Readiness) เพราะการที่เราจะนำเทคโนโลยีล้ำสมัยต่างๆมาประยุกต์เพื่อปรับเปลี่ยนและให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กร ระบบหลังบ้านนั้นเปรียบเสมือนรากฐาน จำเป็นต้องสร้างๆมีความแข็งแกร่งเสียก่อน จึงจะสามารถต่อยอดและเชื่อมต่อกับระบบต่างๆ ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ


การสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง Building Strong Digital Core with SAP


ระบบที่เป็นรากฐานสำคัญขององค์กรคงหนีไม่พ้น ระบบบริหารทรัพยากรองค์กร หรือที่เราเรียกกันอย่างคุ้นปากว่าระบบ ERP (Enterprise resource planning) องค์กรที่จะทำ Digital Transformation จำเป็นต้องสร้างระบบ ERP ที่แข็งแกร่ง ซึ่งเปรียบเสมือนการสร้าง Foundation ขององค์กรเสียก่อน เพื่อให้ทุกส่วนสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ


หนึ่งในระบบ ERP ที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพมากที่สุดระบบในโลกก็คือ SAP ซึ่งประกอบไปด้วย 16 Core Modules ที่จะเข้ามาช่วยตอบโจทย์การทำงานขององค์กรอย่างครอบคลุมทุกกระบวนการเริ่มตั้งแต่หลังบ้านต้นทาง งานผลิต จัดซื้อ บัญชี จนถึงหน้าบ้านที่ต้องออกเอกสารถึงมือลูกค้า ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะถูกจัดเก็บและมีการเชื่อมต่อการทำงานร่วมกันทั้งหมดภายในระบบเดียว ทำให้องค์กรสามารถบริหารข้อมูลได้อย่างแท้จริง นอกเหนือจากนั้น SAP มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น SAP S/4HANA ที่มีความเร็วสูงและมาพร้อมกับเทคโนโลยีอื่นๆในการทำ Digital Transformation ที่อยู่รอบการทำงานของ SAP S/4HANA หรือที่เราเรียกว่า Business Transformation Platform (BTP) ซึ่งจะมาช่วยองค์กรทรานสฟอร์มและเชื่อมต่อไปสู่ส่วนอื่นๆ ได้อย่างเบ็ดเสร็จในที่เดียว


ทำไมต้อง Digital Transform ด้วย RISE with SAP


จาก Pain points ต่างๆในการทำ Digital Transformation ของหลายองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการหาระบบ ERP ที่ดีมาเป็นรากฐาน สามารถต่อยอดเทคโนโลยีอื่นๆได้สะดวกรวดเร็วและทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ การกำหนด Milestone ที่ชัดเจน จนไปถึงค่าใช้จ่ายที่องค์กรมองว่าจะคุ้มกับการลงทุน


เพื่อตอบโจทย์องค์กรใน Pain points เหล่านี้ SAP จึงได้เสนอการใช้งานในรูปแบบของ Cloud as a Services เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้องค์กรทำ Digital Transformation ได้เบ็ดเสร็จในครั้งเดียว ตั้งแต่ Backend System จนถึงการเชื่อมต่อไปสู่ส่วนต่างๆ ขององค์กรด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ซึ่งไม่เพียงให้ความเร็วในการพัฒนา และอำนวยความสะดวกในการใช้งาน แต่มองไปถึงโมเดลราคาที่ง่าย และยืดหยุ่นมากขึ้นในรูปแบบ Subscription
 

โดย RISE with SAP ประกอบไปด้วย 4 Components หลักๆ คือ


ระบบ Backend version ใหม่ อย่าง S/4HANA Cloud Editions


อุปกรณ์และบริการในการทำ Technical Migration


Platform as a Service ที่มี Tools มากมายอย่าง SAP Business Technology Platform


การบริหารจัดการภาพใหญ่ขององค์กรด้วย Business Process Intelligence


RISE with SAP, BEYOND with I AM


ในฐานะที่ปรึกษาผู้พัฒนาระบบ SAP กับ RISE WITH SAP เรามองเห็นจุดเปลี่ยนของการพัฒนาระบบ SAP ไปอีกยุคสมัยหนึ่ง จากประสบการณ์กว่า 15 ปี ที่เราได้ร่วมพัฒนาระบบให้กับ Partners กว่า 400 โครงการ เราเห็นถึงโอกาสใหม่ๆ ที่จะนำ RISE with SAP มาช่วยให้ลูกค้าของเราทำ Digital Transformation ในองค์กรได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพียงสร้าง Digital Core ที่แข็งแรง แต่สามารถต่อยอดไปถึงความสำเร็จในการทรานสฟอร์ม ด้วยซอฟท์แวร์จาก RISE with SAP ที่เปลี่ยนแปลงโลก SAP แบบเดิมๆที่เราคุ้นเคยไปอย่างชัดเจน


Methodology ของ I AM นั้นไม่ใช่แค่เพียงมุ่งเน้นเทคโนโลยีที่ดี แต่เป็นความเข้าใจในระบบและธุรกิจของลูกค้า เพื่อการนำมาปรับใช้ เรามักออกแบบระบบและการใช้งานร่วมกับลูกค้าเสมอ เพื่อดึงศักยภาพที่ลูกค้าจะได้รับจากระบบให้ได้มากที่สุด เรามุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจในกระบวนทำงาน โดยมี Business Process Experts ที่มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนั้นๆ


ด้วยทีมงานกว่า 400 คน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบและพร้อมทุ่มเท DNA ของเราไม่ใช่แค่การพัฒนาระบบให้สำเร็จเพราะเราตระหนักเสมอว่า “ระบบจะอยู่กับองค์กรตลอดไป” เราจึงออกแบบ methodology การพัฒนาโครงการให้มีความยืดหยุ่นสามารถปรับเปลี่ยนไปได้ตามความต้องการขององค์กร สร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยีและเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแรง เพื่อช่วยต่อยอดและสนับสนุนพาร์ทเนอร์ของเราให้สามารถขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน


สิ่งสำคัญที่สุดในการเริ่มต้นทำ Digital transformation ไม่ใช่แค่การเลือกแค่ระบบ แต่ต้องออกแบบให้สามารถเชื่อมต่อและต่อยอดไปยังส่วนอื่นๆได้ ต้องสร้าง Digital Strategy Roadmap โดยมีรากฐานระบบ Digital Core ที่แข็งแรง หากท่านกำลังมองหาพาร์ทเนอร์เข้ามาช่วยพัฒนาให้องค์กรเติบโตไปด้วยกัน เราคือพาร์ทเนอร์ที่อยู่เคียงข้างตลอดเส้นทางการเติบโตขององค์กรคุณ “What I AM Promises, I AM Delivers”

 

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

E-mail: info@iamconsulting.co.th
Facebook: https://facebook.com/IAMConsultingTH/
Phone Number: 02 690 3663

 

Suggested News

จริงมั้ย จ้าง Developer Outsource ประหยัด Cost ได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์

ยิ่งเทคโนโลยีก้าวกระโดดมากเท่าไหร่ ความสำคัญของ Developer ในองค์กรยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น ปัจจุบัน การพัฒนา Software ของธุรกิจและองค์กรเป็นเรื่องที่ท้าทายและต้องอาศัยการลงทุนค่อนข้างสูง บางองค์กรต้องการจ้าง Developer ในฐานะพนักงานประจำ แต่มีข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณที่ต้องเตรียมไว้ ทั้งในส่วนเงินเดือนและสวัสดิการต่าง ๆ ที่ต้องเสริมเข้าไป ซึ่งอาจมีความเสี่ยงที่ในบางครั้งถ้าไม่มี Project ใหม่ ๆ ป้อนให้ทีม Developer องค์กรก็อาจเสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้โดยเปล่าประโยชน์ ไม่สามารถสร้างผลลัพธ์สร้างผลลัพธ์ที่ก่อให้เกิดมูลค่าทางธุรกิจได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม Developer Outsource ถึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับหลาย ๆ ธุรกิจและองค์กรที่ไม่ต้องการแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาวนั่นเอง  ทำไมถึงต้องจ้าง Developer Outsource  สำหรับบางธุรกิจและองค์กร การจ้าง Developer ประจำ ยังคงเป็นตัวเลือกแรก ๆ ด้วยเหตุผลที่ว่า กลัวความลับขององค์กรรั่วไหล เชื่อว่าคนในย่อมรักษาความลับได้ดีกว่าคนนอก หากเหตุผลการเลือกจ้าง Developer แบบประจำสักคนมีเพียงแค่การรักษาความลับขององค์กร เหตุผลนี้คงหยิบมาใช้ได้ยาก  ในทางกลับกัน มาตรฐานของ Developer Outsource มืออาชีพ นอกจากจะมีการกำหนดขอบเขตของงานที่ลูกค้าต้องการแล้ว ยังมีมาตรฐานในเรื่องของการรักษาความลับของลูกค้า ที่จะมีการตกลงกันเป็นข้อกำหนดแบบลายลักษณ์อักษร (Non-Disclosure Agreement, […]

Insights

บริการดูแลระบบไอที Application Management Services (AMS)…ทำไมต้อง I AM Consulting

ระบบไอทีในองค์กรนั้นเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของธุรกิจ ที่ขับเคลื่อนพาองค์กรให้ก้าวเข้าสู่การทำงานแบบ Work Smart, Work Digital รองรับการเปลี่ยนแปลงได้ทันเวลา ปัจจุบันมีการใช้ระบบต่าง ๆ ที่สามารถเข้าถึงและช่วยดึงข้อมูลมาวิเคราะห์ประเมินผลได้แบบเรียลไทม์ รวดเร็ว ปลอดภัย และสามารถทำงานเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น    แต่การดูแลรักษาระบบให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทุกระบบมีอายุการใช้งาน และอาจจะต้องทำการปรับเปลี่ยนพัฒนาให้สอดคล้องกับกระบวนการทำงาน หรือเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างสม่ำเสมอ หากขาดการดูแลอย่างใกล้ชิด อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของทั้งระบบและประสิทธิภาพของธุรกิจในระยะยาว ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ต้องจ่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าองค์กรเลือกผู้ให้บริการด้าน Application Management Services (AMS) ที่มีความเชี่ยวชาญและความเข้าใจความต้องการของผู้ใช้งาน  ทำไมต้องเลือก AMS กับ I AM Consulting?  จริงอยู่ที่ว่า… ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ Application Management Services (AMS) มากมายในตลาดแต่จะมีกี่เจ้าที่เข้าใจในระบบของลูกค้าอย่างแท้จริง อย่างที่ทุกคนรู้ I AM โดดเด่นด้วยประสบการณ์ในฐานะ SAP Implementor เจ้าแรก ๆ ของไทย ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำหลากหลายอุตสาหกรรม แต่รู้หรือไม่ว่า I AM ยังเป็นบริษัทที่ปรึกษาที่สามารถรักษาลูกค้าได้อย่างเหนียวแน่นและยาวนานมากที่สุด […]

Insights

ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ กับผลทางกฎหมาย

ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเรื่องการทำงานในหลายๆ ด้าน แต่บางองค์กรยังยอมเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการรับ-ส่งเอกสารแบบกระดาษ เพราะไม่มั่นใจว่าหากเกิดปัญหาต้องฟ้องร้องกันขึ้นมา เอกสารที่ถูกลงนามด้วย ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ จะใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้หรือไม่? หากดูตามข้อกฎหมาย พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ แล้ว องค์กรสามารถมั่นใจได้เลยว่า การลงนามด้วยลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีผลทางกฎหมายเทียบเท่ากับการจรดปากกาลงนามบนกระดาษ อย่างแน่นอนเพียงแต่จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับประเภทของลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ที่เราเลือกใช้ซึ่ง I AM Consulting จะนำมาอธิบายให้เข้าใจกันในบทความนี้ ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ คืออะไร ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Signature ไม่ได้หมายถึง การเซ็นชื่อ อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง การอัปโหลดรูปภาพลายเซ็น, การพิมพ์ชื่อเป็นตัวอักษร, การใช้ Username-Password บนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่น, หรือแม้กระทั่งการคลิกปุ่มยอมรับ ( Submit ) ในแบบฟอร์มต่างๆ เป็นต้น โดยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ จะต้องมี 3 องค์ประกอบนี้  1.    ระบุเจ้าของลายมือชื่อได้ว่าเป็นของใคร2.    ระบุเจตนาของเจ้าของลายมือชื่อต่อข้อความที่ลงนาม3.    ใช้วิธีการที่เชื่อถือได้ ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์แต่ละประเภท กับผลทางกฎหมาย   •    ประเภทที่ 1 […]

Insights
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.