Clean Core แนวคิดใหม่ในยุคคลาวด์ ERP

Insights 9 Jan 2025

SAP S/4HANA Cloud เป็นระบบ ERP ที่ทำงานบนคลาวด์ โดยให้ลูกค้าทุกคนใช้ซอฟต์แวร์พื้นฐานเดียวกันและรับการอัปเดตพร้อมกัน จึงทำให้ไม่สามารถปรับแต่งระบบได้เหมือนระบบ On-Premise  แบบเดิม แต่ SAP ก็ได้พัฒนาแนวทางใหม่ที่เรียกว่า ” Clean Core ” เพื่อแก้ไขปัญหานี้


Clean Core คืออะไร?


1. Core

Core หมายถึงแกนหลักของ SAP S/4HANA Cloud ที่ครอบคลุม:

  • Processes: กระบวนการต่าง ๆ ในระบบที่สนับสนุนการดำเนินงานแบบครบวงจร
  • Data: ข้อมูลในระบบ ทั้งข้อมูลการตั้งค่า ข้อมูลหลัก และข้อมูลธุรกรรม
  • Integration: การเชื่อมต่อระหว่าง SAP S/4HANA Cloud กับโซลูชันอื่น ๆ
  • Operations: กิจกรรมด้านการบำรุงรักษา เช่น การจัดการการอัปเกรด การมอนิเตอร์ และการจัดการสิทธิ์
  • Extensibility: การเพิ่มฟังก์ชันเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะขององค์กร ในกรณีที่ฟังก์ชันมาตรฐานไม่สามารถรองรับได้

2. Clean

Clean หมายถึงการรักษาระบบดั้งเดิมโดยใช้วิธีที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ระบบสอดคล้องกับมาตรฐานของคลาวด์

3. Clean Core

คือ แนวคิดและแนวทางในการทำให้ SAP S/4HANA Cloud มีความยืดหยุ่น ทันสมัย และปฏิบัติตามมาตรฐานของระบบคลาวด์ โดยเน้นที่การบูรณาการและการปรับแต่งอย่างเหมาะสม ส่งผลให้ระบบมีความเสถียร ต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO) ลดลง และง่ายต่อการบำรุงรักษา

ประโยชน์ของ Clean Core

  • อัปเกรดง่าย: การอัปเกรดเป็นไปอย่างราบรื่น
  • นวัตกรรมที่รวดเร็ว: สามารถใช้งานเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ทันที
  • เสถียรภาพของระบบ: รองรับความปลอดภัย ความต่อเนื่อง และความเสถียรของระบบ
  • ลดต้นทุนรวม (TCO): ใช้โครงสร้างพื้นฐานและใบอนุญาตอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การตรวจสอบที่สมบูรณ์แบบ: ระบบตรวจสอบได้ มีความโปร่งใสในทุกมิติ

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับ Clean Core Extensibility

  1. ไม่ปรับแต่งโค้ดหลัก หลีกเลี่ยงการแก้ไขโค้ดที่มาพร้อมกับระบบ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาในอนาคต
  2. กำจัดส่วนขยายที่ซ้ำซ้อน ตัดการปรับแต่งที่ทำซ้ำกับฟังก์ชันมาตรฐานและหลีกเลี่ยงการสร้างสำเนาโครงสร้าง
  3. ใช้ API ที่ได้รับการรับรองจาก SAP ใช้เฉพาะ API ที่ SAP อนุมัติ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถรองรับการอัปเกรดในอนาคต
  4. ใช้ความสามารถ In-App Extensibility อย่างเต็มที่ ใช้ฟังก์ชันการปรับแต่งในตัวระบบที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งาน (Key User) สามารถปรับแต่งระบบได้ง่าย
  5. สร้างแอปพลิเคชันเพิ่มเติมบน SAP Business Technology Platform ใช้บริการและความสามารถของ SAP Business Technology Platform (BTP) เพื่อพัฒนาโซลูชันที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะ
  6. ใช้ SAP Integration Suite ใช้ชุดเครื่องมือการเชื่อมต่อ (Integration) ที่ช่วยให้ระบบสามารถทำงานร่วมกับโซลูชันอื่นได้อย่างราบรื่น

หากองค์กรของคุณกำลังมองหาแนวทางปรับปรุงระบบ SAP S/4HANA Cloud ให้รองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิด Clean Core ที่ลดความซับซ้อนและเพิ่มความยืดหยุ่น ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาและโซลูชันที่เหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญได้เลย!

ปรึกษาเรื่องระบบ SAP ERP กับ I AM Consulting

I AM Consulting คือที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่จะช่วยปรับองค์กรของคุณสู่ดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วย IT โซลูชันที่ตอบโจทย์

ติดต่อเรา:
โทรศัพท์: 02-026-3964
E-mail: info@iamconsulting.co.th
LINE@: http://bit.ly/3Eji6r1

Source : https://learning.sap.com/learning-journeys/practicing-clean-core-extensibility-for-sap-s-4hana-cloud/introducing-the-clean-core-approach_fcb6c662-7041-4c99-88bd-345636fae7f3

Suggested News

5 เหตุผลที่ บริษัทประกัน ควรทำ e-Stamp Duty

ในโลกที่ธุรกรรมต่าง ๆ กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัล บริษัทประกัน ที่มีเอกสารจำนวนมากและต้องจัดการด้านภาษีอากรอยู่ตลอด ควรให้ความสำคัญกับการปรับระบบไปสู่ e-Stamp Duty หรือการชำระอากรแสตมป์แบบอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมกับการนำ Digital Signature (ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์) มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เสริมความปลอดภัย และสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือกว่า และนี่คือ 5 เหตุผล ที่บริษัทประกันไม่ควรรอช้าที่จะเริ่มทำระบบ e-Stamp Duty 1. ลดต้นทุนและเวลาในการจัดการเอกสาร การพิมพ์เอกสาร ทำสำเนา ซื้อแสตมป์อากรแบบดั้งเดิม และจัดเก็บเอกสารภาษีจำนวนมหาศาลในแต่ละปี คือภาระที่สิ้นเปลืองเวลาและงบประมาณ การเปลี่ยนมาใช้ เอกสารแบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Stamp Duty ช่วยให้สามารถทำสัญญา และชำระอากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที ลดขั้นตอนการจัดส่งเอกสาร ลดเวลาจัดซื้อแสตมป์อากร ลดความผิดพลาด และทำให้การตรวจสอบย้อนหลังทำได้ง่ายขึ้น 2. ปิดจุดเสี่ยงการทุจริต เพิ่มความโปร่งใส การแปะอากรแสตมป์ด้วยมือแบบดั้งเดิม มีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดสูง และอาจมีความเสี่ยงเรื่องอากรแสตมป์ปลอม แต่ e-Stamp Duty ทำให้ข้อมูลการชำระอากรถูกบันทึกในระบบกลางของกรมสรรพากร มีความน่าเชื่อถือ ตรวจสอบได้ 100% และยังสามารถผูกกับ Digital […]

Insights

Paperless Organization เริ่มต้นทรานสฟอร์มองค์กรของคุณสู่ดิจิทัลด้วยการจัดการเอกสารอัจฉริยะ

ในปัจจุบันคนไทยใช้กระดาษเฉลี่ยปีละเกือบ 4 ล้านตัน หรือ คนละประมาณ 60 กิโลกรัมต่อปี ซึ่งหมายถึงการตัดต้นไม้กว่า 66 ล้านต้นต่อปี หรือคิดง่ายๆ คือทุกนาที จะมีต้นไม้ 126 ต้นถูกโค่นลง กระดาษเก่า 1 ตัน สามารถทดแทนการตัดต้นไม้เพื่อนำมาผลิตกระดาษได้ถึง 15 ต้น แค่เราช่วยกันใช้กระดาษทั้ง 2 หน้า ก็จะช่วยรักษาชีวิตต้นไม้ได้ถึง 1.3 ล้านต้นต่อปี และหากองค์กรต่างๆช่วยกันผลักดันระบบการทำงานที่ไม่ต้องใช้กระดาษเลยหรือใช้น้อยที่สุด (Paperless Organization) เราจะช่วยรักษาต้นไม้ให้อยู่กับโลกของเราได้มากขนาดไหน ในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทุกองค์กรต่างตระหนักถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในมุมของธุรกิจ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ผู้ที่เกี่ยวข้องต่างๆ และสิ่งแวดล้อม ในการเร่งปรับองค์กรสู่ดิจิทัลนั้น (Digital Transformation) หนึ่งในยุทธศาสตร์พื้นฐานที่ทุกองค์กรนำมาใช้ปูพื้นเพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กร และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานของพนักงานก็คือการลดการใช้กระดาษนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าเราจะสามารถลดการใช้กระดาษได้ องค์กรก็ต้องมีระบบการทำงานที่ไม่ต้องพึ่งพากระดาษ ระบบที่สามารถจัดเก็บเอกสารในรูปแบบดิจิทัล สามารถเรียกออกมาดูได้ง่าย รวมไปถึงการนำไปใช้ต่อ ไม่ว่าจะเป็นการทบทวน อนุมัติ รวมไปถึงการนำมาวิเคราะห์ผล ที่จะต้องสามารถทำงานได้คล่องตัว ซึ่งระบบที่กล่าวมานี้ก็คือระบบ Enterprise Content […]

Insights
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.