ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ กับผลทางกฎหมาย

Insights 7 Apr 2023

ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเรื่องการทำงานในหลายๆ ด้าน แต่บางองค์กรยังยอมเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการรับ-ส่งเอกสารแบบกระดาษ เพราะไม่มั่นใจว่าหากเกิดปัญหาต้องฟ้องร้องกันขึ้นมา เอกสารที่ถูกลงนามด้วย ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ จะใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้หรือไม่?


หากดูตามข้อกฎหมาย พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ แล้ว องค์กรสามารถมั่นใจได้เลยว่า การลงนามด้วยลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีผลทางกฎหมายเทียบเท่ากับการจรดปากกาลงนามบนกระดาษ อย่างแน่นอน
เพียงแต่จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับประเภทของลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ที่เราเลือกใช้ซึ่ง I AM Consulting จะนำมาอธิบายให้เข้าใจกันในบทความนี้


ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ คืออะไร


ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Signature ไม่ได้หมายถึง การเซ็นชื่อ อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง การอัปโหลดรูปภาพลายเซ็น, การพิมพ์ชื่อเป็นตัวอักษร, การใช้ Username-Password บนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่น, หรือแม้กระทั่งการคลิกปุ่มยอมรับ ( Submit ) ในแบบฟอร์มต่างๆ เป็นต้น


โดยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ จะต้องมี 3 องค์ประกอบนี้ 


1.    ระบุเจ้าของลายมือชื่อได้ว่าเป็นของใคร
2.    ระบุเจตนาของเจ้าของลายมือชื่อต่อข้อความที่ลงนาม
3.    ใช้วิธีการที่เชื่อถือได้


ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์แต่ละประเภท กับผลทางกฎหมาย

 

•    ประเภทที่ 1 มาตรา 9 : ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป


การลงนามอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา 9 นี้ เป็น e-Signature แบบทั่วไป ตามที่ได้นิยามไว้ข้างต้น เป็นวิธีที่เข้าใจง่าย สะดวก รวดเร็วที่สุด แต่หากเกิดข้อพิพาทขึ้น ผู้ที่ฟ้องร้องจะมีหน้าที่ในการหาวิธีการพิสูจน์ว่าการลงนามอิเล็กทรอนิกส์นั้นเป็นของจริงหรือของปลอม เช่น นาย A ยืมเงิน นาย B และได้ทำสัญญากันด้วยการเซ็นเอกสาร PDF ไว้ ต่อมานาย A ไม่ยอมจ่ายเงินคืนให้นาย B และอ้างว่าลายเซ็นที่ลงนามไว้นั้นเป็นของปลอม ในกรณีนี้ หากนาย B ในฐานะเจ้าหนี้ ฟ้องร้องนาย A ซึ่งเป็นลูกหนี้ นาย B ที่จะต้องหาวิธีมายืนยันว่าลายเซ็นของนาย A นั้นเป็นของจริง

•    ประเภทที่ 2 มาตรา 26 : ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้
•    ประเภทที่ 3 มาตรา 28 : ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ ซึ่งใช้ใบรับรองที่ออกโดยผู้ให้บริการออกใบรับรอง


สำหรับการลงนามอิเล็กทรอนิกส์ตาม มาตรา 26 และ 28 เราจะเรียกว่า Digital Signature หรือ การลงลายมือชื่อดิจิทัล ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของ e-Signature แต่มีความน่าเชื่อถือ และปลอดภัยมากกว่า เพราะจะมีกระบวนการเข้ารหัส ( Encrypt ) ซึ่งช่วยให้สามารถยืนยันตัวเจ้าของลายมือชื่อ และสอบกลับการเปลี่ยนแปลงได้ ส่งผลให้ผู้ลงนามไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบจากข้อความที่ตนเองได้แสดงเจตนาในลงลายมือดิจิทัลไว้


หากเปรียบเทียบกับตัวอย่างเดิม แต่เปลี่ยนการลงนามจาก e-Signature แบบทั่วไป (มาตรา 9) มาเป็นการลงนามแบบดิจิทัล (มาตรา 26 และ 28)  เช่น นาย A ยืมเงิน นาย B และทำสัญญากันด้วยการเซ็นเอกสารผ่านระบบ Digital Signature ไว้ แล้วนาย A ไม่ยอมจ่ายคืน โดยอ้างว่าลายเซ็นเป็นของปลอม ในกรณีนี้จะเป็นหน้าที่ของนาย A ที่จะต้องหาวิธีมายืนยันว่าการลงนามดิจิทัลที่ได้ดำเนินการไว้เป็นของปลอม


การเลือกใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงหรือผลกระทบที่อาจทำให้ลายเซ็นไม่เป็นที่ยอมรับ เอกสารขององค์กรที่มีความสำคัญ เช่น เอกสารสัญญาซื้อ-ขายระหว่างบริษัท เอกสารกู้ยืมเงิน หรือเอกสารที่มีเรื่องมูลค่าเข้ามาเกี่ยวข้อง การใช้ Digital Signature จึงเป็นทางเลือกเหมาะสมมากกว่า


ระบบ Digital Signature ของที่ไหนดี ?


หากสนใจอยากทำระบบลงนามดิจิทัล I AM Consuting มี iZign  ซึ่งเป็นระบบ 1 เดียว ที่ปลอดภัยสูงสุด สอดคล้องตามข้อกฎหมายทุกมาตรา ทั้ง มาตรา 9 26 และ 28 ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลากระบวนการลงนามต่างๆ มี log เก็บไว้ สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ลดการใช้กระดาษ และหมึกพิมพ์ ลดการใช้พื้นที่จัดเก็บเอกสาร ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดส่งเอกสาร และสามารถเชื่อมต่อกับระบบ ERP ต่างๆ ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่ออีกด้วย


ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ iZign เพิ่มเติม คลิกที่นี่


ปรึกษาเรื่องระบบ iZign Digital Signature กับ I AM Consulting


เรามีความมั่นใจในระบบที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย มีความปลอดภัยตามมาตรฐาน ด้วยการใช้เทคโนโลยี PKI ที่มีความโปร่งใส สนับสนุนการลงนามดิจิทัลทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการลงนามโดยบุคคลเดียว การลงนามร่วม และ การลงนามระหว่างบริษัท มาพร้อมบริการที่ครอบคลุม คอยดูแลในส่วนของการสร้างใบรับรอง และบริหารจัดการให้สอดคล้องตามพรบ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิส์ มีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถแนะนำ ให้คำปรึกษา รวมไปจนถึงการฝึกอบรมทีมงานของท่าน


พูดคุยปรึกษา – สอบถามข้อมูล ได้ตามช่องทางเหล่านี้
โทรศัพท์ : 02-026-3964 
E-mail : info@iamconsulting.co.th 
LINE@ : http://bit.ly/3Eji6r1
 

Suggested News

จริงมั้ย จ้าง Developer Outsource ประหยัด Cost ได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์

ยิ่งเทคโนโลยีก้าวกระโดดมากเท่าไหร่ ความสำคัญของ Developer ในองค์กรยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น ปัจจุบัน การพัฒนา Software ของธุรกิจและองค์กรเป็นเรื่องที่ท้าทายและต้องอาศัยการลงทุนค่อนข้างสูง บางองค์กรต้องการจ้าง Developer ในฐานะพนักงานประจำ แต่มีข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณที่ต้องเตรียมไว้ ทั้งในส่วนเงินเดือนและสวัสดิการต่าง ๆ ที่ต้องเสริมเข้าไป ซึ่งอาจมีความเสี่ยงที่ในบางครั้งถ้าไม่มี Project ใหม่ ๆ ป้อนให้ทีม Developer องค์กรก็อาจเสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้โดยเปล่าประโยชน์ ไม่สามารถสร้างผลลัพธ์สร้างผลลัพธ์ที่ก่อให้เกิดมูลค่าทางธุรกิจได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม Developer Outsource ถึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับหลาย ๆ ธุรกิจและองค์กรที่ไม่ต้องการแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาวนั่นเอง  ทำไมถึงต้องจ้าง Developer Outsource  สำหรับบางธุรกิจและองค์กร การจ้าง Developer ประจำ ยังคงเป็นตัวเลือกแรก ๆ ด้วยเหตุผลที่ว่า กลัวความลับขององค์กรรั่วไหล เชื่อว่าคนในย่อมรักษาความลับได้ดีกว่าคนนอก หากเหตุผลการเลือกจ้าง Developer แบบประจำสักคนมีเพียงแค่การรักษาความลับขององค์กร เหตุผลนี้คงหยิบมาใช้ได้ยาก  ในทางกลับกัน มาตรฐานของ Developer Outsource มืออาชีพ นอกจากจะมีการกำหนดขอบเขตของงานที่ลูกค้าต้องการแล้ว ยังมีมาตรฐานในเรื่องของการรักษาความลับของลูกค้า ที่จะมีการตกลงกันเป็นข้อกำหนดแบบลายลักษณ์อักษร (Non-Disclosure Agreement, […]

Insights

5 เหตุผลที่ บริษัทประกัน ควรทำ e-Stamp Duty

ในโลกที่ธุรกรรมต่าง ๆ กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัล บริษัทประกัน ที่มีเอกสารจำนวนมากและต้องจัดการด้านภาษีอากรอยู่ตลอด ควรให้ความสำคัญกับการปรับระบบไปสู่ e-Stamp Duty หรือการชำระอากรแสตมป์แบบอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมกับการนำ Digital Signature (ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์) มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เสริมความปลอดภัย และสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือกว่า และนี่คือ 5 เหตุผล ที่บริษัทประกันไม่ควรรอช้าที่จะเริ่มทำระบบ e-Stamp Duty 1. ลดต้นทุนและเวลาในการจัดการเอกสาร การพิมพ์เอกสาร ทำสำเนา ซื้อแสตมป์อากรแบบดั้งเดิม และจัดเก็บเอกสารภาษีจำนวนมหาศาลในแต่ละปี คือภาระที่สิ้นเปลืองเวลาและงบประมาณ การเปลี่ยนมาใช้ เอกสารแบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Stamp Duty ช่วยให้สามารถทำสัญญา และชำระอากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที ลดขั้นตอนการจัดส่งเอกสาร ลดเวลาจัดซื้อแสตมป์อากร ลดความผิดพลาด และทำให้การตรวจสอบย้อนหลังทำได้ง่ายขึ้น 2. ปิดจุดเสี่ยงการทุจริต เพิ่มความโปร่งใส การแปะอากรแสตมป์ด้วยมือแบบดั้งเดิม มีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดสูง และอาจมีความเสี่ยงเรื่องอากรแสตมป์ปลอม แต่ e-Stamp Duty ทำให้ข้อมูลการชำระอากรถูกบันทึกในระบบกลางของกรมสรรพากร มีความน่าเชื่อถือ ตรวจสอบได้ 100% และยังสามารถผูกกับ Digital […]

Insights

ระบบ ERP คืออะไร ทำไมทุกองค์กรต้องมี

เมื่อธุรกิจดำเนินไปได้สักพัก จนเริ่มรู้สึกว่าการทำงานผ่าน Excel นั้นยุ่งยาก ไม่เพียงพอรองรับข้อมูลทั้งหลายอีกต่อไป เจ้าของธุรกิจ หรือ พนักงานที่ต้องการให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น อาจต้องหันมาให้ความสนใจกับ “ระบบ” หากกำลังศึกษาข้อมูลของ ระบบ ERP แต่ยังไม่ค่อยมั่นใจว่าจะเหมาะกับองค์กรเราหรือไม่ บทความนี้จะมีคำตอบให้ครับ ระบบ ERP คืออะไร ? Enterprise Resource Planning หรือ ระบบ ERP คือ ระบบที่เข้ามาช่วยจัดการรวบรวมข้อมูลของทุกฝ่ายในองค์กรมาไว้ใน Database หลักที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายขาย, ฝ่ายบัญชี, ฝ่ายบริหารจัดการสินค้า หรือฝ่ายการผลิต ทำให้ผู้บริหารมองเห็นภาพรวมในธุรกิจได้ง่าย เข้าถึงข้อมูลที่อัปเดตแบบเรียลไทม์ พนักงานแต่ละฝ่ายก็สามารถทำงานเชื่อมต่อกันได้อย่าง seamless ดึงเอาข้อมูลที่ต้องการออกมาทำงานได้ทันที สะดวก รวดเร็ว รูปแบบ Infrastructure ของ ERP รูปแบบที่ 1 : On-Premise ข้อมูลทั้งหมดจะถูกติดตั้งไว้บนเซิร์ฟเวอร์ขององค์กรเอง องค์กรจะเป็นเจ้าของระบบทั้งหมด ต้องมีพื้นที่และเจ้าหน้าที่ด้าน IT คอยดูแลระบบ ผู้ใช้งานจะเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ในเซิร์ฟเวอร์ได้ก็ต่อเมื่ออยู่ภายในองค์กรเท่านั้น […]

Insights
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.